<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอฟริกาใต้ไม่อนุมัติวัคซีน &#039;สปุตนิกวี&#039; หวั่นเพิ่มความเสี่ยงเอชไอวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานกำกับดูแลของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เผยเมื่อวันจันทร์ว่า จะไม่อนุมัติวัคซีนโควิด-19 สปุตนิกวี ของรัสเซีย เนื่องจากความวิตกว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวีในหมู่คนหนุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ขวดบรรจุวัคซีน Gam-Gam-COVID-Vac หรือสปุตนิกวี ที่โรงงานของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ไบโอแคด ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า การตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของแอฟริกาใต้อ้างอิงจากผลการศึกษาก่อนหน้านี้ ที่ทดสอบความปลอดภัยของไวรัสอะดีโนในรูปแบบที่ผ่านการดัดแปลง ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ก่อโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ที่เรียกว่า Ad5 และใช้ในวัคซีนของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้วัคซีนสปุตนิกวีในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีอุบัติการณ์และความชุกของเอชไอวีสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ชายที่ฉีดวัคซีนแล้วจะได้รับเชื้อเอชไอวี&amp;quot; แถลงการณ์ของหน่วยงานนี้กล่าว พร้อมกับเผยว่า บริษัทที่อยู่เบื้องหลังการยื่นใบสมัครขอใช้วัคซีนสปุตนิกวีในแอฟริกาใต้ไม่ได้พิสูจน์ว่า สูตรวัคซีนของรัสเซียมีความปลอดภัย &amp;quot;ในสถานที่ที่มีความชุกของเอชไอวีสูง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอฟริกาใต้เกิดการระบาดของโควิด-19 รุนแรงที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบ 3 ล้านคน เสียชีวิตมากกว่า 88,000 คน ประเทศนี้ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีมากที่สุดในโลกด้วย และประชาชนจำนวนมากลังเลกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยถึงขณะนี้ในประชากรกลุ่มเป้าหมาย 40 ล้านคนที่รัฐบาลตั้งเป้าฉีดวัคซีนภายในต้นปีหน้า มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วแค่ราวร้อยละ 25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้แอฟริกาใต้จะเริ่มโครงการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป และจะฉีดโดสกระตุ้นภูมิให้พลเมืองในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน แอฟริกาใต้อนุมัติการใช้งานวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงโดสเดียวและใช้ไวรัสอะดีโนแต่คนละชนิดกับของรัสเซีย, วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอของไฟเซอร์-ไบออนเทค และวัคซีนซิโนแวคจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกยังไม่รับรองการใช้งานแบบฉุกเฉินสำหรับวัคซีนสปุตนิกวีของรัสเซีย ถึงแม้ว่าวัคซีนนี้จะถูกนำมาใช้แล้วในอย่างน้อย 45 ประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120139</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนสปุตนิกวี, วัคซีนโควิด, เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี, แอฟริกาใต้, ไม่อนุมัติสปุตนิกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d8f1b6251b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอโรคอุบัติใหม่ รพ.จุฬาฯ ชี้เปิดประเทศปลอดภัย ต้องฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ-กลุ่มโรคให้ได้สูงเกินเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรสูงอายุและกลุ่มที่มีโรคประจำตัวให้สูงน่าจะช่วยทำให้เปิดประเทศได้ปลอดภัย เนื่องจากวัคซีนทุกชนิดไม่ได้ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดี แต่ลดความรุนแรงได้ดีถ้าระดับภูมิยังสูงพอ คนที่ฉีดมีโอกาสยังติดเชื้อและอาจจะมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการเลยแต่จะเอาเชื้อไปแพร่ให้คนใกล้ชิดที่ยังไม่ได้ฉีด ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มคนที่อายุมากหรือมีโรคประจำตัวก็จะมีอาการรุนแรง มีโอกาสสูงที่จะเสียชีวิต ดังนั้นคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนอยู่เฉยๆเชื้อก็จะมาหาเองแม้ว่าไม่ได้ออกไปไหน แต่จากได้โรคมาจากคนใกล้ชิดที่ติดเชื้อแบบไม่มีอาการและไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของประเทศที่ดำเนินการแบบนี้คือเดนมาร์กที่ฉีดวัคซีนในประชากรกลุ่มเสี่ยงไปแล้วสูงถึง 97% จึงได้ประกาศลดการควบคุมมาตรการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเห็นส่วนตัวคือ หลังผ่อนคลายมาตรการอาจจะเห็นผู้ที่ติดเชื้อมากขึ้น