<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จานบินเสื่อม &#039;พศ.&#039; เปิดยอดบริจาคลดลงจนติดลบ 800 ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 62 &amp;nbsp;-&amp;nbsp; นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม สักการะองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ถวายดอกไม้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล &amp;nbsp; โดยมีพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ และประชุมกับ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.พงศ์พร ได้รายงานกรณีการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายซึ่งมีพระผู้ใหญ่ &amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดีหลายราย รวมทั้งถูกถอดสมณศักดิ์กรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเกี่ยวโยงกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานการณ์ของวัดพระธรรมกายตอนนี้เสื่อมศรัทธาลงไปมาก เงินบริจาคค่อยๆ ลดลงจนติดลบ 800 ล้านบาท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเทวัญ กล่าวว่า สำหรับเรื่องวัดพระธรรมกาย ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ วัดกับพระ เพราะพระแต่ละรูปก็ไม่เหมือนกัน เรื่องของวัดพระธรรมกายเวลานี้อยู่ในขบวนการของศาล ผู้เกี่ยวข้องก็ปฏิบัติกันไปตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตนได้ให้นโยบายทำให้พุทธศาสนาเป็นหลักในการพัฒนา สร้างความศรัทธาประชาชน พัฒนาให้วัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ศาสนา &amp;nbsp;ส่วนเรื่องพระที่ไปปลุกเสกอะไรที่ไม่ใช่วัตถุมงคล ได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประสาน และทำงานร่วมกับตำรวจตรวจสอบและดำเนินการกับพระที่ไม่อยู่ในวินัยสงฆ์ และต้องให้ความรู้กับประชาชนมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัมมัชโย, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, วัดธรรมกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3e666cd5611.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้โฮ&#039;ธรรมกาย&#039;โชว์อีเว้นท์อลังการ&#039;เส้นทางพระผู้ปราบมาร&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp;สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.62 - &amp;nbsp; เฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่าพระมหานพพร ปุญฺญชโย ป.ธ.9 รองผู้อำนวยสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เผยว่า &amp;nbsp;เย็นวานนี้ (25 ม.ค.62) โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ 7 &amp;ldquo;รักษ์บวร รักษ์ศีล 5&amp;rdquo; จัดพิธีจุดประทีปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ ได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระศรีวิสุทธิวงศ์ เจ้าคณะอำเภอบางเลน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหารวิหาร เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระธรรมยาตรา จำนวน 1,135 รูป และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ณ อนุสรณ์สถานบางปลา ตรงข้ามวัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัดบางปลา เป็นสถานที่ที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) มุ่งมั่นในการเจริญภาวนา ซึ่งท่านได้สอนภาวนาที่วัดบางปลาแห่งนี้ จนมีผู้เข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ โดยเป็นพระภิกษุ 3 รูป คฤหัสถ์ 4 ท่าน นับเป็นอนุสรณ์สถานลำดับที่ 5 ในเส้นทางพระผู้ปราบมาร&amp;rdquo; พระมหานพพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27558</URL_LINK>
                <HASHTAG>จานบิน, ธัมมชโย, วัดธรรมกาย, เส้นทางพระผู้ปราบมาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4bf48c8f5cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวินัย&#039;ให้กำลังใจชาวธรรมกายพลิกวิกฤติเป็นโอกาสพ้นการครอบงำจากองค์กรมืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.61 - นายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเรื่อง&amp;quot;ให้กำลังใจชาวธรรมกาย&amp;quot; ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เตรียมส่งคำร้องให้อัยการสูงสุด ดำเนินคีดีทางแพ่งยกเลิกมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ในพระอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) กรณีฟอกเงินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดจากคนที่เป็นนักภาวนาเหมือนกัน และเป็นเพื่นร่วมสังสารวัฏเหมือนกัน ผมอยากให้กำลังใจชาวธรรมกายในเรื่องวิกฤตลัทธิธรรมกายที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การที่เจ้าสำนักลัทธิธรรมกายอย่างพระธัมมชโยได้หลบหนีคดีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ไม่ยอมสู้หน้าสังคมและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าพระธัมมชโยล้มเหลว &amp;quot;งานภายใน&amp;quot;ของตัวเองอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิหนำซ้ำ &amp;quot;งานภายนอก&amp;quot;ของพระธัมมชโยก็พลอยพินาศล่มจมตามไปด้วย ทั้งๆที่เคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มาก่อนในการสร้างอาณาจักรวัดธรรมกายที่สามารถระดมสาวกนับแสนคนให้มาร่วมภาวนาในวัดอย่างพร้อมเพรียงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ความล้มเหลวทั้งงานภายนอกและงานภายในของพระธัมมชโย เป็นแค่ส่วนหนึ่งของวิกฤตลัทธิธรรมกายในตอนนี้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) แต่การจะถูกยุบมูลนิธิฯและยึดทรัพย์สินมูลค่าสูงหนึ่งหมื่นสามพันล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดินต่างหาก คือ วิกฤตที่รุนแรงที่สุดของลัทธิธรรมกายที่จะเคลื่อนไหวเผยแผ่คำสอนลัทธิของตนหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ มูลนิธิฯ นี้คือ กล่องดวงใจที่แท้จริงของลัทธิธรรมกายในการเคลื่อนไหวดำเนินกิจกรรมหลักๆของลัทธิธรรมกาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งฟอกเงินและแหล่งหาผลประโยชน์จำนวนมหาศาลของลัทธิธรรมกาย รวมทั้งเหล่าแกนนำองค์กรบริหารลัทธิธรรมกายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ชาวธรรมกายทั่วไปที่มาร่วมกิจกรรมของวัดด้วยจิตบริสุทธิ์คือเหยื่อหรือผู้เสียหายจากการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่เข้าข่าย &amp;quot;องค์กรมืด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวอีกนัยหนึ่ง มูลนิธิฯ ต่างหากที่มีบทบาทแบบองค์กรมืดในลัทธิธรรมกาย หาใช่ตัววัดธรรมกายไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) เพราะฉะนั้นการขจัดมูลนิธิฯออกไปโดยสั่งยุบและยึดทรัพย์ คือ การปลดปล่อยวัดธรรมกายและชาวธรรมกายส่วนใหญ่ให้พ้นจากการครอบงำขององค์กรมืดที่ควบคุมลัทธิธรรมกายมาโดยตลอดนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) นี่คือการแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสของชาวธรรมกายที่จะหวนกลับไปเป็นนักภาวนา นักปฏิบัติวิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดด้วยจิตบริสุทธิ์อีกครั้ง และกอบกู้วัดธรรมกายให้กลับมาเป็นวัดพุทธเหมือนวัดทั่วไปอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) วิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสดเป็นวิชาสมถะขั้นสูงที่ผู้ภาวนาสามารถต่อยอดไปสู่วิปัสสนาญาณได้ ผ่านการเจริญความรู้ตัวอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับสมาธิที่ได้จากวิชชาธรรมกายเข้าสู่สุญญตา