<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ประกาศผนึกกำลัง องค์กรวิทย์ฯ มหาวิทยาลัยคิดค้นวัคซีนโควิด-19 คาด 6  เดือน น่าจะได้คำตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ก.พ.63-&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวสถานการณ์การระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงสาธารณสุข ในวันนี้ (28ก.พ.)ยังมีการซ็นเอ็มโอยู &amp;nbsp;ความร่วมมือคิดค้นวัคซีน &amp;nbsp;ระหว่างกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค &amp;nbsp;กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวัคซีนแห่งชาติ &amp;nbsp;สภาวิจัยแห่งชาติ &amp;nbsp; บริษัท .ไบโอเทคไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเซ็นเอ็มโอยู 0ต่อต้านโรคโควิด- 19 ครั้งนี้ คิดว่า จะทำให้ประเทศไทยมีมั่นใจ มากขึ้น ในการต่อสู้กับโรคร้าย และการพึ่งพาตัวเอง และคิดว่าจะมีความสำเร็จ ภายใน 6เดือน น่าจะมีคำตอบ เพราะเรามี Infra structure ด้านการผลิตวัตซีนและการวิจัยอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะถ้าเกิดการระบาดมากจริง เราจะพึ่งคนอื่นยาก นับเป็นนิมิตรมหายที่ดีของประเทศไทย และเรายังมีบริษัท เอกชน อย่างบริษัทไปโอเนท&amp;nbsp;ไทยแลนด์ ที่ทำวัคซีนระดับโลกมาแล้ว ก็จะมาร่วมกัน และนำเองค์ความรู้แต่ละองค์กรมาช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp; อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีศักยภาพพัฒนาวัคซีน สามารถเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัส ครั้งแรกชองโลกรองจากประเทศจีน เรามีวัตถุดิบที่จะสามารถให้หน่วยงานต่างๆไปพัฒนาวิจัยวัคซีนได้ และยังสามรถเลี้ยงเซลล์ที่มีเชื้อ ไวรัสได้สามารถนับจำนวนมันได้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องดูว่าถ้าฉีดวัคซีนหรือให้ยาภูมิคุ้มกันแล้ว ไวรัสจะลดจำนวนลงหรือไม่ &amp;nbsp;และกรมฯยังมีศูนย์สัตว์ทดลอง ที่ได้มาตรฐานระดับโลก สามารถทดลองในสัตว์ และทดลองวัดภูมิคุ้มกัน และวัดซีนได้ และยังมาตรฐานที่ควบคุมคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;เป็นเชื้ออุบัติใหม่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีอันตรายร้ายแรง คณะกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการด้านวิชาการและด้านกฎหมาย ภายใต้พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2558 จึงได้เพิ่มชื่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเชื้อโรคที่ประสงค์ควบคุมตามมาตรา 18 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้จำแนกเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเชื้อกลุ่ม 3 ที่จะต้องควบคุม ผู้ที่จะครอบครองต้องขออนุญาตที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะขอครอบครองเชื้อดังกล่าว จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของพระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษสัตว์ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยินดีที่จะสนับสนุนหากการศึกษาวิจัยดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดในการรักษา ป้องกัน และควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.นคร เปรมศรี &amp;nbsp;ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า เราจะเป็นหน่วยงานกลางรวบรวมสรรพกำลังของประเทศ ในการคิดค้นวัคซีนโควิด 19 &amp;nbsp;และสถาบันมีผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน วิจัยและพัฒนาวัคซีนอยู่แล้ว &amp;nbsp;ที่ผ่านมาทางสถาบันวัคซีน ยังได้ร่วมมือมือปรึกษากับประเทศ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกามาตลอด &amp;nbsp;ส่วนแนวทางการคิดค้นวัคซีน จะต้องดำเนินการตามพิมพ์เขียวของขององค์การอนามัยโลก ซึ่งแนะนำให้แต่ละประเทศดูโจทย์ร่วมกัน เพื่อไม่ให้พัฒนาไม่ซ้ำซ้อนกัน แต่ต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยบางประเทศอาจจะคิดค้นได้ไกลกว่า &amp;nbsp;ก็จะทำให้จึงหาโจทย์ทำงานร่วมกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;quot; ทางองค์การอนามัยโลก &amp;nbsp;มีข้อกำหนด มีเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อไม่ให้การวิจัยทำซ้ำในเรื่องที่รู้ว่าทำแล้วไม่ได้ผล &amp;nbsp;พอรู้ใครไปได้ไกลกว่า ทำแบบนี้ได้ผล ก็จะช่วยต่อยอด &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านตัวแทนจาก มหาวิทยาลัย.มหดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมที่จะทำวัคซีน มีความพร้อมในเรื่องการทดลองวิจัยในมนุษย์ มีเครื่องมือ ห้องแล็ป ที่ปลอดภัยสูง สามารถทำงานเรื่องเชื้อที่มีความรุนแรงได้ &amp;nbsp; และที่ผ่านมามหิดล ยังทำวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียร์ของสหรัฐ และมีเครือข่ายกับประเทศอืนๆอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนทางด้านตัวแทนจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯมีศูน์คิดค้นวิจัย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในการทดลองทดลองในสัตว์ เคยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยระดับท็อปๆ &amp;nbsp;เช่น ม.เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ กคิดว่าการจับมือร่วมกันกับหน่วยงานอื่นๆ &amp;nbsp;จะทำให้เราเผชิญวิกฤติได้ &amp;nbsp;ถ้าเราทุ่มเทจริงจัง และมีความพร้อมร่วมมือทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58431</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., วัคซีนโตวิด-19, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e58bf286fe04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
