<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ซัดนักการเมือง-อาจารย์หัวนอกไม่รู้จักวัฒนธรรมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ผิดวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการเมือง​ นักวิชาการที่หันมาเล่นการเมืองและลอกตำราฝรั่ง&amp;nbsp; ไม่ยอมเข้าใจ&amp;nbsp; ไม่รับบริบทวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp; จึงผิดซ้ำซาก ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปากบอกสิทธิเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; แต่เป็นเผด็จการความคิด&amp;nbsp; ใครคิดไม่เหมือน&amp;nbsp; ไม่ทำตามสั่งคือผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาจากตะวันตกเพื่อให้รู้เท่าทัน​ ไม่ใช่เอาอย่าง​ ลอกเลียนวิธีคิดของตะวันตกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากไทยอย่างสิ้นเชิง​ เหมือนใสเสื้อผิดขนาด​ผิดเบอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส​ ที่ปิ๊บุชหลงไหล&amp;nbsp; เพิ่งออกมาเรียกร้องต่อต้านลัทธิซ้ายใหม่ที่มาจากอเมริกา&amp;nbsp; ว่าสร้างความแตกแยกระหว่างชนในชาติ&amp;nbsp; แบ่งคนเป็นฝ่ายเขาฝ่ายเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีความพยายามของคนบางกลุ่มสร้างการต่อต้านสถาบันตามแบบฝรั่ง&amp;nbsp; สร้างแตกแยกในสังคมระหว่างชนในชาติ&amp;nbsp; รับแผนอาหรับสปริง&amp;nbsp; สร้าง​กบฎน้ำชาใส่นม&amp;nbsp; หรือ​อาเชียนสปริง&amp;nbsp; ให้ภูมิภาควุ่นวาย&amp;nbsp; เพื่อรับใช้ลัทธิเจ้าอาณานิคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมวุ่นวายแตกแยก&amp;nbsp; ใครได้ประโยชน์&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93807</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมืองหัวนอก, นันทิวัฒน์ สามารถ, วัฒนธรรมไทย, อดีตบิ๊กข่าวกรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033134d5458c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉียบขาด!นักเขียนซีไรต์ยกปมยิ้มไม่มีจุดยืน-ไม่เอาพิธีไหว้ครูถามกลับ&#039;กุลธิดา-ธนาธร&#039;กดขี่อัตลักษณ์หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - &amp;nbsp;วิมล ไทรนิ่มนวล &amp;nbsp;นักเขียนรางวัลซีไรต์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความหัวข้อ &amp;ldquo;วิถีชีวิตกับการแสดง&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้ &amp;ldquo;กุลธิดา &amp;ndash; ธนาธร &amp;ndash; การกดขี่อัตลักษณ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อัตลักษณ์&amp;rdquo; หมายถึงลักษณะเฉพาะตน เฉพาะกลุ่ม เฉพาะชุมชน เฉพาะสังคม เฉพาะประเทศ แม้กระทั่งเฉพาะโลก (ถ้ามองจากสัตว์โลกอื่นๆ หรือมองจากมนุษย์ต่างดาว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งส่วนมากเราจะมองด้านกายภาพ เช่นการแต่งกาย ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา และความเชื่อต่างๆ เช่นการไหว้ผีบรรพบุรุษ (แสดงความกตัญญูกตเวที) การไหว้เจ้าป่าเจ้าเขา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย (เป็นวิธีอนุรักษ์โลกธรรมชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกดขี่อัตลักษณ์จึงเป็นการกดขี่ตั้งแต่เรื่องเฉพาะตน จนถึงเรื่องเฉพาะระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ประกาศในสภาว่า &amp;ldquo;การใช้ภาษาเดียวเท่านั้น เหมือนการกดขี่เชิงอัตลักษณ์&amp;rdquo; (คัดลอกทุกตัวอักษรจากมติชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการแต่งกาย ทั้งของ ส.ส.ส่วนกลาง และที่เป็นชนเผ่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการแต่งกายนั้นผมไม่ซีเรียส แต่ในฐานะคนเสียภาษีคนหนึ่งก็ขอเพียงว่า &amp;ldquo;ขอให้พอเหมาะพองาม&amp;rdquo; (ใช้วิจารณญาณระดับคุณปิยบุตรก็น่าจะรู้ว่าแค่ไหน อย่างไร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ซีเรียสคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คุณธนาธร...ที่ไม่เอาขนบธรรมเนียมประเพณี อย่างพิธีไหว้ครู การใช้สรรพนามในสังคมไทยที่หลากหลาย เช่น พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา ฯ ซึ่งทั้งหมดให้ความรู้สึกถึงความเป็นเครือญาติกัน และส่งผลให้สังคมไทยมีความเกื้อกูล ผ่อนหนักผ่อนเบา หรือกล่าวโดยรวมก็คือช่วยให้เกิดความสามัคคี เมื่อมีปัญหากันก็ผ่อนคลาย (เพราะรู้สึกเป็นญาติกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คุณธนาธรบอกว่าใช้แค่ &amp;ldquo;ผม &amp;ndash; คุณ&amp;rdquo; ก็พอแล้ว ให้เกียรติกันมากพอแล้ว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(มีคนแก้ตัวให้คุณธนาธรว่าเขาหมายถึงให้คนในพรรคอนาคตใหม่พูดกันเท่านั้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คุณธนาธรบอกว่า คนไทยยิ้มไม่มีจุดยืน ที่หลายคนแปลความว่า &amp;ldquo;คนไทยยิ้มโง่ๆ&amp;rdquo; ส่วนชาวต่างชาติบอกว่าเป็นเอกลักษณ์(อัตลักษณ์)ของคนไทย ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ยิ้มสยาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ยังไม่พูดถึงการเอาลัทธิ - อุดมการณ์มากดขี่กัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากถามคุณกุลธิดาว่า &amp;ldquo;คุณธนาธรกดขี่อัตลักษณ์หรือไม่?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตอบว่า &amp;quot;ใช่&amp;quot; ประเทศนี้ก็มีการกดขี่อัตลักษณ์กันเพียบ! และควรจัดการมันด้วยสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้า &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; (ซึ่งก็แน่อยู่แล้ว!) ประเทศนี้ก็ย่อมไม่มีการกดขี่อัตลักษณ์อะไรเช่นกัน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีการกดขี่อัตลักษณ์กัน ก็อย่าสร้างประเด็นปัญหา อย่าใช้คำที่ทำให้เกิดความแตกแยก อย่างคำว่า &amp;ldquo;กดขี่&amp;rdquo; เพราะคำนี้ทำให้มี 2 ฝ่าย หรือ 2 ชนชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือผู้กดขี่ กับผู้ถูกกดขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าให้ลัทธิ &amp;ndash; อุดมการณ์ใช้คุณเป็นเครื่องมือจนมองไม่เห็นความจริงและความงามของชีวิตเลยครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40888</URL_LINK>
