<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุรุสภา-สกสค.ร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลใช้ประโยชน์ร่วมกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3ก.พ.63-ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ - สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาลงนามความร่วมมือในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ข้อมูลและบุคลากรทางการศึกษา กับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา มีระบบสารสนเทศผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อตอบสนองการดำเนินงานการบริหารจัดการและการให้บริการแก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ได้แก่ งานมาตรฐานวิชาชีพ &amp;nbsp;งานใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ งานพัฒนาวิชาชีพ งานยกย่องวิชาชีพ และงานจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เช่น ข้อมูลสมาชิก ช.พ.ค. &amp;ndash; ช.พ.ส. เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ในระบบให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน ลดความซ้ำซ้อน และมีประสิทธิภาพ โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการและการให้บริการแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและประชาชนทั่วไป เพื่อไปสู่การเป็นสำนักงานดิจิทัล ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบการเชื่อมโยงบูรณาการและใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายที่สำคัญของการลงนามความร่วมมือครั้งนี คือ 1.การร่วมกันพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการให้บริการของทั้ง 2 หน่วยงานมีคุณภาพและประสิทธิภาพ และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนไปสู่รัฐบาลดิจิทัลตามนโยบาย Thailand 4.0 ด้วยระบบที่สามารถบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกัน 2.เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศให้สอดคล้องต่อการบริหารจัดการและการให้บริการนำไปสู่สำนักงานดิจิทัล ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับความร่วมมือด้วยดีจาก สกสค. ในการใช้ประโยชน์ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้นํามาใช้ปฏิบัติงานให้บังเกิดผลที่ดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดิศกุล &amp;nbsp;เกษมสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. กล่าวว่า การบันทึกลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการสร้างความร่วมมือในการเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาของ 2 หน่วยงาน เพื่อนำข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาของทั้ง 2 หน่วยงานมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่งเสริมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่อง การใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานทั้งระบบ สกสค.มีข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จัดเก็บไว้ในระบบงาน ช.พ.ค.-ช.พ.ส. จำนวนมากกว่า 1.3 ล้านรายทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ได้เตรียมความพร้อมการเชื่อมโยงข้อมูล ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยี Web Service ให้สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูแลและให้บริการแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. - ช.พ.ส. สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.จึงได้ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดทำความร่วมมือในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาร่วมกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56162</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค, คุรุสภา, ระบบข้อมูล, วัฒนาพร ระงับทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เร่งยกเครื่องศูนย์อิริค พัฒนาครูรับหลักสูตรใหม่  พร้อมขยายอีกจังหวัดใหญ่ต้องมี2ศูนย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
3ม.ค.63-สพฐ. เร่งยกเครื่องศูนย์อีริค 88 แห่งทั่วประเทศ หวังพัฒนาครู &amp;nbsp;ด้านภาษา ดิจิทัล รองรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปรับปรุงใหม่ ไม่เหมือนเดิม &amp;nbsp;&amp;quot;วัฒนาพร&amp;quot; เผยวางแผนมีศูนย์พัฒนาครู จังหวัดละแห่ง หรือบางจังหวัดใหญ่ๆ อาจมี2แห่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้มอบหมายให้กำกับดูแลศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ หรือ ศูนย์อีริค (ERIC) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยขณะนี้ สพฐ. ได้มีแนวทางที่จะพัฒนาศูนย์อีริคให้เป็นศูนย์พัฒนาครบวงจรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาครูด้านภาษา ดิจิทัล หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โค้ดดิ้ง โดยจะใช้ศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ครูในรูปแบบออนไลน์นั้น ในเบื้องต้นตนได้มอบหมายให้มีการดำเนินการสำรวจศูนย์ดังกล่าว เพื่อที่จะทราบในรายละเอียดว่ามีส่วนที่ขาดแคลน และต้องเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง รวมไปถึงดูเรื่องความพร้อมของบุคลากร เพื่อที่ สพฐ.ก็จะสนับสนุนในเรื่องต่างๆ ลงไปตามความต้องการให้การขับเคลื่อนงานเดินหน้าไปได้ตามภารกิจที่ได้รับ เพราะที่ผ่านมาศูนย์อีริค มีประธานศูนย์ คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้จัดการศูนย์ฯ เป็นครูภาษาอังกฤษ ดังนั้นหากมีการปรับเปลี่ยนก็จำเป็นที่จะต้องมาทบทวนโครงสร้างว่าจะต้องมีอะไรในส่วนไหนบ้าง ให้รองรับกับงานที่ได้รับมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทำงานของศูนย์อีริคมีความเข้มข้นและเข้มแข็ง ดังนั้นดิฉันจึงเห็นว่าเราควรจะมีศูนย์ดังกล่าวจังหวัดละ 1 แห่ง หรือบางจังหวัดใหญ่อาจจะมีมากกว่า 1 แห่ง เช่น นครราชสีมา เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน สพฐ. มีศูนย์อีริคทั้งหมด 88 ศูนย์ ซึ่ง สพฐ.จะเร่งพัฒนาศูนย์นี้ให้รองรับกับการประเมินต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้&amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) ออกมาระบุว่า สพฐ.ได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเสร็จแล้ว ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) &amp;nbsp;ซึ่งเนื้อหาของหลักสูตรใหม่ฯ จะเน้นสมรรถนะพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม &amp;nbsp;สามารถนำความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน และการดำเนินชีวิตประจำวัน เหมาะสมแต่ละช่วงวัย แต่ก็มีความกังวลในเรื่องงครูอาจจะยังไม่มีความเข้าใจในเป้าหมายและวิธีการของหลักสูตรใหม่ &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ จึงวางให้ศูนย์อิริค &amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์พัฒนาครูอย่างครบวงจรทั้งระบบ &amp;nbsp;ทั้งด้านภาษา ดิจิทัล หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โค้ดดิ้ง โดยจะให้ความรู้ให้แก่ครูผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53747</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., #หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน, วัฒนาพร ระงับทุกข์, ศูนย์อิริค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01fe051612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งสอบขอรับ&quot;ตั๋วครู&quot;ผ่านระบบคอมพ์ หวังการสอบครั้งแรกไร้ข้อบกพร่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