แล้วพิจารณาไตรลักษณ์สลายอัตตาตัวตนจากสภาวะจิตนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวธรรมกายส่วนใหญ่เป็นนักภาวนาที่ได้สมาธิระดับหนึ่งอยู่แล้ว ขอแค่เจริญปัญญาต่อ ผ่านการทำความรู้ตัวด้วยจิตที่ตั้งมั่นเท่านั้น ก็จะสามารถ สาน &amp;quot;งานภายใน&amp;quot; ของตัวเองต่อจนจบในชาตินี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;quot;งานภายนอก&amp;quot;หลังจากนี้ของชาวธรรมกายคือทำวัดธรรมกายให้กลายเป็นวัดพุทธจริงๆ และเป็นอิสระจากการครอบงำของมูลนิธิฯ และองค์กรมืดอื่นๆของลัทธิธรรมกายที่ยังเหลือเครือข่ายอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23141</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น, ธัมมชโย, มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง, วัดธรรมกาย, สุวินัย ภรณวลัย, หลวงพ่อสด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f6e332e7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอมโน แฉ พระธัมมชโย จิตใจบอบช้ำ ร่างกายอ่อนแรง หลังถูกถอดสมณศักดิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตศิษย์ ธรรมกาย มั่นใจ ธัมมี่ หลบซ่อนในวัด ไม่ไปไหน ปูดยึดติดตำแหน่ง หลังถูกถอดยศ ถึงขั้นล้มป่วยหนัก ข้องใจ จนท.มั่นคง ไม่บุกหาตัว ชี้ พรหมเมธี หนีได้ เครือข่ายธรรมกาย ช่วยเหลือ ข่าวรั่ว ทำให้ทั้ง พระ ฆราวาส ล่องหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระวัดพระธรรมกายที่ใกล้ชิดพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัด ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สนธิกำลังปิดล้อมวัด เพื่อตามหาตัวธัมมชโย แต่ก็ไม่พบ ท่ามกลางกระแสข่าวได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ล่าสุดได้ข้อมูลมาจากคนในวัดว่า ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาส และทัตชีโว อดีตรองเจ้าอาวาส ยังอยู่ในวัด แถวๆอาคารพุทธศิลป์ ไม่ได้ออกไปไหน มีการคุ้มกันแน่นหนาจากกองกำลังของเขา โดยเฉพาะธัมมชโย นับแต่ถูกถอดสมณศักดิ์เมื่อ 5มี.ค. 60 ถึงขั้นล้มป่วยเป็นโรค Post Traumatic Syndrome หรือ การได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง เพราะยึดติดทางสมณศักดิ์มาก ถึงขนาดมือไม้อ่อนแรง ไม่มีแรงแม้แต่จะ หยิบช้อน ตักอาหารมาใส่ปากตัวเอง ทำให้ ศิษย์และพระที่ใกล้ชิดในวัดเป็นห่วง จนหมุนเวียนสวดมนต์ให้ตลอด24ชม. จากนั้นค่อยๆฟื้นมา พูดจารู้เรื่อง เมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มั่นใจว่า ธัมมชโยยังอยู่ในวัด แม้แต่ ทัตชีโว ก็อยู่ไม่ไปไหน แต่รู้สึกแปลกใจ ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงน่าจะทราบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ที่รู้มาตอนนี้มีการถอนกำลังแถววัดออกกลับไปเป็นจำนวนมากจริงหรือไม่ และถ้าทางการข่าวทราบมาจริง เหตุใดทำไมถึงไม่มีการเข้าไปตรวจค้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในอาคารลูกโลก ที่ทราบมาด้วยว่า มีการตั้งกองพลจักรพรรดิหัตถ์สวรรค์ปัญญาเทพ ทำหน้าที่ปล่อยข่าวลือ สร้างข่าวเท็จ หวังทำให้เกิดข้อขัดแย้งทางศาสนาระหว่างพุทธกับมุสลิม โดยก่อนหน้านี้ ตามโลกโซเชียลก็มีการปล่อยข่าว พล.อ.ประยุทธ์ องคมนตรีบางท่าน โยงไปว่า เป็นมุสลิม จะเชื่อมโยงทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างศาสนาให้ได้&amp;rdquo;นพ.มโนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.