<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมัคร &#039;นายก อบจ.&#039; วันแรกคึก! คนดังเปิดตัว &#039;เชียงใหม่&#039; ชนช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คึกคักกันทั่วทุกพื้นที่ การสมัครรับเลือกตั้ง &amp;quot;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;quot; (นายก อบจ.) และ &amp;quot;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;quot; (ส.อบจ.) ในวันแรก (2 พ.ย.2563) จากทั้งหมด 5 วัน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.2563 และกำหนดเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายจังหวัด หลายพื้นที่ เปิดตัวผู้สมัครกันออกมา เห็นชื่อ เห็นหน้าตา เห็นผู้สนับสนุน ต้องเรียกว่า &amp;quot;ช้างชนช้าง&amp;quot;!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจาก จ.เชียงใหม่ บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.เชียงใหม่ วันแรกเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ก่อนเปิดลงรับสมัคร กองเชียร์ของผู้สมัครทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ต่างมารอให้กำลังใจแต่เช้าตรู่ โดยมีผู้สมัคร นายก อบจ.ที่มาก่อนเวลารับสมัคร 2 ราย คือ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกฯ คนเดิมที่มาพร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.ทั้ง 42 เขตในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม และนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร &amp;quot;ส.ว.ก๊อง&amp;quot; ในนามพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.อบจ. จึงต้องจับสลากหมายเลข กลุ่มเพื่อไทยได้หมายเลข 1 และเชียงใหม่คุณธรรมได้หมายเลข 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้สมัครนายก อบจ.และสมาชิก ได้นำทีมงาน รถหาเสียง ผู้มาให้กำลังใจมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้มาสมัครลงชิงชัยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 คน คือ นายชาญ พวงเพชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี 3 สมัย และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญาการตำรวจนครบาล แต่ทั้ง 2 คนไม่สามารถตกลงกันได้ จึงต้องมีการจับสลาก 2 ครั้ง ครั้งแรกจับว่าใครจะได้จับสลากเป็นคนแรก และครั้งที่ 2 เป็นการจับสลากว่าใครจะได้ยื่นใบสมัครก่อน และใช้ลำดับการยื่นใบสมัครเป็นหมายเลขในการหาเสียง โดยนายชาญ ได้หมายเลข 1 ส่วน พล.ต.ท.คำรณวิทย์จับได้หมายเลข 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.สมุทรปราการ บรรยากาศช่วงเช้าเต็มไปด้วยกองเชียร์ของกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าที่ยกขบวนถือดอกกุหลาบแห่มาให้กำลังใจผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ บุตรชายนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การสนับสนุน โดยกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า&amp;nbsp; ส่ง น.ส.นันทิดา (ตู่) แก้วบัวสาย อายุ 60 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ลงสมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ และนายเมธากุล สุวรรณบุตร ลูกชายของ ส.ส.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 สมุทรปราการ ได้ลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการด้วย ทีมงานกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าส่งผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดครบ 36 เขต 36 คน โดยยังไม่มีคู่แข่งมาสมัคร ทำให้ น.ส.นันทิดา และทีมกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้เบอร์ 1 ทั้งผู้สมัคร นายก อบจ. และ ส.อบจ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ บรรยากาศการรับสมัครนายก อบจ. และ ส.อบจ.วันแรกคึกคัก โดยมีผู้สมัครนายก อบจ.