<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน‘นพรัตน์’อายัด176ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์&amp;quot; ร่ำรวยผิดปกติ คดีโกงเงินทอนวัดพนัญเชิงฯ พร้อมอายัดทรัพย์อดีต ผอ.พศ.-เมียและญาติ รวม 176 ล้านบาท ชงอัยการสูงสุดยื่นศาลทุจริตสั่งยึดเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ? (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีสงสัยนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์ที่จัดสรรให้วัดพนัญเชิงวรวิหาร ประจำปีงบประมาณ 2557 และปีงบประมาณ 2558 ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายนพรัตน์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่า นายนพรัตน์ และนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ คู่สมรส มีการนำฝากเงิน ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน รวมทั้งมีการซื้อที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ และซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตจำนวนมาก ซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่พึงมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายนพรัตน์มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการไต่สวน ซึ่งผลการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายนพรัตน์ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2553-30 กันยายน 2557 พบเงินฝากและทรัพย์สินต่างๆ ของนายนพรัตน์ และนางพัทธานันท์ รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด ได้แก่ นางธาริณี ดิตถ์วัชรไพศาล (อดีตคู่สมรส) บุตรหลาน และบุคคลอื่น โดยคณะกรรมการไต่สวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้ง 8 คน ชี้แจงที่มาของทรัพย์สินแล้ว แต่บุคคลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายนพรัตน์ จำนวน 98,659,925 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 13 บัญชี เป็นเงิน 71,974,350 บาท, เงินลงทุน จำนวน 4 รายการ เป็นเงิน 12,580,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 12 กรมธรรม์ มูลค่า 14,105,575 บาท 2.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางพัทธานันท์ (คู่สมรส) จำนวน 196,039,741 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 22 บัญชี เป็นเงิน 122,921,190 บาท, เงินลงทุน จำนวน 3 รายการ เป็นเงิน 6,815,695 บาท, ที่ดินในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 1 แปลง มูลค่า 760,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 3,809,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 10 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 61,733,855 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางธาริณี (อดีตคู่สมรส) จำนวน 131,437,217 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 56 บัญชี เป็นเงิน 105,151,313 บาท, เงินลงทุน จำนวน 25 รายการ เป็นเงิน 25,235,903 บาท และยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,050,000 บาท 4.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายธนรัตน์ ดิตถ์วัชรไพศาล (บุตร) จำนวน 26,726,284 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 10 บัญชี เป็นเงิน 20,843,037 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ มูลค่า 1,800,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,014,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 4 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 3,069,247 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวพิมพ์ภัสสร ดิตถ์วัชรไพศาล (บุตร) จำนวน 68,307,397 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 31 บัญชี เป็นเงิน 50,597,774 บาท, เงินลงทุน จำนวน 19 รายการ เป็นเงิน 9,750,000 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวม 3 รายการ (ในกรุงเทพมหานคร 2 รายการ และจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ) รวมมูลค่า 5,856,489 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 3 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 2,103,134 บาท 6.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาววรัทยา พรหมมาศ (หลานของนายนพรัตน์ ) จำนวน 500,000 บาท ได้แก่ ห้องชุด จำนวน 1 ห้อง ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 500,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายปิยชาติ ศรีจันทร์ (บุคคลสนิทของนายนพรัตน์) จำนวน 4,500,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 4,500,000 บาท และ 8.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวณัฎฐาภรณ์ ทุน (บุตรของนางพัทธานันท์) จำนวน 49,000,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 49,000,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติทั้งสิ้นจำนวน 575,170,566 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราวแล้ว จำนวน 176,032,978 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54669</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์, ร่ำรวยผิดปกติ, วัดพนัญเชิง, ศาลทุจริต, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีต ผอ.พศ., เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f28f28cc0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน&#039;นพรัตน์&#039;อดีตผอ.พศ.