มโนกล่าวอีกว่า สำหรับการปราบปรามการทุจริตเงินทอนวัด ที่มีการจับพระชั้นพรหมถึง3รูป แม้พระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ จะหลบหนีออกนอกประเทศไปได้ ก็ทราบมาอีกว่า ข่าวรั่วออกไปก่อน จะมีการจับกุม มีพระบางรูปเชื่อจึงหลบหนีไป บางรูปไม่เชื่อ ยังคิดว่าน่าจะประกันตัว ต่อสู้คดีได้ ถึงถูกจับกุม กรณีพระพรหมเมธีนั้น เดินทางเข้าลาว ต่อไป เขมร จากนั้นไปกรุงโดฮา ประเทศการ์ตา ขึ้นเครื่องมุ่งหน้าสู่ แฟร้งเฟิร์ต เยอรมัน โดยใช้พาสปอร์ตทางราชการ ไม่ได้มีการปลอมตัวในการเดินทาง ซึ่งทางตำรวจทราบเรื่องมาเป็นระยะ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ติดตามไปลาว หวังสกัดเส้นทางหลบหนี แต่สุดท้ายคลาดกัน จนได้ข่าวไปติดที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีการประสานงานกับ ตำรวจสากลตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ด้วยความที่ พระพรหมเมธี มีเครือข่ายคอยให้การช่วยเหลือจากพระบางรูปในธรรมกาย และทีมทนาย พอรู้ว่าจะถูกล่าตัว เมื่อไปถึงเยอรมัน ทนายที่ไปด้วยทำเรื่องขอลี้ภัยทันที โดยอ้างมูลเหตุต่างๆ ทางโน้นเห็นเห็นว่ามีเหตุ จึงทำให้การเดินทางของคณะผบ.ตร. ที่ไปเยอรมัน ไม่สามารถนำตัวกลับมารับโทษทางกฎหมายที่เมืองไทยได้ ที่ไปประเทศเยอรมัน ปลายทางคาดว่าจะไป แคว้นบาวาเรีย ที่มีเครือข่ายวัดพระธรรมกายอยู่ที่นั่น ประกอบกับ พระพรหมเมธี มีสัมพันธ์อันดี อดีตพระทัตชีโว หนึ่งใน5เสือธรรมกาย ที่ถึงขนาดบอกจะต้องช่วยเหลือให้ได้ จึงประสานไปยังพระที่ใกล้ชิดคอยให้การช่วยเหลืออีกทาง ส่วนคนที่พาหลบหนีคนอื่น เช่น สีกาจุ๋ม ข่าวก็รั่วก่อนออกหมายจับ1ชั่วโมง ทำให้หลุดรอด หลบหนีออกไปได้สำเร็จเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรเชื่อมั่นว่า หลังจากนี้จะมีการกวาดล้างพระชั้นผู้ใหญ่ และวัดอีกบางแห่ง ในลักษณะความผิดอย่างเดียวกันอีกล็อต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัตชีโว, ธรรมกาย, นพ.มโน เลาหวณิช, พระธัมมชโย, วัดธรรมกาย, หมอมโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad55321a04d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคเกิดใหม่ฟุ้งสรรพคุณ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อดีต ส.ส.เพื่อไทยสายวัดธรรมกายตั้งพรรคประชาภิวัฒน์ ฝันกลางวันได้ ส.ส. 50 คน! ด้านพรรคพลังธรรมใหม่ตีปี๊บ งัดทฤษฎีไม้จิ้มฟันสู้ศึกเลือกตั้ง ลุ้นได้เงิน กกต. 40-50 ล้านบาท อ้างสมัย พธ.เป็นรัฐบาล ไม่เคยรับเงินใต้โต๊ะสักบาท ขนาดมีคนเอามาให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงภาพรวมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่กว่า 90 กลุ่ม ว่าคึกคักดี และเป็นของแปลกใหม่ เป็นทางเลือกของประชาชนได้มากขึ้น อย่างน้อยไม่ไปจำกัดอยู่เฉพาะไม่กี่พรรคการเมืองเหมือนในอดีต แต่พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นแล้วจะติดตลาดหรือไม่ ต้องดูอีกระยะหนึ่งว่าจะมีนโยบายดึงดูดใจประชาชนได้อย่างไร ส่วนนักการเมืองหน้าใหม่จะแจ้งเกิดหรือไม่นั้น คิดว่าถ้าเป็นคนที่มีคุณภาพ คิดว่าประชาชนเปลี่ยนไปมาก ซึ่งเขาจะไม่เพ่งเล็งที่ความเป็นนักการเมืองเก่า แต่ไปดูที่คุณภาพ ชื่อเสียง เกียรติคุณของคนคนนั้น มากกว่าติดยึดในสายสัมพันธ์แบบเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นเราอาจได้เห็นอะไรใหม่ๆ แปลกๆ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกาบัตรเลือกตั้งที่กำหนดเป็นแบบบัตรใบเดียว จะทำให้คนลงคะแนนต้องคิดหลายตลบ เพราะบัตรของเขาถูกนับ ทั้งนี้ เมื่อประชาชนตื่นตัวทางการเมืองมาก มีความหวังอยากได้คนที่มีความใหม่และความสดมาดูแลประเทศ&amp;quot; นายมีชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นักการเมืองหน้าใหม่หลายคนชูประเด็นจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหลัก นายมีชัยกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา ห้ามไม่ได้ แต่ข้อสำคัญต้องบอกว่าจะแก้เรื่องอะไร หากต้องการจะแก้ไขเพราะคุณสมบัติเข้มเกินไป ก็จะทำให้เรารู้ว่าเขาอยากได้คนประเภทไหนเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า นักการเมืองหน้าใหม่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับรัฐธรรมนูญใหม่อย่างไร นายมีชัยกล่าวว่า