<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชรพล&#039;ฝัน5ปีต้านโกงเห็นผล ดัชนีพุ่ง50คะแนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 61 - ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาความหวังในการสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาการทุจริตจะอาศัยการปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ เพราะด้านการป้องกันหารทุจริตมีความสำคัญไม่แพ้กัน หากดำเนินการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถเก็บเงินที่เกิดการทุจริตกว่าแสนล้านบาทต่อปีมาพัฒนาประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาขึ้น 5 หลักสูตรในการศึกษาทุกระดับ โดยมีหัวใจสำคัญ 4 วิชา คือ 1.การคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม 2.ความอายละความไม่ทนต่อการทุจริต 3.จิตพอเพียงต้านทุจริต และ 4.พลเมืองและการรับผิดชอบต่อสังคม ตนมองว่าหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาเป็นความหวังของสังคมไทย เพราะเด็กไทยในอนาคตจะมีจิตสาธารณะ รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ จะกลายเป็นกำลังหลักสำคัญในการต่อต้านการทุจริตของประเทศในอนาคต คิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว และภายใน 5 ปี จะเห็นผลว่าการต่อต้านการทุจริตของไทยจะดีขึ้นอย่างเห็นผลแน่นอน หวังว่าค่าดัชนีรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะมีคะแนนถึง 50 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ประชาชนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ยอมรับว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาการทุจริตล่าช้า เหตุเพราะก่อนหน้านี้มีคดีสะสมใน ป.ป.ช.จำนวนมาก ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช.มีบุคคลกร 2,500&amp;nbsp; คน รัฐบาลได้เพิ่มอัตรากำลังให้อีก 700 คน เชื่อว่าจะทำให้การสะสางคดีค้างเก่าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้นั้น จะทำให้บริบทการทำงานเข้มข้นขึ้น รวดเร็วขึ้น เพราะถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายมีกรอบเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานหรือการไต่สวนของ ป.ป.ช. และกรอบเวลาในการฟ้องคดีของอัยการสูงสุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกำหนดกรอบเวลาดังกล่าวเพื่อเร่งรัดให้การทำคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่จะทำการทุจริตเกรงกลัว&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้น โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่ ป.ป.ช.กำหนด มีหน้าที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่วนตำแหน่งที่ ป.ป.ช.ไม่ได้กำหนด ให้ยื่นต่อหน่วยงานต้นสังกัด&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการอภิปรายหัวข้อ หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยนายสวัสดิ์ ภู่ทอง ผอ.สำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นายอโณทัย ไทยวรรณศรี ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นางปาริยา ณ นคร ผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย นางสมบัติ คชสิทธิ์ ที่ปรึกษาที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยในการอภิปรายมีการหารือว่า หลักสูตรดังกล่าวควรจะแต่ละโรงเรียนจะต้องนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสม ไม่ควร เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน บางโรงเรียนมีนักเรียนจำนวนมาก แต่โรงเรียนชนบทมีนักเรียนหลักสิบคน ดังนั้น จะต้องให้มีการประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน แต่ยังมีความกังวลว่าจะมีการทำแบบไม่ครบถ้วน หรือทำบ้างไม่ทำบ้าง จนการสอนตามหลักสูตรดังกล่าวไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการนำไปปฏิบัตินั้น ที่ผ่านมา สพฐ.ได้นำครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำหลักสูตร กว่า 70 คน มาระดมความรู้เพื่อทำแผนการสอนออกมาอย่างละเอียด ได้มีการทดลองสอนตามแผนดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ มีการพัฒนาครูกว่า 2,000 คน ขึ้นมาเป็นวิทยากรต่อต้านการทุจริตด้วย โดยหลักสูตรต้านการทุจริตเป็นความต่อเนื่อง จะแตกต่างจากการทำกิจกรรมที่ทำแล้วจบ ส่วนการนำไปใช้ในระดับอุดมศึกษานั้น เป้าหมายแรกอาจจะทำในรูปแบบกิจกรรมของนักศึกษา ส่วนการผลักดันหลักสูตรดังกล่าวให้แทรกอยู่ในมหาวิทยาลัยทุกคณะจะต้องมีการดำเนินการต่อไปอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีคอรัปชัน, ต้านโกง, ทุจริต, ป.ป.ช., วัชรพล, เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b556bd896f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ถามเพิ่มนาฬิกาหรู&quot;บิ๊กป้อม&quot; ไม่ชัวร์เสร็จมี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า เท่าที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ได้ให้ข้อมูล คิดว่า ก.พ.นี้คงไม่เสร็จ เพราะจากรายงานทราบว่า สำนักที่เกี่ยวข้องจะส่งข้อมูลที่เพิ่มเติมไปยัง พล.อ.ประวิตร เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องคำถามมากขึ้นกว่าเดิมที่ถามในภาพรวม เพราะมีการร้องเรียนนาฬิกามากกว่า 25 เรือน ต้องการที่จะถามให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้นในโอกาสไหน งานอะไร มีการใส่นาฬิกาเรือนที่ปรากฏในภาพไปจริงหรือไม่ ภาพที่ปรากฏเป็นภาพจริงหรือไม่ เพื่อให้ พล.อ.ประวิตรตอบได้ชัดเจนเมื่อเรานำข้อมูลมาวิเคราะห์จะได้ชัดเจนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ เลขาธิการ ป.ป.ช.จะทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประวิตร และจะนับเวลาไปอีก 15 วัน เพื่อให้เวลาท่านตอบ คิดว่าเรื่องดังกล่าวจะชัดเจนขึ้นในเดือน มี.ค.นี้&amp;rdquo;พล.ต.อ.วัชรพล ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรให้เหตุผลในการขอเลื่อนการชี้แจงรอบที่ 2 อย่างไร ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรอาจจะมีภารกิจมาก เพราะรับผิดชอบงานหลายด้าน เรื่องเหล่านี้ผ่านเวลามานานพอสมควร บางทีเราเองจำไม่ได้ว่าวันนั้นเราไปงานนั้น แล้วใส่นาฬิกาเรือนนั้นจริงหรือไม่ ดังนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ ต้องให้เกิดความชัดเจน โดยปกติไม่ว่าจะคดีอื่นๆ มีการขอขยายเวลาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า หากเดือน มี.ค.มีการเลื่อนออกไปอีก สังคมจะมองว่าเป็นการพยายามยื้อเวลาหรือไม่ พล.อ.วัชรพล กล่าวว่า เลื่อนหรือไม่เลื่อนอยู่ที่ข้อมูล การดำเนินงานว่าครบถ้วนพอที่จะสรุปผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือยัง และอยู่ที่กระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น จึงตอบไม่ได้ว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่อย่างไร เพราะเป็นเรื่องของข้อมูล ส่วนกระแสกดดันการทำงานของป.ป.ช.นั้น ไม่กังวล เพราะเป็นหน้าที่ เราตรวจสอบทุกเรื่อง หากเรื่องไหนประชาชนให้ความสนใจ เจ้าหน้าที่ต้องเอาใจใส่มากขึ้น การทำงานยิ่งต้องละเอียดรอบคอบมากขึ้นด้วย หากเร่งรัดดำเนินการอาจจะมองได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาอาจจะมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3575</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, บิ๊กป้อม, ปปช., มี.ค., วัชรพล, เพิ่มคำถาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d0b0975aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
