<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสึกครูบาชื่อดังลำปางพร้อมพระเลขาฯภายใน 3 วัน หลังตกเป็นผู้ต้องหาตุ๋ยอดีตเณร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 -&amp;nbsp;จากกรณีพ่อของอดีตเณร คือ ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี&amp;nbsp;เข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ว่าถูก พระสุรชัย ปิยะลังกา หรือ ครูบาบุญปิง กิตติญาโน เจ้าสำนักสงฆ์อุทุมพร พร้อมกับพระเลขา คือ พระศักดิ์บดินทร์ (ตี๋) เขมปญโญ นามสกุล น้อยนวล รวมเป็น 2 รูป ล่วงละเมิดทางเพศและทำอนาจาร จนอวัยวะฉีกขาดและทนไม่ไหว ต้องให้คนพาหนีออกจากสำนักสงฆ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งต่อมา พ.ต.ท.กมล คิดอ่าน สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง เจ้าของคดีได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 ลงวันที่ 17 ส.ค. 2563 ความอาญา ไปยังพระสุรชัย และ พระศักดิ์บดินทร์ มารับทราบข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพระทั้ง 2 รูปให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอให้การในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน พระโพธิญาณรังสี เจ้าคณะจังหวัดลำปาง-แพร่ (ธรรมยุต) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นจำนวน 5 รูป ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งฝ่ายโจทย์ คือเด็กผู้เสียหาย และฝ่ายจำเลย คือผู้ถูกกล่าวหา ตลอดจนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในชั้นที่ 1&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ปรากฏ&amp;nbsp;และให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบอธิกรณ์และลงนิคหกรรม จำนวน 7 รูป มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมให้เป็นอันยุติ ตามกฎมหาเถรสมาคม ทั้งยังได้พินิจพิเคราะห์จากพยานหลักฐานต่างๆ รับฟังถ้อยคำผู้เสียหายอีกรอบ ทั้งได้รับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จากโรงพยาบาลลำปาง และ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงบ่ายวันนี้ที่วัดคีรีสุบรรพต วัดสามัคคีบุญญาราม (วัดดอย) บ้านทุ่งสามัคคี ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง คณะกรรมการสอบอธิกรณ์ ทั้ง 7 รูป ได้มีการประชุมพิจารณาตามหลักอริยวินัย โดยถือเอาพระธรรมวินัยเป็นที่สุดแห่งฝ่ายสงฆ์ &amp;nbsp;ซึ่งใช้เวลาร่วม2ชั่วโมง จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น.เศษ จึงได้มีการสรุปผลสอบอธิกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปคือ ได้ความเป็นประจักษ์ชัดว่าพระภิกษุทั้งสองรูปนี้ต้องอาบัติ ปาราชิก สิกขาบทที่ 1 คือเสพเมถุน อันเป็นอาบัติชั้นอุกฤษฎ์ ดังนั้นเพื่อความงดงามในพระพุทธศาสนา และเป็นการธำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัย ป้องกันมิให้พระพุทธศาสนาเกิดความมัวหมอง เป็นที่เสื่อมศรัทธาจากเหล่าพุทธศาสนิกชน ระงับยับยั้งไว้ซึ่งการกล่าวโจทวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการลงนิคหกรรม จำนวน 7 รูป จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นสมควร ปรับอาบัติปาราชิก พระสุรชัย&amp;nbsp;ปิยะลังกา และ พระศักดิ์บดินทร์&amp;nbsp;น้อยนวล โดยกำหนดให้สละสมณเพศ ลาสิกขา กลับไปเป็นฆราวาสภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 3-5 ก.ย.63 และให้ออกจากที่พักสงฆ์ป่าพระเจ้าอุทุมพร ยุติกิจกรรมทั้งปวง เพื่อความสะดวก และความงดงามแห่งสถานภาพ แก่การไปต่อสู้ในคดีทางโลก พิสูจน์ชำระล้างความผิดและมลทินของตนเองตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังได้กำชับอีกว่า หากพ้นกำหนด คือวันที่ 5 ก.ย.63 หากพบว่าพระทั้งสองรุปยังคงดื้อดึงไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีในฐานความผิดแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยได้มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.อัฎฐพล จักรเครือชัยวรา สำนักกฎหมายอัฎฐพลทนายความ เป็นผู้แทนคณะสงฆ์ธรรมยุตจังหวัดลำปาง ติดตามคดีและดำเนินการตามมติคณะกรรมการลงนิคหกรรมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นตัวแทนของคณะกรรมการลงนิคหกรรม จำนวน 2 รูป ได้นำหนังสือดังกล่าวไปให้พระทั้งสองรูป ณ ที่พักสงฆ์ป่าพระเจ้าอุทุมพร แต่ปรากฎว่าเกือบเกิดความวุ่นวายเนื่องจากชาวบ้านที่ยังศรัทธาในตัวพระบุญปิงจำนวนหนึ่งไม่พอใจ ทำให้ตัวแทนพระที่นำหนังสือไปนำส่งต้องรีบออกจากที่พักสงฆ์ป่าพระเจ้าอุทุมพร หลังจากนั้นจึงได้นำหนังสือรายงานผลการสอบไปยื่นให้กับทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปางตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระ ดร.นพสิทธิ์ สุทธจิตโต พระวินยาการ กล่าวว่าทางอธิกรณ์ ได้สรุปผลการสอบสวนเสร็จแล้วและได้นำผลการสอบสวนไปให้กับพระทั้งสองรูปแต่ก็เกือบเกิดความวุ่นวายจนต้องรีบออกมา ซึ่งหลังจากนี้หากพ้นกำหนด3 วัน แล้วยังไม่ปฎบัติตามคำสั่งของคณะผู้ปกครองก็ให้ถือว่าทางคณะสงฆ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระทั้งสองรูปนี้แล้ว อยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่และประชาชนที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเมธ วังคะออม นักวิชาการศาสนาชำนาญการ กล่าวว่า ได้รับรายงานผลการสอบสวนแล้วก็จะรายงานให้กับสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับทราบต่อไป และหากพ้นวันที่ 5 ก.ย.ตามที่คณะกรรมการลงนิคหกรรมกำหนดแล้วทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ก็จะร่วมกับคณะสงฆ์เข้าตรวจสอบอีกครั้งว่าพระทั้งสองรูปได้ปฎิบัติตามหรือไม่ หากไม่ปฎิบัติตามก็จะให้ทางเจ้าคณะตำบลดำเนินการในส่วนของสงฆ์ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, พระตุ๋ยเณร, วัดป่าพระเจ้าอุทุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f5101d6227b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
