<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก &#039;วัฒนา&#039; มือบึ้มกรุงคดีสุดท้ายอีก 26 ปี 6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 61 - ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา สำนวนที่ 7 คดีหมายเลขดำ อ.3157/2560 &amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อดีตวิศวกร กฟผ.วัย 62 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำให้เกิดระเบิด, ทำให้เสียทรัพย์ และพกพาอาวุธระเบิดไปในที่สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289(4) พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 38, 55, 74, 78&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คำฟ้องโจทก์ระบุว่า เมื่อวันที่ 1-5 พ.ค.2550 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้ประกอบและมีวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่ทำขึ้นเอง ที่ประกอบเป็นระบบไฟฟ้า ตั้งเวลาเป็นตัวจุดระเบิด ประกอบวัตถุระเบิดแรงต่ำ ชนิดดินดำเป็นระเบิดหลักประกอบรวมกันใส่ไว้ในภาชนะโลหะสังกะสีขนาดประมาณ 3&amp;times;3 นิ้ว จำนวน 1 ลูก เมื่อเกิดระเบิดจะสามารถทำอันตรายต่อร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินเสียหายได้ ในรัศมีฉกรรจ์ 1-2 เมตร จากจุดระเบิด โดยวัตถุระเบิดดังกล่าวจัดเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบจัดทำขึ้นเอง โดยจำเลยมีเจตนาฆ่านายประภัทร เมืองสองชั้น ผู้เสียหายให้ถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งจำเลยได้จัดตระเตรียมวัตถุระเบิดที่จำเลยได้ทำ ประกอบ และมีไว้ในครอบครอง นำมาห่อหุ้มปกปิดด้วยกระดาษและใส่ไว้ในถุงพลาสติก นำไปวางไว้บนทางเท้าติดตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่บริเวณปากซอยราชวิถี 24 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. โดยได้ตั้งเวลาระเบิดไว้ 30 นาทีหลังจากเปิดสวิตซ์ให้วงจรจุดระเบิดทำงาน จนเกิดระเบิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลเนื่องจากสะเก็ดระเบิดไม่ถูกอวัยวะสำคัญของผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฟกช้ำที่บริเวณหน้าผากด้านขวา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 ซม. และมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณนิ้วโป้งมือด้านซ้าย ขนาดยาว 1.5 ซม. ลึกถึงชั้นใต้เยื้อบุผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำให้กระจกด้านล่างตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือหรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์จำนวน 1 บาน ของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) แตกเสียหาย คิดเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท จำเลยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2560 &amp;nbsp;และตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านของจำเลย ย่าน จ.นนทบุรี ก็ยึดได้แบตเตอรี่, ชิ้นส่วนตัวเก็บปะจุไฟฟ้า, ชิ้นส่วนท่อพีวีซี, สวิตซ์, ตะปู, ตะขออลูมิเนียม ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิด เหตุเกิดที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. และแขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. เกี่ยวพันกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้จำเลยขอให้การรับสารภาพคดีในชั้นศาล โดยศาลได้สืบพยานประกอบคำรับสารภาพเนื่องจากความผิดที่อัยการยื่นฟ้องนั้นมีอัตราโทษสูงและเมื่อสืบพยานเสร็จสิ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายวัฒนามาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้ว ทางพิจารณาโจทก์นำสืบประกอบคำรับของจำเลยว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2550 เวลาประมาณ 21.00 น. นายประภัทร เมืองสองชั้น ผู้เสียหายกำลังใช้โทรศัพท์สาธารณะอยู่ภายในตู้โทรศัพท์สาธารณะ บริเวณปากซอยราชวิถี 24 และเห็นแสงสว่างขึ้นมาที่ด้านหลังตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าว โดยมีลำแสงพุ่งออกมาจากถุงดำ ผู้เสียหายจึงรีบเดินออกจากตู้โทรศัพท์ทันที เมื่อเดินออกห่างตู้โทรศัพท์ได้ประมาณ 5 เมตร ได้ยินเสียงระเบิดและผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลฉีกขาดที่นิ้วมือด้านซ้าย หลังเกิดเหตุตำรวจ สน.ดุสิต และ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ สารวัตรกลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าตู้โทรศัพท์สาธารณะได้รับความเสียหายกระจกแตก และพบชั้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เศษชิ้นส่วนโลหะ และอื่นๆ จึงนำไปตรวจพิสูจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เห็นว่า คดีนี้มี พ.ต.อ.กำธร เป็นพยานเบิกความว่า ระเบิดคดีนี้เป็นระเบิดประกอบที่จัดทำขึ้นเอง จุดระเบิดด้วยการต่อเวลา โดยใช้ไอซีไทเมอร์ ใช้ดินระเบิดเป็นวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ เหมือนเหตุระเบิดครั้งอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2560 และโจทก์ยังมีบันทึกคำให้การของ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ &amp;nbsp;ประกอบรายงานผลการสืบสวนคดีระเบิดในพื้นที่ กทม.ว่าเหตุระเบิดในคดีนี้เป็นระเบิดแสวงเครื่องจุดระเบิดด้วยเวลา ประกอบวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ ลักษณะการต่อแผงวงจรระเบิดมีลักษณะเฉพาะตัวและมีส่วนคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ระเบิดอีก 5 คดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.และที่บ้านพักของจำเลยยังพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ประกอบระเบิดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะดินระเบิดชนิดดินดำที่ใช้เป็นวัตถุผลิตระเบิดแรงดันต่ำทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีบันทึกคำให้การของ ร.ต.อ.นรากร จินดารัตน์ ผู้ตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักของจำเลย มีความเห็นว่า วัตถุพยานที่ใช้ประกอบเป็นวัตถุระเบิด ซึ่งพบที่บ้านของจำเลยกับวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุคดีนี้มีความเหมือนกัน เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบวัตถุระเบิดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว และจากบันทึกคำให้การจำเลย ยังปรากฏว่า จำเลยจบการศึกระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ และเข้าทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ตั้งแต่ปี 2522 ในงานเกี่ยวกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จำเลยจึงย่อมต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างดี อีกทั้งจำเลยก็ให้การับสารภาพมาโดยตลอดตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการประกอบวงจรระเบิด การทำงานของวงจรระเบิดรวมถึงการวางแผนเดินทางไปก่อเหตุวางระเบิด สอดคล้องเชื่อมโยงกัน เชื่อว่าพนักงานสอบสวนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามคำรับสารภาพของจำเลย ซึ่งให้การด้วยความสมัครใจ จึงมีน้ำหนักให้รับฟังทั้งหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาจำเลยไปนำชี้ประกอบคำรับสารภาพตามที่ได้ให้การไว้โดยเปิดเผยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายใช้วัตถุระเบิดที่เจ้าพนักงานไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ทั้งกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบ มาตรา 80, พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38, 55, 74, 78 วรรคหนึ่งและวรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำ ประกอบและมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 3 ปี ฐานใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ เพื่อกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานใช้วัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ เพื่อกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานทำ ประกอบและมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน &amp;nbsp;และฐานใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ เพื่อกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น คงจำคุก 25 ปี รวมจำคุกจำเลย 26 ปี 6 เดือนกับให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.2574/2560, อ.3438/2560, อ.113/2561, อ.114/2561, อ.115/2561 และ อ.149/2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5646</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มรพ., บึ้มเมือง, ระเบิดกรุง, วัฒนา ภุมเรศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab4de52a94cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
