<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!&#039;บุญเกื้อ&#039;จี้&#039;กรมคุก&#039;ตรวจหาเชื้อวัณโรคให้กับ&#039;ไผ่&#039;ก่อนลามเรือนจำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64-นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว กรรมการโฆษกกลุ่มไทยภักดี &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กว่าเมื่อข่าวกรองระบุชัดแล้วว่านายธิติสรรค์ ญาณนิกร หรือหัวหน้าเบน เสียชีวิตด้วยอาการวัณโรคไปตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมแล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปรากฏมีภาพชัดเจนว่าหัวหน้าเบนซึ่งป่วยวัณโรคในระยะแพร่เชื้อ ได้ไปขึ้นเวทีปราศรัยกับไผ่ ดาวดิน ซึ่งทั้งสองคนไม่ได้ใช้ผ้าปิดปากและจมูกป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งไผ่ ดาวดินได้กอดคอกับเขาอย่างใกล้ชิดขณะปราศรัยบนเวที จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับเชื้อวัณโรคไปจากหัวหน้าเบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกรมราชทัณฑ์จึงควรตรวจหาเชื้อวัณโรคให้กับไผ่ ดาวดินโดยด่วน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาถ้าหากเขาป่วยด้วยวัณโรคขึ้นมาในเรือนจำ สังคมจะได้รับรู้ว่าเขาได้รับเชื้อโรคร้ายก่อนหน้าที่จะเข้าเรือนจำแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96544</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญเกื้อ ปุสสเทโว, วัณโรค, หัวหน้าเบน, ไผ่ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6053ee030184b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;แนะเปิดหน้าต่างและประตูให้อากาศถ่ายเทสะดวกป้องกันการติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ค.63 - นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ ผู้ได้รางวัลแพทย์ดีเด่นจากแพทย์สภา ประจำปี 2561 โพสต์ภาพพร้อมข้อความบนเพจเฟซบุ๊กหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC&amp;nbsp; หัวข้อ การเปิดหน้าต่างและประตูให้อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นวิธีป้องกันการติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ดีมาก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อ 25 ปีก่อน นพ.มนัส วงศ์เสงี่ยม นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ และนพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ได้ทำการศึกษาโอกาสติดเชื้อวัณโรคซึ่งเป็นโรคติดต่อกันง่ายทางการหายใจในหอผู้ป่วยวัณโรคโรงพยาบาลโรคทรวงอก ที่ตั้งอยู่บนชั้น 3 และชั้น 4 ของอาคารสมัยเก่าที่ออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทได้ดีตามธรรมชาติ โดยเปิดหน้าต่างและประตูทั้ง 2 ข้างตลอดวัน ไม่มีตึกสูงบัง และมีพัดลมบนเพดานโดยเอาหนูตะเภาทั้งหมด 16 ตัว เลี้ยงไว้ในหอผู้ป่วยวัณโรค หอละ 8 ตัว แต่ละหอผู้ป่วยมีเตียง 8 เตียง เราปล่อยให้เตียงคนไข้ กลางหอว่าง 1 เตียง และตั้งกรงหนูตะเภา 2 กรง กรงละ 4 ตัวบนเตียงนี้ (ดูรูป) ที่เราเลือกหนูตะเภาเพราะหนูตะเภาติดเชื้อวัณโรคของคนได้ง่ายมาก
เราทำการทดสอบการติดเชื้อวัณโรคโดยวิธีฉีดทูเบอร์คูลินเข้าใต้ผิวหนังหนูตะเภาทุกตัวก่อนเลี้ยงไว้ในหอผู้ป่วย และทำทูเบอร์คูลินทุกเดือนหลังจากเลี้ยงในหอผู้ป่วยวัณโรคเป็นเวลานาน 7 เดือน เมื่อครบ 7 เดือนครึ่งเราสละชีวิตหนูตะเภา และตรวจพยาธิสภาพของปอด และต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอดของหนูทุกตัวเพื่อหาหลักฐานการติดเชื้อวัณโรค
ในระยะเวลา 7 เดือนครึ่งมีคนไข้ที่เป็นวัณโรคระยะแพร่เชื้อตรวจเพาะเชื้อพบเชื้อวัณโรคในเสมหะทั้งหมด 75 คน (บางคนเป็นวัณโรคดื้อยา) อยู่ในหอผู้ป่วยทั้ง 2 หอ &amp;nbsp;
