<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นครสวรรค์” เชิญชวนท่องเที่ยวรับพลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณพาสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบรรยากาศของการเริ่มต้นฟื้นฟูการท่องเที่ยววิถีใหม่ &amp;ldquo;จังหวัดนครสวรรค์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางของการเดินทางไปยังภาคเหนือ ด้วยระยะทางเพียง &amp;ldquo;สอง สาม เก้า&amp;rdquo; หรือ 239 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการแนะนำเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้มาเติมพลังแห่งความสุขจากการได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ทั้งทางกายและทางใจในเมืองที่ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น &amp;ldquo;นครแห่งสวรรค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิถีคนหาปลาที่ปากน้ำโพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ด้วยมาตรการรณรงค์ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย มีจุดแจกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ และความเข้มงวดในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมของจังหวัด ช่วยให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่า เมื่อมาเที่ยวแล้วจะกลับไปด้วยสุขภาพที่ดี ปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ สีแดง​ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ รับผิดชอบพื้นที่นครสวรรค์ และพิจิตร เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายและเปิดโอกาสให้เดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดได้แล้วนั้น แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่เมืองนครสวรรค์ ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม ช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และชุมชนต่างๆ ในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดนครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งความสุข เปรียบดังดินแดนแห่งสวรรค์ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาจากการรวมตัวกันของแม่น้ำ 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่วิถีชีวิตผู้คน โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่นับถือของชาวเมืองปากน้ำโพ คอยคุ้มครองป้องกัน ถือเป็นพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่สืบเนื่องกันมายาวนาน ททท.สำนักงานนครสวรรค์ จึงขอแนะนำเส้นทางให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนได้เสริมพลังความเป็นมงคลหลังผ่านช่วงวิกฤติโควิด-19 ใน 3 สถานที่ ได้แก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แรกคือ &amp;ldquo;อุทยานสวรรค์&amp;rdquo; ถือเป็นจุดรับพลังจากมังกร เสริมอำนาจ วาสนาและบารมี อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองนครสวรรค์ ที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่มาแล้วมีบรรยากาศของการผ่อนคลาย มีความสุข ในเนื้อที่ประมาณ 314 ไร่ ด้านในประกอบไปด้วย สวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก และรูปปั้นมังกรสวรรค์ขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิมมองจาก &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สอง คือ &amp;ldquo;ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิม&amp;rdquo; เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์มากว่า 100 ปี สำหรับไหว้เทพยาดาฟ้าดินเพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป สถานที่แห่งนี้เรียกสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ศาลเจ้าปึงเถ่ากง&amp;rdquo; ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจุดบรรจบของแควปิง วัง ยม น่าน ซึ่งมีลักษณะแม่น้ำเป็น 2 สี ภายในประดิษฐานเทพปิ่นโถ่วกงอยู่ตรงกลาง เทพกวนอูอยู่ด้านขวา เจ้าแม่ทับทิมอยู่ด้านซ้าย และยังมีเจ้าแม่สวรรค์ และเจ้าพ่อสามตา ให้ได้เคารพสักการะอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สาม คือ &amp;ldquo;วัดคีรีวงศ์&amp;rdquo; ตั้งอยู่บนยอดเขาดาวดึงส์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายสมัยกรุงสุโขทัย มีเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า &amp;ldquo;พระจุฬามณีเจดีย์&amp;rdquo; เป็นสถานที่สำหรับชาวเมืองนครสวรรค์มาไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก และชมทิวทัศน์ของเมืองนครสวรรค์ได้อย่างกว้างไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวต่อว่า นครสวรรค์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่มีความสำคัญและไม่ควรพลาด ได้แก่ &amp;ldquo;บึงบอระเพ็ด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอในนครสวรรค์ ซึ่งนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ มีสัตว์อาศัยอยู่กว่า 140 ชนิด โดยเฉพาะ &amp;ldquo;นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร&amp;rdquo; ที่เป็นนกหายาก ทั้งนี้ นอกจากตัวบึงบอระเพ็ดแล้ว ในบริเวณเดียวกันยังมี &amp;ldquo;อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา&amp;rdquo; ให้ได้เข้าไปชมเรื่องราวในโลกของปลาน้ำจืดที่มีความสวยงามและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวเดินชมสะพานพาสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีจุดที่ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปากน้ำโพ ที่ไม่ควรพลาดคือ สถานที่ที่เรียกว่า &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo; เป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บริเวณเกาะยม จุดต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา จากฝั่งตัวเมืองสามารถนั่งเรือข้ามฟากไปถ่ายรูป ชมพระอาทิตย์ตกบนอาคารพาสาน สัมผัสความงดงามของต้นน้ำเจ้าพระยา และวิถีชีวิตของคนริมน้ำแห่งเมืองปากน้ำโพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวแม่น้ำปิงที่ &amp;ldquo;ตลาดท่าเรือคลองคาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชื่อ &amp;ldquo;พาสาน&amp;rdquo; มีที่มาจากคำว่า &amp;quot;ผสาน&amp;quot; คือ การรวมกันของสถานที่กับผู้คนผสมผสานรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับวิถีชีวิตของชาวต้นแม่น้ำเจ้าพระยา รูปแบบอาคารมีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นและทันสมัย มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ลักษณะคล้ายเส้นสายที่สอดประสานกันมาบรรจบที่ตรงปลาย อันหมายถึง การมารวมตัวกันของแม่น้ำสายหลัก 4 สาย มีการประสานกัน เริ่มจากแม่น้ำ 2 สายคือ แม่น้ำปิงรวมกับแม่น้ำวัง และแม่น้ำยมรวมกับแม่น้ำน่านมาก่อน จากนั้นจึงมารวมเป็นหนึ่งเดียวทั้ง 4 สายในบริเวณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของวิถีชุมชน &amp;ldquo;ตลาดท่าเรือคลองคาง&amp;rdquo; หรือตลาดวิถีชุมชนแห่งใหม่ริมแม่น้ำปิง จังหวัดนครสวรรค์ มีความน่าสนใจที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปผ่อนคลายด้วยการช็อปปิ้งเพลินๆ หรือนั่งรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศแบบย้อนยุค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดท่าเรือคลองคางยามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวตลาดพัฒนาจากท่าเรือเก่าในอดีต มีร้านรวงมากกว่า 140 ร้าน จำหน่ายทั้งอาหารคาว ขนมหวาน ขนมโบราณ น้ำดื่มต่างๆ แล้วยังสามารถเลือกซื้อผักปลอดสาร ผลไม้ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ จากกลุ่มเกษตรกร สิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของตลาดท่าเรือคลองคาง คือ ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ละร้านใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากธรรมชาติ 100% เช่น ใช้กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำ ใช้ใบตองรองอาหาร ใช้ชะลอม เครื่องปั้นดินเผา แทนการใช้โฟมและพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ทางตลาดก็เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะริมน้ำ แพลอยน้ำ และมุมห้อยขาริมน้ำ ให้นั่งหย่อนขารับลมเย็นๆ ชมสายน้ำไหลเอื่อย พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นแบบเต็มปอด โดยยังให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยตลาดจะเปิดขายทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา &amp;nbsp;15.00-21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดท้ายด้วย &amp;ldquo;ตลาดริมน้ำ 100 ปี&amp;rdquo; ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนดาวดึงส์ ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้ามีให้เลือกชมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะที่สำคัญร้านอาหารแผงลอยจำนวนมาก เปิดขายตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านขายหอยทอดตลาดท่าเรือคลองคาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดแห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เพราะร้านอร่อยเก่าแก่ขึ้นชื่อทั้งถนน ไม่ว่าจะเป็น หอยทอดเจ๊ฮวย ร้านหอยทอดชื่อดังประจำตลาดเตะตาด้วยกระทะหอยทอดใบใหญ่ถึง 3 ใบ, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายหลี, ก๋วยเตี๋ยวหมูและไก่, ไอศกรีม, ขนมไทยนายกุหลาบ, น้ำแข็งไสของร้านเช็งซิมอี้ ฯลฯ เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 2-7 กรกฎาคมนี้ จะมีการจัดงานสำคัญของชาวเมืองปากน้ำโพ ได้แก่ งาน ฉลองวันแห่งเทพเจ้ากวนอู บริเวณศาลเจ้าแม่ (หน้าผา) โดยคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2563-2564 เถ่านั้งปีที่ 105 &amp;nbsp;ขอเชิญประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกราบไหว้สักการะเจ้าพ่อกวนอูและองค์เทพทุกพระองค์ พร้อมร่วมเขียนคำอธิษฐานลงกระดาษมงคล ฝากดวงต่อองค์เจ้าพ่อกวนอู ให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่น ความสุขสมปรารถนา แคล้วคลาดปลอดภัย โดยวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อกวนอู และวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 เชิญร่วมประมูลวัตถุมงคลเจ้าพ่อกวนอู
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานยังพบกับการยกเมืองจำลองบ้านจีนโบราณมาให้ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกในงานอีกด้วย พร้อมทั้งมีคาราวาน ฟู้ดทรัค ของกิน ของใช้จากโอท็อป และสินค้าราคาถูกมากมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานนครสวรรค์และพิจิตร ได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ โทร.0-5622-1811-2 หรือติดตามผ่านทาง Facebook : TATNakhonsawan.Phichit&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69500</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครสวรรค์, พาสาน, มองเมือง, วัดคีรีวงศ์, ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1dd63ccda0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
