<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯอนุทิน&#039; ซัด &#039;ช่อ&#039; วิจารณ์เอาสนุก ไล่กลับไปอ่านกฎหมาย ยันปกป้องคนทำงานโดยสุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - จากกรณีประเด็นถกเถียงเรื่องร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; ซึ่งฝ่ายการเมือง อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ออกมาตั้งคำถามว่าเป็นการนิรโทษกรรมให้รัฐบาล กรณีปัญหาในการจัดการโควิด 19

ล่าสุด นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองตรงข้าม ก็นำเสนอความจริงเพียงแค่บางส่วน เพื่อด่ารัฐบาล ด่าฝ่ายตรงข้าม วันนี้ การออกกฎหมายฉบับดังกล่าว เป็นไปเพื่อปกป้องคนทำงาน ให้คนทำงานรู้สึกมั่นใจ ในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ ทั้งในเรื่องของการควบคุมโรค รักษาผู้ป่วย ไปจนถึงการป้องกันโรค สาระของกฎหมายมีแค่นี้ แต่ฝ่ายการเมืองไปตีความว่าเป็นการออกกฎหมายเพื่อละเว้นความผิดให้ฝ่ายการเมืองเพียงไม่กี่คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตลก แต่ตนขำไม่ออก เพราะไม่นึกว่าจะมีคนคิดแบบนี้ แสดงว่าไม่ได้อ่านกฎหมาย สักแต่วิจารณ์เอาสนุก เนื่องจากกฎหมายพูดชัด ว่าใครก็ตามที่ทำผิด ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ การกระทำโดยไม่สุจริตการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการกระทำเกิดจากการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม จะไม่ได้ละเว้นโทษ เท่ากับว่า ถ้าเห็นว่าฝ่ายการเมืองที่คุณชิงชัง กระทำผิด แล้วเข้าข่ายความผิดที่กล่าวมา คุณมีสิทธิ์ไปฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย แล้วถามว่า ที่สุดแล้ว กฎหมายนี้ มันมีไว้เพื่อละเว้นความผิดให้ฝ่ายการเมืองตรงไหน ในเมื่อก็มีช่องให้ฟ้อง ให้ถูกลงโทษอยู่แล้ว กลับกันกฎหมายฉบับนี้ คุ้มครองคนที่ทำงานด้วยใจบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือหมอ พยาบาล&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่พวกคุณพูดทุกวันว่ารักมาก เป็นห่วงมาก เคารพมาก แต่พอ จะออกกฎหมายมาดูแลพวกเขา ให้เขามีความมั่นใจในการทำงาน ฝ่ายคุณกลับขัดขวางเต็มที่ แบบนี้ถูกต้องหรือไม่ สิ่งที่คุณกำลังทำทั้งหมดนั้น ตีความได้ว่า คุณกำลังมีอคติบังตา จิตใจมืดบอด จนลืมแล้วซึ่งผิดชอบชั่วดี กระทั่งลืมอ่านกฎหมายให้ละเอียดว่าเขียนไว้อย่างไร คุณสักแต่วิจารณ์ และกำลังทำให้สังคมเข้าใจผิด จนกระทบกับคนทำงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฎหมายฉบับนี้ มันไม่ได้ถูกผลักดันโดยฝ่ายการเมือง มันเกิดจากว่า แพทย์ พยาบาล เขาต้องรักษาผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่ ซึ่งมันไม่มียาตรงตัว มันไม่มีแนวทางการรักษาที่แน่นอน เวลาปฏิบัติหน้าที่ ทุกท่านทำเต็มที่ แต่ก็มีความกังวล ก็มีข้อเสนอจากองค์กรวิชาชีพ และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เข้ามา สธ.จึงตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎหมาย มีกรม สบส.เป็นหน่วยงานหลัก ดูแลหาทางช่วยเหลือ ให้คนทำงานได้มั่นใจ เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112828</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรณิการ์ วานิช, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7acc58d937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่จบ! เลขาฯอนุทิน ซัดเดือด &#039;สิระ&#039; แก่เพราะกินข้าว หลักสี่ครั้งหน้าเลือกคนดีเข้าสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64 - จากกรณีความขัดแย้งประเด็นแผนให้บริการฉีดวัคซีนแบบวอล์คอินระหว่างนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีความคิดเห็นไม่ตรงกันจนเกิดวิวาทะตอบโต้กันไปมาอย่างเผ็ดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว พร้อมติดภาพนายภราดร ระบุว่า ถ้าจะไม่เอ่ยถึงน้องชายคนนี้ ก็จะเป็นการใจดำกับเขาไปสักนิด เนื่องจากนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ยังไม่หยุดกล่าวหาน้องชายของผมคนนี้ &amp;ldquo;ลูกแบต ภราดร ปริศนานันทกุล&amp;rdquo; ส.ส.