อำนาจเจริญ มาพร้อมกัน 3 ราย ได้แก่ หมายเลข 1 นายสว่าง นาคพันธ์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลอำนาจเจริญ กลุ่มอิสระ หมายเลข 2 นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรพลังประชารัฐ หมายเลข 3 นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่เช้าตรู่ มีผู้สมัครหลายคนเป็นผู้ที่เคยผ่านเวทีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นมาแล้ว หรือว่าที่ผู้สมัครหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่ มากกว่าร้อยละ 50 หลังว่างเว้นจากการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี โดยผู้สมัครลงชิงนายก อบจ.อุตรดิตถ์ วันแรกมี 2 คน คือ นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา อดีตนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ที่มาพร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.ครบทั้ง 24 เขต ในนามกลุ่มรักอุตรดิตถ์บ้านเรา และผู้สมัครอิสระ นายโปรย สมบัติ อดีตสื่อมวลชนท้องถิ่น จ.อุตรดิตถ์ โดยผลการจับสลากหมายเลขผู้สมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ ปรากฏว่า นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ได้หมายเลข 1 และนายโปรย สมบัติ ได้หมายเลข 2 สุรพงษ์/ชลบุรี 01 สมัครนายก อบจ.และ ส.อบจ.ชลบุรี วันแรกคึกคักแชมป์เก่าเป๊าะชนธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ชลบุรี มีบรรดากองเชียร์ไปยืนเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีของตนเองกันอย่างคึกคัก โดยนายวิทยา คุณปลื้ม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในฐานะแชมป์เก่า&amp;nbsp; เดินทางเข้ามาสมัครชิงนายก อบจ.ชลบุรี ในนามกลุ่มเรารักชลบุรีเป็นคนแรก ตามมาด้วย นางสาวพลอยละภัสร์ หรือ จูน สิงห์โตทอง เป็นนักการเมืองท้องถิ่นหน้าใหม่ มาในนามคณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำคณะก้าวหน้า ให้การสนับสนุนส่งชิงนายก อบจ.ชลบุรี และ ส.อบจ.ชลบุรี ครบ 42 เขต ผลการจับสลากหมายเลข นายวิทยาได้หมายเลข 1 และ น.ส.พลอยละภัสร์ได้หมายเลข 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.สงขลา บรรยากาศในวันแรกของการรับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางกองเชียร์ของผู้สมัคร โดยเฉพาะตัวเต็ง-ที่ขนกันมาเชียร์ไม่แพ้กัน โดยในวันแรกมีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 4 คน คือ นายไพเจน มากสุวรรณ์ ในนามพรรคประชาธิปัตย์, พ.อ. (พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล, นายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 สงขลา พรรคเพื่อธรรม และนางภัทราวรรณ ขำตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคคลองไทย เขต 1 สงขลา โดยผลการหยิบหมายเลขปรากฏว่า นายจะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์ เบอร์ 1, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เบอร์ 2, นายไพเจน มากสุวรรณ์ เบอร์ 3 และนางภัทราวรรณ ขำตรี เบอร์ 4 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.ปัตตานี บรรยากาศการเปิดรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาจังหวัดวันแรก ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายมาตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศวันแรกของการรับสมัครมีอุปสรรคแต่อย่างใด ซึ่งผู้สมัครสมาชิก อบจ.ทั้งคนเก่า และคนใหม่ต่างพกความมั่นใจมาพร้อมกองเชียร์และผู้สนับสนุนทยอยเดินทางกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีผู้มาลงสมัครแล้วกว่า 50 คน ครบทุกเขต โดยเฉพาะผู้สมัครนายก อบจ.ปัตตานี เป็นตำแหน่งที่ถูกจับตามากที่สุด โดยในวันแรกนี้มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 2 คน คือ นายรุสดี สารอเอง ผู้ท้าชิง ซึ่งเป็นอดีต ส.จ.อำเภอสายบุรี หลายสมัย จับได้เบอร์ 1 กับนายเศรษฐ อัลยุฟรี นายก อบจ. แชมป์เก่า 3 สมัย จับได้เบอร์ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ทั้งนั้นแค่วันแรกของการเปิดรับสมัครนายก อบจ.และ ส.อบจ.ก็เริ่มคึกคักกันแล้ว โดยเฉพาะหลายพื้นที่มีคนดัง คนมีชื่อเสียง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติเปิดตัวกันทั่วหน้า ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ ในวันที่ 20 ธ.