<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เซ็นสัญญาซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดสสำหรับปี65 ฟุ้งได้สิทธิพิเศษปท.แรกๆได้วัคซีนรุ่น2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29ก.ย.64- &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขลงนามจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าสำหรับปี 2564 จำนวน 61 ล้านโดส ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตภายในประเทศไทยที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต โดยทยอยผลิตและจัดส่งให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดเป็นไปตามสัญญา ทำให้ประเทศไทยสามารถจัดหาและดำเนินการกระจายและฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ตามแผนและเป้าหมายที่วางไว้ คาดว่าภายในสิ้นปี 2564 จะสามารถฉีดเข็ม 1 ได้ร้อยละ 85 ของประชากร และเข็ม 2 ครอบคลุมร้อยละ 74 ซึ่งขณะนี้ได้นำแอสตร้าเซนเนก้ามาฉีดเป็นเข็มที่ 2 ของสูตรไขว้ซิโนแวคตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้าห่างกัน 3-4 สัปดาห์ รวมถึงเป็นเข็มกระตุ้นให้แก่ผู้รับซิโนแวคครบ 2 เข็ม และอาจเป็นเข็มที่ 1 ของสูตรไขว้กับไฟเซอร์ต่อไป เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปี 2565 รัฐบาลมีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนต่าง ๆ เพื่อจัดหาวัคซีนฉีดเน้นเป็นเข็มกระตุ้น ซึ่งมีการจัดหาไว้อย่างเพียงพอ ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าสำหรับปี 2565 จำนวน 60 ล้านโดส จึงเป็นที่มาของการลงนามในวันนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการผลิตจากโรงงานภายในประเทศไทยและทยอยจัดส่งในไตรมาสแรก 15 ล้านโดส ไตรมาสที่ 2 จำนวน 30 ล้านโดส และไตรมาสที่ 3 อีกจำนวน 15 ล้านโดส นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับสิทธิพิเศษเป็นประเทศแรกๆ กรณีบริษัทพัฒนาวัคซีนรุ่นที่ 2 ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์กลายพันธุ์ต่างๆ ได้สำเร็จ หรือสามารถใช้เป็นวัคซีนสำหรับกลุ่มเด็กได้ จะสามารถเปลี่ยนเป็นวัคซีนรุ่นล่าสุดได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศไทยอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้แผนกระจายวัคซีนและแผนการฉีดวัคซีนของประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับประชาชนสามารถป้องกันควบคุมการระบาดของโรคได้ดียิ่งขึ้นต้องขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ช่วยให้การจัดหาวัคซีนครั้งนี้สำเร็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งรัฐบาลไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือในการจัดหาวัคซีนด้วยดีตลอดไป&amp;rdquo; นายอนุทินกล่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118237</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นายอนุทิน ชาญวีรกุล, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61542e204937e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแล้ว!ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม3 สำหรับผู้รับที่ได้รับซิโนแวคครบ 2 โดสจากศูนย์บางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ก.ย.64-ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และพญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ และผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ประกาศนโยบายและการเตรียมความพร้อมของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อเพื่อเปิดให้บริการฉีดวัคซีนกระตุ้น (Booster dose) กลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้ที่เคยได้รับวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 จากศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยจะเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 2564 จำนวน 15,000 คนก่อนและจะทยอยฉีดจนครบ 150,000 คน&amp;nbsp; โดยจะได้รับวัคซีนแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​&amp;nbsp; เป็นเข็มกระตุ้น (Booster dose) ทางศูนย์ฯ จะใช้ฐานข้อมูลเดิมสำหรับส่ง SMS ให้ผู้รับบริการเพื่อนัดหมายวันเวลาฉีดวัคซีนล่วงหน้าและผู้รับบริการสามารถตรวจสอบวันเวลานัดด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน &amp;quot;Vaccine