อ่างทอง ฟังมาถึงวันนี้แล้วก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็กอมมือและปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอะอะก็จะฟ้องนายอนุทิน นายอนุทินไปเกี่ยวอะไรด้วย &amp;nbsp;ถึงบอกว่าถ้านายอนุทินนิ่งเฉยเท่ากับว่าสั่งให้ด่า อีกวันก็ออกมาเรียกร้องให้เสี่ยหนูรับผิดชอบ ต่อการกระทำของนายภราดร ฟ้องเก่งเป็นเด็กเลยแฮะ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่นายภราดร ออกมาโพสต์กรณีวอล์คอินวัคซีนนั้นก็ไม่ได้เรียกร้องใดใด แค่ออกมาสนับสนุนแนวคิดนี้เมื่อวัคซีนมีมากพอ และจะทำให้สามารถบริหารจัดการให้เกิดความรวดเร็วได้ดี ฟังไปฟังมาถึงตรงนี้ชักเห็นด้วยกับภราดรแล้วสิ ว่านายคนนี้มันแก่เพราะกินข้าวจริงๆ ถึงภราดรจะเด็กแต่วุฒิภาวะสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยก็ไม่เคยใส่เครื่องแบบสีกากีแล้วเที่ยวเดินทางไปจังหวัดนั้นจังหวัดนี้หาทะเลาะกับข้าราชการหรือตำรวจในพื้นที่ แถมถามตำรวจอีกนะ รู้มั้ยว่าผมเป็นใคร บอกว่าตัวเองเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทำไมไม่มีตำรวจมารับมาดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปดูหลังเสื้อคลุมของส.ส.พรรคภูมิใจไทยครับเขียนว่า &amp;rdquo;ขี้ข้าประชาชน&amp;rdquo; ไม่มีหรอกครับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ภราดรเป็นส.ส.มาแล้ว 3 สมัย ทุกวันนี้ไปไหนมาไหนยังขับรถคนเดียวอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านนี้เค้าสอนลูกมาดีทุกคนครับ อย่าว่าแต่ตัวลูกเลย คุณพ่อเอง ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็เป็นคนให้เกียรติคน คนอ่างทองเค้ารู้กันดี &amp;nbsp;มาถึงตรงนี้คงต้องบอกได้คำเดียวว่าภราดรคิดถูกพูดถูกทุกประการครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#saveหลักสี่ครั้งหน้าเลือกคนดีเข้าสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภราดร ปริศนานันทกุล, วอล์กอิน, วัคซีนโควิด, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ, สิระ เจนจาคะ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7acc58d937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขารมว.สธ.&#039; โต้ &quot;ก้าวไกล&quot; ปมบี้ &quot;อนุทิน&quot; ลาออก ชี้ไม่ใช่ช่วงเวลาเปลี่ยนขุนพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 2564 จากกรณีที่พรรคก้าวไกลออกแถลงการเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลาออกจากตำแหน่ง วันนี้ 25 เมษายน 2564 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในประเด็นนี้ว่า ในยามสงคราม การเปลี่ยนม้ากลางศึก เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด เพราะการรบ ต้องวางแผน และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการควบคุมโรค เรากำลังทำสงครามกับโควิด 19 อยู่ การเปลี่ยนขุนพลที่เคยมีผลงานพาไทยขึ้นอันดับ 1 ของโรคนั้น สมควรหรือไม่ หากจำกันได้ นายอนุทิน คือ ขุนพลที่เอาชนะการระบาดรอบ 2 นายอนุทิน นำไทยชนะโรคมา 2 ศึก และศึกครั้งที่ 3 เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาของการสู้รบไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงานต่างๆ และคนไทยทุกคน เราต้องการความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันอย่างยิ่ง แต่พรรคก้าวไกล กลับเล่นไม่รู้กาละเทศะ เอาความเสียหายของบ้านเมือง มาสนองตัณหาของตัวเอง ทำทุกทางให้การบริหารประเทศมีปัญหา สมกับได้ชื่อว่าเป็นพวกชังชาติ ชังแผ่นดิน ข้อมูลที่พรรคก้าวไกล นำมาสื่อสารนั้น ล้วนเป็นข้อมูลชุดเดิม ที่คณะแพทย์ได้ตอบไปแล้ว แต่พรรคก้าวไกลยังเล่นไม่เลิก เป็นการทำงานการเมืองที่เต็มไปด้วยอคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้อ่านสิ่งที่พรรคก้าวไกลนำเสนอแล้ว หลายข้อที่วิพากษ์ วิจารณ์ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับนายอนุทิน ท่านไม่ได้มีอำนาจมหาศาลเหมือนที่พรรคก้าวไกลคิด แต่พรรคก้าวไกล กำลังจับแพะชนแกะ เพื่อเล่นงานทางการเมือง ก้าวไกล มีอิทธิพลในโลกโซเชียล น่าจะหาทางนำจุดนี้ มาใช้ประโยชน์กับบ้านเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน แทนการออกไปกดดัน คนนู้น คนนี้ แล้วทำลายขวัญ ทำลายกำลังใจ คนทำงาน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100682</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้ อนุทิน ลาออก, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ, เปลี่ยนม้ากลางศึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60754d578e0c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯรมว.สธ. อัด &#039;วิโรจน์&#039; ทัศนคติอันตราย ซ้ำเติมคนเห็นต่างติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 - นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ออกมาโพสต์ทวีตเตอร์แสดงความสะใจ หลังจากมีข่าวฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลคนหนึ่งติดเชื้อโควิด ว่า&amp;nbsp;ตนเป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย แต่ก็ไม่เคยเห็นส.