                <HASHTAG>การกดขี่, ชนชั้น, นักเขียนซีไรต์, ภาษาถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วิมล ไทรนิ่มนวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc3ec73bc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 07:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 07:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วรงค์&#039;ขุดประวัติศาสตร์จีนยุคแก๊ง4คนเทียบวิธีคิดอันตรายของหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม &amp;nbsp;สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;มีหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับการไหว้ครู การเรียกลุง ป้า น้า อา เรื่องศาสนา แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์ไหว้ครูที่แหวกประเพณี และวัฒนธรรม ก็ออกมาสนับสนุน และเรื่องก็แดงออกมาว่า มีการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว โดยคนของพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นึกถึงการทำลายสิ่งเก่า 4อย่าง (4 olds)ของยุวชนแดงยุคแก๊งสี่คนในจีน อันประกอบด้วย
1.ประเพณี (old customs)
2.วัฒนธรรม (old cultures)
3.นิสัยใจคอ (old habits)
4.การคิด (old ideas)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอ้างว่าเพื่อให้เกิดความเสมอภาค เท่าเทียมของชาวจีน จนนำไปสู่การเผา ทำลายล้าง สิ่งเก่าแก่หลายอย่างของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอยืนยันว่า วัฒนธรรม ประเพณี เป็นรากฐานของชาติที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ แม้แต่พิธีการไหว้ครู เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของความเป็นชนชาติไทยที่สืบทอดมา 700 กว่าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าตัดราก ลำต้นตาย ถ้าทำลายวัฒนธรรม ประเพณี ก็คือการทำลายความเป็นชนชาติของไทยเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ ภาพการเผาทำลายของเก่าแก่ในจีน ในยุคปฏิวัติทางวัฒนธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38610</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พรรคอนาคตใหม่, พิธีไหว้ครู, ยกเลิกพิธีไหว้ครู, รากเหง้าประเพณี, วัฒนธรรมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190615/image_big_5d044090591d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยพิธีไหว้ครู!นักเขียนสารคดีชื่อดังเตือน&#039;ธนาธร&#039;ที่พูดที่ทำออกมานั้นกำลังกระทำการ&#039;ทุบหม้อข้าว-เผายุ้งฉาง&#039;ของแผ่นดิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก&amp;nbsp;www.happyreading.in.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.62 - ขณะนี้สังคมออนไลน์ ให้ความสนใจแชร์โพสต์ของ &amp;quot;นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว&amp;quot;&amp;nbsp;นักเขียนสารคดีและนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนหญิง&amp;nbsp;ที่โพสต์เรื่อง &amp;quot;บูชาครูในพิธีไหว้ครู&amp;quot; โดยโพสต์ดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนมิถุนายนของทุกปี เป็นช่วงกาลสำคัญของเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยที่จะเข้าร่วมในพิธี &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเป็นเด็กบ้านนอกของแท้ เป็นไพร่บ้านตระกูลชาวสวนชาวนา และยังทำมาหากินอยู่กับกำพืดของตัวเองด้วยการเขียนสารคดีเรื่องชาวบ้านไทยมาจนบัดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเรียนหนังสือจบชั้นประถมที่เมืองเพชรบุรี จากโรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย(ชื่อเท่ไหมจ๊ะ) เรียนมัธยมต้นที่ รร.เบญจมเทพอุทิศ เมืองเพชร มัธยมปลายที่ รร.เตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพ ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวัยเยาว์การจัดพานไหว้ครูของเด็กๆเป็นเรื่องสนุกเบิกบานของเพื่อนนักเรียน มาระดมช่วยกันหาดอกรักขาว รักม่วง ดอกมะเขือ ดอกบานไม่รู้โรยสีขาว สีชมพูเข้ม และดอกไม้หอมอีกหลายชนิดมาออกแบบจัดพานไหว้ครูอย่างเอิกเกริก ทุกห้องเรียน เด็กๆต่างสุมหัวรุมช่วยกันเต็มสามารถ เป็นโมงยามแสนสนุกของพวกเรา-เด็กๆเมื่อหลายสิบปีก่อนกันมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ครั้นดิฉันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเด็กทำงานกิจกรรมนักศึกษา ที่เรียกกันในยุคดิฉันว่า &amp;ldquo;แอคติวิสต์&amp;rdquo; อยู่ในสภานักศึกษา-องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(อมธ.) ช่วงก่อนปีพ.ศ.๒๕๓๐ ดิฉันไม่เคยเข้าร่วมพิธีไหว้ครูสักครั้ง ไม่สนใจใดๆด้วยซ้ำ จำได้เลาๆว่ามีรุ่นพี่นายกฯอมธ. ขึ้นไปอ่านแถลงการณ์ต่อต้านพิธีไหว้ครูในหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ในวันไหว้ครูนั้นแหละ จนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นจะจบลงอย่างไร ดิฉันจำไม่ได้แล้ว เพราะไม่ใส่ใจ ถือว่า ไม่ใช่เรื่องใดๆ ของเรา หรือของเพื่อนเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นมาเรียนปริญญาโท ทางด้านจารึกภาษาไทย คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีแรกของการศึกษา ดิฉันก็ไม่ไปเข้าร่วมพิธีไหว้ครูของภาควิชา ด้วยสาเหตุง่ายๆ คือไม่สบอารมณ์กับรุ่นพี่ปากเสียบางคน จนอยาก &amp;ldquo;กวนตีน&amp;rdquo; และไม่อยากยุ่งยากกับชีวิต ด้วยความตั้งใจว่า ดิฉันจะตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีที่สุด และนำวิชาความรู้มาใช้ให้เกิดคุณค่ามากที่สุด เพื่อเป็นการ &amp;ldquo;สักการะ&amp;rdquo; ครูทางด้านอักษรโบราณ อย่างเต็มหัวจิตหัวใจด้วยความเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอกราบบูชาด้วยวิธีการนี้เถิด แต่จะให้ไปนั่งปั้นหน้าอยู่ร่วมพิธีกับคนที่เหม็นขี้หน้า ขอไม่เอาด้วย ไว้ท่านๆเหล่านั้นจบคอร์สเวิร์คออกไปเมื่อใดแล้ว ดิฉันค่อยไปเข้าพิธีไหว้ครูของชาวศิลปากรเถอะน่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรุ่นพี่ปากเป็นพิษบางคนจบคอร์สเวิร์คออกไปแล้ว ดิฉันก็เดินเข้าไปร่วมพิธีไหว้ครูของภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี ของชาวศิลปากรอย่างเต็มหัวใจ กราบครูทุกท่านด้วยความนอบน้อมยิ่งในวิชาความรู้ที่ครูบาอาจารย์ค้นหามาสอนศิษย์ ดิฉันเข้าพิธีไหว้ครูของชาวศิลปากรทุกปี จนเรียนจบปริญญาโทมา และเมื่อจบปริญญาโทมาแล้ว ดิฉันก็ยังไปเข้าร่วมพิธีไหว้ครูของคนเรียนจารึกโบราณ ม.