บางซื่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต กล่าวว่า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้รับบริการที่ได้รับ SMS แจ้งวันเวลานัดหมายฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster dose) จากทางศูนย์ฯ และมีความสมัครใจที่รับวัคซีนเข็มกระตุ้นสามารถเดินทางมาที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เข้าประตู 1, 2, 3, 4 แสดง SMS หรือ แอปพลิเคชัน &amp;quot;Vaccine บางซื่อ&amp;rdquo; ต่อเจ้าหน้าที่โดยจะได้รับแบบคัดกรอง และสามารถไปที่จุดฉีดวัคซีนได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ และขอความกรุณามารับวัคซีนตรงตามวันและเวลานัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศูนย์ฯ จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนในเวลา 9.00- 18.00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุดจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงต่อไปขอสงวนสิทธิ์งดให้บริการ กรณีที่มาไม่ตรงวันที่นัดหมาย&amp;nbsp; ผู้รับบริการควรเตรียมตัวในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster dose) ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำในปริมาณที่แหมาะสม 8 &amp;ndash; 10 แก้วต่อวัน และควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการรับการฉีดวัคซีน ในส่วนของการเดินทางควรเดินทางมาด้วยรถขนส่งสาธารณะ เพื่อลดความแออัดของการจราจรบริเวณศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ขอให้เป็นไปตามความสมัครใจส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117721</URL_LINK>
                <HASHTAG>Vaccine บางซื่อ, กระตุ้นเข็ม3, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ, สาธิต ปิตุเตชะ​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d5a859b8b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอสตร้าเซนเนก้าแจง ส่งมอบวัคซีน 5.3 ล้านโดสให้ไทยในเดือนสิงหาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ย.64- แอสตร้าเซนเนก้า เปิดเผยวันนี้ว่า ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทฯได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 5.3 ล้านโดส ให้กับกระทรวงสาธารณสุข รวมยอดส่งมอบวัคซีน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม เป็นจำนวนทั้งสิ้น 16.6 ล้านโดส ตามแผนการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทย โดยคาดว่าจะสามารถส่งมอบวัคซีนจำนวน ทั้งหมด 61 ล้านโดส ได้ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ส่งมอบในเดือนสิงหาคมนั้นเป็นไปตามแผนงานที่แอสตร้าเซนเนก้าได้ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะสามารถจัดสรรและส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยได้ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอสตร้าเซนเนก้าตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยสิ่งที่เราให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในขณะนี้ คือ การผลิตและส่งมอบวัคซีนที่มีคุณภาพ เพื่อปกป้องประชาชนชาวไทยและช่วยยังยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยความร่วมมือจากสยามไบโอไซเอนซ์ เราจึงสามารถผลิตวัคซีนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงส่งมอบวัคซีนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพสูงได้ตามกำหนด ทั้งนี้ แอสตร้าเซนเนก้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่มีการเริ่มใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าครั้งแรกในช่วงต้นปี 2564 วัคซีนได้สร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในการช่วยชีวิตผู้คนมากมายและป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิผลในการลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 และการเจ็บป่วยในระดับที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในทุกกลุ่มอายุได้มากถึง 80%-90% &amp;nbsp;และยังมีประสิทธิผลครอบคลุมไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ต่างๆ ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุไว้ รวมถึงสายพันธุ์เบต้าและสายพันธุ์เดลต้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รับวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าสามารถทนต่อผลข้างเคียงของวัคซีนได้ดี มีการรายงานภาวะที่พบได้ยากคือลิ่มเลือดอุดตันผิดปกติร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia Syndrome หรือ TTS) เกิดขึ้นในระดับที่น้อยมากในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกภายใน 14 วัน และมีอัตราลดลงหลังการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ซึ่งไม่แตกต่างจากอัตราที่พบในประชากรที่ไม่ได้รับวัคซีน