ส.คนไหนจิตใจต่ำตมได้เท่านายวิโรจน์ คำว่าผู้แทนราษฎรนั้น ราษฎร หมายถึงประชาชนทุกคน แต่สำหรับ นายวิโรจน์ ราษฎร อาจจะหมายถึงแค่คนที่ชอบ ที่เชียร์ตนเท่านั้นใช่หรือไม่ จึงโพสต์เฟซบุ๊คในลักษณะสะใจ เมื่อเห็นข่าวคนไทย ซึ่งมีทัศนคติไม่ตรงกับตัวเองติดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือทัศนคติที่เป็นอันตรายมาก เพราะเท่ากับว่านายวิโรจน์ มีแนวโน้มจะเลือกปฏิบัติกับประชาชน ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน นำมาซึ่งการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนแบบ 2 มาตรฐาน ใครไม่เลือกข้า ข้าไม่ช่วย แถมยังจะไปสะใจเวลาเขามีความทุกข์อีกต่างหาก แบบนี้ถูกต้องหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณวิโรจน์ น่าจะเป็นคนที่ถูกอคติบังตาจนใจมืดบอดเสียแล้ว เกิดจากการที่มีอคติกับรัฐบาล และทีมสาธารณสุขไทย สังเกตจากการถามคำถามเดิมๆ ซึ่งทีมแพทย์ตอบไปหมด แต่นายวิโรจน์ดูเหมือนจะไม่จำ และยังขยันถามคำถามซ้ำๆ สร้างภาระให้กับคนทำงาน ปั่นป่วนสังคม มาจนถึงล่าสุดที่เห็นคนติดเชื้อ แต่กลับสะใจ ถึงขั้นเก็บอาการไม่อยู่ต้องโพสต์ทวีตเตอร์ด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง น่าสงสัยว่า ประเทศไทย ไม่มีฝ่ายค้านที่มีคุณภาพกว่านี้แล้วหรือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99372</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_60754d578e0c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.จัดเวิร์กชอป&quot;เตรียมพร้อมขับเคลื่อนการใช้&quot;กัญชา&quot; เลขา&quot;อนุทิน&quot;มั่นใจ 3เดือนจะเห็นผลสำเร็จแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 ส.ค.62-นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;(สธ.)พร้อมด้วยนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. เปิดการประชุมปรึกษาหารือการขับเคลื่อนนโยบายทางการแพทย์ (Workshop) โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ กว่า 200 คน จัดทำแผนปฏิบัติการ กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงาน และกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เรื่อง &amp;ldquo;กัญชาทางการแพทย์&amp;rdquo; อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาและสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า นาย อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สธ. มีนโยบายสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล โดยมีเป้าหมาย เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ร่างกายแข็งแรง เศรษฐกิจของประเทศแข็งแรง ต้องขอชื่นชมที่สธ.ทำงานตอบสนองนโยบายรัฐบาล&amp;ldquo;กัญชาทางการแพทย์&amp;rdquo; ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม นับเป็นหน่วยงานแรกที่ได้ระดมผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ แบ่งกลุ่มการทำงาน 6 ด้าน เพื่อทำแผนขับเคลื่อนนโยบายให้ได้ผลงานเชิงประจักษ์ โดยในวันนี้ได้มอบน้ำมันกัญชาขององค์การเภสัชกรรม ให้โรงพยาบาลทั้ง 12 เขตสุขภาพ เขตฯละ 350 ขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าภายใน 3 เดือนนี้ เราจะได้เห็นความสำเร็จของนโยบายกัญชาทางการแพทย์ การที่ได้เห็นข้าราชการสธ.ขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเป็นรูปธรรมในวันนี้ ไม่ใช่รัฐมนตรีฯที่ดีใจ พี่น้องประชาชนคนไทยก็ดีใจ พวกเราทุกคนก็ดีใจที่กัญชาถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่ใช่ตอบสนองนโยบายรัฐมนตรีฯแต่เป็นการตอบสนอง 1 ใน 12 นโยบายที่สำคัญของรัฐบาล&amp;rdquo; นายวัชรพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.สุขุม &amp;nbsp;กล่าวว่า เรื่อง กัญชาทางการแพทย์&amp;rdquo;เป็นอีกหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องเร่งผลักดัน ทั้งด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการใช้กัญชาและสมุนไพรทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย การเวิร์กชอปในครั้งนี้ แบ่งการทำงานเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1.การแพทย์แผนไทยและการแพทย์แบบผสมผสาน 2.การแพทย์แผนปัจจุบัน ด้านการปลูก การผลิต การกระจาย( supply chain ) 3.ระบบบริการการแพทย์แผนปัจจุบัน 4.