<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนพ.คาดการใช้พลังงานขั้นต้นปีนี้ทั้งปีโตแค่ 0.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ส.ค. 2564 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่าประเมินแนวโน้ม &amp;nbsp;การใช้พลังงานขั้นต้นปี 2564 ทั้งปีเพิ่มขึ้น 0.1% ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะสาขาการผลิตเพื่อการส่งออกจากเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าที่เริ่มฟื้นตัว คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทยกเว้นการใช้น้ำมัน ซึ่งอยู่ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2564 จะอยู่ในช่วง 62-72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตามคาดการณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และมองว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 น่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 0.7-1.5% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ประกอบกับมีแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การใช้พลังงานขั้นต้นที่คาดการณ์เพิ่มขึ้น เนื่องจากมองว่าปีนี้ทั้งปีการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11.7% การใช้ก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น 3.5% และการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์เพิ่มขึ้น 1.8% การใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 0.9% ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 5.3% และการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น 11.5% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนพ.ประเมินผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ไว้ด้วยแล้ว แต่ก็ยังต้องติดตามผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่อง และปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด เช่น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก มาตรการในการป้องกัน โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า สศช.จะปรับเปลี่ยนคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจอีกหรือไม่ เพราะจะสะท้อนมายังการใช้พลังงานได้ชัดเจนขึ้น ส่วนการใช้น้ำมันปีนี้ทั้งปีคาดว่าจะลดลง 5.5% เนื่องจากภาครัฐมีการยกระดับมาตรการล็อกดาวน์และประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในเดือนก.ค.2564 ภาคขนส่งลดลง 24% การใช้ไฟฟ้าทั้งปีจะลดลงเล็กน้อย 0.4%&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ได้พิจารณาเห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบายภาคพลังงาน ตั้งมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาด และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2608-2613 ซึ่งต้นเดือนก.ย.นี้จะมีการรับฟังความคิดเห็นกรอบแผนพลังงานชาติกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำความเห็นมาประกอบการจัดทำแผนพลังงานชาติต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113561</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้พลังงานขั้นต้น, ยอดใช้พลังงานปี 64, วัฒนพงษ์ คุโรวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609105191964f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนพ.เผยราคาน้ำมันดิบชะลอตัวลง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบว่า ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังตลาดคลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สามารถเจรจาข้อตกลงเบื้องต้นในการปรับเพิ่มระดับการผลิตน้ำมันดิบอ้างอิง (baseline production) ของ UAE อย่างไรก็ตามซาอุฯ และ UAE ยังไม่มีการนัดวันประชุมกับสมาชิกชาติอื่นในกลุ่มโอเปกพลัสเพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มอย่างเป็นทางการ กอปรกับตลาดยังคงกังวลต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชีย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยกรุงโตเกียวได้กลับมาดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดก่อนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ขณะที่อินโดนีเซียประกาศขยายพื้นที่ล็อกดาวน์ ส่วนมาเลเซีย ไทยและเกาหลีใต้ได้มีการประกาศมาตรการเข้มงวดทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันยังคงผันผวนและได้รับแรงหนุนหลังสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นตลอดช่วงระยะเวลา เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 และคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกอาจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก (วันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2564) ราคาน้ำมันดิบดูไบและเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 73.39 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp;และ 73.19 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp;โดยทรงตัวจากสัปดาห์ที่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งนี้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบ จากการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการปรับเพิ่มกำลังการผลิต อย่างไรก็ตามทางกลุ่มโอเปกพลัสจะจัดประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งตลาดยังคงกังวลต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชีย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสายพันธุ์เดลตา ยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันยังถูกกดดันจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดนครลอสแอนเจลิสได้กลับมาใช้มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคารอีกครั้ง มีผลบังคับใช้วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 หลังจากมีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศออสเตรเลียประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ในเมืองซิดนีย์อีก 14 วัน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มสูงขึ้นแม้ว่าจะมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ระดับสูงสุดแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาคเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบนซิน: ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95, 92 และ 91 (Non-Oxy) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 85.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล 83.46 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ 84.70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.85 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp;0.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp;และ 0.59 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp;โดย International Enterprise Singapore (IES) รายงานปริมาณการนำเข้า (ไม่รวมจีน) สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 ก.ค. 64 อยู่ที่ 2.62 ล้านบาร์เรล (+1.35 ล้านบาร์เรล) เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ปริมาณสำรอง Light Distillates เชิงพาณิชย์ในสิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุด 14 ก.ค. 64 เพิ่มขึ้น 0.32 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 14.57 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 3 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดีเซล: ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 80.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล &amp;nbsp;ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วจากอุปสงค์ที่ยังจำกัดในภูมิภาค เนื่องจากการจำกัดการเดินทางเพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ท่ามกลางการนำเข้าน้ำมันดีเซลของฮ่องกงที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายวัฒนพงษ์ ยังได้กล่าวถึง การติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว ในตลาดจร หรือ Spot LNG ช่วงระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 9 กรกฎาคม 2564 ว่า ราคา Spot LNG เฉลี่ยในสัปดาห์นี้ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน 0.039 เหรียญสหรัฐฯ/ล้านบีทียู มาอยู่ที่ระดับ 13.414 เหรียญสหรัฐฯ/ล้านบีทียู ตามความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคยุโรป เนื่องจากราคา Carbon Credit ส่งผลกระทบต่อราคา Spot LNG ทำให้เกิดความผันผวนในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งสัปดาห์ ประกอบกับปริมาณความต้องการใช้ LNG จากภูมิภาคเอเชีย และอเมริกาใต้เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญของราคา Spot LNG ให้คงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ มีรายงานราคาก๊าซธรรมชาติภายในประเทศออสเตรเลียปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 5 ปี จากปัจจัยสำคัญ อาทิ อากาศที่หนาวเย็นจัด การซ่อมบำรุงของแหล่งก๊าซฯ Longford ในรัฐวิกตอเรีย โรงไฟฟ้าถ่านหินหยุดการเดินเครื่องกะทันหัน และปริมาณสำรองก๊าซฯ ที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้ผู้ผลิต LNG จากโครงการในประเทศออสเตรเลียฝั่งตะวันออก อาจพิจารณาลดกำลังการผลิต LNG และขายก๊าซฯให้กับตลาดในประเทศออสเตรเลียทดแทน ประกอบกับพายุฝนที่ตกต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลทำให้ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ปรับลดลง และผู้ซื้อ LNG ในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้ซื้อจากภาคตะวันตกของประเทศต้องเข้าจัดหา Spot LNG เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าทดแทนไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.32 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 32.8269 บาท/เหรียญสหรัฐฯ ต้นทุนน้ำมันเบนซินทรงตัวจากสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 0.15 บาท/ลิตร ทำให้ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.14 บาท/ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 18 ก.ค. 64 กองทุนน้ำมันมีสินทรัพย์รวม 49,293 ล้านบาท หนี้สินกองทุนฯ 32,612 ล้านบาท ทั้งนี้ฐานะกองทุนน้ำมันสุทธิ 16,681 ล้านบาท แยกเป็นบัญชีน้ำมัน 30,979 ล้านบาท และบัญชี LPG &amp;nbsp;-14,298 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.), ราคาน้ำมัน, วัฒนพงษ์ คุโรวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa3f7fd2e6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานยันพร้อมดูแลราคาน้ำมันช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน 2564 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากนักลงทุนกังวลว่าอุปทานในตลาดจะเพิ่มขึ้น จากผลการประชุมของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมามีมติเพิ่มปริมาณการผลิตเป็นขั้นบันไดในช่วงพ.