<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสานรัก&#039;ลุงตู่&#039;สู้ตาย &#039;ประยุทธ์&#039;หยอดคำหวานทิ้งทวน/&#039;บิ๊กป้อม&#039;เดี้ยงแพ้อาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อ้าแขนพบได้ทุกคน ยกเว้นพวกมีปัญหาทางกฎหมาย ย้ำลงพื้นที่ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาทำให้ประชาชนและประเทศ ลั่นประชาธิปไตยไม่ใช่สำหรับคนรวยเท่านั้น นายกฯ ไม่ใช่คนวิเศษที่ต้องยกมือไหว้ เป็นแค่คนรับใช้ โอ่พูดได้ต่อเนื่อง 5 ชม.เพราะรู้ทุกเรื่อง เพื่อไทยพาเหรดอัด ครม.สัญจร ส่วน &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; อาหารเป็นพิษ ต้องรีบหามกลับกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่อาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงการพบนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;ว่าการพบปะไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือไม่ใช่นักการเมือง ยินดีพบทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม แต่ที่มีปัญหาพบไม่ได้ ซึ่งปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของส่วนบุคคล ถ้าไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ก็พบได้ทุกคน และสิ่งที่พูดไปต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การมาทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ต้องการอะไรเลย ต้องการเห็นประเทศชาติมีความสงบสุข ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้เกิดมากี่ปีแล้วก็เกิดมาตลอด ถ้าเราไม่แก้ในสมัยนี้มันก็ตายไปกับเราอีก วันหน้าก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ รัฐบาลใหม่มาก็เป็นอยู่แบบนี้ แล้วเราจะมาวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหายได้อย่างไร หลายอย่างที่ไม่เคยทำก็ทำเสียหลายอย่าง ที่ทำแล้วไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น หลายอย่างมีการประเมินผล ไม่ใช่เพียงแต่จะจ้องดูว่าวันนี้จะได้เงินเท่าไหร่ งบประมาณลงตรงไหน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจกับสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลฯ ทั้งนี้ การจะอนุมัติงบประมาณแต่ละพื้นที่ต้องมีโครงการ และต้องสร้างห่วงโซ่มูลค่าให้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด อย่าเอาผมไปขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่&amp;rdquo; นายกฯ ย้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม.สัญจร คณะ พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมแอ่งท่องเที่ยวขัวน้อยบ้านชีทวน โดยเมื่อเดินทางถึง พล.อ.ประยุทธ์ถือพานขันหมากเบ็ง (พานดอกไม้บูชาถวายพระ) ขบวนเทศน์ปฐมสมโภชแบบโบราณ โดยมีขบวนฟ้อนกลองตุ้มต้อนรับเข้ามายังหอแจกเพื่อกราบนมัสการพระเทพปัญญามุณี เจ้าอาวาสอาวุธวิกสิตาราม ซึ่งพระเทพปัญญามุณีได้มอบของที่ระลึกและเหรียญพระพุทธวิเศษให้นายกฯ ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระเทพปัญญามุนีได้ขึ้นธรรมาสน์สิงห์เทิน เพื่อเทศน์ปฐมสมโภชโบราณให้นายกฯ และคณะรับฟัง ในเนื้อหาการเป็นผู้นำที่ดีของผู้บริหารประเทศ โดยระบุว่านักบริหารหรือผู้นำที่ดีต้องอดทน ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้องมีการตื่นตัวรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ ต้องมีความขยันหมั่นเพียร ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค ต้องมีความเอื้อเฟื้อแบ่งปันแบ่งงานกระจายงาน ต้องมีความเมตตากรุณา มีความเป็นธรรม มีความเที่ยงธรรม และต้องมีความรอบคอบตรวจสอบติดตามงานของผู้ใต้บังคับบัญชา หากเกิดปัญหาต้องช่วยแก้ไข&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การเทศน์ปฐมสมโภชดังกล่าวเป็นประเพณีแหล่งวัฒนธรรมของชาวชีทวน ซึ่งจะมีปีละครั้งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้น