ค.2563 น่าจับตายิ่งนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82617</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถาการณ์, จะเด็ด เหมโกทวีทรัพย์, จันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี, ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม, ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา, ชาญ พวงเพชร์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นันทิดา แก้วบัวสาย, บุญเลิศ บูรณุปกรณ์, พ.อ. (พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล, พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง, พลอยละภัสร์ สิงห์โตทอง, พิชัย เลิศพงศ์อดิศร, ภัทราวรรณ ขำตรี, ยงยุทธ สุวรรณบุตร, รุสดี สารอเอง, วัฒนา อัศวเหม, วันเพ็ญ ตั้งสกุล, สว่าง นาคพันธ์, เมธากุล สุวรรณบุตร, เศรษฐ อัลยุฟรี, โปรย สมบัติ, ไพเจน มากสุวรรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5fa01f0666ba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแล้ว รมว.ยุติธรรม เผยกฎหมายไม่เปิดช่อง &#039;วัฒนา&#039; กลับไทยรื้อคดีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.63 - ​นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะทนายผู้รับมอบอำนาจจากนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนำเอกสารคดีทุจริตคลองด่านมายื่นต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้มีการรื้อฟื้นคดีดังกล่าวใหม่ และนายวัฒนาพร้อมจะเดินทางกลับมาสู้คดีว่า ทางทนายฯได้มายื่นเรื่องต่อคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมแล้ว แต่ยังไม่เห็นช่องทางในการนำตัวนายวัฒนากลับมาว่าจะเดินไปอยางไร หรือทำอย่างไร ขั้นตอนตามกฎหมายของกระบวนการยุติธรรมมีแต่การดูแลผู้คนก่อนเข้าสู่กระบวนการของศาล หรือเสร็จจากกระบวนการของศาลแล้ว นำเข้ามาเรือนจำเพื่อจองจำหรือปล่อยออก หรือกรณีของการคุมประพฤติ ส่วนผู้คนที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการตรงนี้ หรือเลยจากการะบวนการตรงนี้แล้ว กฎหมายเราไม่มีบท บัญญัติหรือช่องทาง การดำเนินการที่เข้าใจง่ายๆ ซึ่งตนยังหาผู้รู้หรือใครที่จะให้ความรู้ตรงนี้ไม่ได้ ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร &amp;nbsp;แต่กระทรววงยุติธรรมก็ไม่มีสิทธิที่จะไปปล่อยตัวเขา เพราะเขายังไม่ได้มารับโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักฐานที่ทางทนายนำมายื่นให้พิจารณานั้น ต่อให้ขนใส่รถสิบล้อบรรทุกเข้ามา หากมันไม่มีช่องทางก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้อยากให้นายศรีสุวรรณมาพบพร้อมนำเส้นทางการเดินเอกสารมาให้ดูด้วยว่าจะมีข้อสรุปได้อย่างไร&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะทนายผู้รับมอบอำนาจของ นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ผู้ต้องหาคดีทุจริตที่ดินคลองด่านซึ่งหลบหนีหมายจับของศาลฯได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ฯกล่าวว่า ทางกระทรวงยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งมายังตนแล้วว่า ตามระเบียบของการรื้อฟื้นคดีทำได้เฉพาะผู้ที่ได้รับโทษแล้ว และมาขอฟื้นคดีเนื่องจากพบว่ามีพยานหลักฐานใหม่ แต่กรณีของนายวัฒนา ไม่ได้เข้าคุกแต่หลบหนีคำพิพากษาของศาลไปก่อน และไม่ได้ถูกจำคุกจึงไม่เข้าเงื่อนไขของกระทรวงยุติธรรม แต่ก็ไม่ได้จำกัดหรือห้ามเจ้าตัวคือ นายวัฒนาในการรื้อฟื้นคดีหากมีหลักฐานใหม่ โดยทนายสามารถยื่นเรื่องโดยตรงต่อศาลเพื่อขอรื้อฟื้นคดีใหม่พร้อมหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าตนและทีมทนายอีก4-5 คนที่รับทำคดีดังกล่าวจะนัดหารือเพื่อขยับการเขียนสำนวนไปยื่นต่อศาลที่มีคำพิพากษาโดยตรง มี 2 ศาล คือศาลฎีกาแผนกกดีอาญของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลแขวงดุสิต และตนได้แจ้งไปยังครอบครัวและญาติของนายวัฒนาให้รับทราบตามที่กระทรวงยุติธรรมได้แจ้งมาแล้ว และจะนัดหารือกับครอบครัวและลูกๆหลานๆของนายวัฒนาอีกครั้งก่อนจะยื่นเรี่องโดยตรงต่อศาล&lt;/p&gt;


	น้องๆฟังทางนี้ &amp;#39;แทนคุณ&amp;#39; ออกโรงเตือน สุขที่สะใจจะนำมาซึ่ง​ทุกข์​ที่ยิ่งใหญ่​เสมอ
	ข่าวร้ายชาว 3 นิ้ว!