การกำกับดูแล เช่น การปลดล็อคกัญชง การผลักดันเข้าบัญชียาหลัก &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ถูกกฎหมาย 5.กลไกการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ และ6.การจัดการความรู้สื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในภาพรวมกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้ง 6 กลุ่ม มีผู้บริหารระดับสูง อาทิ รองปลัด สธ. อธิบดี เลขาธิการสำนักคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ &amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพ &amp;nbsp;และนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากกรม กองต่างๆ รวมทั้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจากจังหวัดนำร่อง เป็นผู้ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติงาน สำหรับน้ำมันกัญชาที่ได้รับมอบจากองค์การเภสัชกรรม ได้ส่งให้ 12โรงพยาบาลศูนย์ทั้ง 12 เขตสุขภาพ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43435</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การใช้ประโยชน์กัญชา, กระทรวงสาธารณสข, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53d8e2e0a59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู่&#039;สบถกลางไลฟ์สด ฉุนซักแบ่งเขต&#039;จะตายห่าหรือ-ไอ้เรื่องซังกะบ๊วย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตู่ดิจิทัล&amp;quot; เจอพิษโซเชียลฯ หลุดเฟซบุ๊กไลฟ์ไม่พอใจสื่อถามเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้ง &amp;quot;จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วย&amp;quot; เหน็บพรรคการเมือง ปรับอย่างไร คนไม่เลือกก็อยู่ที่โชคชะตา ก่อนขอโทษผ่าน &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; ที่ใช้คำไม่สุภาพ ส่วนประธาน กกต.บอกจบแล้ว ขณะที่ประชาธิปัตย์สุโขทัยโวย ชูแผนที่เขตเลือกตั้งฟันหลอเอื้อพรรคใกล้ชิดรัฐบาล เตือนซ้ำรอยแก๊งสามหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2561 เวลา 10.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 5/2561 โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ชื่อ &amp;quot;สภาพัฒน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า หลายอย่างวันนี้ยังมีปัญหา ตนกลับมาก็ไม่ได้พัก ไม่ได้ไปเที่ยวไหน &amp;nbsp;ตามจี้ตูดถามกันทุกเรื่อง ตนจึงต้องพูดในทุกเรื่อง ถ้าฟังตนบ่นก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะตนจะบ่นเป็นครั้งสุดท้ายจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นไม่ทำอะไร เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง อย่างเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สื่อข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียว เรื่องการแบ่งเขต จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้ ก็ว่ากันไปตามกติกา จะผิดหรือถูกผมไม่รู้ &amp;nbsp;กติกาว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ผมจะไปรู้อะไร นายกฯ จะรู้เรื่องการแบ่งเขตหรือ ไม่เกี่ยวหรอก ใครได้ใครเสียก็ว่าไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เขาแบ่งด้วยอะไร เขาแบ่งด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นกับเรื่องของพื้นที่ วันนี้เปลี่ยนไปเท่าไหร่แล้ว 4-5 ปี กูจะเอาแบบเดิมตลอด ติดพื้นที่แบบเดิมตลอด ไม่ว่าจะปรับอย่างไร แก้อย่างไร ถ้าคนไม่เลือกเลยพรรคไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็แล้วแต่โชคชะตาก็แล้วกันประเทศไทยไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เหลือแต่คนในห้องนี้คงเข้าใจผมนะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการเดินทางเยือนเยอรมนีที่ผ่านมาว่า ช่วงแรกเขาก็มีท่าทีกับตนแข็งๆ &amp;nbsp; หลังๆ มีท่าทีที่อ่อนลง ตนไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างเขาอยู่แล้ว พูดเรื่องประเทศไทยไปเยอะ ตอนหลังก็เป็นเพื่อนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาก็รับผมได้ในแบบบ้าๆ บอๆ ของผม ซึ่งเขาได้ถามผมว่า การเป็นทหารกับเป็นนายกฯ ต่างกันหรือไม่ ผมตอบไปว่าเป็นนายกฯ ก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะปัญหามีเยอะ สรุปว่าเขาเข้าใจและยินดีที่เรามีการเลือกตั้ง แต่พอผมกลับมาที่ประเทศไทยก็ถูกสื่อถามว่า เยอรมันถามรุกไล่เรื่องการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 หรือไม่ ไม่ถามว่ามีข้อตกลงอะไรที่ทำกับเยอรมันบ้าง สื่อถามไม่สร้างสรรค์ ผมไม่ได้รังเกียจ แต่รำคาญ ซึ่งผมต้องขอโทษที่บ่นในวันนี้ แต่มีอะไรต้องพูดหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังได้กล่าวประเด็นเดียวกันนี้ในรายการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ช่วงค่ำวันศุกร์ว่า การเดินทางเยือนประเทศต่างๆ อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของผู้นำประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน และญี่ปุ่น ที่ผ่านมา รวมทั้งเยอรมนี ในครั้งนี้ อีกทั้งการเข้าร่วมประชุมสำคัญๆ ในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความยอมรับและความเชื่อมั่นทางการเมืองจากประเทศชั้นนำต่างๆ ต่อศักยภาพและบทบาทของไทยในเวทีโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสอบผ่าน บทพิสูจน์เหล่านี้ ย่อมนำมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือ ที่จะนำพาประเทศของเรา บรรลุวิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ได้ในที่สุดนะครับ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ แต่ที่จริงไม่มีเจตนา เพียงแต่ต้องการสื่อว่าตัวท่านเองและรัฐบาลไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับการแบ่งเขตการเลือกตั้งของ กกต. และ กกต.ก็ชี้แจงหลักเกณฑ์การแบ่งเขตชัดเจนแล้วว่ามาจากอะไร เช่น การใช้เกณฑ์ประชากรที่เพิ่มขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ สิ่งที่เคยทำมาแต่เดิมก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ใช่ทำเพื่อเข้าข้างใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม โดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน รักษาความสงบของบ้านเมือง และเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง
กกต.ไม่สนเสียงค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวยืนยันว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรา 27 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าแบ่งเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ก็สุดแท้แต่ความเห็น คงห้ามความคิดกันไม่ได้ แต่ กกต.ไม่ได้เเบ่งเขตเพื่อเอื้อใคร หรือมองว่าใครจะได้ไม่ได้อย่างไร และไม่หวั่นไหว เราคิดแต่มีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร ให้แบ่งเขตก็แบ่ง โดย กกต. แต่ละท่านต่างก็มีข้อคิดเห็น แต่ก็ใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายมาคุยกัน หลักเกณฑ์กฎหมายว่าอย่างไรก็แบ่งไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีการชี้แจงเหตุผลถึงการแบ่งเขตในจังหวัดที่มีการตั้งข้อสงสัยหรือไม่ ประธาน กกต.ตอบว่า คงไม่ต้องชี้แจงอีก เพราะทุกอย่างทำบนหลักพื้นฐานของกฎหมายแล้ว รวมถึงขณะนี้ประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือว่าการแบ่งเขตเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นศาลปกครอง หากไม่พอใจเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ถ้าใครไม่พอใจสามารถไปร้องศาลปกครองได้ เพราะเป็นวิธีเดียวที่ทำได้ ถ้าไปยื่นร้องแล้วศาลปกครองไม่รับคำร้องตนก็ไม่รู้ด้วยแล้ว ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ที่ออกมานั้น เป็นตัวป้องกันในการฟ้องร้อง ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะกรรมการชุดใหญ่ที่เราเขียนป้องกันไว้ให้ แต่ไม่คุ้มครองผู้ปฏิบัติระดับล่างหรือ กกต.จังหวัด และถ้าไปยื่นแล้วศาลเห็นว่าคำร้องที่ถูกยื่นไม่เข้าข่าย เพราะการแบ่งเขตที่ออกมาเป็นที่สุดแล้ว ศาลก็จะไม่รับคำร้องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ถ้าพบว่ามีการทุจริตหรือตุกติกในระดับล่าง หรือ กกต.จังหวัด หรือมีสิ่งยืนยันว่าการแบ่งเขตไม่ได้มาจากมติเอกฉันท์ของ กกต.ชุดใหญ่ ยกตัวอย่าง อาจมีคนร้องว่า กกต.ชุดเต็มจะต้องมี 7 คน แต่ในการพิจารณาอาจมีแค่ 5 คน อาจจะไม่ถูก ก็ไปร้องได้ เป็นต้น&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองไม่พอใจ จะนำไปสู่ความวุ่นวายหรือไม่ยอมรับกติกาเลือกตั้งหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ควรมีแบบนั้น และไม่ควรทำให้เป็นอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งออกมาแล้วพรรคการเมืองต่างๆ ก็สามารถพิจารณาจัดวางคนที่จะลงรับเลือกตั้งได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุเผยว่า การหารือระหว่าง คสช. กกต. และพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ คสช.ได้ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ กกต.เป็นฝ่ายเชิญพรรคการเมืองมาร่วมพูดคุย ประเด็นที่จะพูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องที่ คสช.เป็นผู้เตรียม ตนจะร่วมชี้แจงในระหว่างการหารือ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คสช.จะชี้แจงรายละเอียดในลำดับต่อไป โดยการหารือจะเริ่มในเวลา 13.00 น. หลังจากวันที่ 11 ธ.ค.นี้ที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ทุกอย่างก็จะทยอยออกมาตามที่เคยชี้แจงไว้