แอสตร้าเซนเนก้าและพันธมิตรผู้ผลิตได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 กว่าหนึ่งพันล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ กว่า 170 ประเทศทั่วโลก โดย 2 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้กับกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115497</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, นายเจมส์ ทีก, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fb6e9edc11a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจากภูฏาน ถึงไทยแล้ว1.5 แสนโดส 2-3วันเตรียมกระจายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ส.ค.64 - นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค. เห็นชอบหลักการแลกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลภูฏาน จำนวน 1.5 แสนโดส และจะส่งคืนให้กับภูฏานในปลายปี 2564 โดยวันนี้ เวลา 12.40 น. วัคซีนล็อตดังกล่าวได้มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทยแล้ว เมื่อผ่านขั้นตอนของกรมศุลกากรและนำวัคซีนออกมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการตรวจสอบคุณภาพวัคซีน คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน และจะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อฉีดให้กับประชากรกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค และหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต&amp;quot;นายแพทย์เกียรติภูมิ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113966</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ประเทศภูฏาน, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f554a97f16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอสตร้าเซนเนก้าสรุปตัวเลขส่งมอบวัคซีนให้ไทย 5.3 ล้านโดสเดือนก.ค.ส่วนยอดรวม11.3 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ส.ค.64- แอสตร้าเซนเนก้าในไทย ออกแถลงวันนี้(3ส.ค.).ว่า ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 5.3 ล้านโดส ให้กับกระทรวงสาธารณสุข ตามแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำนวนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ส่งมอบให้กับประเทศไทยตลอดสองเดือนที่ผ่านมานั้น (มิถุนายน ถึงกรกฎาคม) เป็นไปตามที่แอสตร้าเซนเนก้าได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าเมื่อกระบวนการผลิตสามารถดำเนินไปได้ราบรื่นตามแผน จะสามารถจัดสรรและส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยได้ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอดรวมวัคซีนที่แอสตร้าเซเนก้าได้ส่งมอบให้แก่ประเทศไทยจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม เป็นจำนวนทั้งสิ้น 11.3 ล้านโดส และได้เริ่มจัดสรรวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยให้กับประเทศใกล้เคียงแล้วในเดือนกรกฎาคมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สยามไบโอไซเอนซ์เป็นแหล่งผลิตวัคซีนที่มีผลงานยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในบรรดาเครือข่ายการผลิตของเราทั่วโลก โดยสามารถผลิตวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเต็มกำลังการผลิต รวมถึงสามารถส่งมอบวัคซีนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพสูงสุดให้กับแอสตร้าเซนเนก้า เราพร้อมทำงานร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์ต่อไป เพื่อหาแนวทางเพิ่มเติมที่จะช่วยให้มีการส่งมอบวัคซีนได้เร็วขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับสยามไบโอไซเอนซ์และได้ร่วมสนับสนุนโครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องชาวไทยให้สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว&amp;rdquo; นายเจมส์ ทีก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112053</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเจมส์ ทีก, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fb6e9edc11a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 5แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์บุกสธ.เรียกร้องกระจายไฟเซอร์ให้โปร่งใส่-เป็นวัคซีนหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