ศิลปากรอย่างต่อเนื่องอยู่หลายปี อาจจะร่วมสิบปีด้วยกระมัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลานั่งเงียบใคร่ครวญว่า ทำไมดิฉันถึงเต็มใจไปเข้าพิธีไหว้ครูของชาวศิลปากรอย่างต่อเนื่องมาตลอด แต่ในช่วงเรียนม.ธรรมศาสตร์ดิฉันไม่ใส่ใจใดๆในพิธีไหว้ครูเอาเลย ดิฉันได้คำตอบแจ้งชัดว่า ช่วงเรียนปริญญาตรี ดิฉันพบ &amp;ldquo;ครูที่แท้&amp;rdquo; ใน ม.ธรรมศาสตร์น้อยมาก ในชีวิตการเรียนธรรมศาสตร์ ดิฉันพบ &amp;ldquo;นักวิชาการ&amp;rdquo; ของแท้ มากมาย ธรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักวิชาการ ท่านทำงานวิชาการกันอย่างเข้มข้น เต็มที่ เก่งมากๆ แต่ครูที่แท้หายากมาก ดิฉันได้พบเพียง ๒ ท่านคือ รศ.ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ และ ดร.ภัทรพร สิริกาญจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ดิฉันพบครูที่แท้ทั้งภาควิชา ท่านทุ่มเทสอนนักศึกษาอย่างเต็มที่ ใจกว้างมากๆ ในการรับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษาบ้าๆบวมๆ หลายต่อหลายคน ไม่มีอาฆาต ไม่มีตามเข่นตามกระทืบนักศึกษาคนไหน มีแต่เมตตาธรรมและอภัยทานให้กับนักศึกษาอย่างเต็มที่ หากในช่วงที่ดิฉันเรียนอยู่ศิลปากร อาจมีเพียง ศาสตราจารย์ดร.ประเสริฐ ณ นคร ที่เป็นเสาหลักในการทำงานวิชาการด้านการอ่านจารึกโบราณไว้ แต่ครูท่านอื่นๆทุกท่านที่ดิฉันเคารพบูชาในความเป็นครูที่แท้ ต่างทำงานทางวิชาการไว้ไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมศาสตร์และศิลปากร ในช่วงที่ดิฉันเรียนหนังสือ ต่างกันมาก ในจุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปีหลังจบการศึกษาในมหาวิทยาลัยออกมา เมื่อดิฉันได้มาทำงานทางด้านวัฒนธรรมชาวบ้านไทย เขียนงานสารคดีชาวบ้านและภูมิปัญญาไทย ดิฉันก็ได้พบอีกหลายมิติของพิธีกรรมไหว้ครู ที่ดิฉันเคยไม่สนใจในช่วงเรียนปริญญาตรีที่ม.ธรรมศาสตร์ แต่กลับไปเข้าร่วมพิธีอย่างเต็มใจยิ่งในช่วงเรียนปริญญาโทที่ม.ศิลปากร ยิ่งเมื่อมาทำงานเขียนสารคดีเต็มตัวแล้ว ดิฉันยิ่งได้แลเห็นด้วยมุมมองที่ซาบซึ้งยิ่งนักของการเป็น &amp;ldquo;ศิษย์มีครู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นทำงานกับชาวบ้านไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันก็ได้พบความจริงหลายอย่าง ที่ไม่อาจปฏิเสธได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่ชาติ เชิดชำนาญ-นายหนังตะลุงชื่อดังของเมืองเพชรบุรีเมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนนั้นแหละที่สอนดิฉันเป็นครั้งแรก ให้ยกมือไหว้ตัวหนังรูปฤษีที่ปักไว้บนหยวกกล้วยกลางจอตั้งแต่ก่อนโหมโรง และทุกครั้งที่ตั้งจอขาวเล่นหนังตะลุง ไม่ว่าจะคณะไหน เป็นต้องจัดพานตั้งเครื่องเซ่นไหว้ครูหนัง จุดธูปควันขาวจรุงกลิ่น หอมวังเวงชวนให้กลัวผี และดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลเรื่องลิเก โนรา หนังใหญ่ เพลงพื้นบ้าน เล่นผี ละครชาตรี ดนตรีไทย ละครชาวบ้านไทยและการแสดงทุกประเภท ดิฉันก็ได้เห็นการทำพิธี &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo; ในทุกครั้งที่ตั้งเวที ตั้งจอแสดงนาฏศิลป์ต่างๆ และยังมีการจัดพิธี &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo; ครั้งใหญ่ ประจำปี ทุกปี ของคณะนาฏลีลา และศิลปินชาวบ้านเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างเมืองเพชร ช่างไทย สาขาต่างๆ ช่างเขียน ช่างปั้น ช่างแทงหยวก ฯลฯ นานาสารพัดช่าง ทุกสาขาวิชา ล้วนแล้วแต่จัดพิธี &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo; อย่างเคร่งครัดด้วยกันทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในบทไหว้ครูของแต่ละสาขาศิลปะ ก็จะบอกชื่อ &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; แต่ครั้งบรรพกาลสืบต่อเนื่องนำกันมา เป็นประวัติศาสตร์วิชาช่างชาวบ้านไทย ดังที่นายหนังตะลุงที่ชื่อตาป่วน เชิดชำนาญ เกิดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๖๖ พ่อของพี่ชาติ เชิดชำนาญ ครูใหญ่ทางหนังตะลุงผู้เป็นที่รักเคารพยิ่งของดิฉัน พี่ชาติตายไปหลายปีแล้ว แต่ได้วิชาจากพ่อคือตาป่วนมาเต็มที่ และครั้งหนึ่งเมื่อราว ๔๐ ปีก่อนตาป่วนก็เคยให้สัมภาษณ์พี่เอนก นาวิกมูลไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เริ่มต้น...เขาจะต้องเชื้อเชิญครูก่อน เชิญวิญญาณของครูน่ะ ที่ล่วงชีวิตไปแล้ว วิญญาณทุกวิญญาณมารับเครื่องสักการบูชา ไหว้ครูน่ะ ครูมากครับ ครูฉิ่ง ครูฉาบ ครูกรับ ครูโหม่ง ครูโทน ครูกลอง ครูตะโพน ครูฆ้อง ครูดนตรีตีเป่าต่างๆ นานา นี่บรรยายถึงครูนะ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วทีนี้มีครูเรื่องรามเกียรติ์ ทางวรรณคดีไทยก็มีครูนาเรศ ครูนารายณ์ ครูพระพุทธ ครูพระพาย ครูทสะ ครูจตุพักตร์ ครูทศเศียร ถ้าจะไหว้ครูทั้งหมด ๒ ชั่วโมงก็ไม่พอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิษย์มีครูของทุกสาขาวิชา จึงเป็น &amp;ldquo;วิญญาณ&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;รากแก้ว&amp;rdquo; ของงานช่าง ของศิลปะทุกสาขาในเมืองไทย โดยมีความเชื่อ ศรัทธา ข้อห้ามกำกับมาด้วยว่า ศิษย์จะต้อง &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากช่างแขนงต่างๆ ไม่มีครู ไม่ไหว้ครู บุคคลผู้ละเมิดกฎ ข้อห้าม (Taboo) ของบรรพชนที่สืบเนื่องกันมานี้ จะป่วยไข้ วิบัติ เป็นบ้า