แต่ตัวเลขที่น่าจะต้องโฟกัสก็ควรเป็นจำนวนเปอร์เซนต์ของผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จำนวนผู้ป่วยหนักที่นอนไอซียู น่าจะสำคัญมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน มีหลายประเทศในยุโรปที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูงขึ้นๆลงๆแต่จำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสัดส่วนของการได้รับวัคซีนยังไม่สูงพอ การลดระดับมาตราการก็อาจจะส่งผลทำให้จำนวนผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้น มีผลกระทบกับการให้บริการทางการแพทย์ เช่นเตียงไอซียู อุปกรณ์ดูแลคนไข้หนักที่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนี้การที่มีคนไข้โควิดที่มีอาการหนักจำนวนเพิ่มขึ้นก็จะมีผลกระทบต่อการให้บริการคนไข้ในกลุ่มโรคอื่นๆ ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องทำคือรีบปิด gap ให้จำนวนผู้สูงอายุได้รับวัคซีนสูงตามเป้าหรือมากกว่าเป้า (เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงท้าทายเพราะเป็นกลุ่มประชากรที่เข้าถึงยาก)และการเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เตียงไอซียูยังต้องพร้อมตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119930</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ, วัคซีนโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616ad3925c856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนบูสเตอร์ สำหรับองค์กร 29 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนวัคซีนทางเลือก เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster Dose) ยี่ห้อ ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และ โมเดอร์นา (Moderna) สำหรับองค์กรนิติบุคคล และโรงพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขั้นต่ำ 12 คนขึ้นไป เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สร้างสรรค์สุขภาพดีเพื่อสังคมไทย โดยจะเริ่มเปิดจองในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Sinopharm อัตราเข็มละ 550 บาท พร้อมร่วมบริจาค 10% ของจำนวนวัคซีนที่ขอรับจัดสรรให้กับกลุ่มเปราะบาง กำหนดเริ่มฉีดเข็มกระตุ้นภูมิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบจัดสรรวัคซีนที่รับฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Moderna (50 ไมโครกรัม) อัตราเข็มละ 555 บาท พร้อมร่วมบริจาค 10% ของจำนวนวัคซีนที่ขอรับจัดสรรให้กับกลุ่มเปราะบาง กำหนดเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถานพยาบาลที่อยู่ในระบบจัดสรรวัคซีนที่รับฉีดแทนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/chulabhornhospital/photos/a.1122349241168719/6149417421795184/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119889</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a497029069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ รับมอบกระบอกฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ชนิดถอดหัวเข็มไม่ได้ 5 หมื่นชิ้น ช่วยลดสูญเสียวัคซีนเพียง 6 ไมโครลิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 09.45 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ศาสตราจารย์ นายแพทย์พรชัย สิมะโรจน์ และคณะ เข้าพบเพื่อบริจาคกระบอกฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ชนิดถอดหัวเข็มไม่ได้ (ultra low dead space) จำนวน 50,000 ชิ้น มูลค่า 396,970 บาท ซึ่งศาสตราจารย์ นายแพทย์พรชัย ได้ร่วมกับผู้มีจิตกุศลรวบรวมทุนทรัพย์จัดซื้อ โดยกระบอกฉีดวัคซีนดังกล่าวมีการใช้อยู่ในหลายประเทศทั่วโลกเช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ สามารถลดการสูญเสียวัคซีนเพียง 6 ไมโครลิตรเทียบกับที่ใช้อยู่ที่สูญเสียมากว่า 30 ไมโครลิตร ทำให้สามารถเพิ่มวัคซีนโควิดของไฟเซอร์โดยเฉลี่ยอีก 1 โดสต่อขวด คือ 7 โดสต่อขวด จากเดิมได้ 6 โดสต่อขวด เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการฉีดวัคซีนให้ประชาชน และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 23 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 โดยมี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ขอบคุณศาสตราจารย์ นายแพทย์พรชัย สิมะโรจน์ และผู้มีจิตกุศล ที่ได้รวบรวมทุนทรัพย์จัดซื้อกระบอกฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ชนิดถอดหัวเข็มไม่ได้ (ultra low dead space) และนำมามอบให้กับรัฐบาลเพื่อจะได้นำไปใช้สนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนต่อไป พร้อมชื่นชมศาสตราจารย์ นายแพทย์พรชัยฯ และคณะ ที่นอกจากจะได้มอบกระบอกฉีดวัคซีน ultra low dead space ให้รัฐบาลแล้วยังได้มีการมอบให้แก่ส่วนราชการอื่น ๆ ด้วย เช่น กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 999,999 ชิ้น และกทม. 