1ธ.ค.63-คุรุสภา &amp;nbsp; เล็งใช้ระบบสอบผ่านคอมพิวเตอร์ขอรับใบอนุญาต&amp;quot;ตั๋วคร&amp;quot; พร้อม ขยายระยะเวลา จัดทำผังข้อสอบ คาดส่งไม้ต่อ สทศ. ม.ค. 63 หวังให้การร่างผังข้อสอบมีความละเอียด ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานอย่างดีที่สุด

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะอนูฯ ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการจัดทำผังข้อสอบ หรือ Test Blueprint ที่จะประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่ หมวดทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) 2.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 3.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งที่ประชุม ได้มีความเห็นว่าจะขยายระยะเวลาในการจัดทำผังข้อสอบดังกล่าว แล้วจะส่งต่อให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปดำเนินการจัดการออกข้อสอบในเดือนมกราคม 2563 เนื่องจากที่ประชุมต้องการให้การยกร่างผังข้อสอบมีความละเอียด ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปฎิบัติหน้าที่เลขาฯคุรุสภา กล่าวอีกว่า อีกทั้งที่ประชุมยังได้มีการทบทวนถึงเรื่องวิธีการที่จะใช้ในการทดสอบ &amp;nbsp;ที่เดิมใช้แบบการมีการจัดสอบ &amp;nbsp; และผู้เข้าสอบทำการทดสอบผ่านกระดาษคำตอบ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้มีการศึกษารูปแบบการจัดการทดสอบ ว่า สามารถดำเนินการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ไหม เพื่อที่จะให้การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่ถือว่าเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกดีที่สุด และไม่เกิดปัญหา

&amp;ldquo;จากเดิมที่มีการหารือกันว่าจะมีการสอบครั้งแรกในช่วงเดือนพฤษภาคม และสอบอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนนั้น และเมื่อที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับผู้ที่จะจบการศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563 พบว่า คนกลุ่มนี้จะจบการศึกษาในช่วงเดือนกันยายน 2563 ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นว่ายังพอมีเวลาที่จะยกร่างผังข้อสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน มีคุณภาพและสมบูรณ์ที่สุด&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาขอขอใบอนุญาตประกอบวิชาพครู ไม่ต้องมีการสอบ เพียงแต่ครูที่ไม่ได้จบครุศาสตร์&amp;nbsp; หรือศึกษาศาสตร์โดยตรง ต้องไปเรียน เพื่อให้ได้ ป.บัณฑิต ก็มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตแล้ว ส่วนครูที่จบสายสอนโดยตรง จะได้รับใบอนุญาตทันทีที่ยื่นขอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การสอบเพื่อให้ได้ตั๋วครูที่จะมีขึ้น จึงเป็นปรับกติกาใหม่ และเป็นการสอบครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53642</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, คุรุสภา, วัฒนาพร ระงับทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot; คุรุสภา&quot;ยกร่างผังการสอบขอ&quot;ตั๋วครู&quot;  เพิ่มจัดสองครั้ง/ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