ร่วม ๒๐ ปีมานี้ดิฉันเข้าร่วมในพิธีไหว้ครูของหลากหลายสาขาวิชาช่างไทยและการเลี้ยงผีพื้นบ้านไทยมาโดยตลอด ทั้งได้รวบรวมข้อมูลจากสมุดไทยขาวไทยดำ สมุดไทยใบลานจำนวนมาก ปริวรรตถอดอักษรโบราณออกมาศึกษาไม่มีร้างรา แต่ไม่เคยใส่ใจที่จะไปไหว้ครูอักษรโบราณใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่หลายปีมานี้ ดิฉันป่วยหนัก ป่วยด้วยโรคคลื่นไฟฟ้าสมองมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนครั้งหนึ่ง ดิฉันได้สนทนากับอ.เรณู วิชาศิลป์ ที่ทำงานด้านเอกสารโบราณ อ.เรณู วิชาศิลป์ เป็นเพื่อนคุณแม่ดิฉัน เคยสอนที่วิทยาลัยครูมหาสารคามมาด้วยกัน อ.เรณูได้เข้าเป็นรุ่นพี่ ศึกษาปริญญาโท ทางด้านจารึกภาษาไทย คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ก่อนดิฉันอยู่ร่วมสิบปี มาภายหลังอ.เรณู ได้ย้ายมาสอนที่วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เรณูมีผลงานด้านปริวรรตถอดความอักษรไทอาหม และเขียนผลงานทางด้านภาษาไต-ไท ของคนไทยฟากตะวันตกของแม่น้ำสาละวินไว้มาก แต่ขณะเดียวกัน อ.เรณูก็ป่วยหนักด้วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และประสาทสันหลัง นั่งไม่ได้ เดินไม่ได้ นอนไม่ได้ ทรมานมาก ก่อนที่อ.เรณูจะเข้าผ่าตัดรักษาโรคประสาทสันหลัง อ.เรณูได้ไปกราบหลวงพ่อที่เคารพในวัดเมืองเชียงใหม่ บอกเล่าอาการป่วยไข้ให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อถามอ.เรณูว่า ที่ทำงานกับสมุดไทยใบลานโบราณมานี้ เคยไหว้ครูบ้างไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.เรณู บอกว่า ไม่เคยเลยค่ะท่าน หลวงพ่อบอกว่า งั้นอาจารย์โดนครูทำเข้าแล้ว ไปไหว้ครูเอกสารโบราณซะ จะหายป่วย ไม่ต้องลำบากผ่าตัด ถ้ายังทำงานเอกสารโบราณอยู่แล้วไม่ไหว้ครู ผ่าตัดไปก็ไม่หายหรอกน่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.เรณูไปเข้าพิธีไหว้ครูเอกสารโบราณของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่นานก็หายป่วยหายปวดหลัง ไม่ต้องเข้าผ่าตัด เมื่อดิฉันได้สนทนากับอ.เรณู และท่านได้เปิดเผยการถูก &amp;ldquo;ครูทำ&amp;rdquo; ให้ดิฉันฟังแล้ว อ.เรณูก็ถามดิฉันว่า ทำงานใช้เอกสารโบราณตลอด เอียดเคยไหว้ครูบ้างไหม คนใช้เอกสารโบราณแล้วไม่ไหว้ครูน่ะ จะป่วยด้วยโรคทางสมอง เส้นประสาท และระบบประสาททั้งนั้น นี้เป็นข้อกำกับที่ครูเอกสารโบราณบอกมาเลยนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไอ๊หยา&amp;rdquo; ฟังแล้วดิฉันหัวหด ขนลุกขนพอง เพราะสิบกว่าปีมานี้ ดิฉันไม่เคยเข้าพิธีไหว้ครูเอกสารโบราณอีกเลย ทั้งที่ทำงานใช้สมุดไทยใบลานมาโดยตลอด ครั้นได้ยินผู้ใหญ่เตือนมา ดิฉันก็ได้ไปเข้าพิธีไหว้ครูเอกสารโบราณของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ที่อ.แสนประเสริฐ ปานเนียม จัดให้กับนักศึกษาเอกภาษาไทย โดยมีคุณพ่อดิฉันเป็นประธานของพิธีนี้อยู่ทุกปี แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยชวนลูกตัวเองเข้าพิธีสักครั้ง เพราะเห็นชัดว่า ลูกไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปเข้าพิธีไหว้ครูเอกสารโบราณต่อเนื่องมาถึง ๓-๔ ปี ดังที่อ.เรณูเตือนมาแล้วนี้ อาการป่วยไข้ทางคลื่นไฟฟ้าสมองของดิฉันก็ทุเลาเบาบางลงไปมาก และออกจะเกิดอาการ &amp;ldquo;เข็ดขยาด&amp;rdquo; พร้อมจะ &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo; วิชาช่างไทย อย่างไม่อินังขังขอบ หรือตั้งคำถาม &amp;ldquo;กวนตีน&amp;rdquo; ใดๆ กับครูโบราณเหล่านั้นอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกมิติหนึ่ง ที่ดิฉันซาบซึ้งยิ่งก็คือ ครูท่านเหล่านี้ &amp;ldquo;ทิ้งไม่ได้&amp;rdquo; คนในแต่ละสาขาวิชาชีพจะต้องเลี้ยง บูชา ดูแล ส่งต่อ &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; ให้ศิษย์รุ่นหลัง ได้ทำพิธีสักการะกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยวิถีบูชาครูเช่นนี้เอง จึงทำให้วิชาช่าง นาฏศิลปะของคนไทยทุกระดับชนชั้นทั้งเจ้าและไพร่ มีอายุสืบเนื่องยืนยาว(มาให้ขายฝรั่งเอาเงินเข้ากระเป๋า)ได้ ด้วยการดูแลบูชาครู ผ่านทางพิธี &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo; ที่จะต้องหาคนรุ่นหลังมาเป็น &amp;ldquo;นักเรียน&amp;rdquo; สืบต่อวิชาความรู้กันต่อไป เพราะถ้าทิ้ง &amp;ldquo;ครู&amp;rdquo; เสียแล้ว วิบัติจะมาเยือนตัวเองและครอบครัวแน่ๆ ดังคำสาปแช่งของครูช่างโบราณที่กำกับวิชาชีพไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงปีพ.ศ.๒๕๖๑ ที่ผ่านมา นักการเมืองรุ่นใหม่ของไทยบางคน ออกมาตำหนิ วิพากษ์พิธี &amp;ldquo;ไหว้ครู&amp;rdquo; ของนักเรียนไทย ว่า ดังที่มีข่าวปรากฏในแทบลอยด์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๑ จนมีผู้ใหญ่ในสังคมออกมาตำหนิติเตียนกันอลหม่าน ถ้าเกือบจะลืมกันไปแล้ว ดิฉันขอนำมาทบทวนความจำกันอีกสักครั้งหน่อยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พูดถึงเรื่องการศึกษาและพิธีกรรมไหว้ครู ในครั้งนั้น ถึงแนวคิดนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ต่อการแก้ปัญหาระบบการศึกษาของประเทศไทยว่า (ดูรายละเอียดในhttps://www.thaipost.net/main/detail/10320&amp;nbsp;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การศึกษาไทยไม่เคยพูดเรื่องประชาธิปไตย สิทธิพลเมือง ไม่เคยพูดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และไม่เคยพูดเรื่องคุณค่าหรือศักยภาพความเป็นมนุษย์ แม้แต่คำเดียวในการศึกษาไทยทั้งหมด