ไม่ต้องยกมือไหว้นายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นายกฯ ได้เยี่ยมชมวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอท็อปของ ต.ชีทวน และสักการะหลวงพ่อพุทธวิเศษ ณ วัดทุ่งศรีวิไล ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งในการทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข ร่มเย็น ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกต้องเลิกได้แล้ว จะต้องไม่แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอีกต่อไป คำว่าประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยสำหรับทุกคน อย่าให้ใครมาบอกว่าเป็นประชาธิปไตยสำหรับคนรวยเท่านั้น โดยประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงโอกาส ทำตามกฎหมายและกติกา ซึ่งกติกามีไว้เพื่อไม่ให้สังคมวุ่นวาย อลหม่าน เมื่อสังคมไม่อลหม่านไม่ขัดแย้ง ไม่ปลุกระดมให้เกลียดชังกัน สังคมก็จะมีความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในระหว่างที่นายกฯ พูด ได้มีประชาชนยกมือขึ้นไหว้ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า เอามือลง มือเอาไว้ไหว้พระ ไหว้เจ้านาย นายกฯ เป็นคนรับใช้ อย่าคิดว่าเป็นนายกฯ แล้วจะวิเศษวิโส ขณะเดียวกันคนเราถ้าทำความดี ทำสิ่งที่ดีงาม ก็ไม่ต้องไปหลบตาใคร เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาใช้เสียงพูด ถ้าไม่รักนายกฯ ไม่เป็นไร แต่ผมจะทำให้ ถามว่ามีใครพูดได้อย่างผมบ้าง เพราะผมเองสามารถพูดต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ที่พูดได้เพราะอ่านเยอะ และรู้ปัญหาทุกกระทรวง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า การเป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่แค่อนุมัติงบประมาณ แต่การบริหารราชการแผ่นดินต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่ใช่ฟังแล้วไม่รู้เรื่องอะไร และไม่จำเป็นต้องให้ใครมาชอบ แต่จะทำให้อยู่แล้ว เพราะนี่คือประเทศไทย และไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาลหรือเพื่อ คสช. ขออย่าวนกันอยู่เรื่องเดิมๆ ไม่เช่นนั้นความคิดใหม่ๆ ก็ไม่เกิด ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็ไม่ได้วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นตัวแทนชาวบ้านได้ร่วมกันร้องเพลงสู้เพื่อแผ่นดิน พร้อมตะโกนว่า &amp;quot;พวกเรารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับยิ้มก่อนตะโกนตอบกลับทันทีว่า &amp;quot;ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย&amp;quot; จากนั้นคณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและสั่งการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ชี้อีสานพร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวก่อนประชุม ครม.สัญจรถึงการลงพื้นที่ว่ามีนัยทางการเมือง ว่ามาทำงาน เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ก็มาเยี่ยมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ยังไม่ได้เจอใครเลย ส่วนกระแสดูด ส.ส.ภาคอีสานนั้น ไม่รู้จักใครเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึง 14 อดีตนักการเมืองที่มาพบนายกฯ โดยระบุว่าจะเข้าพรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถามเขาเอง จะไปรู้ได้อย่างไร บอกไปหลายทีแล้ว ไม่มีการดูดอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่อีสานหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร เรียบร้อยดี ไม่มีความขัดแย้ง พร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมย้ายออกจากพรรคว่า ไม่เคยคิดจะย้าย ยังยึดมั่นในความต้องการของพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้ทำงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไป และขอให้คนที่ติดต่อประสานงานมายังตนเองกับภรรยา ควรเลิกได้แล้ว เป็นตายก็ไม่ย้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พท. กล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจร ว่าก่อนไป พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าไม่มุ่งหวังผลทางการเมือง อ้างไปติดตามงาน แต่ประชาชน 61.21% สะท้อนผ่านสวนดุสิตโพล ระบุ ครม.สัญจรมีนัยทางการเมือง วันนี้ก็ชัดเจนว่าชุดความคิดของใครถูกต้อง ส่วนการที่ท่านไปขอความเห็นใจกับชาวบ้านนั้น ต้องเข้าใจว่าไม่มีใครขอให้เข้ามาเป็นนายกฯ การบ่นว่าปัญหาสะสมเพราะเลือกผู้นำผิดนั้น ไม่แน่ใจว่าหมายถึงใครหรือเป็นความผิดของใคร ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโทษกันไปมาไม่จบสิ้น การพูดดังกล่าวจึงดูเหมือนไม่ใช่ท่าทีที่สร้างสรรค์ ความปรองดองจะเกิดได้ต้องเริ่มต้นที่ตัวท่านเองก่อนหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านบอกว่าจากนี้ใครด่าจะชกปาก คิดว่าประชาชนฟังแล้วคงรู้สึกตกใจ เสมือนเป็นการใช้ความรุนแรงผ่านคำพูดข่มขู่ มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม ธรรมาภิบาลของผู้นำประเทศควรมีบรรทัดฐานที่สูงกว่านี้หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ถอนคำพูด และออกมาขอโทษประชาชน เพราะท่าทีแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ และขัดต่อบรรยากาศการสร้างความปรองดอง&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของรัฐบาลที่เลือกปฏิบัติกับกลุ่มคนคิดต่างนั้น เหมือนส่งสัญญาณว่าใครเลือกยืนข้างเดียวกับรัฐบาล ก็จะมีหน้ามีตา ส่วนใครที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม ก็ต้องทำใจว่าอาจเสี่ยงติดคุกติดตะราง ถ้าขบวนการดูดนักการเมืองใช้หลักคิดแบบนี้ ก็ถือว่าอันตรายและจะเกิดการเมืองน้ำเน่าในอนาคต เพราะนักการเมืองไม่ได้เลือกสังกัดพรรคเพราะมีอุดมการณ์ตรงกัน แต่เลือกที่จะยืนข้างความไม่ถูกต้องเพื่อหนีตายหรือเพื่อเอาตัวรอด ประชาชนจึงต้องระวังอย่าเลือกนักการเมืองสายพันธุ์เผด็จการมาเป็นผู้นำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo;อาหารเป็นพิษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างประชุม ครม.สัญจร &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.15 น. พล.อ.ประวิตรได้เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีท่าทางอ่อนเพลีย และมีแพทย์และพยาบาลรออยู่ภายในรถยนต์ประจำตำแหน่ง ซึ่ง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงสั้นๆ ว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการอาหารเป็นพิษ โดยจะไม่เดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเมนูอาหารกลางวันของ ครม.สัญจรนั้น ประกอบด้วย &amp;nbsp;ข้าวผัดหมู กุ้งอบเกลือ ต้มแซบเนื้อลาย ตำข้าวโพดกุ้งสด ลาบทอด คอหมูย่าง ส้มตำหมูยอไทยปู ขนมจีนน้ำยา 4 ภาค กวยจั๊บญวน บัวลอยมะพร้าวอ่อน และผลไม้คือทุเรียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นปกติอาหารไม่ย่อย ไม่เป็นอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวอีกครั้งว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการปวดท้อง จุกเสียดในช่วงท้ายการประชุม ครม.จึงได้ออกมาให้หมอดูอาการ และกินยาขับลมระบาย ก่อนนั่งพักจนอาการดีขึ้นโดยไม่ได้ให้น้ำเกลือ ส่วนอาการอาหารเป็นพิษของ พล.อ.ประวิตรนั้น ไม่รู้ว่าเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดใด เนื่องจากวันนี้รับประทานอาหารหลากหลาย แต่ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรได้ขึ้นเครื่องและเดินทางกลับถึงบ้านพักเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนให้พรรคทางเลือกใหม่ ที่มีนายราเชน ตระกูลเวียง เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคมติประชา ที่มีนายอนุชิต งามพัฒนพงศ์ชัย เป็นหัวหน้าพรรค เป็นพรรคการเมือง รวมทั้งรับทราบกรณีพรรคประชาราชที่นายเสนาะ เทียนทอง อดีต ส.ส.เป็นผู้ก่อตั้งมีมติขอเลิกพรรค ทำให้ กกต.ต้องประกาศให้พรรคประชาราชสิ้นสภาพ โดยจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ดังนั้นจึงถือว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองเก่าที่ยังดำเนินกิจการอยู่รวม 68 พรรค และมีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนใหม่ 2 พรรค จึงมีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการในปัจจุบันรวม 70 พรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการรับจดทะเบียนพรรคค่อนข้างล่าช้าว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกพรรคไว้สูง ทำให้เมื่อมีการยื่นรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง 500 คนเข้ามา สำนักงาน กกต.ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น เมื่อพบว่ามีไม่ถูกต้อง เช่น มีชื่อไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นด้วย ก็ประสานให้พรรคแก้ไข จึงทำให้ค่อนข้างใช้เวลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายทะเบียนพรรคการเมืองจะเร่งพิจารณาคำขอจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองที่ยื่นเข้ามา และยังเหลืออีก 8 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์, พรรครวมใจไทย, พรรคพลังพลเมืองไทย, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคอนาคตใหม่ และพรรคไทยธรรม เพื่อรับจดทะเบียนให้เป็นพรรคการเมืองโดยเร็วต่อไป&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14046</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคพลังพลเมืองไทย, พรรครวมใจไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิสิษฐ์ สันตพันธุ์, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, ราเชน ตระกูลเวียง, วัดทุ่งศรีวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b573e0ceac76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