	ทหารผนึกกำลัง เข้มธรรมศาสตร์รับปริญญา หลังม็อบขู่ &amp;#39;บิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;#39;
	อธิการบดี มธ. ส่งผ่านความภาคภูมิใจ ถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัว

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82291</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71ebe3b48a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้อง &#039;รมว.ยธ.&#039; รื้อฟื้นคดีคลองด่าน &#039;วัฒนา อัศวเหม&#039; มีหลักฐานใหม่-ยันถูกใส่ความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม ขอรื้อฟื้นคดีอาญาของนายวัฒนา อัศวเหม เนื่องจากมีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่สามารถขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีทุจริตบ่อบำบัดบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน&amp;nbsp;โดยว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยุติธรรม รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนายวัฒนา ก่อนหน้านี้เคยยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามทวงถามหนังสือที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่เคยร้องขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายสมานสามัคคีของนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2559 และขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ โดยนายวัฒนา ยืนยันมาโดยตลอดว่า มีพยานหลักฐานใหม่และตนถูกใส่ความ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าคำเบิกความของพยานในคดีเดิมนั้นเป็นเท็จ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในสมัยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เพื่อบังคับให้สภา อบต.คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยสามารถรื้อฟื้นคดีใหม่ได้เนื่องจากมีหนังสือจาก ป.ป.ช. ยืนยันว่ามูลเหตุของคดีที่ถูกกล่าวหา ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2526 ประกอบระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2560 การขอรื้อฟื้นคดีอาญาเพื่อขอพิจารณาใหม่นั้น สามารถทำได้หากเข้าเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดใน 3 ข้อคือ 1)คำเบิกความของพยานในคดีเดิมนั้นเป็นเท็จ หรือ 2)พยานหลักฐานเดิมปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ 3)มีพยานหลักฐานใหม่ ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ โดยที่พยานหลักฐานนั้นๆมิได้มีการกล่าวอ้างหรือใช้นำสืบในคดีเดิม และต้องไม่ใช่เป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่ก่อนแล้ว และผู้ร้องทราบดี เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่มิได้นำมาสืบในคดีเดิม โดยพยานหลักฐานใหม่นั้นมีความสำคัญมากพอจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีเดิม เช่น คดีเดิมฟ้องผิดตัวหรือถูกใส่ความ เป็นต้น&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ธนกฤต เผยว่า เบื้องต้นรับหนังสือไว้ จากนั้นเสนอ รมว.ยุติธรรมพิจารณาตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69686</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4371a577f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เตรียมลุยร้อง&#039;สมศักดิ์&#039;เปิดทาง&#039;วัฒนา&#039;สู้คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;ตามที่สมาคมฯ ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามทวงถามหนังสือที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่เคยร้องขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายสมานสามัคคีของนายกฯ เมื่อปี 2559 และขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ เนื่องจากนายวัฒนายืนยันว่ามีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่สามารถขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีได้นั้น ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2526 ประกอบระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2560 การขอรื้อฟื้นคดีอาญาเพื่อขอพิจารณาใหม่นั้น สามารถทำได้หากเข้าเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดใน 3 ข้อคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คำเบิกความของพยานในคดีเดิมนั้นเป็นเท็จ หรือ 2.พยานหลักฐานเดิมปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ 3.มีพยานหลักฐานใหม่ ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ โดยที่พยานหลักฐานนั้นๆ มิได้มีการกล่าวอ้างหรือใช้นำสืบในคดีเดิม และต้องไม่ใช่เป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่ก่อนแล้ว และผู้ร้องทราบดี เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่มิได้นำมาสืบในคดีเดิม โดยพยานหลักฐานใหม่นั้นมีความสำคัญมากพอจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาคดีเดิม เช่น คดีเดิมฟ้องผิดตัวหรือถูกใส่ความ เป็นต้น โดยที่นายวัฒนายืนยันมาโดยตลอดว่า มีพยานหลักฐานใหม่และถูกใส่ความ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าคำเบิกความของพยานในคดีเดิมนั้นเป็นเท็จ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในสมัยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทยเพื่อบังคับให้สภา อบต.คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติและมีหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การรื้อฟื้นคดีดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมายผู้ต้องรับโทษหรือผู้สืบสันดานหรือผู้รับมอบฉันทะจะต้องยื่นคำร้องให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาดำเนินการ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะมีคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน และกรรมการอื่นอีก 10 คน ซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาตามคำขอได้ โดยคณะกรรมการจะพิจารณาว่าข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานการขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่นั้นเป็นไปตามเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานใหม่ดังกล่าวไปยื่นคำร้องต่อ รมว.กระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าวต่อไป ในวันพฤหัสที่ 25 มิ.ย.63 เวลา 10.00 น. ณ กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการ อาคาร A อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69545</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef2c12edc07e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ชู3เงื่อนไขยื่นนายกฯเปิดทาง&#039;วัฒนา&#039;กลับไทยสู้คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามทวงถามหนังสือที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่เคยนำส่งเพื่อขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายสมานสามัคคีของนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2559 และขอให้สั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ เนื่องจากนายวัฒนายืนยันว่ามีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่สามารถขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการกว่า 1,000 คนและครอบครัวอัศวเหมได้มอบฉันทะให้สมาคมฯมาดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเปิดโอกาสให้จำเลยสามารถอุทธรณ์ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2560 ได้ เพื่อที่นายวัฒนาจะได้กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสุจริตใจได้ หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ 1.พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษา ถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง 2.พยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคลตามข้อ​1​ ซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าเป็นพยานหลักฐานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ 3.มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้น จะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นไม่ได้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนาเคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ยังอยู่ในกรอบระยะเวลาที่จะยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้ ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2560 ประกอบพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2526 อีกทั้งมีพยานหลักฐานใหม่มากมายที่จะขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ อาทิ กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในสมัยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทยเพื่อบังคับให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติและมีหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงชอบด้วยเหตุผลและเข้าเงื่อนไขทางกฎหมาย ที่นายวัฒนา จะขอใช้สิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง สมาคมฯจึงนำความมาร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อเปิดทางให้ความเป็นธรรมต่อนายวัฒนา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69383</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สู้คดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef05d9b4cd0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ออกหน้าร้องนายกฯเปิดทางรื้อฟื้นคดีให้&#039;วัฒนา อัศวเหม&#039;พิสูจน์ตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตัวแทนชาวคลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อชาวบ้านกว่า 1,000 คน เมื่อกลางเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอให้สมาคมฯช่วยเป็นธุระเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.กระทรวงมหาดไทย ที่ถูกกล่าวหาร่วมกับอดีตประธานสภา อบต.และสมาชิก อบต.คลองด่านว่าใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อให้สภา อบต.คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติและมีหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปนั้น
กรณีดังกล่าวเป็นปฐมบทที่นำไปสู่การฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับโครงการบำบัดน้ำเสียรวมจังหวัดสมุทรปราการในหลายๆคดี และมีผู้ถูกฟ้องคดีเป็นจำนวนมากทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน แต่มีการพุ่งเป้าไปที่การได้มาซึ่งที่ดินในโครงการฯทั้ง ๆ ที่นายวัฒนา มิได้มีชื่อปรากฎในที่ดินเลยแต่อย่างใด แต่เนื่องจากนายวัฒนาเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง จึงมีการขยายเรื่องให้เป็นประเด็นทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่ตามข้อเท็จจริงนายวัฒนามิได้มีส่วนรู้เห็นต่อนิติกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นในกรณีดังกล่าวเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายวัฒนาได้ให้คนใกล้ชิดจัดทำหนังสือ &amp;ldquo;เปิดหัวใจ ลูกผู้ชายที่ชื่อวัฒนา อัศวเหม&amp;quot; แจกจ่ายทั่วไปมีทั้งสิ้น 32 หน้า มีเนื้อหาหาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน คลองด่าน โดยยืนยันว่าไม่เคยนำที่ดินไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และไม่เคยได้รับเงิน &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; ใดๆ ที่รัฐบาลจ่ายให้กับโครงการนี้ และว่า &amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข้อมูลต่างๆ ถูกปิดบังถูกบิดเบือน ถูกชี้นำจากอำนาจการเมืองในอดีต ทำให้บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ทำให้ผมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ผมจึงอยากขอโอกาสกลับไปแสดงความบริสุทธิ์ ขอให้ผมได้ประกันตัวผมจะกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง เอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาว่ากัน ถ้าผมผิด ผมพร้อมให้ถูกดำเนินคดี ผมจะไม่หนีอีกต่อไป&amp;quot; ซึ่งนายวัฒนา ได้ขอความเป็นธรรมต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า &amp;ldquo;ผมหวังเพียงว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประชาชนรัก และเชื่อมั่นในตัวท่านว่าท่านเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนเที่ยงตรง และมีความยุติธรรมจะเปิดโอกาสให้คนแก่อย่างผมได้กลับบ้านและเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุดังกล่าวน่าจะพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรมได้เพาะมีหลักฐานใหม่หลายประการ สมาคมฯจึงจะนำความและหลักฐานไปยื่นให้นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาสั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการตั้งเรื่องเพื่อเปิดทางให้มีการรื้อฟื้นคดีของนายวัฒนากลับมาสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้ิองทุกข์ฯ (ตึก กพร.เดิม) ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69267</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec19a3dd503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อายุ 85 ปีอยากกลับบ้าน &#039;วัฒนา&#039; ร่อนหนังสือขอรื้อคดีใหม่ วอน &#039;บิ๊กตู่&#039; เปิดโอกาสให้คนแก่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 - นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศในคดีทุจริตคลองด่าน ได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชน โดยหนังสือเล่มดังกล่าวใช้ชื่อว่า &amp;quot;เปิดหัวใจ ลูกผู้ชายที่ชื่อ วัฒนา อัศวเหม&amp;quot; มีทั้งสิ้น 32 หน้า มีเนื้อหาหาชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยที่ดินนั้น เป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;
โดย นายวัฒนา เกริ่นนำในหนังสื่อตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณประชาชน ที่รักความเป็นธรรมทุกคน ที่ยังรักและเป็นห่วงผม มีสือและประขาชนส่งจุดหมายถึงผมมากมาย อยากให้ผมออกมาเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นในคดีคลองด่าน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้รับข่าวสารข้อมูลจากคนเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่เคยได้ยินความจริงจากผมสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงแล้ว ผมเคยพยายามแจ้งความจริงต่อกระบวนการยุติธรมและทางสื่อแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ว่าผมจะชี้แจงและพูดความจริงอย่างไร ผลก็ออกมาอย่างที่ทุกคนเห็นกัน คนที่รักและเชื่อมั่นในตัวผม ต่างก็ให้กำลังใจและสอบถามกันมาตลอดว่า เหตุใดผจึงนิ่งเฉย ไม่ตอบโต้หรือชี้แจง ผมก็ได้แต่บอกว่า ผมพยายามแล้วแต่มันไม่ใช่เวลของผม พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ กระแสสังคมก็แรงมาก ต่างกระหนำซ้ำเติม ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผมโดนก่นด่ไม่มีชิ้นดี ผมเป็นคนที่เห็นอะไรไม่ถูกต้องเป็นไม่ยอม คงไปสร้างความไม่พอใจให้ผู้มีอำนาจขณะนั้นหลายคน จึงโดนเล่นงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือของนายวัฒนา ยังระบุอีกว่า ขณะนี้ได้ตรียมการที่จะขอรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่และจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนร่วมขบวนการให้ร้าย รวมทั้งผู้ที่มีเจตนาใส่ร้ายตน พร้อมยืนยัน 1.เรื่องที่ดิน ตนไม่เคยนำที่ดินไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ 2.เรื่องโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3.เรื่องเงิน &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; ที่รัฐบาลจ่ายให้กับโครงการนี้ ตนก็ไม่เรื่องและไม่เคยได้รับ
&amp;nbsp;
&amp;quot;ในวันนี้ผมมีอายุ 85 ปีเศษแล้ว ไม่อยากจากโลกนี้ไปและยังคงทิ้งตราบาปไว้ให้กับลูกหลานและวงศ์ตระกูล ดังนั้น เมื่อปัจจุบันมีข้อมูลใหม่ๆ เปิดเผยออกมามากมาย ไม่เหมือนในช่วงที่มีการสอบสวนและตัดสินคดีผม ซึ่งข้อมูลต่างๆ ถูกปิดบังถูกบิดเบือน ถูกชี้นำจากอำนาจการเมือง ทำให้บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง ทำให้ผมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ผมจึงอยากขอโอกาสกลับไปแสดงความบริสุทธิ์ ขอให้ผมได้ประกันตัวผมจะกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง เอาข้อมูลข้อเท็จจริงมาว่ากัน ถ้าผมผิด ผมพร้อมให้ถูกดำเนินคดี ผมจะไม่หนีอีกต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายของหนังสือดังกล่าว นายวัฒนา ได้ขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า &amp;ldquo;ผมหวังเพียงว่านายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประชาชนรัก และเชื่อมั่นในตัวท่านว่าท่านเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนเที่ยงตรง และมีความยุติธรรมจะเปิดโอกาสให้คนแก่อย่างผมได้กลับบ้านและเข้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66057</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีคลองด่าน, คดีทุจริต, คอร์รัปชัน, รื้อคดีใหม่, วัฒนา อัศวเหม, เอ๋ ชนม์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48b866712e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