&amp;quot;ลองย้อนกลับไปนึกในสิ่งที่เรียน อย่างเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๕เหตุการณ์ที่ใหญ่ขนาดนั้น สมัยผมหนึ่งย่อหน้ากับเหตุการณ์ ๒๔๗๕ พูดถึงนายปรีดี พนมยงค์ครั้งเดียว ในแบบการเรียนการศึกษาไม่เคยพูดเลยว่าประชาชนมีศักยภาพอย่างไรในตัวเอง สอนแต่ให้ทุกคนยอมจำนน สอนแต่ให้ทุกคนสยบยอม แม้แต่ความไม่เป็นธรรม ความไม่ยุติธรรมก็ต้องสยบยอม นี่คือการศึกษาไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้สัมภาษณ์ถามว่าแล้วพรรคอนาคตใหม่มีนโยบายเรื่องการศึกษาอย่างไร? นายธนาธร ตอบว่า ทำลาย disrupt มัน เขย่ามัน ดึงรัฐออกไป ให้ประชาชน กรรมการโรงเรียนตัดสินเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างง่ายๆ พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่ล้าหลังมาก เอาพิธีกรรมที่เจ้ายศเจ้าอย่างออกไปทั้งหมด จากระบบการศึกษา ยกตัวอย่าง โรงเรียนไหนอยากจะมีการไหว้ครู ก็เป็นเรื่องของโรงเรียน ไม่ต้องไปบังคับเขา โรงเรียนไหนไม่อยากมีก็ไม่ต้องมี โรงเรียนไหนอยากให้นักเรียนไว้ผมยาวได้หรือจะให้ไว้ผมทรงนักเรียน หรือโรงเรียนไหนอยากให้นักเรียน นักศึกษาใส่ชุดนักศึกษาหรืออยากจะให้ใส่ชุดอะไรก็ได้มาเรียน ก็ให้เป็นเรื่องของโรงเรียน ต้องเอารัฐออกจากรูปแบบ เนื้อหาของการเรียนอยากสอนอะไรก็สอน ไม่ต้องไปออกแบบวิธีการประเมินจากส่วนกลาง ให้ท้องถิ่นออกแบบตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ นี้ เป็นเดือนแห่งการไหว้ครู ของโรงเรียน สถานศึกษาทั่วประเทศอีกครั้ง ต้อนรับช่วงระยะเวลาเปิดเทอม และด้วยวิถีเดียวกัน ทุกหน่วยงานศิลปะพื้นบ้าน หนังตะลุง ลิเก ละคอนชาตรี เพลงฉ่อย เพลงปรบไก่ งานช่างทุกสาขา ฯลฯ ต่างล้วนจัดพิธีไหว้ครูทั้งสิ้น เพื่อทั้งบูชาครู และส่งต่อครูให้ลูกศิษย์ รับไปสืบต่อบูชา อันเป็นหนทางสืบต่อชีวิตของศิลปะไทยทุกแขนงมาแต่โบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุด ก็มีการจัดพานไหว้ครู เสียดสีล้อเลียนทางการเมืองของเด็กนักเรียนนักศึกษาโผล่เข้ามาในพิธีไหว้ครู เป็นลักษณาการของมิติทางสังคม-มานุษยวิทยา ที่ปะทะโดยตรงกับรากลึกของวัฒนธรรมไหว้ครูไทย ที่ได้สืบทอดกันมา แรงสะเทือนนี้จะเขย่าสังคมอีกหลายมิติ อีกพักใหญ่ กว่าจะไปสู่จุดตกผลึกอันสมดุลและลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วามจริงหนึ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสภาวการณ์นี้ก็คือ คนรุ่นใหม่ที่ออกมาด่าพิธีไหว้ครู เด็กรุ่นใหม่ที่สนุกสนานกับการจัดพานไหว้ครูล้อเลียนการเมือง พวกเขาเหล่านั้น ล้วนยังต้องหาฤกษ์ยามในการแต่งงาน ปลูกบ้าน ซื้อที่ดิน ออกรถ ออกลูก ให้พระเจิมรถ ไหว้ศาลพระภูมิ เข้าพิธีไหว้เจ้าตรุษจีน ดูดวง ใช้ยันต์ติดรถ แขวนตระกรุด เครื่องราง พระเครื่องกันให้ควั่ก หรือเด็กหลายคนที่จัดพานล้อเลียนการเมืองนั้น พ่อแม่พวกเขาทำกระทั่งหาฤกษ์มาผ่าท้องคลอด โกนผมไฟ ฯลฯ นานาสารพัด ของการไหว้ผี ไหว้เจ้า เหล่านี้ล้วนเป็นรากแขนง รากฝอย ร่วมรากมากับรากแก้วแห่งการเคารพ บูชาผี บูชาครูเทพ พลังลึกลับศักดิ์สิทธิ์ของธรรมชาติในสังคมไทยที่อยู่มาตลอดหลายพันปี เป็นหมื่นๆปีตั้งแต่มีมนุษย์มาบนโลกใบนี้แล้วก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อดิฉัน อ.ล้อม เพ็งแก้ว สอนลูกเสมอว่า
&amp;ldquo;การจะยิงธนูให้ไกล ต้องน้าวสายธนูไปข้างหลังให้มากๆ ดังนั้นถ้าอยากรู้เรื่องปัจจุบันให้ลึกซึ้ง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบสืบค้นเรื่องราวในอดีตให้มากๆ เพราะเหตุการณ์ในอดีตจะเป็นตัวกำหนด หรืออธิบายสภาพปัจจุบันได้ดีที่สุด อดีตนั้นเป็นฐานให้กับอนาคต เจดีย์จะใหญ่ต้องมีฐานกว้างโต ถ้าฐานเล็กก็เหมาะกับเจดีย์เล็ก ถ้าอดีตใหญ่ก็คาดการณ์ได้เลยว่าอนาคตจะใหญ่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาอนุมานราชธนก็เคยกล่าวถ้อยคำที่ลึกซึ้งยิ่งไว้ในเรื่องการสืบต่อภูมิปัญญาจากบรรพชนไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าผู้ใดไม่มีอดีตเป็นของตน ก็หมายความว่า ผู้นั้นยังเป็นเด็กอยู่เสมอ ไม่มีวันเติบโตเจริญเป็นผู้ใหญ่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปรียบเสมือนน้ำในกระแสธารที่ไหลเรื่อย ก็ต้องมีน้ำเก่าไป น้ำใหม่มา ต่อเนื่องกันไปไม่ขาดตอน จึงเป็นกระแสธารที่มีน้ำเต็มอยู่เสมอ และไม่เน่าฉะนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อาจารย์เขมานันทะ ครูทางธรรมของดิฉัน ก็เคยพูดไว้เช่นกันว่า &amp;ldquo;ต้นไม้ที่มีรากลึกย่อมไม่กลัวพายุคุกคาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิธีไหว้ครูทั้งของนักเรียนชั้นประถม มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย และพิธีไหว้ครูของครูช่างทุกสาขาในเมืองไทย จึงเป็นรากลึกยิ่ง สำคัญยิ่งในการปลูกสร้างสืบต่ออนาคตของชาติบ้านเมืองเรา&amp;nbsp;
ไม่ให้ &amp;ldquo;เน่า&amp;rdquo; ไปด้วยการไร้สติ ไร้ปัญญา ที่คนรุ่นใหม่มุ่งมั่นจะมาแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง แต่กลับตื้นเขินยิ่ง แทบจะไร้ปัญญาในการรู้จักบ้านเมือง สังคม และวัฒนธรรมของคนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้า ไพร่บรรพชนคนรากหญ้า ที่ปลูกร่างสร้างสังคมไทยร่วมกันมา
การที่นักการเมืองรุ่นใหม่บางคน มองเห็นพิธีไหว้ครูเป็นเพียงเรื่องล้าหลัง เจ้ายศเจ้าอย่าง โบราณ คร่ำครึ จึงเป็นแค่ความไร้สติ ไร้ปัญญา ที่พูดออกมาโดยไม่ตระหนักด้วยซ้ำว่า &amp;ldquo;หยาบ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โง่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รู้กระทั่งว่า ไอ้ที่คิด ที่พูด ที่ทำ ออกมานั้น กำลังกระทำการ &amp;ldquo;ทุบหม้อข้าว-เผายุ้งฉาง&amp;rdquo; ของแผ่นดิน และของตัวเอง ชนิดน่าสังเวช ชวนให้เวทนานัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สติปัญญาในการรู้จักแผ่นดิน-สังคม-วัฒนธรรมไทยยังแทบไม่มี&amp;nbsp;