จะไปรู้ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การแบ่งเขตเลือกตั้งเอื้อพรรคพลังประชารัฐว่า &amp;quot;โห จะไปรู้ได้อย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นักการเมืองมองว่าไม่เป็นธรรม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ต่างคนก็ต่างอยากได้&amp;quot; ถามถึงการเตรียมความพร้อมดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่เขตการเลือกตั้ง รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คสช.ไม่ใช่คนไปแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่ได้เกี่ยวข้อง ยืนยันไม่ได้ไปก้าวก่ายการทำงานของ กกต. ถือเป็นเรื่องธรรมดาเขตที่ตัวเองอยากได้แต่ได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ร้อง มี 84 พรรค จะได้ทุกพรรคหรือไม่ก็เป็นไปไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่กลัว ไม่มีการบอยคอต พรรคที่ออกมาร้องมีเพียงไม่กี่พรรค ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนที่มีพรรคการเมืองไม่เข้าร่วมการหารือในวันที่ 7 ธันวาคมนั้น คงไม่กระทบกับแนวทางของ คสช.ที่ได้วางไว้ ถ้าไม่มาก็อย่ามา จะไปง้อทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรย้ำว่า อยากให้นายกฯ อยู่บริหารบ้านเมืองอีก 4 ปี เพราะท่านทำงานดี และทำในทุกเรื่องเพื่อประชาชนให้อยู่ดีกินดี ให้ทำอีก 4 ปี เผื่อทุกอย่างเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ตอนนี้ก็ถือว่าประเทศดีขึ้นมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายการเมืองมีการแสดงความเห็นแย้งการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง โดยนายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย ร่วมกันแถลงถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมในจังหวัดสุโขทัยว่า เป็นไปตามแบบที่ 4 ซึ่งไม่ใช่ตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ ทั้งที่ได้ยื่นหนังสือให้ทบทวนแล้ว แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากมีนักการเมืองอาวุโสที่อยู่ในซีกรัฐบาลเข้าแทรกแซงพยายามผลักดันให้ใช้แบบที่ 4 ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่สับสนและได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาได้นำรูปภาพแผนผังการแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ของจังหวัดสุโขทัย ที่มี 3 เขต โดยแบ่งตามภูมิศาสตร์และจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน และเป็นที่ยอมรับของทุกคน แต่การแบ่งเขตล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. กกต.ได้แบ่งเขตของสุโขทัยเป็น 3 เขตก็จริง แต่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อยากถามว่ามีการแบ่งเขตที่อัปลักษณ์อย่างนี้หรือไม่ เพราะลักษณะการแบ่งเขตทอดยาวขึ้นไป และมีจุดติ่งซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อที่ไปเชื่อมต่อและมีภูเขา หากประชาชนจะเดินทางไปเขตเลือกตั้งจะทำให้ไม่สะดวก รวมทั้งไม่สะดวกกับเจ้าหน้าที่ กกต.จะควบคุมการเลือกตั้งอย่างไร&amp;nbsp;
เก็บประชาชนทุกหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแบ่งเขตครั้งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเคยพูดว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลใช้วิธีการดึงตัวนักการเมืองเข้าพรรค ด้วยการบอกว่าสามารถขีดเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งได้ตามต้องการ ดังนั้น จากปัญหาการแบ่งเขตที่เกิดขึ้น พบว่ามีหลายสิบจังหวัดที่มีปัญหาลักษณะเดียวกับสุโขทัย ทางพรรคจึงให้อดีตส.ส.แต่ละจังหวัดรวบรวมรายละเอียดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทำภาพประกอบว่าการแบ่งเขตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อรายงานให้พรรคทราบ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดยโสธร เป็นต้น&amp;quot; นายธนากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัมพันธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องระวังใน 5 ข้อ ได้แก่ 1.