2ธ.ค.62-คุรุสภา เร่ง ยกร่างผังข้อสอบ เพื่อขอรับ &amp;ldquo;ตั๋วครู&amp;rdquo; คาด เสร็จ ธ.ค.นี้ ก่อน เสนอ สทศ. ดำเนินการออกข้อสอบ &amp;ldquo;วัฒนาพร&amp;rdquo; เผย ปี 63 จัดสอบ 2 ครั้ง เชื่อ วิชาชีพครูยกระดับมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ครู

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ และแนวทางการจัดการทดสอบ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้มีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อที่จะตั้งคณะทำงานจัดทำผังข้อสอบ หรือ Test Blueprint โดยในการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ จะประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่ หมวดทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) 2.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 3.หมวดความรู้วิชาเอก ทั้งนี้ที่ประชุมได้วางคุณสมบัติ&amp;nbsp;และเกณฑ์การคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะวางผังข้อสอบทั้ง 3 หมวดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากจะต้องมีประกาศให้ผู้ที่เข้ารับการทดสอบได้ทราบถึงผังข้อสอบก่อน และจะเริ่มใช้การทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตฯ กับนักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ที่จะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 นี้ ซึ่งเมื่อดำเนินการจัดทำผังข้อสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปดำเนินการออกข้อสอบต่อไป

นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า สำหรับการทดสอบจะมีการจัดให้ทดสอบ 2 ครั้งในปี 2563 คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม และเดือนกันยายน ทั้งนี้ทางคุรุสภาได้มีการสำรวจผู้ที่จะเข้าทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ในปี 2563 พบว่า จะมีผู้ที่จบใน 23 กลุ่มวิชาเอก จากทั้งหมด 27 กลุ่มวิชาเอก ทั้งนี้ในส่วนของการทดสอบในหมวดที่ 1 เรื่องทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล คณะทำงานจะต้องจัดทำผังข้อสอบ และกำหนดตัวเทียบเคียงในแต่ละทักษะด้วย เพราะทั้ง 3 ทักษะมีหลายหน่วยงานที่จัดการทดสอบ และมีความเป็นสากล ซึ่งหากผู้รับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ผ่านการทดสอบที่ได้มาตรฐานและได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงได้ ก็นำเอกสารการสอบมายื่นได้ทันทีไม่ได้เข้าสอบการทดสอบ นอกจากนี้ทางคุรุสภาจะมีการเก็บสถิติขอผู้ที่เข้ารับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ด้วย ว่า เพื่อที่จะเป็นตัวช่วยให้มหาวิทยาลัยใช้ในการพิจารณาประกอบการจัดการเรียนการสอน

&amp;ldquo;เมื่อคุรุสภาจัดให้มีการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ขึ้น แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะต้องไปกำหนดหลักสูตร จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้อง และเกิดความมั่นใจได้ว่าเมื่อเด็กเรียนจบแล้วจะสามารถสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ได้ และเรื่องนี้ยังจะส่งผลให้วิชาชีพครูยกระดับมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ครูด้วย&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51554</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, บอร์ดคุรุสภา, วัฒนาพร ระงับทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โยนมหา&#039;ลัยผลิตครูล้นไม่มองเกษียณแค่2หมื่น/ แต่แห่สมัครสอบเป็นครูผู้ช่วยปีละแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ต.ค.62- &amp;ldquo;รมว.อว.&amp;rdquo; มอบ ส.ค.ศ.ท. ทำแผนการผลิตครูทั้งระบบ ให้ตรงตามต้องการ&amp;ldquo;ด้านรักษาการเลขาฯ คุรุสภา&amp;rdquo; เผยมหาวิทยาลัยยังผลิตครูล้น ทั้งที่อัตราการเกิดของเด็กต่ำลงเรื่อยๆ &amp;nbsp;ไม่หันมามองอัตราเกษียณครูแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 2หมื่น &amp;nbsp;ขณะที่ มีคนแห่สมัครสอบเป็นครูผู้ช่วยปีละ 1แสนคน &amp;nbsp;


นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้มีการหารือกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) ซึ่งที่ประชุมได้มีการเสนอ เรื่องแผนการผลิตครูที่ทาง ส.ค.ศ.ท. ต้องการให้มีนโยบายที่ชัดเจนระหว่าง อว.และ ศธ. รวมถึงเสนอให้ผลิตครูระบบปิด ควรจะให้สถาบันไหนผลิตสาขาอะไรจำนวนเท่าไร และอาจจะไม่สามารถผลิตครูระบบปิดได้ทั้งหมด หรือเริ่มที่ร้อยละ 50 ของจำนวนสถาบันการผลิตครูทั้งหมดก่อน และเมื่อจบมาแล้วก็ควรมีอัตรารองรับทันที ซึ่ง รมว.อว.ก็มอบให้ ส.ค.ศ.ท.กลับไปทำแผนการผลิตครูทั้งระบบและนำมาเสนออีกครั้ง ซึ่งตนมองว่า อว.ควรที่จะมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ว่า ทำอย่างไรจำนวนการผลิตครูจึงจะสมดุลกับการใช้ และทำอย่างไรการผลิตครูจึงจะมีคุณภาพ เพราะที่ผ่านมามีผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. มากถึง 100,000 คน ขณะที่จำนวนอัตราเกษียณมีเพียงประมาณ 20,000 อัตรา แต่จำนวนผู้ที่ผ่านการสอบทุกครั้งก็มีไม่ถึง 10,000 คน ซึ่งเราก็คงต้องมาพิจารณาในแง่ของปริมาณและคุณภาพด้วย