ค. - ก.ค. นี้ สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าในพ.ค.&amp;ndash; มิ.ย. โอเปกพลัสจะยังคงลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่ 6.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่ากับในเดือนเม.ย. 64 อีกทั้งซาอุดีอาระเบียที่ลดการผลิตเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงก.พ. - เม.ย.จะปรับปริมาณลดการผลิตน้ำมันดิบเป็น 0.75 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 0.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงพ.ค.&amp;ndash; มิ.ย.และยุติการลดการผลิตเพิ่มเติมตั้งแต่ก.ค. 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันน้ำมันยังคงถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในหลายประเทศในยุโรปยังคงรุนแรง โดยมีการประกาศล็อคดาวน์ในหลายพื้นที่ ในด้านค่าการตลาดน้ำมันของไทยนั้น สนพ. ได้คำนวณแล้วว่าปัจจุบันค่าการตลาดเฉลี่ยอยู่ในช่วงที่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ได้เห็นชอบไว้ ซึ่งในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ กระทรวงพลังงาน มีมาตรการดูแลราคาพลังงานตลอดช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเมื่อวันที่ 29 มี.ค. &amp;ndash; 4 เม.ย. ราคาน้ำมันดิบดูไบและเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 62.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ 60.68 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.61 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ 0.71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 4 เม.ย. กองทุนน้ำมันฯ มีสินทรัพย์รวม 57,104 ล้านบาท หนี้สินกองทุน 34,503 ล้านบาท ฐานะกองทุนน้ำมันฯ สุทธิ 22,601 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน &amp;nbsp;34,115 &amp;nbsp;ล้านบาท บัญชีแอลพีจี ตอดลบ 11,514 &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98972</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.), ราคาน้ำมันสงกรานต์, วัฒนพงษ์ คุโรวาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60470253023d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมตัว &#039;สนพ.&#039;คาดการณ์ราคาน้ำมันขาขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 2564 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบว่ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) มีมติขยายเวลาการปรับลดการผลิตที่ระดับ 7.2 ล้านบาร์เรล/วัน ไปจนถึงเดือน เม.ย. 64 อีกทั้งซาอุดีอาระเบียยังอาสาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรล/วัน ต่อไปอีก 1 เดือน ไปสิ้นสุดเดือนเม.ย. 64 ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าโอเปกพลัสจะปรับเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน เม.ย. 64 ที่ระดับ 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน รวมทั้งข่าวกลุ่มกบฏฮูตีของเยเมนยิงโดรนและขีปนาวุธเพื่อหวังโจมตีแห่งอุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุดีฯ โดยยิงถังเก็บน้ำมันที่ท่าเรือรัสทานูรา ซึ่งหนึ่งในเมืองท่าน้ำมันใหญ่ที่สุดในโลก และโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดี อารามโค นอกจากนี้อุปสงค์น้ำมันยังได้แรงสนับสนุนจากความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ นายวัฒนพงษ์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมัน สรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก (1-7 มีนาคม 64) ราคาน้ำมันดิบดูไบ &amp;nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $63.28 ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.16 ต่อบาร์เรล &amp;nbsp;และราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $62.32 ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.05 ต่อบาร์เรล ประเทศจีนรายงานตัวเลขอัตราการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรม เดือนก.พ.64 ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในญี่ปุ่น อยู่ที่ 63.1 ล้านบาร์เรล กลุ่มประเทศโอเปกพลัส คงกำลังการผลิตไปจนถึงเดือน เม.ย. 64 จากความไม่แน่นอนของอุปสงค์ที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และซาอุดีอาระเบียยังอาสาจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรล/วัน ต่อไปอีก 1 เดือน ในเดือน เม.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาคเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบนซิน: ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95, 92 และ 91 (Non-Oxy) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $71.64, $70.14 และ $71.58 ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว $0.43, $0.23 และ $0.32 ต่อบาร์เรล จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในภูมิภาคในระดับต่ำ การรายงานปริมาณสำรอง Light Distillates เชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ (ณ 3 มี.ค. 64) เพิ่มขึ้น 0.42 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 15.91 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์