พลังดูด 2.แบ่งเขตเลือกตั้ง 3.การพิมพ์บัตร &amp;nbsp;4.โกงการเลือกตั้ง ซึ่งจะบอกว่าหนักกว่าแบ่งเขตเลือกตั้ง พูดไว้เลย แม้กระทั่งในจังหวัดสุโขทัยการเรียกรวมตัว จ่ายเงินเต็มไปหมด ซึ่งต้องรีบทำเสร็จก่อนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.บ.ส.ส.) จะประกาศใช้ในวันที่ 11ธ.ค.นี้ รวมทั้งมีการให้ผู้นำหมู่บ้านเก็บบัตรประชาชนของทุกบ้านทุกหลังคาเรือน โดยอ้างว่าจะนำไปทำบัตรประชารัฐหรือบัตรคนจน ถ้าใครไม่ให้ถือว่าอยู่ฝ่ายตรงข้าม และ 5.ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่อาจจะเอาคนของตัวเองเข้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่สุโขทัยและกาญจนบุรีก็พร้อมสู้ ประชาธิปัตย์เสียเปรียบมาหลายครั้งในการเลือกตั้ง แต่สิ่งสำคัญคือเป็นการตอกย้ำ เราไม่พยายามพัฒนาการเมือง และไม่ยกระดับการเมือง ยังคงอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ ที่อาศัยอำนาจใช้ความได้เปรียบ ขาดธรรมาภิบาลรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เปรียบเทียบอำนาจรัฐปีนี้และปี 2548 เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ในฐานะที่อยู่มาทั้ง 2 ยุค ต้องบอกว่าไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่ และเห็นว่าใครที่ไม่ทำตามหน้าที่ในที่สุดต้องรับผิดชอบ แต่กกต.ยุคนี้มีมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ อาจทำให้มีความคิดว่าไม่เป็นไรก็ได้ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ กกต.เป็นหลัก ไม่เช่นนั้นการเมืองไทยจะวนกลับสู่ภาวะวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า จะสามารถยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงว่า ฝ่ายกฎหมายคงต้องดูอีกทีว่ามีช่องทางหรือไม่ และถ้าไม่มีคำสั่ง คสช. มาตรา 44 การแบ่งเขตลักษณะนี้น่าจะขัดกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ก็คงดำเนินการ แต่เมื่อมีมาตรา 44 คุ้มครองต้องดูช่องทางกันใหม่ เพราะในมาตรา 44 ระบุให้ถือว่าสิ่งที่ทำชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;
เชื่อ พปชร.ไม่ได้เกิดที่อีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ในพื้นที่อีสานยังคงเป็นของพรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีใครย้ายออกไป ส่วนที่ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็เป็นอดีต ส.ส.จากภาคอื่น ดังนั้น พปชร.ในภาคอีสานจะได้ ส.ส.น้อยมาก หรือเบียดไม่ได้เลย ทั้งนี้ พรรคที่จะได้หลักๆ คือพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคอื่นแทบมองไม่เห็นตัว และไม่เห็นว่า พปชร.จะได้ ส.ส.จากจังหวัดไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งแรกของ กกต.ฉบับที่ประธาน กกต.ลงนามส่งให้ไปลงราชกิจจานุเบกษาที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน พรรคไหนฉีกทิ้งแล้วมีประกาศ คสช.ที่ 16/2561 ออกมาแทรกแซง กกต. จนมีประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งฉบับใหม่ ถามว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ทำเช่นนี้จะก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อ กกต.และสังคมในอนาคต กกต.และข้าราชการทุกกระทรวง ควรดูตัวอย่างกรณี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต. ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกพร้อม กกต.ชุดดังกล่าวไว้เป็นอุทาหรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ แถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์พรรค นายจาตุรนต์กล่าวว่า มีความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อบริหารประเทศแบบเดิม จะทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีก เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย นโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรกคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน และความเป็นประชาธิปไตย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ส.ส. 150 คน ทั้งๆ ที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอัปยศ เพราะบางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค เป็นการสร้างแผลเป็นให้กับ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า แม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรคไทยรักษาชาติพร้อมสู้ทุกสถานการณ์ และขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคที่จะเปิดให้สมาชิกแสดงความประสงค์ลงเลือกตั้งก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารต่อไป รวมถึงได้เตรียมการเกี่ยวกับคณะกรรมการอำนายการการเลือกตั้งของพรรคที่จะวางบุคลากรทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย ที่จะมีการแถลงกันต่อไปในภายหลัง