30 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00น. ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ 5 แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วย​ หมอไม่ทน ภาคีบุคลากรสาธารณสุข&amp;nbsp; Nurses Connect DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA Thailand) ยื่นหนังสือต่อกระทรวงสาธารณสุข​ผ่านนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11)​ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข​&amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใสในการกระจายไฟเซอร์ในไทย โดยตัวแทนกลุ่ม กล่าวว่า&amp;nbsp; บุคลากรทางการแพทย์เห็นพ้องว่าควรจะมีการชี้แจงความโปร่งใส และนำ mRNA วัคซีน เป็นวัคซีนหลักให้กับประชาชน ซึ่งตนได้หวังว่าทางรัฐบาลและกระทรวง​สาธารณะ​สุข​จะให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า วันนี้ได้มารับข้อร้องทุกข์​ของพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมอ ทันตแพทย์​ และพยาบาล เรียนว่าเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับแรกเสมอ โดยขอบคุณที่มาเรียกร้องในวันนี้ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนทีดีในการที่เราจะทำงานร่วมกัน ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญต่อเรื่องวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่การจัดหาวัคซีน รวมถึงการลงไปฉีด เมื่อเช้านี้วัคซีนไฟเซอร์มาถึงประเทศไทย 1.5 ล้านโดส โดยกลุ่มแรกเราต้องดูแลบุคลากรด่านหน้า จำนวนไม่น้อยกว่า 5 แสนโดส เพราะกลุ่มนี้ทำให้ระบบสาธารณสุข​ยังอยู่ได้ ทั้งนี้บุคลากร​ของเราทุกคนทำงานหนักมาก มุ่งมั่น​ที่จะทำเพื่อประชาชน​ทุกคนให้ผ่านวิกฤติ​นี้ไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังให้วัคซีนกับผู้ที่เป็นกลุ่ม​เสี่ยงสำคัญ และพื้นที่เสี่ยงที่มีความรุนแรงในขณะนี้ เรียนว่าการกระจายวัคซีน​จะมีระบบที่ดี โปร่งใส​ ตรวจสอบ​ได้​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การวิจัยต่างๆในประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดหาวัคซีน จะสามารถเปิดเผยข้อมูล แนวทางการวิจัย ได้หรือไม่ นะ.รุ่งเรือง​ กล่าวว่า ข้อมูลเราเปิดเผยทั้งหมด โดยจะมีการเผยแพร่ให้มาก และชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลทุกอย่างที่เราแสดงสามารถดูได้ว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นใคร ทำเมื่อไหร่ การเปรียบเทียบเชื่อได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บุคลากรที่ได้รับการฉีดแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​แบบบูสเตอร์โดส จะได้รับการฉีดแบบ mRNA หรือไม่ นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ยืนยันว่าเราอยากให้บุคลากร​ได้รับวัคซีน​ที่มีคุณภาพ ดังนั้นในอนาคตจะมีช่วงที่วัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีกครั้ง กลุ่มเหล่านี้ก็จะอยู่ในการพิจารณา เชื่อว่าการให้วัคซีนโควิด-19 คงไม่ได้จบแค่เข็ม 3 เท่านั้น ในอนาคตน่าจะเป็นโรคประจำถิ่น และมีการให้วัคซีน​ทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามเพิ่มเติมว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯเข็มแรก และเข็มสองเป็นรูปบบ mRNA นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า ข้อมูลทางวิชาการปัจจุบันคือการให้ซิโนแวค กับแอสตร้าฯ พบว่าลำดับภูมิคุ้มกันขึ้นสูง แน่นอนว่ามีคนเรียกร้องให้ฉีด mRNA ถ้าให้ไฟเซอร์สองเข็ม ระดับภูมิคุ้มกันใกล้เคียงกับแอสตร้าฯสองเข็ม อย่างไรก็ตามเราทำตามภายใต้ข้อมูลทางวิชาการ และการบริหารจัดการที่ดีที่สุด ดังนั้นมีปัจจัยด้านการจัดหาวัคซีนโดยกระทรวงสาธารณสุข​ เร่งในเรื่องดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมการ​เพื่อจัดหาวัคซีน และการบริการจัดการดารฉีดวัคซีน ขอให้มั่นใจว่าเราจะดูแลบุคลากรอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111639</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหมอไม่ทน, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103b3054ff8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรทางการแพทย์ขอนแก่นนับหมื่นคนเตรียมบูสเตอร์วัคซีนต้นเดือน ส.ค.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