คนหน้าใหม่ที่เข้ามาจะเปลี่ยนแปลงการเมืองของประเทศในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับประเทศที่เจริญแล้ว มองด้วยเหตุและผล ยึดประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญมากกว่าประโยชน์ของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีความสุข พรรคย่อมได้คะแนนนิยมไปในตัว แต่ไม่ใช่ตั้งใจทำเพื่อให้พรรคได้คะแนนนิยม ส่วนสิ่งที่ประชาชนจะได้เป็นเรื่องผลพลอยได้ อยากให้เขามองสิ่งที่ประเทศและประชาชนจะได้เป็นหลัก แล้วคะแนนนิยมของพรรคจะเป็นผลพลอยได้&amp;rdquo; นายมีชัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า จนถึงขณะนี้กลุ่มการเมืองที่ขอจดแจ้งจองชื่อพรรคทั้ง 98 กลุ่ม มีเพียงกลุ่มเดียวที่ไม่ได้รับอนุมัติการใช้เป็นชื่อพรรคคือ พรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนพรรคอื่นๆ ตามที่มีข่าว ไม่ว่าพรรค &amp;ldquo;เห็นแก่ตัว&amp;rdquo; หรือพรรค &amp;ldquo;เกรียน&amp;rdquo; นั้น ยังต้องรอดูนโยบายและอุดมการณ์พรรคเป็นที่ชัดแจ้งใจเจตนารมณ์ของการตั้งพรรคการเมืองก่อน ซึ่งกลุ่มการเมืองทั้ง 97 กลุ่มที่เหลือต้องไปรวบรวมสมาชิกพรรคให้ได้ 500 คน ตั้งสาขาพรรค 4 สาขา และระดมเงินประเดิม 1 ล้านบาทให้ได้ แล้วจึงมาถึงขั้นตอนการยื่นขออนุญาต คสช. ผ่าน กกต. เพื่อไปจัดประชุมพรรค ร่างระเบียบข้อบังคับและอุดมการณ์พรรค แล้วจึงมายื่นขอจดแจ้งตั้งพรรคกับนายทะเบียนพรรคการเมืองอีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนี้ ที่ห้องประชุมเพชรงอก โรงแรมเบเวอรี่ฮิลล์ปาร์ค ต.วัดไทร อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ อดีต ส.ว.นครสวรรค์ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาภิวัฒน์ ร่วมกันจัดประชุมผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคประชาภิวัฒน์ โดยมีประชาชนจากหลายอำเภอของนครสวรรค์ ทั้งลาดยาว ท่าตะโก ชุมแสง บรรพตพิสัย แม่วงก์ แม่เปิน ชุมตาบง พยุหะคีรี รวมไปถึงประชาชนจากต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน มาร่วมประชุมจำนวนกว่า 300 คน โดยพรรคประชาภิวัฒน์จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย และขออนุญาตจัดตั้งพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ได้รับอนุญาตจาก กกต. โดยดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคโดย พล.ต.ไชยนาจ ญาติฉิมพลี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติเปิดเผยว่า รายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรค มีตนเองเป็นหัวหน้าพรรค นางนันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคชาติไทย เป็นเลขาธิการพรรค โดยทางพรรคจะส่งผู้สมัครลงทุกเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต แต่ไม่ได้หวังว่าจะได้รับเลือก ส.ส.เขตมากน้อยเท่าไหร่ หากทางพรรคมีสมาชิกเกินกว่า 3,500,000 คน ก็จะสามารถมี ส.ส.ได้ถึง 50 คน นับว่าเป็นอีกโอกาสหนึ่งทางประชาธิปไตยของการเมืองยุคใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสมเกียรติ เป็นอดีต ส.ว.นครสวรรค์ ในยุคที่ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2543 ต่อมาได้ไปลงเลือกตั้งสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และล่าสุดก่อนหน้านี้ เป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเป็นที่รู้กันดีว่านายสมเกียรติเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีความสัมพันธ์อันดีกับวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสื่อมวลชนเคยรายงานข่าวไว้ เช่น สมัยรัฐบาลเพื่อไทยแล้ว นายสมเกียรติมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ไปปรากฏตัวร่วมโปรยกลีบดอกกุหลาบ เมื่อ 6 เมษายน 2555 ในงานอัญเชิญหลวงปู่สด จันทสโร หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ กลับวัดปากน้ำ หรือเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2555 นายสมเกียรติจัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการเดินธุดงค์ธรรมชัย เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ (สด จนฺทสโร) ปีที่ 2 ถวายเป็นพุทธบูชา สืบสานวัฒนธรรมชาวพุทธ ฟื้นฟูจิตใจ สร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดิน ในระหว่างวันที่ 2-27 มกราคม 2556&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ระวี มาศฉมาดล ผู้ก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการของพรรคว่า &amp;nbsp;อดีตสมาชิกพรรคพลังธรรมเดิมใช้เวลากว่า 3 ปี เพื่อพูดคุยหาข้อสรุปในการวางเป้าหมายจนได้ข้อสรุปว่าโลกได้เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นทฤษฎียึดอำนาจด้วยอาวุธ อำนาจรัฐเกิดจากกระบอกปืน เนื่องจากประชาชนไม่มีปืน เราจึงไม่สามารถได้ระบบการปกครองที่ดีอย่างแท้จริง เราจึงจะทำพรรคการเมืองโดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอย้อน 20 ปีที่แล้ว ข้อมูลเราพบว่าในกระทรวงเกรดเอ ท่านทราบไหมว่าพลังธรรมไม่รับสักบาทเดียว แต่เงินที่ปลัดกระทรวงเอามาให้เรา เราจดเอาไว้ทั้งหมด 1 ปีเงินใต้โต๊ะ 1,500 ล้านต่อปี พอถึงยุคนี้ 20 ปีต่อมา เงินงบประมาณของประเทศเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าตัว เท่ากับว่ากระทรวงเกรดเอจะได้รับเงินทอนเป็นหลักหมื่นล้านบาท ดังนั้นพรรคการเมืองทุกวันนี้จะตั้งเป้าหมายเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะเงินทอนนี้ ยืนยันว่าภายในพรรคเราจะต้องมีคอร์รัปชัน 0 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีคอร์รัปชันในพรรคเรา&amp;rdquo; นพ.ระวี กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวอีกว่า เป้าหมาย ส.ส.สัดส่วนของพรรคจะต้องมี ส.ส.จากส่วนกลาง 13 คน และ ส.ส.ภูมิภาค 12 คน เป็นอย่างน้อย ส่วนเงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ตั้งเป้าว่าพรรคอาจจะได้ประมาณ 40-50 ล้านบาท เราจะโอนเงินไปยังทุกภูมิภาคเช่นกัน ส่วนกลางจะไม่เก็บเอาไว้ เพื่อให้ทางภูมิภาคนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยวิธีการหาเสียงนั้น ส.ส.และกรรมการเขตที่เราตั้งขึ้นมา ต้องครอบคลุมทุกตำบล พรรคจะออกโปรแกรมให้ เพื่อระบุบ้านเลขที่ ชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของแต่ละหมู่บ้าน ตำบล เวลาไปหาเป้าหมายเขตเลือกตั้ง 1 เขต จะเข้าหาได้ประมาณ 15 หมู่บ้าน เพื่อหาคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคร่วมกับเรา จากนั้นหลักการเมล็ดพืชสีทองจะทำงานด้วยตัวของมันเอง บทบาทของ ส.ส.พรรคพลังธรรมใหม่ จะออกระเบียบให้ ส.ส.ทุกคน คือ ห้ามจ่ายเงินในการแต่งงาน งานบวชนาค งานศพ เราไปร่วมทุกงาน แต่ห้ามจ่ายเงินเด็ดขาด โดยเราจะทำพวงหรีดที่พรรคทำเอาไว้ไปที่งานได้เลย เพื่อให้ผู้สมัคร ส.ส.ไม่ต้องใช้เงินเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม้ตายของพรรคเราคือทฤษฎีไม้จิ้มฟัน ถ้าเราเป็นไม้จิ้มฟันเพียงอันเดียวจะไปรบกับใครก็ไม่ได้ เราจะรวบรวมทุกคน ทุกศาสนา ที่มีอุดมการณ์เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เมื่อรวมกันได้เป็นจำนวนมาก ก็สามารถสู้รบกับใครก็ได้ ในอนาคตเราไม่เน้นว่าสมาชิกพรรคจะต้องดีพร้อม เราจะสรรหาคนที่ตั้งใจเข้ามาทำดีตามรอยพ่อ เท่านี้ก็เพียงพอ&amp;rdquo; นพ.ระวีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรธ., จรุงวิทย์ ภุมมา, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ประชาภิวัฒน์, พธ., พล.ต.ไชยนาจ ญาติฉิมพลี, มีชัย ฤชุพันธุ์, วัดธรรมกาย, ส.ส., สมเกียรติ ศรลัมพ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad3546003226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