เป็นเช่นนี้จะไปแก้ปัญหาบ้านเมืองอะไรได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38579</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว, พิธีไหว้ครู, วัฒนธรรมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d039151bc60c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัฒนธรรมไทยกว้างไกล อวดงานArt Town@รีโน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาวัฒนธรรมไทยแห่งรัฐเนวาดาภาคเหนือ ที่ตั้งอยู่ในวัดพุทธประทีปรีโน เมืองสปากส์ รัฐเนวาดา ได้เข้าร่วมกิจกรรมหัตถกรรมศิลปะช่วงฤดูร้อนของเมืองรีโน ซึ่งถือเป็นเทศกาลประจำปีของเมืองรีโน-สปากส์ ที่จะนำของดีทางด้านศิลปะออกมาอวดกัน และรู้จักกันว่าเป็นงาน &amp;ldquo;July is Art Town&amp;rdquo; หรือเดือนของเมืองศิลปะนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;Art Town นั้นจะมีกิจกรรมทั้งใหญ่และเล็กให้ร่วมชมกันจนไม่เบื่อกันเลย แต่สำหรับงานที่ชึ้นชื่อที่สุดก็คืองาน The Reno Fashion Show นั่นเอง ปีนี้เป็นปีที่ 7 เพราะนอกจากที่จะมีดีไซเนอร์ท้องถิ่นมาร่วมอวดผลงานแล้ว งานนี้ยังมีดีไซเนอร์และนักแสดงดังๆ ของสหรัฐอเมริกามาร่วมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสภาวัฒนธรรมไทยแห่งรัฐเนวาดาภาคเหนือนั้น ได้รับการเชื้อเชิญไปร่วมงานเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้มี กรรณิกา เจ็พสัน เป็นหัวหน้านำทีม โดยมี ปิยสาร์ วิริยะกุล เป็นโปรดิวเซอร์ ส่วนนางแบบนั้นก็ได้คัดเลือกมาจากสาวๆท้องถิ่นของเมืองรีโน่ ซึ่งส่วนมากนั้นเคยเป็นจิตอาสาให้กับสภาวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากคนไทยในรีโนแล้ว ยังมีคุณครูอาสาจากประเทศไทย นางสาวคู่ใจ เปรมศรี (มิ้นท์) และนางสาวดวงใจ เปรมศรี (มายด์) คุณครูอาสาคู่แฝดจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และนายเตชวิทย์ แนบตู้ (ดิว) คุณครูอาสาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามอีกด้วย ร่วมด้วยช่วยบริหารจัดการงานแสดงในส่วนของสภาวัฒนธรรมไทยอย่างอบอุ่น ทั้งการแต่งตัวนางแบบและโชว์การรำไทยบน catwalk อวดความงดงามในวัฒนธรรมไทยที่หลากหลายและสนุกสนานให้ชาวแต่งชาติตื่นตาตื่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรรณิกา เจ็พสัน กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ แม้แต่ช่างแต่งหน้าและทำผมก็ได้รับการช่วยเหลือจากช่างท้องถิ่น โดยให้ช่างได้ออกแบบ modern ที่สามารถเข้ากับชุดและเครื่องประดับไทยได้ การออกแบบชุดนั้นได้บันดาลใจส่วนใหญ่จากการประกวดชุดประจำชาติในการประกวดนางงามที่ประเทศไทย วัสดุที่ใช้นั้นส่วนใหญ่ได้รับมาจากการบริจาคจากชุมชนไทยในท้องถิ่น นอกจากการแสดงแล้วนั้น ทางสภาวัฒนธรรมไทยแห่งรัฐเนวาดาภาคเหนือยังมีอาสาสมัครคือ แอนดร้า กลิ่นประชา และชาเล็ต ศิริเดชทนนท์ ตั้งศูนย์แจกข้อมูลและเผยแพร่ความเป็นไทยด้วย &amp;quot;ทางสภาวัฒนธรรมไทยแห่งรัฐเนวาดาภาคเหนือจะมุ่งมั่นในการเผยแพร่ต่อไป และหวังว่าจะมีจิตอาสามาร่วมงานกันมากขึ้น&amp;quot; หัวหน้าทีมกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้คนที่รีโนได้รู้จักวัฒนธรรมไทยค่ะ งานนี้เป็นงานที่เราสามารถให้คนที่นี่ได้รู้จักกับเรา และเราสามารถเผยแพร่ความเป็นไทยให้คนสนใจมากขึ้น&amp;rdquo; คุณกรรณิกา เจ็พสัน ได้กล่าวหลังจากเสร็จงานแล้ว &amp;ldquo;ทาง Art Town ได้ให้เกียรติกับเรามาก โดยการประกาศว่าเราเป็นทีมโปรดทีมหนึ่งของรีโน (one of Reno&amp;rsquo;s favorite) เราเพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่นานนะคะ แต่เราทำงานการเผยแพร่อย่างเต็มที่ตลอดเวลาค่ะ&amp;rdquo; &amp;nbsp; ปิยสาร์ วิริยะกุล ผู้ออกแบบงานและร่วมแสดง กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าการที่โดนคุณพ่อส่งให้เรียนรำไทยตอนประถมจะได้มาใช้งานในต่างประเทศอย่างนี้ รู้สึกภูมิใจที่ชุมชนรีโนเริ่มที่จะรักและรู้จักความเป็นไทยมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้องมายด์กล่าวว่า &amp;ldquo;รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เราได้เป็นทั้งนักแสดง เป็นช่างแต่งตัวให้นางแบบ รู้สึกภูมิใจมากที่เราได้มาเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกไปให้คนต่างชาติได้รู้จัก ต้องขอขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆ ในครั้งนี้ค่ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องมิ้นท์ยังเปิดใจเพิ่มด้วยว่า &amp;ldquo;ดีใจที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจและชื่นชอบกับผลงานของเราบนเวที และขอขอบคุณที่ให้โอกาสได้แสดงศักยภาพในการทำงาน เป็นครั้งแรกที่รำบนเวทีเดินแบบค่ะ&amp;rdquo; ส่วนน้องดิวที่เชี่ยวชาญทางดนตรีพื้นบ้านนั้นก็เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ผมตื่นเต้นมากเลยครับ ผมไม่เคยที่จะได้ตีกลองเดี่ยวเดินนำ ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ผมยังต้องแสดงบนเวทีเดินแบบอีกด้วย ผมสั่นเลยครับ แต่ผมรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13391</URL_LINK>
                <HASHTAG>July is Art Town, กรรณิกา เจ็พสัน, ปิยสาร์ วิริยะกุล, วัฒนธรรมไทย, ศิลปะวัฒนธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49c0888bf93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิถี&#039;ออเจ้า&#039;เคล้านาฏศิลป์  เพิ่มทักษะเด็กเล็ก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสละครย้อนยุคเรื่อง &amp;#39;บุพเพสันนิวาส&amp;#39; ขณะนี้ ได้เป็นส่วนสำคัญทำให้คนไทยตื่นตัวและชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมาก เห็นได้จากภาพที่มีการแต่งชุดไทยไปเที่ยว ชักชวนกันไปหาอาหารการกินสำรับไทย และที่คึกคักมากคือมีผู้คนเดินทางไปตามรอยโบราณสถาน เยี่ยมชมสถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นฉากในละครเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงผู้ใหญ่ วัยทำงานหรือคนรุ่นใหม่เท่านั้น ปรากฏการณ์ความนิยมดังกล่าวได้ส่งผลไปสู่เด็กและเยาวชน อินกับละครกลายเป็นพี่หมื่นและแม่หญิงการะเกดกันมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ละครฮอต &amp;quot;ต่อยอด&amp;quot; รักษ์ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความฮอตฮิตของละคร มีการต่อยอดทำให้เด็กๆ เข้าถึงและรู้จักวัฒนธรรมไทยมากขึ้นอย่าง โครงการอบรมนาฏศิลป์-ดนตรีสำหรับเด็ก เยาวชน และบุคคลทั่วไปภาคฤดูร้อน ประจำปี 2561 ซึ่งวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เปิดอบรมในช่วงปิดเทอมนี้ มีพ่อแม่ ผู้ปกครองส่งลูกหลานมาเรียนซัมเมอร์รำไทยมากขึ้น จุดเด่นของการอบรมมีการใช้คำพูดของตัวละคร อย่างคำว่า &amp;#39;ออเจ้า&amp;#39; อันโด่งดัง บทละครที่คุ้นเคย จนกระทั่งเพลงละครมาเล่นกับเด็กๆ ทำให้การเรียนรู้นาฏศิลป์เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเข้ายุคสมัยสุดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าประทับใจสาวน้อยยุค 4.0 แต่ละคนนุ่งโจงห่มสไบสวยงามเลียนแบบแม่หญิงการะเกดเข้าเรียน ณ ตึกละคร วิทยาลัยนาฏศิลป จ.