ผลปรากฏว่าไม่มีหนูตะเภาตัวใดเปลี่ยนทูเบอร์คูลินจากลบเป็นบวกในการทำทูเบอร์คูลินติดต่อกัน 7 เดือน แสดงว่าไม่ได้รับเชื้อวัณโรค และผลชันสูตรศพหนูตะเภาทั้ง 16 ตัว ตรวจไม่พบการติดเชื้อวัณโรค แสดงว่าโอกาสที่จะติดเชื้อวัณโรคในหอผู้ป่วยที่มีอากาศถ่ายเทดีโดยธรรมชาติด้วยการเปิดหน้าต่างและประตูนั้นมีน้อยมากๆ
ความรู้นี้สามารถนำมาใช้ลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19ได้
สถานที่ที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ เป็นระบบอากาศปิด มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ รถไฟฟ้าบีทีเอสมีแผนจะเปิดช่องระบายอากาศเหนือหน้าต่างขณะรถวิ่งมีผู้โดยสารเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ (ดูรูป) ซึ่งผมเห็นด้วย ห้องเรียน ห้องอาหารของโรงเรียน สถานที่ทำงาน ออฟฟิศ รถแท็กซี่ รถตู้ รถโดยสารที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเป็นระบบถ่ายเทอากาศทางธรรมชาติด้วยการเปิดหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67239</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์, ลดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19, วัณโรค, โรงพยาบาลโรคทรวงอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e0db998fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอยง&#039;แจงวัคซีนวัณโรคBCGเมื่อแรกเกิดป้องกันโรคโควิด-19ได้จริงหรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan มีเนื้อหาดังนี้
โควิด 19 วัคซีนวัณโรค BCG เมื่อแรกเกิด ป้องกันโรคได้จริงหรือ
มีการพูดกันมากว่า คนทางแถบเอเชียได้รับวัคซีนป้องกันวัณโรคแรกเกิด ติดเชื้อ โควิด 19 น้อยกว่าคนทางยุโรป ที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันวัณโรคเมื่อแรกเกิด
จึงมีข้อสมมติฐานว่า วัคซีนBCG ป้องกันวัณโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยป้องกันการติดเชื้อ โควิด 19
จากการศึกษาที่อิสราเอล เป็นประเทศที่ให้วัคซีน BCG ในเด็กแรกเกิด มาจนถึงปี 1982 หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการให้อีก
เมื่อเปรียบเทียบประชากรย้อนขึ้นไป 3 ปี กับประชากรลงมา 3 ปี&amp;nbsp; คือประชากรที่เกิดก่อนและหลังปี 1982 เมื่อเปรียบเทียบอายุแล้วจะอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน
&amp;nbsp;และดูอัตราการติดเชื้อ โควิด 19 พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน BCG&amp;nbsp; ติดเชื้อ โควิด-19 11.7%
ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน BCG&amp;nbsp; ติดเชื้อ โควิด-19 จำนวน 10.4%
และมีความรุนแรงเสียชีวิตกลุ่มละ 1 คน
จากข้อมูลดังกล่าว ได้ลบล้างความเชื่อที่ว่า
การให้วัคซีน BCG เมื่อแรกเกิดอย่างที่ประเทศไทยที่ให้กับทารกแรกเกิด
ไม่มีผลในการป้องกัน โควิด 19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65973</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด, วัณโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba013f2fd27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอมมี่&#039;วอนผู้ใจบุญช่วย&#039;ธีร์&#039; อดีตดาราป่วยวัณโรคจนซูบผอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่นักร้องสาว บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ &amp;ldquo;น้ำตาล เดอะสตาร์&amp;rdquo; ได้จากไปด้วยโรควัณโรคหลังโพรงจมูก ซึ่งทางทีมแพทย์ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีผู้ป่วยวัณโรคอีกมาก ล่าสุดสาว เอมมี่-อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ ได้โพสต์รูปและคลิปวีดีโอของอดีตนักแสดงสมทบอย่าง ธีร์-ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ หนุ่มที่เคยตกเป็นข่าวกับสาว แอนนี่ บรู๊ค ซึ่งตอนนี้ดาราหนุ่มกำลังป่วยเป็นวัณโรคจนซูบผอม และอยู่กับแม่ที่ป่วยหลายโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสาวเอมมี่ได้เขียนบรรยาใต้ภาพดังกล่าวว่า &amp;quot;10 นิ้วประนมกราบ เอ็มมี่วิงวอนหลายๆหน่วยงาน เข้าช่วยเหลือพี่ธีร์หน่อยนะคะ เอ็มมี่หวังว่าโพสต์นี้จะมีประโยชน์ต่อพี่นักแสดงด้วยกันนะเจ้าคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องด่วน ช่วยกันร่วมบุญกันค่ะ ชีวิตคนเราไม่แน่นอน พี่ธีร์ นักแสดงอีกท่านหนึ่งตอนนี้ลำบากมากๆ ใครอยากช่วยก็โอนเงินไปช่วยพี่เขาได้โดยตรงเลยนะคะ วันนี้วันพระ ถือว่าเป็นสะพานบุญ บอกบุญกันนะเจ้าคะ&amp;nbsp; 5470672794 ธ.กรุงไทย ออมทรัพย์ ข่วงสิงห์ ชื่อบัญชี ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในคลิปวีดีโอ หนุ่มธีร์ได้เอ่ยขอโทษหากทำไม่ดีกับใครไว้ ก่อนที่จะไม่มีลมหายใจ &amp;quot;ก่อนอื่นกราบขอโทษที่ไม่ได้ร่ำลาใครเลย ขอโทษในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำอะไรไม่ดีไว้ ตอนนี้ผมป่วยหนักเป็นวัณโรคทับต่อมน้ำเหลืองทับตับ ทำให้ร่างกายซูบผอมลงมาก ผมเองก็ไร้ที่พึ่ง พี่น้องก็แตกแยก ไม่ค่อยมี ขอให้ทุกคนเห็นใจ เมตตา ยกโทษให้ด้วย แต่ถ้าผู้ใดสงสารก็ขอเป็นค่ายาต้านวัณโรค เพราะเป็นยานอก รัฐบาลไม่มี มีแต่ยาธรรมดา และขอค่าข้าวไว้กินกับแม่สองคน แม่ก็ป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน เก๊าท์ ขอความเมตตาด้วย กราบขอโทษทุกคนอีกครั้งหนึ่ง กราบขอโทษจากใจ ก่อนที่จะไม่มีลมหายใจก่อนที่จะไม่ได้กลับไปอีก อยากกลับไป อยากกลับไป อยากฟื้น เมตตาด้วย ขอบคุณครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้หนุ่มธีร์ยังได้อัดคลิปทั้งน้ำตา เพื่อขอบคุณพี่ที่สนิทอย่าง ชายแฮ็คส์-ดร. วโรดม ศิริสุข ที่ช่วยเผยแพร่เรื่องราวของตนจนมีคนเริ่มทราบข่าวและเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้ตนป่วยมา 4-5 เดือนแล้ว กำลังพักฟื้นที่บ้านอยู่กับแม่สองคน แม่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน และเก๊าท์ แต่ก็ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39910</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีร์, ธีร์-ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์, นักแสดงสมทบ, ป่วย, วัณโรค, อดีตดารา, อดีตนักแสดงสมทบ, เอมมี่-อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d19f15c27d8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัณโรคหลังโพรงจมูก!&#039;ศิริราช&#039;แถลงสาเหตุ&#039;น้ำตาล&#039;เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.62 - ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รายงานผลการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อหลังโพรงจมูกของนางสาวน้ำตาล - บุตรศรัณย์ ทองชิว โดยมี รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ ร่วมด้วย ณ ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ ตึกสยามินทร์ ชั้น 7 รพ.ศิริราช
&amp;nbsp;
​สืบเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของนางสาวน้ำตาล - บุตรศรัณย์ ทองชิว เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 นั้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ขออนุญาตส่องกล้องเข้าไปดูบริเวณหลังโพรงจมูก และพบบริเวณเยื่อบุหลังโพรงจมูกมีสีผิดปกติไปจากปกติ ขนาดประมาณ 0.5 - 1 ซม. จึงตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าว เพื่อนำมาตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาหาสาเหตุการเสียชีวิต ระหว่างตัดชิ้นเนื้อพบมีเลือดไหลออกมา &amp;nbsp;หลังจากย้อมชิ้นเนื้อ พบว่าเข้าได้กับ วัณโรคแต่ไม่พบเชื้อ คณะฯ จึงได้ทำการตรวจอีกวิธีหนึ่งที่เรียกว่า PCR (Polymerase Chain Reaction) คือ การตรวจหา DNA ของเชื้อวัณโรค ได้ผลเป็นบวก (positive) ผลการตรวจ PCR ดังกล่าว และผลการตรวจชิ้นเนื้อจึงบ่งชี้ว่ามีเชื้อวัณโรคหลังโพรงจมูก ซึ่งในกรณีนี้มีโอกาสติดต่อกันได้น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถิติของประเทศไทยในปี พ.ศ.2560 พบคนไทยเป็นวัณโรคประมาณ 80,000 คน จากประชากร 69 ล้านคน โดยร้อยละ 83 จะตรวจพบที่ปอด ร้อยละ 17 ตรวจพบนอกปอด สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกพบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 ของวัณโรคที่พบนอกปอด อีกทั้งวัณโรคสามารถเป็นได้ตามอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย สำหรับ วัณโรคหลังโพรงจมูกรายงานทางการแพทย์ทั่วโลกพบว่า ผู้ป่วย 1 ใน 3 อาจไม่มีอาการใดๆ และประมาณร้อยละ 70 มีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หรือมีก้อนบริเวณหลังโพรงจมูก การวินิจฉัยวัณโรคหลังโพรงจมูกจึงมักได้จากการตรวจ ชิ้นเนื้อที่ก้อนหรือต่อมน้ำเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อแนะนำสำหรับประชาชนจากกรณีของนางสาว น้ำตาล - บุตรศรัณย์ ทองชิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. อุบัติการณ์ของวัณโรคในประเทศไทยยังไม่ลดลง สามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายอวัยวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ควรตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากพบสิ่งผิดปกติใดๆ จำต้องสืบค้นจนพบสาเหตุของความผิดปกตินั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. แม้การตรวจร่างกายจะปกติ แต่หากมีอาการผิดปกติระยะเวลาหนึ่ง เช่น น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ คลำได้ก้อนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39499</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวน้ำตาล - บุตรศรัณย์ ทองชิว, วัณโรค, วัณโรคหลังโพรงจมูก, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12eb9171a3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักวัณโรค ผุด&quot;โปรแกรมบริหารจัดการผู้ป่วยวัณโรค &quot;แก้ปัญหาเชื้อดื้อยา ลดสถิติผู้ป่วยไทยติดอันดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15พ.ค.62-องค์การอนามัยโลก ( World Health Organization) หรือ &amp;nbsp;WHO ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยติด 1 ใน 14 ประเทศ ที่มีอัตราผู้ป่วยวัณโรคสูงที่สุดในโลก โดยจากการคาดการณ์ทางสถิติพบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยวัณโรคมากถึง 1.2 แสนราย เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวปีละ 12,000 ราย แต่ค้นพบและนำเข้าระบบเพื่อรักษาได้เพียง 80,000 ราย คงเหลืออีก 40,000 ราย ที่สำนักวัณโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องค้นหาให้พบและนำเข้าสู่ระบบการรักษา พร้อมเก็บเป็นฐานข้อมูล เพื่อที่ประเทศไทยจะหลุดจากบัญชีประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคมากที่สุดในโลก ขณะที่จำนวนผู้ป่วยวัณโรคทั้งโลกในปี 2560 มีอยู่ราว 10.4 ล้านคน ในจำนวนนี้ 6.3 ล้านคน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ และอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ปีละ 1.3 ล้านคน แต่หากผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างถูกวิธี กรณีวัณโรคปกติสามารถรักษาให้หายขาดได้ในเวลา 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวัณโรคกลายเป็น &amp;ldquo;โรคติดต่อร้ายแรง&amp;rdquo; ที่สามารถรักษาให้ &amp;ldquo;หายขาด&amp;rdquo; ได้ วัณโรคในประเทศไทยจึงไม่ขยับไม่พ้นสถานการณ์วิกฤติสักที! เกี่ยวกับเรื่องนี้ พญ.ผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อัพเดทสถานการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดว่า เพราะวัณโรคไม่ใช่โรคที่เป็นแล้วเสียชีวิตทันทีเหมือนไข้เลือดออก และยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ คนไทยจึงไม่ค่อยตระหนัก ทั้งที่วัณโรคเป็นโรคติดเชื้ออันดับ 1 ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังสามารถแพร่กระจายได้แบบไม่จำกัดจำนวนผ่านระบบทางเดินหายใจ เมื่อเป็นแล้วต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 เดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สิ่งที่เป็นกังวลอยู่ในตอนนี้ คือในจำนวนผู้ป่วยวัณโรค 80,000 ราย ที่สามารถผลักดันเข้าสู่ระบบการรักษาทางการแพทย์ได้แล้วนั้น พบว่าในจำนวนนี้มีป่วยเป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วัณโรคดื้อยาหลายขนาน Multidrug Resistance Tuberculosis (MDR-TB) สูงถึง 1,000 ราย จากจำนวนคาดการณ์ของ WHO ที่ 4,500 ราย ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรง Extensively Drug Resistant Tuberculosis (XDR-TB) พบที่ 70 ราย จากจำนวนคาดการณ์ของ WHO ที่ 450 ราย ซึ่งผู้ป่วยวัณโรคในสองกลุ่มหลังนี้ใช้งบประมาณในการรักษาค่อนข้างสูง โดยหากเป็นผู้ป่วยกลุ่มวัณโรคปกติจะใช้งบประมาณในการรักษา 3,000 บาท/ 6 เดือน/ ราย &amp;nbsp;แต่หากเป็นผู้ป่วยวัณโรคกลุ่ม MDR-TB จะใช้งบประมาณในการรักษาสูงขึ้นเป็น 120,000 บาท/ 20 เดือน /ราย และถ้าเป็นผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่ม XDR-TB จะใช้งบประมาณมากถึง 1.2 ล้านบาท/ 20 เดือน /ราย ซึ่งหากรักษาไม่หายขาดภายใน 3 ปี ส่วนมากจะเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญหากได้รับการรักษาไม่ถูกวิธี ไม่ต่อเนื่อง ซื้อยารับประทานหรือฉีดเอง จากกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคปกติ มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเชื้อวัณโรคดื้อยาและวัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรงได้ นั่นหมายถึงผู้ป่วยมีความเสี่ยงได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยารักษาวัณโรคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการเป็นสิว ผิวดำ หูอื้อ หนักมากขึ้นจะถึงขั้นหูหนวก ตับอักเสบ ไตวาย ตาบอด และสุดท้ายคือเสียชีวิต เพราะอาการของโรครุนแรงมากขึ้นและไม่ยาชนิดใดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้เนื่องจากดื้อยา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;พ.ญ.ผลิน กล่าวอีกว่า เพื่อให้สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทยลดจากภาวะวิกฤต ไปสู่ระยะที่สามารถแก้ไขควบคุมได้ อย่างแท้จริง โปรแกรมบริหารจัดการผู้ป่วยวัณโรค (Tuberculosis Case Management : TBCM) หรือ TBCM Online จึงถูกนำมาใช้จริงในประเทศไทย ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ตั้งใจพัฒนาระบบปฏิบัติการดังกล่าวมานานกว่า 3 ปี เพราะต้องการจัดเก็บฐานข้อมูลผู้ป่วยวัณโรคในประเทศอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ใช้งานง่าย และเรียลไทม์! ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากอันดับประเทศที่มีผู้ป่วยวัณโรคสูงติดอันดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับระบบ TBCM Online &amp;nbsp;เป็นระบบปฏิบัติการออนไลน์ที่บันทึกข้อมูลผู้ป่วยวัณโรคทั่วประเทศไทยแบบเรียลไทม์ สามารถเปิดใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้ย้ายไปรักษาในโรงพยาบาลอื่นก็สามารถดึงข้อมูลเพื่อติดตามอาการได้ ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โรควัณโรค หากได้รับการรักษาไม่ถูกวิธี ไม่ต่อเนื่อง ซื้อยารับประทานหรือฉีดเอง จากกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคปกติ มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเชื้อวัณโรคดื้อยาและวัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรงได้ นั่นหมายถึงผู้ป่วยมีความเสี่ยงได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยารักษาวัณโรคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการเป็นสิว ผิวดำ หูอื้อ หนักมากขึ้นจะถึงขั้นหูหนวก ตับอักเสบ ไตวาย ตาบอด และสุดท้ายคือเสียชีวิต เพราะอาการของโรครุนแรงมากขึ้นและไม่ยาชนิดใดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้เนื่องจากดื้อยา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ดี โปรแกรม TBCM Online จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือหยิบนำมาใช้งานจริง เพราะผู้ป่วยจะถูกผลักเข้าสู่ระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แถมไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว เภสัชกรในสถานพยาบาลเองก็จะได้บันทึกทั้งจำนวนผู้ป่วย ชนิดยาที่ใช้ วิธีการให้ยา เฝ้าระวังการดื้อยา ทำเป็นรีพอร์ตเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาไปสู่การรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่สุด ยังเป็นการเบาแรงแพทย์ในการสั่งจ่ายยาที่ถูกต้อง มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยน้อย หรือค้นหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล หรือในกรณีที่เคสใกล้เคียงกันได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขด้านวัณโรคของไทยพัฒนาและมีศักยภาพมากขึ้น เพราะมีฐานข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้ สามารถตามติดและควบคุมสถานการณ์ได้ไวได้ทัน&amp;nbsp;
ผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวคือจำนวนผู้ป่วยวัณโรคในสังคมลดลงเพราะเข้าถึงข้อมูล ท้ายที่สุดประเทศไทยจะหลุดจากลิสต์ประเทศที่มีวัณโรคสูงติดอันดับโลกของ WHO โดยถ้าเทียบกับประเทศใกล้เคียงกันอย่างญี่ปุ่น พบว่าทั้งประเทศมีผู้ป่วยวัณโรคปกติเพียง 1,000 ราย ส่วนผู้ป่วยวัณโรคแบบ MDR-TB ไม่มีเลย และเมื่อค้นพบผู้ป่วยวัณโรค กฎหมายสาธารณสุขของญี่ปุ่นจะผลักดันให้เข้าสู่ระบบการรักษานอนในโรงพยาบาลทันทีจนกว่าจะหายขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;โปรแกรม TBCM เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ป่วย เภสัชกร แพทย์ ระบบสาธารณสุขของไทย สังคม ไปจนถึงประเทศ โดยเฉพาะกับการปรับสถานะยา หรือ Drug Reclassification ในกลุ่มยารักษาวัณโรค ที่ยาในกลุ่มดังกล่าวจะถูกจัดให้ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่กำหนด ตรงนี้จะเป็นการผลักดันให้ผู้ป่วยวัณโรคเข้าถึงระบบการรักษาที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ ได้รับยาต่อเนื่อง ผลข้างเคียงน้อย ไม่เสี่ยงต่ออาการเชื้อดื้อยาที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตในอนาคต เป็นการสร้างสังคมสุขภาวะอย่างแท้จริง&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กล่าวย้ำอย่างมั่นใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำนักวัณโรคจึงขอเฃิญชวนให้ประชาชนเข้าตรวจคัดกรองวัณโรคตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งถ้าตรวจพบจะได้นำเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างถูกวิธี ที่สำคัญไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่เข้าตรวจคัดกรอง และตลอดการรักษาจนกว่าจะหายขาด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35929</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, พญ.