ราคาน้ำมันดีเซล: ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $69.95 ต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว $1.28 ต่อบาร์เรล จากอุปทานน้ำมันดีเซลในภูมิภาคมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากการส่งออกของประเทศอินเดีย จีน และ ภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย Platts คาดจีนส่งออกในเดือน มี.ค. 64 ปริมาณ 17.25 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 11 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าเงินบาทของไทย อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.33 บาท/เหรียญสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับเฉลี่ย 30.5206 บาท/เหรียญสหรัฐฯ (ต้นทุนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.07 บาท/ลิตร น้ำมันดีเซลลดลง 0.10 บาท/ลิตร) ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.23 บาท/ลิตร (รวมค่าขนส่งน้ำมันทางท่อจากศรีราชา - กรุงเทพฯ 0.71 บาท/ลิตร) และค่าการกลั่น เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.51 บาท/ลิตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 มี.ค. 64 กองทุนฯ มีสินทรัพย์รวม 57,887 ล้านบาท หนี้สินกองทุนฯ 33,806 ล้านบาท ฐานะกองทุนฯ สุทธิ 24,081 ล้านบาท (บัญชีน้ำมัน &amp;nbsp;34,929 &amp;nbsp;ล้านบาท บัญชี LPG &amp;nbsp;-10,848 &amp;nbsp;ล้านบาท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคาน้ำมันดิบ, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สนพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60470253023d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนพ.เผยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2564 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบว่ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่จะได้รับการอนุมัติภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการอาสาลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน นอกเหนือจากข้อตกลงของกลุ่มโอเปกและโอเปกพลัส ในเดือนกุมภาพันธ์ - &amp;nbsp;มีนาคม 2564 รวมไปถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่ลดลงในลิเบีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความไม่สงบภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังคงมีปัจจัยจากแรงกดดันของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้หลายประเทศยังคงมาตรการล็อคดาวน์และขยายเวลาเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเต็มขั้น รวมทั้งยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ราคาน้ำมันดิบดูไบและเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 57.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ 55.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 2.15 เหรียญต่อบาร์เรลและ 2.86 เหรียญต่อบาร์เรลตามลำดับ โดยที่กลุ่มโอเปกสามารถปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ตามข้อตกลงในเดือนมกราคม 2564 อยู่ที่ระดับ 103% &amp;nbsp;นอกจากนี้ซาอุดีอาระเบียยังเริ่มปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา และจะปรับลดต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง (ณ วันที่ 29 มกราคม) ปรับลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.5 ล้านบาร์เรล ส่วนที่จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา (ณ วันที่ 29 มกราคม) ปรับลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล โดยนักวิเคราะห์คาดว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จะยังคงลดต่อเนื่องอีก 2.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาคเอเชีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบนซิน: ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95, 92 และ 91 (Non-Oxy) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $63.58, $62.25 และ $63.67 ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว $2.66, $2.47 และ $2.50 ต่อบาร์เรล ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ความต้องการใช้น้ำมันของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างไรก็ตามราคายังถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ญี่ปุ่นและเวียดนามมีการประกาศล็อกดาวน์เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; Petroleum Association of Japan (PAJ) รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ในญี่ปุ่น สัปดาห์สิ้นสุด 30 ม.ค. 64 ลดลง 0.55 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 10.18 ล้านบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; Platts คาดการณ์ว่าโรงกลั่นน้ำมันในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะมีแผนปรับลดปริมาณการผลิตเพื่อลดผลกระทบจากการส่งออกของจีน ซึ่งคาดว่าปริมาณส่งออกน้ำมันดีเซล ในเดือน ก.พ. 64 จะเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล&amp;nbsp;อยู่ที่ 15.0 ล้านบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดีเซล: ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ $63.47 ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว $3.03 ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.5 ณ สัปดาห์สิ้นสุด 3 ก.พ. 64 แตะระดับ14.15 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับต่ำในรอบ 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; อุปทานในภูมิภาคที่ปรับตัวลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น รวมถึงการส่งออกไปยังทางด้านตะวันตกที่เพิ่มมากขึ้น โดยที่ปริมาณน้ำมันดีเซลส่งออกจากประเทศจีนคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นในเดือน ก.พ.