30,000 ชิ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับความร่วมมือที่ของทุกภาคส่วนของประเทศที่ได้ร่วมมือกันกับรัฐบาลในการดูแลประชาชนให้สามารถที่จะอยู่กับโควิด-19 ให้ได้อย่างปลอดภัย และเตรียมความพร้อมรองรับในการเปิดประเทศต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี จะมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการที่จะจัดหากระบอกฉีดวัคซีน ultra low dead space มาใช้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119721</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์พรชัย สิมะโรจน์, วัคซีนโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167ceae428e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; เผยสหรัฐฯตั้งเป้าส่งวัคซีน 1 ล้านโดสปลายต.ค.นี้ ยันไม่มีเรื่องเอกสาร เมินหญิงหน่อยตีกินการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว. ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนป้องกันโควิด19 ให้ไทยอีก 1 ล้านโดส ว่า การดำเนินการเรื่องนี้ฝ่ายสหรัฐฯมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือ กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ และผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีน แต่ทั้ง3ฝ่ายของเขายังไม่ได้ประชุมร่วมกันเพราะเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในส่วนของโคแวกซ์ (COVAX)&amp;nbsp;ดังนั้นเรื่องเอกสารที่มีบางคนเข้าใจว่าฝ่ายไทยยังไม่ได้เริ่ม ถือเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว เพราะกรณีวัคซีน 1 ล้านโดสนี้ไม่มีเรื่องเอกสาร แต่ผู้เกี่ยวข้องของฝ่ายสหรัฐฯยังไม่เคยมานั่งพูดคุยร่วมกันเลย ทั้งนี้ฝ่ายสหรัฐฯได้มาหารือกับคณะทำงานฝ่ายไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ตนได้ไปหารือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ ทั้งนี้จากการพูดคุยของคณะทำงานไทยและสหรัฐฯ เบื้องต้นพบว่าอาจจะเป็นวัคซีนชนิดอื่นที่ไม่ใช่ของบริษัทไฟเซอร์ ทั้งนี้ฝ่ายไทยและสหรัฐฯมีการพูดคุยกัน 3 ครั้ง ซึ่งระหว่างนั้นผู้เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยเองก็ได้มีการประชุมเตรียมการเช่นกัน อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยและสหรัฐฯยังคงมีการประสานงานกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แสดงว่ากรณีที่ นางแทมมี ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาแห่งสหรัฐฯ เคยระบุว่าฝ่ายไทยยังไม่ส่งเอกสารในเรื่องของวัคซีนดังกล่าวถือว่าเขาเข้าใจผิดใช่หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า เราไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่เรื่องเอกสารมันเป็นเรื่องเก่า เนื่องจากเป็นกรณีของวัคซีน 1.5 ล้านโดส ที่สหรัฐฯได้บริจาคให้กับไทยไปก่อนหน้านี้ แต่กรณีวัคซีน 1 ล้านโดส ไม่มีเรื่องเอกสาร แต่เป็นเพราะฝ่ายสหรัฐฯเขายังไม่ได้คุยกันเองเลย ทั้งนี้ฝ่ายสหรัฐฯตั้งใจไว้ว่าจะดำเนินการเรื่องของวัคซีน 1 ล้านโดส ให้เสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งตอนนี้เราต้องรอให้ฝ่ายเขาได้ข้อยุติเสียก่อน ตนไม่อยากไปพูดอะไรมาก แต่ทราบว่าเขากำลังดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองอย่างไรต่อการที่ฝ่ายการเมืองของไทยไปพูดคุยกับฝ่ายสหรัฐฯเรื่องนี้ ถือเป็นการชิงตัดหน้าใช่หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ตนไม่มองตรงนี้เพราะตนมองไปข้างหน้า เพราะเรื่องกำลังเดินหน้าและจากการที่ตนได้ไปพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯและสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ จึงทำให้รู้ว่าไม่มีเรื่องเอกสารอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า วัคซีน 1 ล้านโดสนี้คาดว่าจะมาถึงประเทศไทยภายในเดือนต.ค.