ผลิน กมลวัทน์, วัณโรค, เชื้อดื้อยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdbb987692a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ๊ค เชิญยิ้ม&#039;ป่วยเป็นวัณโรค ผอมจนโดนทักเป็นเอดส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หายหน้าหายตาจากวงการไปนานพอสมควร สำหรับนักแสดงตลก แจ๊ค เชิญยิ้ม หรือ ธเนศ ภูผานี ที่ป่วยด้วยโรควัณโรคปอด ทำเอาซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด แถมหวานใจ หญิง-อภิสรา รักชาติ ก็ยังมาป่วยด้วยโรคไต ล่าสุดทั้งคู่ได้มาอัพเดทถึงประเด็นต่างๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำหนักลดไปเยอะมาก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : น้ำหนักลดไป 10 กิโล ภายในไม่ถึง 15 วัน เพราะว่ามันเป็นผลข้างเคียงของคนที่เป็นโรคนี้ วัณโรคปอด ปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ แล้วน้ำท่วมปอดด้วย เกิดจากการใช้ชีวิตปัจจุบัน ในการที่เราหายใจเข้าไป ฝุ่น มลพิษต่างๆ ที่เราหายใจเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิง : คือคนทั่วไปก็เสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ เหมือนภูมิต้านทานเราต่ำเวลาเป็นไข้แล้วปล่อยให้มันเรื้อรังเชื้อมันก็จะลงไปที่ปอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาแจ๊คทำงานค่อนข้างหนัก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : เยอะ แจ๊คทำงานมาตั้งแต่เด็ก ประมาณ ม.2 -3 เล่นตลกคาเฟ่มาตั้งแต่เด็ก เข้าวงการตั้งแต่ปี1 ก็ทำงานมีงานเยอะมาตลอด พอมันมีงานเยอะมันก็แลกมากับการที่เราพักผ่อนน้อย พอวันนึงที่เราภูมิต้านทานต่ำโรคข้างในที่มันรอจะปะทุขึ้นมามันก็พร้อมมาก ทีนี้ก็เรียบร้อยเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนแรกแจ๊คมีไข้สูง 38-39 องศาติดต่อกันทุกวันเป็นแบบนี้มาเกือบเดือน เราก็แก้ไขด้วยการกินยาแล้วไปทำงาน พอดื้อยาก็ไปฉีดยาแทนเพื่อให้ไปทำงานไหว พอวันนึงตื่นเช้ามาพบว่าเรามีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ โดยเราอาบน้ำ สระผม แต่งตัว เดินขึ้น-ลงบันไดบ้าน แล้วรู้สึกเหนื่อยขึ้น ก็เลยไปตรวจพอเอ็กซเรย์ในปอดเราจะมีจุดสีขาวเต็มเลย หมอบอกว่ามันเป็นเชื้อโรค เชื้อราทั้งหมด บริเวณปอดมีน้ำมากกว่าปกติต้องดูดออกด่วน แล้วก็ให้แอดมิทเลย คือปอดของคนปกติเอ็กซเรย์ออกมาจะเป็นสีดำทั้งหมด ของแจ๊คแทบไม่มีสีดำ อีกอย่างนึงของแจ๊กมีน้ำอยู่ข้างใต้ต้องเจาะข้างหลังแล้วดูดน้ำออก คือเขาเจาะสดเลย แล้วเจาะเลือดตรวจทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอได้ยินแบบนั้นรู้สึกยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : รู้สึกว่ามันงงก่อนว่าเราเป็นได้ไง คือบุหรี่เราก็ไม่สูบ ซึ่งเราคิดว่าเราเป็นไข้ธรรมดา พอมาวันนึงมันไม่เตือนเราเลย มาถึงก็เหนื่อยเลยแล้วก็แอดมิทเลย งานทั้งหมดเราก็ไม่ได้เคลียร์ แต่ถ้าเราออกไปทำงานต่อมันก็จะมีผลต่อเราด้วย ถ้าเราไปทำอะไรหนักๆ เราก็อาจจะช็อกได้ ระหว่างอยู่โรงพยาบาลคุณหมอเขากักตัวเราไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความร้ายแรงก็ถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้ คือคนที่เป็นโรคปอดแล้วเป็นคนใกล้ตัวไม่ถึงสัปดาห์เขาเสียชีวิตเลยก็มี และบางคนที่เป็นโรคนี้รักษาตัวดีๆ 6 เดือน ปีนึง ปีครึ่งหายขาดเลยก็มี ซึ่งเราพอแอดมิท เราไม่ได้อยู่ห้องที่เขารักษาทั่วไป เราไปอยู่ในห้องกักตัว กักเชื่อ เป็นห้องสี่เหลี่ยม ตอนนั้นเราอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนเพื่อที่จะแน่ใจว่าเราไม่มีเชื้อที่จะไปแพร่คนอื่นแล้วถึงออกมารักษาข้างนอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นหญิงทำยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิง : หญิงเสร็จงานก็ไปเยี่ยมตลอด ห้ามเฝ้า เพราะที่โรงพยาบาลไม่ให้เรานอน เขาก็ให้คาดแมส ส่วนตัวเราก็ไม่สบายเขาก็กลัวเชื่อจะมาติดเรา ก็ให้กำลังใจเขา พอเห็นสภาพเขาเราก็กลัวก็ไปไหว้พระ ขอพร ขออย่าให้เขาเป็นอะไรไปมากกว่านี้นะ กลัวโรคแทรกซ้อน กลัวอะไรหลายๆ อย่าง ยิ่งเราป่วยแล้วไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นก้ยิ่งทำให้เราจิตตกไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊คออกมาจากโรงพยาบาลน่าจะ 5 เดือน กลับไปอยู่บ้านช่วงแรกๆ ไม่สามารถทำอะไรเองได้เลยแม้กระทั่งอาบน้ำ สระผม คือด้วยความที่น้ำหนักลดลงสิบโล พอมันผอมมากทำให้เราไม่ชินแล้วร่างกายมันก็รับน้ำหนักตัวได้ไม่มาก ขาเรามันไม่มีแรงเดิน มันทำให้เรานอนติดเตียงอยู่แบบนั้น สิ่งที่เราคิดแล้วเรามองเห็นมันคือวันนึงเราทำงานมาตั้งเยอะ เรามองเห็นเงินอยู่ตรงหน้า แต่เราไม่สามารถหยิบมาใช้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บอกว่าโดนเจาะเลือดทุกวันกลัวมากโดยเฉพาะโรค HIV มันเกิดไรขึ้นทำไมถึงกลัวตรงนั้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิง : คือหมอเขาบอกว่าโรคพวกนี้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นเหมือน HIV อาการมันจะผอมลง คุณหมอเขาบอกว่า ดูน่าเป็นห่วง เขาผอมซูมน่ากลัว เขาก็เลยเจาะเลือดเพื่อหาเชื้อ แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวคุณหญิงก็ป่วยด้วย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิง : หญิงเป็นนานแล้ว ฟอกไตมา 3 ปีแล้วค่ะ หมอเขาก็ไม่รู้สาเหตุ แต่มีอยู่ช่วงนึงที่หญิงทำรายการความสวยความงามแล้วกินพวกอาหารเสริม กินเยอะ แล้วหมอบอกว่าอาจจะไปโดนสเตอรอยด์ แล้วมันไปสะสมทำลายไตเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอป่วยคู่แล้วเรื่องเงินทำยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : จริงๆ แล้วเราทำงานมาเราก็มีเก็บ แจ๊คกับหญิงเป็นคนที่ไม่ฟุ่มเฟือยอะไรมากมาย อีกอย่างหนึ่ง ตอนนั้นหญิงป่วยก่อนเราก็ทำงานมีงานทุกวัน แล้วก็มีเงินเก็บที่เราเก็บมาของหญิงค่าใช้จ่ายไม่เยอะเท่าไหร่ ของแจ๊คก็ไม่เท่าไหร่ สำหรับเรามันน้อย แต่สิ่งที่เราหนักใจก็คือการทำยังไงให้มันฟื้นตัวเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : หญิงรับงานตั้งแต่ สามเดือนแล้ว ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่าน คือมันมีงานก่อนที่เราจะป่วย เราก็ต้องลาเขาเพราะเราป่วยทำงานให้เขาไม่ไหว เขาก็ยังรอเรา แล้วก็มีงานใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา แจ๊คก็ลองงานเบาๆ ก่อน ตอนนี้เข้าเดือนที่ 5-6 ก็มีกำลังใจเยอะขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป่วยแบบนี้ใช้ค่ารักษาทั้งหมดเท่าไหร่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : จริงๆ การรักษาแต่ละโรคมันก็มีราคาที่เป็นแสนอยู่แล้ว แล้วแต่โรคแล้วแต่อาการ ของแจ๊คก็หมดไปเยอะเหมือนกัน เราพลาดอย่างนึงคือเราไม่ได้ทำประกันสุขภาพเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนเม้าท์ว่าคุณกลายเป็นลูกตลกตกอับ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจ๊ค : คำว่าตกอับของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่างของแจ๊คคือเราป่วย ไม่สามารถรับอะไรได้ แต่ก็ยังมีงานที่เราถ่ายเอาไว้ก่อนแล้วแล้วมาออนแอร์ก็มี เราไม่ได้คิดมาก เพราะเราทำงานมาตลอด ทำจนป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาราตลก, ตลก, ธเนศ ภูผานี, วัณโรค, หญิง-อภิสรา รักชาติ, แจ๊ค เชิญยิ้ม, โรคไต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c334b086ebf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