ค่าเงินบาทของไทย อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.01 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 30.1793 บาท/เหรียญสหรัฐฯ ต้นทุนน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 0.51 บาท/ลิตร ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 0.58 บาท/ลิตร ทำให้ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.38 บาท/ลิตร (รวมค่าขนส่งน้ำมันทางท่อจากศรีราชา - กรุงเทพฯ 0.71 บาท/ลิตร) และค่าการกลั่น เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 0.62 บาท/ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 ก.พ. 64 กองทุนน้ำมันมีสินทรัพย์รวม 59,269 ล้านบาท หนี้สินกองทุน 33,749 ล้านบาท ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันสุทธิ 25,520 ล้านบาท แยกเป็นบัญชีน้ำมัน &amp;nbsp;35,589 &amp;nbsp;ล้านบาท และบัญชี LPG &amp;nbsp; &amp;nbsp;-10,069 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคาน้ำมันดิบ, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e14307c49b36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดยอดใช้พลังงานปี63ร่วง5.8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;พบว่า ความต้องการใช้พลังงานเกือบทุกชนิดเชื้อเพลิงลดลง ภาพรวมใช้พลังงานขั้นต้นลดลง&amp;nbsp;5.8%&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการลดลงจากเกือบทุกภาคส่วน แบ่งเป็นการใช้น้ำมันสำเร็จรูป ลดลง 11.5%&amp;nbsp;โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลง 2.6%&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้งช่วงต้นปี ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงปลายปี รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้รถเพื่อเดินทางลดลง การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล ลดลง 1.2%&amp;nbsp;จากมาตรการทำงานจากที่บ้าน (เวิร์ค ฟอร์ม โฮม)&amp;nbsp;และลดการเดินทางข้ามจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลง 61.8%&amp;nbsp;เนื่องจากมาตรการระงับการบินจากต่างประเทศและลดการบินในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีทำให้การบินในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ การใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)&amp;nbsp;ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลง 26.3%&amp;nbsp;จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์แอลพีจีบางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลดลง 17.7%&amp;nbsp;การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลง 7.9%&amp;nbsp;และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลง 4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลง&amp;nbsp;8.2%&amp;nbsp;โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในส่วนของการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี)&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;28.5%&amp;nbsp;จากผู้ใช้รถยนต์เอ็นจีวีบางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเนื่องจากราคาไม่สูงมากนัก ขณะที่การใช้ไฟฟ้า ลดลง 2.9%&amp;nbsp;โดยลดลงเกือบทุกสาขา โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคารและไนต์คลับ ซึ่งมีผลมาจากมาตรการล็อก ดาวน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การใช้พลังงานที่ลดลงส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) จากการใช้พลังงานของประเทศไทย ปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ลดลงในทุกภาคเศรษฐกิจ ทั้งการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยคาดว่าการปล่อย&amp;nbsp;CO2&amp;nbsp;จากการใช้พลังงานอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;222.8&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;CO2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดลงจากปีก่อน&amp;nbsp;11.1%&amp;nbsp;และยังมีเชื้อเพลิงบางส่วนที่เพิ่มขึ้นคือการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ถ่านหินในภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่พลังงานทดแทนมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.4%&amp;nbsp;และไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;7.1%&amp;nbsp;เนื่องจากปลายปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศลาวเริ่มจ่ายเข้าระบบจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรง&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแนวโน้มการใช้พลังงานปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดย สศช. คาดว่าในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะขยายตัว&amp;nbsp;3.5 - 4.5%&amp;nbsp;ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คาดว่าจะอยู่ในช่วง&amp;nbsp;41&amp;ndash; 51&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะอยู่ในช่วง&amp;nbsp;30.3 &amp;ndash; 31.3&amp;nbsp;บาทต่อเหรียญสหรัฐ และคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จะขยายตัวลดลง&amp;nbsp;4.