นครปฐม ซึ่งในห้องเรียนนี้มีตั้งแต่เด็กเล็กอายุ 3 ขวบครึ่งจนกระทั่ง 7 ขวบ โดยมี &amp;#39;ครูน้อง&amp;#39; หรืออาจารย์จิตตินัฏ ชุ่มชื่น ครูละครประจำภาควิชานาฏศิลป์ไทย รับหน้าที่ถ่ายทอดวิชารำไทย พร้อมสอดแทรกเกร็ดความรู้วัฒนธรรมให้เด็กๆ ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูน้อง-จิตตินัฏ กล่าวว่า ช่วงนี้กระแสความเป็นไทยกำลังมาแรงมาก เริ่มตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานงาน &amp;quot;อุ่นไอรัก คลายความหนาว&amp;quot; มีประชาชนแต่งชุดไทยไปเที่ยวงาน จากนั้นละคร &amp;quot;บุพเพสันนิวาส&amp;quot; ออกอากาศจนโด่งดัง นางเอกเป็นคนสมัยใหม่ที่ข้ามกลับมายุคโบราณ ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ทั้งกิริยา มารยาท การทำอาหารและขนมไทย แม้แต่คำพูดโบราณ กลายเป็นส่วนเสริมให้การเรียนนาฏศิลป์และงานฝีมือได้รับความสนใจมากขึ้น เป็นปรากฏการณ์ที่ดีที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอบรมนาฏศิลป์สำหรับเด็กปีก่อนๆ จะนุ่งโจงแดง แต่ซัมเมอร์นี้กระแสออเจ้าฮิตมาก ครูจึงเตรียมผ้าสไบอัดพลีตสีต่างๆ มาให้แต่งเพิ่ม เด็กจะชอบมาก เพราะเหมือนออเจ้าในละคร ทุกคนดูละครเรื่องนี้กันหมด ถามว่าทำไมชอบละคร เด็กๆ ชอบแม่การะเกด ซึ่งเป็นผู้หญิงร่าเริง เก่ง ฉลาด ครูใช้ตัวละครนี้ให้เด็กๆ ที่มาเรียนรำเลียนแบบได้ จะสื่อสารกับพวกเขา ถ้าอยากเป็นการะเกดจะต้องเป็นเด็กดี เรียนเก่ง มารยาทงาม ระหว่างเรียนครูจะเรียกออเจ้าๆ ลงท้าย เจ้าคะ โอเคมั้ยคะ พร้อมท่าทางประกอบ เด็กเล็กเป็นวัยกำลังเรียนรู้และจดจำ การใส่เรื่องวัฒนธรรมไทยไปด้วยยิ่งดี&amp;quot; ครูละครขวัญใจเด็กๆ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน 14 วันของการอบรมรำไทย ครูน้องบอกว่า เด็กๆ จะได้เรียนรู้ท่ารำพื้นฐาน เพลงช้า เพลงเร็วแบบตัด รู้จักการตั้งวง ดัดมือ ดัดเท้า จีบล่าง จีบบน จนกระทั่งสอดสร้อยมาลา รวมถึงท่ารำประกอบเพลงเด็กๆ เป็นเพลงสั้นๆ ภาษาไม่ซับซ้อน แต่มีความหมาย ทั้งเพลงทรงพระเจริญ สอดแทรกเรื่องความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือเพลงอธิษฐาน ที่มีการร่ายรำประกอบเพลงที่มีคุณค่าและงดงาม เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมครั้งนี้จะจัดแสดงผลงานชุดรำอธิษฐานด้วย ถ้ามีเด็กเพียงหนึ่งคนเรียนต่อนาฏศิลป์ ครูก็ปลื้มใจแล้ว ในห้องเรียนยังสอดแทรกการละเล่นอย่างไทยเพื่อพัฒนาทักษะและพัฒนากล้ามเนื้อของเด็กๆ ตลอดจนได้เปิดมุมมองใหม่ๆ รู้จักกฎกติกา การละเล่นแบบนี้ฝึกการอยู่ร่วมกัน ต่างจากการเล่นเกมหรือติดหน้าจอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ออเจ้าทั้งหลายยังได้ซึมซับมารยาทไทย ความมีระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้า หน้าผม นุ่งผ้าแดง ก่อนเรียนและเลิกเรียนจะมีการไหว้อย่างอ่อนน้อม ระหว่างเรียนถ้าจะไปเข้าห้องน้ำต้องขออนุญาต คนโบราณใช้คำว่า ไปมาลาไหว้ การนั่งคุยกับครูจะนั่งพับเพียบเรียบร้อย ก็ไม่ถึงขนาดผ้าพับไว้ แต่เด็กมีสัมมาคารวะมากขึ้น เมื่อกลับไปที่บ้าน ผู้ปกครองหลายคนแปลกใจ ลูกๆ น่ารักกว่าเดิม เคารพผู้ใหญ่ รู้จักไหว้ หากครอบครัวช่วยกันต่อยอดจะกลายเป็นนิสัย และออเจ้าจะช่วยกันรักษาวัฒนธรรมไทย ละครมีตอนอวสาน แต่การปลูกฝังความเป็นไทยในชีวิตประจำวันสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องบังคับ แต่ทำให้พวกเขารักความเป็นไทยเท่านั้น&amp;quot; ครูน้อง-จิตตินัฏ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ออเจ้า..ลูกหลานเปิดความรู้สึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการเรียนรำ ออเจ้าตัวน้อยแต่ละคนจัดเต็มสุดพลัง ทุกคนตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก โดยน้องน่านฟ้า-เด็กหญิงพิชานันท์ พิสิทธิ์เมธี อายุ 4 ปี บอกว่า อยากมาเรียนรำทุกวัน ชอบการรำและชอบแต่งชุดไทยเหมือนการะเกด เพื่อนๆ ก็น่ารักทุกคน ครูน้องใจดีมาก เรียกหนู ออเจ้า แล้วก็สอนให้ไหว้สวยๆ ถ้ามีเรียนรำไทยอีกจะให้คุณแม่พามา ชอบที่สุด อยากชวนให้เพื่อนๆ แต่งชุดไทยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น้องกัสจัง-เด็กหญิงบุรพร อ่อนละมูล อายุ 7 ปี บอกว่า ชอบดูละครบุพเพสันนิวาส อยากเป็นทั้งแม่หญิงการะเกดและแม่หญิงจันทร์วาด เห็นในละครแต่งชุดไทยสวยงาม มาเรียนที่นี่ได้แต่งชุดไทยห่มสไบชอบมากๆ ครูน้องสอนเรื่องการรำประกอบเพลงต่างๆ หนูเคยเรียนมาบ้าง แต่ยังสนุก ตอนนี้หนูรักวัฒนธรรมไทย ปิดเทอมหน้าอยากจะมาเรียนนาฏศิลป์อีก มีความสุขได้รำไทย พบกับเพื่อนๆ ได้ร้องเล่นกันอย่างสนุกสนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออเจ้าอีกคน น้องนุ้กนิ้ก-เด็กหญิงกมลชนก ศรีบุญเรือง อายุ 7 ปี มั่นอกมั่นใจในความสวยเหมือนการะเกด แต่ละท่วงท่ารำสร้างรอยยิ้ม บอกว่า ชอบพี่หมื่นในละครมาก แล้วก็อยากจะเป็นการะเกด เพราะทั้งเก่งและเป็นคนดี เวลาเรียนก็สนุกมาก เพราะครูสอนรำไทย แล้วก็ให้เล่นแม่งูเอ๋ย ซ่อนแอบ จ้ำจี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน ขอบคุณครูน้องที่ช่วยสอน หนูเห็นว่าวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อยากให้ทุกคนรักความเป็นไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิทยาลัยนาฏศิลปนอกจากบุคคลภายนอกอย่างน้องๆ เด็กเล็กที่มาเรียนซัมเมอร์ ช่วงนี้มีน้องใหม่นักเรียนชั้น ม.1 วิทยาลัยนาฏศิลป มาเรียนปรับพื้นฐานก่อนเปิดเทอมกันคึกคัก ในมุมมองนักเรียนนาฏศิลป์ต่อกระแสออเจ้า น้องไหม-ภคพร วงษ์วรภาส กล่าวว่า ดีใจที่คนไทยหันกลับมาสนใจความเป็นไทย แต่งชุดไทยไปทำงาน ไปเที่ยวกันมากขึ้น ตนก็ได้ดูละครเรื่องนี้ จุดเด่นปลูกฝังให้คนรักความเป็นไทย มารยาทไทยในอดีต ตนก็เป็นเยาวชนคนหนึ่งที่รักนาฏศิลป์ไทย การเรียนนาฏศิลป์ได้ฝึกกิริยามารยาท ความฝันสูงสุดในชีวิตอยากจะเป็นครูละคร จะตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น้องเฟิร์น-อภิรดา เปรมานุพันธ์ นร.