เพื่อไทยขอเวลาเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คสช.จะต้องให้โอกาสนักการเมืองทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งชนิดที่เกินความคาดหมายเช่นนี้ได้ลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจแก่ประชาชนเรื่องเขตเลือกตั้งที่แบ่งใหม่ด้วยตนเองให้ครบทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล และทุกอำเภอโดยเร็ว จะรอให้ กกต.ดำเนินการฝ่ายเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจาก กกต.ก็คงไม่มีเจ้าหน้าที่ครบทุกหมู่บ้าน และเขตใดที่มีพื้นที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ว่าที่ผู้สมัครฯ ก็จะได้พบปะ ทำความรู้จักกับประชาชนได้อย่างทั่วถึง จะรอให้ลงพื้นที่หาเสียงเพียงแค่ 40 วันมันน้อยเกินไป ควรจะเพิ่มวันให้มากกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การสร้างความได้เปรียบทางการเมืองที่น่าเกลียดแบบทุกวันนี้ไม่ได้หวั่นกลัว เราจะบอกพี่น้องประชาชน เมื่อปลดล็อกทางการเมือง เรายังไม่พูดว่าจะได้ ส.ส.เท่านั้นเท่านี้ จะบอกให้ประชาชนตัดสินใจว่าควรจะเลือกเราเพราะเหตุผลใด ไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร เพื่อไทยพร้อมที่จะสู้ในสนามเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรค ชทพ.ไม่มีปัญหาต่อเขตเลือกตั้งที่ประกาศ เนื่องจากไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาเป็นลักษณะใด พรรคมีความพร้อมและเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่เป็นพื้นที่หลักของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ อดีต ส.ส.สระบุรี &amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า แม้เขตเลือกตั้งจะใหญ่ขึ้นแต่ในฐานะนักการเมืองต้องมีความพร้อม เปรียบเป็นนักรบไม่สามารถเลือกสนามรบได้ ต้องพร้อมทำงานในพื้นที่ที่มีการแบ่งออกมา แต่ก็อยากติงว่าบางพื้นที่ไม่ควรที่จะแบ่งเขตแบบข้ามเขต ซึ่งสร้างความลำบากให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะบางพื้นที่มีการนำตะเข็บชายแดนไปรวมกับเขตในเมืองแม้ระยะทางไม่ไกลกันแต่การคมนาคมยังเข้าไม่ถึงการไปลงคะแนนหย่อนบัตรเลือกตั้งของประชาชนอาจจะประสบปัญหาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ เพราะเดินเข้าหาประชาชน ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะไม่เห็นมีทหารมาสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐสักคน มีแต่พรรคอื่นที่มีอดีตรอง ผบ.สส.มาสมัคร นายกฯ จึงไม่ได้เป็นเผด็จการ แต่เป็นคนกลางที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ประเทศ ตนไม่อยากเห็นเสื้อแดงเสื้อเหลืองออกมากันอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บรรยากาศแบบนี้ ที่ดูวุ่นวายตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเป็นทางการ ทำให้นึกถึงระเบิดเวลาใหญ่อีก 3 ลูกว่าจะวุ่นวายลามไปถึงขั้นกระทบการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้าหรือไม่ ระเบิดเวลาลูกที่หนึ่งคือการประชุม คสช. และพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาปลดล็อกในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ จะมีประเด็นขัดแย้งเพิ่มขึ้นหรือไม่ เงื่อนไขในการปลดล็อกรับกันได้หรือไม่ และปลดล็อกมีวาระแอบแฝงหรือเข้าทางใครหรือไม่ระเบิดเวลาลูกที่สอง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งจะประกาศออกมาเมื่อไหร่ อย่างไร และจะถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ อย่างไร ระเบิดเวลาลูกที่สาม พรรคเล็กหลายสิบพรรคที่ตกน้ำไปเพราะไม่สามารถหาผู้สมัครได้ทันเงื่อนไขวันที่ 26 พฤศจิกายนและหลาย 10 พรรค กกต.ยังไม่ประกาศรับรองความเป็นพรรค คนกลุ่มนี้จะเคลื่อนไหวแบบไหน อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23192</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ, วัชระ เพชรทอง, วิฑูรย์ นามบุตร, วิษณุ เครืองาม, ศาสตร์พระราชา, สมคิด เชื้อคง, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c014d34d8559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
