<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เชิญนำบุตรหลานอายุ 1 - 12 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดฟรี  ที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14พ.ย.62-นพ. สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิด &amp;ldquo;โครงการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดในกลุ่มเด็กอายุ 1-12 ปีทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ถึงมีนาคม 2563 ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย&amp;rdquo; เพื่อรณรงค์ให้วัคซีนเก็บตกในกลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ทุกราย ยกระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด ป้องกันการป่วยและการระบาดของโรคหัด ตามพันธสัญญานานาชาติ ในการสนับสนุนโครงการกำจัดโรคหัด ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งที่ 63 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อปี 2553 เป้าหมายเกิดโรคหัดไม่เกิน 1 ต่อล้านคน และไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุม &amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวว่า สถานการณ์โรคหัดในปีนี้พบการระบาดในทุกภูมิภาคของโลก มีผู้ป่วยสูงถึง 423,963 ราย เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นานาประเทศจึงได้ตั้งมั่นร่วมมือกันที่จะกำจัดโรคหัดให้หมดไปโดยเร็ว สำหรับประเทศไทยได้เร่งรัดการติดตามให้วัคซีนป้องกันโรคหัดในเด็กกลุ่มเป้าหมายอายุ 1&amp;ndash;12 ปีให้ครบทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดการป่วยและการเสียชีวิต &amp;nbsp;โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด &amp;nbsp;เร่งค้นหาและรณรงค์ให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานอายุ 1-7 ปีมารับการฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) และเด็กอายุ 7-12 ปีฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน (MR) ทั้งเด็กไทยและต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ซึ่งคาดประมาณว่ามีจำนวน 522,181 คน ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนฟรี ที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง คนละ 1 เข็มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญนำบุตรหลานมารับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะโรคหัดจะต้องได้รับ 2 ครั้ง เมื่ออายุ 9 เดือน และ 2 ปีครึ่ง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน การกำจัดโรคหัดได้สำเร็จจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่จะช่วยสื่อสารถึงผู้ปกครอง ให้พาบุตรหลานมารับการฉีดวัคซีน ทั้งในระบบปกติและในช่วงการรณรงค์ ฯ&amp;rdquo; นายแพทย์สุขุมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคหัดเป็นโรคไข้ออกผื่น เกิดจากเชื้อไวรัสหัด (Measles) พบได้ในลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมากทางการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด ผู้ติดเชื้อจะเป็นโรคเกือบทุกราย จะมีอาการป่วย หลังติดเชื้อประมาณ 3-5 วัน โรคนี้พบได้ตลอดปี ประชาชนจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคให้ครบตามเกณฑ์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย ทั้งนี้ ในปี 2562 มีผู้ป่วยโรคหัดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 2,861 ราย เสียชีวิต 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50268</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, วัคซีนโรคหัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd05bfeb4a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคหัดคร่าชีวิตเด็กรายที่ 7 ปัตตานีระดมกำลังเร่งฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโรคหัดแพร่ระบาดหนักในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส โดยเฉพาะที่ปัตตานีได้คร่าชีวิตเด็กไปแล้ว 6 ราย มีป่วยเพิ่มกว่า 700 กว่าราย ในจำนวนนี้มีผู้ที่เข้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ละพื้นที่รวมเกือบ 70 ราย มีผู้ป่วยเข้า-ออกโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และมีอาการสาหัสพักรักษาที่ห้องไอซียู รพ.ปัตตานี อีก 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด มีรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ระบุว่า มีเด็กเสียชีวิตจากโรคหัดในพื้นที่ จ.ปัตตานีเพิ่มอีก 1 ราย เป็นรายที่ 7 เป็นเด็กหญิงอายุ 1 ปี 2 เดือน บ้านอยู่ที่หมู่ 4 ต.ประจัน อ.ยะรัง นับเป็นรายที่ 6 ของอำเภอยะรัง และเป็นรายที่ 7 ของจังหวัดปัตตานี มีอาการเป็นไข้ตัวร้อน มีผื่นขึ้นตามลำตัว และได้นำไปรักษาที่รพ.อำเภอยะรัง โดยผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อย ประกอบกับมีโรคแทรกซ้อนปอดบวม แพทย์จึงส่งไปรักษาต่อที่รพ.ปัตตานี แต่เนื่องจากผู้ป่วยอาการหนักจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นผู้ป่วยไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอฬาร บิลสัน นายอำเภอยะรัง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคหัดในพื้นที่ อ.ยะรัง ขณะนี้ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จึงได้เร่งรณรงค์ป้องกันการแพร่ระยาดของโรคหัดโดยให้ทีม 4 เสาหลักในตำบล/หมู่บ้านทุกแห่ง ได้แก่ ผู้นำท้องถิ่น ทีมตำบล ทีมปลัดอำเภอ นายก อบต.บัณฑิตอาสา และ รพ.สต. ทีมงานสาธารณสุข ขอให้ช่วยกันลงพื้นที่เคาะประตูบ้านรณรงค์อย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อให้เด็กๆได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดครบทุกคน ขณะนี้มีการฉีดแล้ว 92 เปอร์เซ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอฬาร กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยป้องกันเด็กจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคหัดในขณะนี้ได้อย่างปลอดภัย โดยเป็นความร่วมมือทุกฝ่าย เชื่อสถานการร์น่าจะดีขึ้น สำหรับรายที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน ขอให้ 4 เสาหลักช่วยกันลงพื้นที่ไปร่วมกันอธิบายให้ครอบครัวดังกล่าวได้เข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคหัดในเวลานี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้มาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21973</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ป้องกันโรคหัด, รณรงค์ฉีดวัคซีน, วัคซีนโรคหัด, อำเภอยะรัง, โรคหัดแพร่ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebfe77a1e61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอยันวัคซีนโรคหัดไม่มีส่วนประกอบของหมู หลังระบาดหนักในภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์โรคหัด ในเขต&amp;nbsp;12 (1&amp;nbsp;ม.