นี้ใช่หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ฝ่ายสหรัฐฯพยายามให้เป็นแบบนั้น แต่อยู่ที่ว่าจำเป็นต้องมีการประชุมรอบที่ 4 หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119706</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดอน ปรมัตถ์วินัย, วัคซีนโควิด, สหรัฐบริจาควัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167ac22b33fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบไทยรับสนับสนุนวัคซีนแอสตร้าฯ จากสาธารณรัฐเกาหลี 4.7 แสนโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบรับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากสาธารณรัฐเกาหลี จำนวน&amp;nbsp; 470,000 โดส โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้มีอำนาจลงนามในร่าง Donation Agreement ระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีกับไทย พร้อมลงนามในร่าง Tripartite Agreement ระหว่างสาธารณรัฐเกาหลี ไทย และบริษัท AstraZeneca&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่า สาธารณรัฐเกาหลีมีความประสงค์ที่จะให้การสนับสนุนบริจาควัคซีนป้องกันโรคโควิด &amp;ndash; 19 บริษัท AstraZeneca ให้กับไทย จำนวน 470,000 โดส โดยจะเน้นการฉีดวัคซีนแก่บุคคลสัญชาติเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรับบริจาควัคซีนเป็นหนึ่งในแนวทางแผนการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อให้มีการเร่งฉีดวัคซีนประชากรในประเทศไทยอย่างครอบคลุม และยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างไทยและนานาประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดูแลคนไทยทุกกลุ่ม รวมถึงให้ความสำคัญชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศด้วย&amp;quot; นางสาวไตรศุลีฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119567</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, แอสตร้าเซนเนกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f554a97f16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยข้อมูลฉีดวัคซีนครบ อัตราตายน้อยกว่า 1% จี้ 4 จว.ชายแดนใต้เร่งฉีด หลังพบวัคซีนค้างสต็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ต.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า&amp;nbsp;ยอดฉีดวัคซีนวันที่ 10 ต.ค. 688,481 โดส ยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่ 28 ก.พ.64 จำนวน 60,228,105 โดส และหากดูเฉพาะผู้ที่เสียชีวิตระหว่างวันที่ 1 เม.ย.- 7 ต.ค. 17,324 ราย พบว่า 60%ที่เสียชีวิตไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ไม่มีข้อมูลในหมอพร้อม 20% และ 19% ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม และสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแต่ยังคงติดเชื้อและเสียชีวิตมีจำนวนน้อยกว่า 1% จึงตอกย้ำว่าการฉีดวัคซีนช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้วัคซีนมีอย่างเพียงพอก็ขอให้ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากดูตัวเลขการฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้นพบว่ามีจังหวัดที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรทั่วไปเกิน 50% จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. ปทุมธานีสมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก เพชรบุรี ระยองพังงา ภูเก็ต และระนอง ขณะที่การฉีดครอบคลุมกล่มผู้สูงอายุเกิน 70% แล้ว 8 จังหวัด ประกอบด้วยกทม. ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พังงา ภูเก็ต ระยอง และสุราษฎร์ธานี แต่ถ้าไปดูในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้พบว่าฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ในกลุ่มประชากรทั่วไปเฉลี่ย 41.9 % สำหรับการฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป ฉีดเข็มที่ 1 ไปเพียง 58% กลุ่มบุคคลที่มีโรคประจำตัวฉีดเข็ม 1 ไปเพียง 50.9% โดยในเดือนต.ค.นี้มีเป้าหมายจะฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนทั่วไปให้ได้เกิน 50% และกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวให้ได้เกิน 70%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ขอให้แต่ละจังหวัดโดยเฉพาะชายแดนใต้วางแผนการฉีดวัคซีนให้ทันกับที่ส่งไป เพราะในรายงานยังพบว่ามีวัคซีนที่จัดส่งไปแต่ยังอยู่ในสต็อกยังฉีดไม่ทัน คงต้องขอเน้นย้ำภาครัฐในการระดมฉีดและขอให้ประชาชนร่วมมือ เดือนต.ค.นี้ต้องฉีดให้ได้ตามเป้า ส่วนการฉีดให้กลุ่มนักเรียนอายุ 12-17 ปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาฉีดให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 419,222 รายและสัปดาห์นี้ฉีดมัธยมศึกษาตอนต้น ขอให้หน่วยที่ฉีดในส่วนนี้วางแผนการฉีดให้ทัน อย่างไรก็ตามสำหรับการเปิดนำร่องพื้นที่ท่องเที่ยวนั้น ยกตัวอย่างเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่จะเปิดพื้นที่ 1 พ.ย. การครอบคลุมการฉีดวัคซีนจะเป็นส่วนสำคัญ เป็นข้อมูลที่กรมควบคุมโรค จะนำเสนอที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ในการพิจารณา เพราะการเปิดพื้นที่นำร่องเศรษฐกิจต้องมีความครอบคลุมการฉีดวัคซีนแก่ประชากร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163f58f30691.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