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนพ. ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดย สนพ. ได้ประมาณการความต้องการใช้พลังงานในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรณี คือกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง และกรณีที่เกิดการระบาดมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ การใช้พลังงานขั้นต้น ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;0.2-1.9%&amp;nbsp;จากการเพิ่มขึ้นของพลังงานเกือบทุกประเภท ยกเว้นการใช้น้ำมันที่ลดลง -1.9&amp;nbsp;ถึง -2.9%&amp;nbsp;โดยคาดการณ์ว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.1-4.1%&amp;nbsp;การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์คาดว่าจะมีการใช้ค่อนข้างทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;0.1-0.4%&amp;nbsp;ส่วนการใช้พลังงานทดแทน คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5.0%&amp;nbsp;จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ และไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.1%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดใช้พลังงานปี 63, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9fab0ef3d5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานลุยรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย. 2563 &amp;nbsp;นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี 2561-2580) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ว่ากระทรวงพลังงานเตรียมประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่องปริมาณไม่เกิน 150 เมกะวัตต์ จากกรอบการรับซื้อทั้งหมด 1,933 เมกะวัตต์ในปี 2563-2567 มีกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบภายในปี 2566 ทั้งนี้เบื้องต้นต้องประเมินผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการนำร่องก่อนนำไปพิจารณาขยายในเป้าหมายรับซื้อส่วนที่เหลือ หากไม่ประสบผลสำเร็จในโครงการนำร่อง 150 เมกะวัตต์ อาจจะพิจารณายกเลิกการดำเนินโครงการในส่วนที่เหลือทั้งหมด 1,933 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประมูลแข่งขันด้านราคาต้องคำนึงถึงศักยภาพสายส่งที่จะมารองรับ และศักยภาพเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งทบทวนปรับปรุงนโยบายรับซื้อไฟฟ้าชุมชนในรูปแบบที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและชุมชนสูงสุดที่ขนาดโรงละ 3-6 เมกะวัตต์&amp;quot;นายวัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าเร่งด่วน(ควิก วิน) 100 เมกะวัตต์ ที่เดิมกำหนดอยู่ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนและโควต้าที่เหลือจากโรงไฟฟ้าของเอกชนรายเล็กขนาดเกิน 10 เมกะวัตต์ แต่ไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ (เอสพีพี ไฮบริด) แต่มีปัญหาโรงไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่สามารถขายไฟได้ เนื่องจากติดปัญหาสายส่งในอดีต ให้เปลี่ยนเป็นโรงไฟฟ้าขยายผล คาดว่าจะเปิดรับซื้อด้วยวิธีแข่งขันด้านราคา(ประมูล)ต้นปี 2564 โดยกำหนดราคารับซื้อเบื้องต้นไม่เกิน 2.44 บาทต่อหน่วย เพื่อไม่ทำให้เกิดภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหารือร่วมกับสนพ. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ถึงแนวทางการลดระดับกำลังไฟฟ้าสำรองในระยะสั้น (Reserve Margin) ลงมาอยู่ที่ 15-17% ให้ได้ตามแผนกำหนด จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 40% เช่น การขายไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเร่งปลดโรงไฟฟ้าเก่าออกจากระบบเร็วขึ้น เป็นต้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนภายใน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยลดตต่ำลง กระทบต่อการบริหารจัดการพลังงานในภาพรวม และอาจเป็นเหตุให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น จนกลายเป็นการเพิ่มภาระค่าไฟฟ้าต่อประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กำลังสำรองไฟฟ้าในอนาคตต้องพิจารณาหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ ระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ และการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) โดยสัปดาห์หน้ามีกำหนดการหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมถึงแนวนโยบายสนับสนุนรถยนต์อีวีในกลุ่มประชาชน และหน่วยงานราชการ เพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพื่อนำมาจัดทำแผนพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าใหม่สำหรับปี 2022 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานทบทวนและจัดทำแผนพีดีพี รวมถึง 5 แผนพลังงาน เพื่อเตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) พิจารณาภายใน 6 เดือน ได้แก่ แผนพีดีพี(พีดีพี) แผนประหยัดพลังงาน(อีอีพี) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) แผนน้ำมัน(ออยล์แพลน) แผนแก๊ส(แก๊สแพลน) โดยเป็นแผนระยะสั้น 5 ปี และระยะยาว 10 ปี เพื่อให้สามารถปรับแผนได้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83056</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนพงษ์ คุโรวาท, แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี 2561-2580), โรงไฟฟ้าชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb226f59cdbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