16 ก.ค.64 - ที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น นพ.สมชายโชติ&amp;nbsp; ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้แผนการของการบูสเตอร์โดสวัคซีนให้กับบุลากรทางการแพทย์ ที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 26 อำเภอของจังหวัด ซึ่งจัดเป็นกลุ่มด่านหน้าของการควบคุม ป้องกันและเฝ้าระวังโควิด-19&amp;nbsp; โดยที่เข็มแรกที่บุคลากรทางการแพทย์ฉีดนั้นคือในวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาซึ่งแผนการบูสเตอร์โดสวัคซีนให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ขอนแก่นที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนประมาณ 22,000 คน&amp;nbsp; ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุขจะทยอยส่งมอบวัคซีนให้กับแต่ละจังหวัด ตามแนวทางการที่กำหนดโดยมี แผนการกระตุ้นที่ชัดเจนคือการใช้แอสตร้าเซเนเก้า บูสอีก 1 เข็มให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคแล้ว 2 เข็ม&amp;nbsp; ซึ่งทุกคนที่ได้รับวัคซีนมาแล้ว2 เข็มจะต้องเว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ถึจะสามารถเข้ารับการบูสเตอร์โดสได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขณะนี้ขอนแก่นได้เตรียมวัคซีนชิโนแวค 1 คนต่อ 2 เข็ม&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้จากการสำรวจพบว่าหลายคนยังคงยืนยันขอรับการฉีดตามแผนเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นการบริหรจัดการวัคซีนในจังหวัด ที่กำหนดไว้คือภายในเดือน ก.ย.คนขอนแก่นจะต้องได้รับวัคซีนเข็มแรกครอบคลุมประชากรร้อยละ 70จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป แต่สิ่งที่พบในขณะนี้คือ เริ่มมีการขอผลัดหรือขอเลื่อนการรับวัคซีนออกไป โดยเฉพาะกับการรับวัคซีนชิโนแวคเข็มที่ 1&amp;nbsp; ดังนั้นทีมแพทย์จะต้องแนะนำและทำความเข้าใจกับประชาชนตามแผนงานที่กำหนด คือการให้ผู้ที่ได้รับการยืนยันการเข้ารับวัคซีนได้เข้ารับวัคซีนตามที่กำหนด&amp;nbsp; คือรับวัคซีนชิโนแวค เข็มที่ 1 เมื่อครบ 3 สัปดาห์ก็ให้เข้ารับวัคซีนเข็มที่ 2 ตามที่กำหนด ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชายโชติ กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp; ถ้าหากทุกคนยอมรับเฉพาะแนวทางการฉีดชิโนแวคเข็มที่ 1 และแอสตร้าเซเนก้า เข็มที่ 2 ก็จะทำให้วัคซีนชิโนแวคจะเหลือ ได้ ซึ่งข้อมูลล่าสุดวันนี้ขอนแก่นมีวัคซีนชิโนแวคอยู่ประมาณ 10,000&amp;nbsp; โดส ซึ่งเป็นวัคซีนที่จะเตรียมสำหรับการฉีดให้กับเข็มที่&amp;nbsp; 2 ที่จะเข้าสู่ช่วงการฉีดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ค. อีกทั้งจังหวัดจะได้รับการจัดสรรวัคซีนอีกประมาณ 22,000 โดส ในระยะนี้&amp;nbsp; หากนำมาฉีดเป็นเข็มที่ 1 อย่างเดียว ก็ยังไม่ทราบว่าหากนำแอสตร้าเซเนก้า มาฉีดเป็นเข็มที่ 2 ให้นั้น จะทำอย่างไร และบางคนก็ปฎิเสธที่จะรับชิโนแวคทั้ง 2 เข็ม ซึ่งก็มีเกิดขึ้นแล้ว เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นหน่วยบริการวัคซีนของทุกพื้นที่จะต้องทำความเข้าใจ ว่า วัคซีนที่ดีที่สุดวันนี้ คือวัคซีนทุกคนจะต้องได้รับได้เร็วที่สุด และปฎิบัติตัวด้วยความเข้าใจดำเนินการตามแผนงานที่ฝ่ายสาธารณสุขและแพทย์กำหนด&amp;nbsp; การป้องกันตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าฉีดวัคซีนแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ไม่มีการป้องกันเป็นิส่งที่ไม่สมควรทำ อย่างไรก็ตามสำหรับการบูสเตอร์วัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งจังหวัดหากนับรวมระยะเวลาในการฉีดเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 และระห่างในภาพรวมนั้น ชุดแรกที่จะได้รับการบูสเตอร์วัคซีนก็จะสามารถเข้ารับการฉีดได้ในช่วงต้นเดือน ส.ค.&amp;rdquo;นพ.สมชายโชติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109906</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมชายโชติ  ปิยวัชร์เวลา, บูสเตอร์วัคซีน, วัคซีนซิโนแวค, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0ebf5d4387.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