ปฎิบัติหน้าที่เลขา คุรุสภากล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันจำนวนเด็กลดลงตามอัตราการเกิดของประชาชน แต่ข้อมูลการผลิตครูยังถือว่าค่อนข้างที่จะสูง ขณะที่ความต้องการใช้ครูมีจำนวนไม่มาก ซึ่งในเรื่องของแผนการผลิตครูนั้น คุรุสภาจะดูแล 2 เรื่องหลัก คือ มาตรฐานหลักสูตรการผลิตครู ที่จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพที่คุรุสภากำหนด และมาตรฐานการผลิตครู ที่จะต้องดูแผนการผลิตครูของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เรียน เป็นอำนาจมหาวิทยาลัยที่จะกำหนด ดังนั้น การผลิตครูควรที่จะมีการนำข้อมูลการเกษียณอายุราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาร่วมวิเคราะห์ รวมถึงสถาบันผลิตครูทุกแห่งก็ต้องมาร่วมกันผลิตครูอย่างเป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาการผลิตครูทำอย่างอิสระ มหาวิทยาลัยใดคิดว่าตนเองมีศักยภาพก็ผลิตครูได้ ส่งผลจำนวนครูที่ผลิตออกมาไม่สอดคล้องกับจำนวนการใช้ครู และมีปัญหาเรื่องครูเกินทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48772</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผลิตครู, คุรุสภา, วัฒนาพร ระงับทุกข์, อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทดสอบ&quot;ตั๋วครู&quot; ต้องผ่านภาษาอังกฤษระดับ B1 ตามเกณฑ์CEFR </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ต.ค.62- ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา - สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ร่วมลงนามข้อตกลงบันทึกความร่วมมือการดำเนินการจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะทำขึ้นเพื่อดำเนินการสร้างข้อสอบ และจัดทำคลังข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครู และการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยคุรุสภาจะเป็นหน่วยงานหลักที่จะกำหนดนิยามสมรรถนะที่มุ่งวัดวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อยืนยันขอบเขตสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพครูที่ทำการทดสอบ กำหนดลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบ และกำหนดรูปแบบของแบบทดสอบ ซึ่งคุรุสภาจะทำหน้าที่รับผิดชอบสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการสร้างข้อสอบและการจัดการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้กับ สทศ. และจากนั้น สทศ. จะมีหน้าที่รับผิดชอบ ดำเนินการสร้างข้อสอบ และจัดทำคลังข้อสอบสมรรถนะทางวิชาชีพครู ดำเนินการจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และนำส่งข้อมูลผลคะแนนการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามที่กำหนด สำหรับการจัดทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นกลไกหนึ่งให้สถาบันผลิตครูปรับปรุงการคัดกรองผู้ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู และผู้ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้าสู่วิชาชีพครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการจัดการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน &amp;ndash; ธันวาคม พ.ศ.2562 โดยคุรุสภาจัดทำ Test Blueprint ประสานความร่วมมือกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;และเดือนธันวาคม พ.ศ.2562 &amp;ndash; กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 สทศ.จะสร้างข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครูและคาดว่าในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2563 จะสามารถจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ อีกทั้งการสอบขอรับใบอนุญาตฯ ครั้งนี้จะต้องมีการทดสอบวิชาภาษาอังกฤษให้ผ่านในตามกรอบอ้างอิงร่วมสหภาพยุโรป (Common European Framework Reference on Language : CEFR) ระดับ B1 ด้วย ซึ่งหากใครไม่ผ่านจะต้องมีการทดสอบจนกว่าจะผ่านถึงจะได้ใบอนุญาตฯ เนื่องจากต่อไปคุรุสภาจะเข้มข้นเรื่องภาษาอังกฤษมากขึ้น และเมื่อมีการต่อใบอนุญาตฯ ก็จะต้องมีการประเมินความรู้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ผู้เข้าสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูรุ่นแรกจะเป็นนักศึกษาที่เข้ารับการศึกษาในปีการศึกษา 2562 ส่วนปีแรกที่จะมีผู้เข้าทดสอบจำนวนเท่าไหร่นั้นยังตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา นอกจากนี้การประเมินด้านคุณธรรมและจริยธรรมความเป็นครูนั้นจะมีการประเมินในระหว่างการฝึกสอนของนักศึกษาถึงคุณสมบัติต่างๆ เช่น ปฏิสัมพันธ์ครูและนักเรียน ครูและผู้ปกครอง และครูกับชุมชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ในการดำเนินการจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สทศ. จะดำเนินการสร้างข้อสอบ และจัดทำคลังข้อสอบ พร้อมจัดการทดสอบโดยการดำเนินการจัดการทดสอบจะเป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติของ สทศ. ทั้ง 5 ด้าน คือ มาตรฐานการบริหารการทดสอบ มาตรฐานบุคลากรด้านการทดสอบ มาตรฐานการพัฒนาแบบทดสอบ มาตรฐานการพิมพ์ การรับ/ส่ง การตรวจ และการประมวลผล และมาตรฐานการรายงานผลและการนำไปไปใช้ ทั้งนี้สทศ.มีความพร้อมทั้งการสร้างข้อสอบ และการบริหารจัดการทดสอบ เพื่อให้การดำเนินงานครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบภาษาอังกฤษตั๋วครู, วัฒนาพร ระงับทุกข์, สอบตั๋วครู, เกณฑ์CEFR</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01fe051612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;คุรุสภา&quot; คาด ต.ค.นี้ ลงนามความร่วมมือ สทศ. จัดทดสอบครูหลักสูตร 4 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ย.62-นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทางคุรุสภา ได้เชิญนางศิริดา บุรชาติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) มาหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการในการจัดทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการหารือกว้างๆ ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร โดย สทศ.ได้เล่าถึงการเตรียมการต่าง ๆ ในการจัดทดสอบที่เคยดำเนินการ เช่น &amp;nbsp;โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น หรือครูคืนถิ่น ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) &amp;nbsp; นั้นได้มีการเตรียมการในการสอบอย่างไร &amp;nbsp;มีการประสานงานกับผู้ที่จะต้องมาออกข้อสอบ &amp;nbsp;ข้อสอบ &amp;nbsp; ค่าใช้จ่าย และ ระยะเวลาในการดำเนินการ เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ฟังทำให้มั่นใจในการจัดสอบของสทศ.มากขึ้น เพราะสทศ.มีประสบการณ์ในการจัดสอบมาก และไม่เฉพาะการสอบที่เกี่ยวกับครู สทศ.ยังจัดทดสอบอื่นๆอีกมาก เช่น โครงการให้บริการการทดสอบวัดสมรรถนะครูทางด้านการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ &amp;nbsp;การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากนี้ สทศ.จะต้องนำเรื่องที่มีการหารือกับคุรุสภา ไปแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของ สทศ.รับทราบ &amp;nbsp;และจะต้องมีการลงนามความร่วมมือกันอย่างเป็นทางการถึงจะดำเนินการการเกี่ยวกับการจัดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ได้ &amp;nbsp;ซึ่งยังมีเวลาในการเตรียมการ เพราะเด็กที่จะต้องสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ เป็นรุ่นแรกคือเด็กที่เข้าเรียนหลักสูตรครู 4 ปีในปีการศึกษา 2562 ซึ่งจะต้องสอบปี 2566 อย่างไรก็ตาม นอกจากคุรุสภาจะต้องเตรียมการจัดสอบให้แก่เด็กหลักสูตรครู 4 ปีแล้ว จะต้องสอบให้แก่คนที่เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตและหลักสูตรบริหารการศึกษาด้วย ดังนั้นช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้คุรุสภาและ สทศ.น่าจะลงนามความร่วมมือกัน&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าเลขาฯ คุรุสภา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46960</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทดสอบทางการศึกษา, ครูหลักสูตร4ปี, วัฒนาพร ระงับทุกข์, สทศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01fe051612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