ชั้น ม.1 บอกว่า ละครมาแรงมากทำให้คนสนใจประวัติศาสตร์ และอยากเรียนรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับความเป็นไทย &amp;nbsp;นาฏศิลป์เป็นอีกวิชาหนึ่งที่อยากจะชวนให้ทุกคนมาทำความรู้จัก นอกจากพัฒนาทักษะ ยังเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพที่สำคัญ ตนจะพยายามอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยของแผ่นดินและบอกต่อคนรอบข้างให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งห้องเรียนช่วงปิดเทอมที่เกาะกระแสออเจ้าได้เกิดประโยชน์สุดๆ เติมเต็มเด็กรุ่นใหม่ให้เข้าใจความสวยงามของวัฒนธรรมได้ชัดเจนมากขึ้น แนวทางของวิทยาลัยนาฏศิลปใครจะไปประยุกต์ใช้ก็ไม่หวงนะเจ้าคะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครงการอบรมนาฏศิลป์-ดนตรีสำหรับเด็ก, ครูน้อง-จิตตินัฏ, น้องกัสจัง-เด็กหญิงบุรพร, น้องนุ้กนิ้ก-เด็กหญิงกมลชนก, น้องเฟิร์น-อภิรดา เปรมานุพันธ์, บุพเพสันนิวาส, ประวัติศาสตร์, ละครย้อนยุค, วัฒนธรรมไทย, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, สาวน้อยยุค 4.0, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออเจ้า, แต่งชุดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9d34f38c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2018 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย89% เห็นด้วยแต่งชุดไทย ผ้าไทยเล่นน้ำในวันสงกรานต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพล เผยผลสำรวจคนไทย 89 % เห็นด้วยกับแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำในวันสงกรานต์ ถือเป็นอนุรักษ์ความเป็นไทย และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 เม.ย. 61 - รายงานศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;แต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำในวันสงกรานต์&amp;rdquo; &amp;nbsp; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.96 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ เป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แสดงถึงความเป็นไทย และอยากให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เป็นประเพณีไทยที่มีมาแต่โบราณ และดูเรียบร้อย สวยงาม รองลงมา ร้อยละ 14.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ชุดไทยเป็นชุด ที่มีเกียรติจะใส่มาเล่นน้ำดูไม่เหมาะสม เคลื่อนไหวลำบาก ไม่สะดวก มีราคาค่อนข้างแพง ดูสิ้นเปลือง และกลัวชุดพังเพราะโดนน้ำ ขณะที่บางส่วนระบุว่า การเล่นน้ำของเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยเหมาะกับชุดไทยผ้าไทย เท่าไหร่นัก และร้อยละ 1.04 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความต้องการ/อยากแต่งชุดไทย ผ้าไทย ไปเล่นน้ำสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 64.24 ระบุว่า อยากแต่ง เพราะ เป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย สืบสานประเพณีไทย ดูดีมีเอกลักษณ์ เรียบร้อย สวยงาม และจะได้เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง รองลงมา ร้อยละ 33.44 ระบุว่า ไม่อยากแต่ง เพราะ ไม่สะดวก ไม่คล่องตัว ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ค่อนข้างร้อน ชุดมีราคา ค่อนข้างแพง หาซื้อยาก ใส่ชุดธรรมดาสะดวกสบายกว่า ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่กล้าใส่ และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่ามีข้อเสนอที่จะให้ภาครัฐและภาคเอกชน ช่วยรณรงค์ การแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ &amp;nbsp;ร้อยละ 50.40 ระบุว่า ปลูกจิตสำนึกและค่านิยมให้เยาวชนประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทย รองลงมา ร้อยละ 48.88 ระบุว่า ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาใส่ชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์อย่างทั่วถึง &amp;nbsp;ร้อยละ 35.36 ระบุว่า ให้หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมประกวดการแต่งชุดไทย ผ้าไทย ในวันสงกรานต์ ร้อยละ 30.40 ระบุว่า ให้ดารา นักร้อง หรือคนที่มีชื่อเสียงร่วมรณรงค์แต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ ร้อยละ 28.56 ระบุว่า รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแต่งกายด้วยชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ ร้อยละ 23.20 ระบุว่า จัดงานหรือกิจกรรมที่มีบรรยากาศย้อนยุคเอื้อต่อการแต่งชุดไทย เช่น งานอุ่นไอรักคลายความหนาว ร้อยละ 16.40 ระบุว่า ให้ประชาชนที่แต่งชุดไทยสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ได้ฟรี
&amp;nbsp;
และยังพบว่า ร้อยละ 0.48 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ให้ภาครัฐแจกชุดไทย ผ้าไทย ให้แก่ประชาชน และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ในสำหรับข้อเสนอที่จะให้ภาคเอกชน ช่วยรณรงค์ การแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำสงกรานต์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.96 ระบุว่า ส่งเสริมให้มีการจำหน่ายชุดไทยในราคาที่เหมาะสม หาซื้อง่าย ออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้ง่าย รองลงมา ร้อยละ 39.04 ระบุว่า ให้เอกชนร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรม จัดการประกวดส่งเสริมการแต่งชุดไทย ผ้าไทย ในพื้นที่ต่าง ๆ ร้อยละ 38.48 ระบุว่า ให้เอกชนช่วยโฆษณา รณรงค์ กระตุ้นให้คนไทยและชาวต่างชาติแต่งชุดไทย ผ้าไทย ร้อยละ 37.12 ระบุว่า จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ให้แก่ผู้แต่งชุดไทย ผ้าไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และร้อยละ 5.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดไทย, นิดาโพล, วัฒนธรรมไทย, สงกรานต์, ส่งเสริม, อนุรักษ์, เล่นน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5ac97c5ceab97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