ค.-10&amp;nbsp;ต.ค.61)&amp;nbsp;จำนวนผู้ป่วย&amp;nbsp;429&amp;nbsp;ราย สูงสุดคือ จ.ยะลา&amp;nbsp;282&amp;nbsp;ราย เสียชีวิต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย รองลงมา&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;61&amp;nbsp;รายไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ส่วนในจังหวัดอื่นๆ พบสัดส่วนการระบาดที่สูงในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี สคร.12&amp;nbsp;สงขลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา มิได้นิ่งนอนใจ&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยจากการลงพื้นที่พบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย มีอายุต่ำกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี และสาเหตุเกิดจากการไม่ได้รับวัคซีน และได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจผิดว่า&amp;nbsp;วัคซีนผลิตมาจากส่วนประกอบของหมู จึงปฏิเสธการรับวัคซีน อีกทั้งความครอบคลุมของวัคซีนในพื้นที่ที่มีเด็กเสียชีวิตต่ำกว่าร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ซึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;จึงจะสามารถป้องกันโรคหัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สคร.12&amp;nbsp;สงขลา ยันยืนว่าวัคซีนโรคหัดที่นำมาใช้ในประเทศไทย&amp;nbsp;เป็นวัคซีนที่ปลอดภัย ไม่มีส่วนประกอบมาจากหมู เป็นวัคซีนที่มีการใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้วัคซีนยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคได้ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่มีบุตรหลานที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคหัดมารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านฟรี และหากเด็กในปกครอง มีไข้ ไอ มีผื่นแดงและตาแดง ให้แยกเด็กออกไม่ให้สัมผัสกับเด็กอื่น เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ และในกรณีที่ในบ้านที่มีเด็กสัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วย หากไม่ได้รับวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปฉีดวัคซีนให้ครบ หรือในกรณีของเด็กนักเรียน หากมีอาการข้างต้นให้หยุดอยู่บ้าน เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์สุวิช กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลาได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินฯ โรคหัด (EOC)&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้ควบคุมการระบาดของโรคหัดในพื้นที่จังหวัดยะลา ด้วยมาตรการ&amp;nbsp;323&amp;nbsp;หาให้ครบ ฉีดให้ทันโดยลงพื้นที่เชิงรุกดำเนินการวินิจฉัยโรคให้เร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ทราบภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมงเพื่อสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสโรคให้ครบภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน และดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรคภายใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน พร้อมกันนี้ สคร.12&amp;nbsp;สงขลา ได้ร่วมประชุม&amp;nbsp;EOC&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการและสนับสนุนวัคซีนโรคหัดแก่พื้นที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคหัด เป็นโรคไข้ออกผื่น พบได้ทุกวัย และพบได้บ่อยในเด็กเล็ก อายุ 1-6 ปี เกิดจากเชื้อไวรัส&amp;nbsp; Measles&amp;nbsp;ซึ่งพบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด เชื้อไวรัส จะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายและเข้าสู่ร่างกายโดยทางการหายใจ บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศเมื่อหายใจเอาละอองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้ ถ้าไม่มีภูมิต้านทาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการของโรคหัด เริ่มด้วยมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะและกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับไข้สูงขึ้น และจะสูงขึ้นเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ลักษณะผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้น ๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผม แผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว ซึ่งกินเวลาประมาณ 2-3 วัน ไข้ก็จะเริ่มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผื่นระยะแรก&amp;nbsp; มีสีแดงจะมีสีเข้มขึ้นเป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลแดง บางครั้งจะพบผิวหนังลอกเป็นขุย การตรวจในระยะ 1-2 วัน ก่อนผื่นขึ้นจะพบจุดขาวๆ เล็กๆ มีขอบสีแดงๆ อยู่ในกระพุ้งแก้ม จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้ก่อนที่จะมีผื่นขึ้น อาการแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กคือ หูส่วนกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ อุจาระร่วง สมองอักเสบ อุจจาระร่วง สมองอักเสบ พบได้ประมาณ 1 ใน 1,000 ราย ซึ่งจะทำให้มีความพิการเหลืออยู่ ถ้าไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรคหัดป้องกันด้วยการฉัดวัคซีน ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 2 ปี ครึ่งโดยให้ในรูปของวัคซีนรวมป้องกันโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน&amp;nbsp;(MMR)&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคหัดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19672</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล, วัคซีนโรคหัด, สถานการณ์โรคหัด, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbef077c925f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