กับเมียโกงเงินทอนวัด อายัด176ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค. 63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีสงสัย นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์ที่จัดสรรให้วัดพนัญเชิงวรวิหาร ประจำปีงบประมาณ 2557 และปีงบประมาณ 2558 ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายนพรัตน์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่า นายนพรัตน์ และนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ คู่สมรส มีการนำฝากเงิน ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน รวมทั้งมีการซื้อที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ และซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตจำนวนมาก ซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่พึงมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า นายนพรัตน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนโดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการไต่สวน ซึ่งผลการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายนพรัตน์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2553 - 30 กันยายน 2557 พบเงินฝากและทรัพย์สินต่างๆ ของนายนพรัตน์ และนางพัทธานันท์ รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด ได้แก่ นางธาริณี ดิตถ์วัชรไพศาล (อดีตคู่สมรส) บุตรหลาน และบุคคลอื่น โดยคณะกรรมการไต่สวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้ง 8 คน ชี้แจงที่มาของทรัพย์สินแล้ว แต่บุคคลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายนพรัตน์ จำนวน 98,659,925 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 13 บัญชี เป็นเงิน 71,974,350 บาท, เงินลงทุน จำนวน 4 รายการ เป็นเงิน 12,580,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 12 กรมธรรม์ มูลค่า 14,105,575 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางพัทธานันท์ (คู่สมรส) จำนวน 196,039,741 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 22 บัญชี เป็นเงิน 122,921,190 บาท, เงินลงทุน จำนวน 3 รายการ เป็นเงิน 6,815,695 บาท, ที่ดินในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 1 แปลง มูลค่า 760,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 3,809,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 10 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 61,733,855 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางธาริณี (อดีตคู่สมรส) จำนวน 131,437,217 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 56 บัญชี เป็นเงิน 105,151,313 บาท, เงินลงทุน จำนวน 25 รายการ เป็นเงิน 25,235,903 บาท และยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,050,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายธนรัตน์ ดิตถ์วัชรไพศาล (บุตร) จำนวน 26,726,284 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 10 บัญชี เป็นเงิน 20,843,037 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ มูลค่า 1,800,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,014,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 4 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 3,069,247 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวพิมพ์ภัสสร ดิตถ์วัชรไพศาล (บุตร) จำนวน 68,307,397 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 31 บัญชี เป็นเงิน 50,597,774 บาท, เงินลงทุน จำนวน 19 รายการ เป็นเงิน 9,750,000 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวม 3 รายการ (ในกรุงเทพมหานคร 2 รายการ และจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ) รวมมูลค่า 5,856,489 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 3 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 2,103,134 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาววรัทยา พรหมมาศ (หลานของนายนพรัตน์ ) จำนวน 500,000 บาท ได้แก่ ห้องชุด จำนวน 1 ห้อง ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายปิยชาติ ศรีจันทร์ (บุคคลสนิทของนายนพรัตน์) จำนวน 4,500,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 4,500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวณัฎฐาภรณ์ ทุน (บุตรของนางพัทธานันท์) จำนวน 49,000,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 49,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติทั้งสิ้นจำนวน 575,170,566 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราวแล้วจำนวน 176,032,978 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54610</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์, ป.ป.ช., ร่ำรวยผิดปกติ, วัดพนัญเชิง, อดีตผอ.พศ., อายัดทรัพย์176ล้าน, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1eaa5f44497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมพิธีไหว้ครูมวยไทย  อวดมรดกชาติสู่สายตาโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มวยไทยถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่มีศักยภาพ มีความเข้มแข็งและมีลีลาท่าทางที่สวยงาม และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของชาติกับประวัติบรมครูมวยไทยอย่างนายขนมต้ม ที่เป็นที่เคารพสักการะของนักมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเอาไว้ ในแต่ละปีจะมีนักมวยไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมประกอบพิธีไหว้ครูมวยไทยเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์ที่ได้สอนวิชามวยไทยให้พวกเขา ควบคู่กับการท่องเที่ยวเมืองกรุงเก่าแห่งนี้ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด นางอรสา อาวุธคม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 จะมีงานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 บริเวณวัดมหาธาตุ วัดหลังคาขาว และวัดหลังคาดำ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นักมวยไทยชาวต่างชาติได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพิธีไหว้ครู และตระหนักว่า &amp;ldquo;ครั้งหนึ่งในชีวิตการเรียนมวยไทย ต้องมาร่วมพิธีไหว้ครูที่ประเทศไทย&amp;rdquo; อันเป็นไปตามแนวคิด amazing ไทยเท่ ของ ททท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นวันที่ 16 มีนาคม 2562 เวลา 14.00-18.00 น. พบกับการแข่งขันชกมวยไทยอาชีพ &amp;ldquo;ศึกมหัศจรรย์ มวยไทย มรดกโลก&amp;rdquo; วัดหลังคาขาว (ตรงข้ามวัดมหาธาตุ) จากนักมวยไทยอาชีพทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ, สาธิตและฝึกสอนมวยไทยโบราณ 4 สาย ทั้งมวยไชยา มวยโคราช มวยท่าเสา และมวยลพบุรี, การออกร้านของค่ายมวยไทยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง และสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย มีทั้งอุปกรณ์การชกมวย กางเกงมวย ของที่ระลึก รวมถึงหลักสูตรการเรียนชกมวยไทย, กิจกรรมสาธิตหัตถศิลป์ไทย ทั้งการสักยันต์ การเขียนยันต์ การตีดาบอรัญญิก การแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย การทดสอบพละกำลังด้วยวิธีการซ้อมแบบมวยไทยโบราณ เช่น เตะต้นกล้วย ชกมะนาว และนิทรรศการมวยไทย และร่วมชิมอาหารพื้นบ้านคาวหวานขึ้นชื่อของอยุธยา เช่น โรตีสายไหม ข้าวแกงโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น วันที่ 17 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-17.00 น. มีกิจกรรมทำนองเดียวกัน แต่พิเศษในช่วงเย็น เวลา 18.00 น. พบกับพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 นำเสนอการจัดพิธีไหว้ครูมวยไทยให้ถูกต้องตามขั้นตอนประเพณี พร้อมพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ไทย และทหารกล้าของไทยที่ร่วมปกป้องแผ่นดินไทยไว้ การรำไหว้ครู โดยได้รับเกียรติจากนักมวยที่มีชื่อเสียงขึ้นรำไหว้ครูนำนักกีฬามวยไทยทุกชาติที่เข้าร่วมพิธีทุกคน และเวลา 19.00 น.เป็นงานเลี้ยงต้อนรับฯ และชมการแสดงชุด &amp;ldquo;Amazing Thailand&amp;rdquo; (เฉพาะนักมวยและแขกรับเชิญ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อว่า นอกจากมาร่วมกิจกรรมนี้แล้ว ผู้มาร่วมงานยังถือโอกาสไปเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะวัดอาอาราม โบราณต่างๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย อาทิ &amp;quot;วัดใหญ่ชัยมงคล&amp;quot; วัดสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น มีเจดีย์ชัยมงคลที่งดงาม สูงใหญ่ ภายในเจดีย์นี้เคยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระคาถาสำคัญที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้สวดบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;บทสวดมนต์ชัยมงคลคาถา&amp;rdquo; (พาหุงมหากา)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีวัดสำคัญอื่นๆ เช่น &amp;quot;วัดพนัญเชิง&amp;quot; มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือซำปอกง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวกรุงเก่าศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ต่อด้วย &amp;quot;วัดกล้วย&amp;quot; วัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณวัดตั้งอยู่ติดแม่น้ำป่าสัก นอกเกาะเมืองอยุธยาย่านเก่า อยู่ในแถบที่ตั้งกองทัพเรือในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ มีท่าน้ำให้นั่งเล่นพักผ่อน สามารถปล่อยปลาหรือให้อาหารปลาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดธรรมิกราช&amp;quot; เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่พระมหากษัตริย์เสด็จฯ มาทรงฟังธรรมกันประจำในวันพระ และเป็นสถานที่สอบเปรียญธรรมสำหรับพระสงฆ์ในสมัยโบราณอีกด้วย &amp;quot;วัดหน้าพระเมรุ&amp;quot; เป็นวัดโบราณวัดเดียวในอยุธยาที่ยังคงสภาพสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาที่สมบูรณ์มากที่สุด เนื่องจากเป็นวัดที่พม่าเคยใช้ตั้งกองบัญชาการรบ จึงไม่ได้ถูกเผาทำลาย มี &amp;quot;พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ&amp;quot; พระประธานในอุโบสถซึ่งสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหล่อสำริดมีความงดงามมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดพุทไธศวรรย์&amp;quot; ภายในมีพระตำหนักของพระพุทธโฆษาจารย์พระเถระผู้ใหญ่สมัยอยุธยา และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทองในโบสถ์มหาอุตม์ และพระพุทธไสยาสน์ที่งดงาม มีพุทธลักษณะแตกต่างไปจากพระนอนองค์อื่นๆ ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดกษัตราธิราชวรวิหาร&amp;quot; เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ในปัจจุบัน วัดนี้เดิมชื่อ &amp;quot;วัดกษัตรา&amp;quot; หรือ &amp;quot;วัดกษัตราราม&amp;quot; เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;quot;วัดกษัตราธิราช&amp;quot; ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์ใหญ่เป็นประธานหลักของวัด และยังมีพระอุโบสถสมัยอยุธยาซึ่งมีลายดาวเพดานจำหลักไม้งดงามมาก ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นวัดที่มีความสวยงามมากวัดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดท่าการ้อง&amp;quot; ภายในวัดท่าการ้องเน้นความทันสมัย ทางวัดมีห้องสุขา-ห้องน้ำที่ทางวัดประกาศว่าสะอาดที่สุดในโลก ติดเครื่องปรับอากาศ แปลกกว่าวัดอื่นๆ จนเรียกได้ว่าเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้านศาสนาเลยทีเดียว มีทั้งตุ๊กตาปูนปั้น หุ่นคน หุ่นสัตว์ บางตัวมีกลไกขยับได้ และมีเครื่องทำบุญเสี่ยงทายออโตเมติกต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วิหารพระมงคลบพิตร&amp;quot; ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นที่ประดิษฐานพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปบุสำริดปางมารวิชัยที่สะท้อนภูมิปัญญาในศาสตร์แห่งโลหะและความชำนิชำนาญของช่างฝีมือไทยในการหล่อโลหะ มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร และสูง 12.45 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นมา &amp;quot;วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร&amp;quot; พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ให้ชื่อว่า วัดทอง เป็นวัดของฝ่ายวังหน้า ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดนี้ทั้งหมด จึงถือว่าวัดนี้เป็น &amp;quot;วัดประจำราชวงศ์จักรี&amp;quot; ซึ่งได้จำลองพุทธลักษณะมาจากพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น &amp;quot;ตลาดน้ำอโยธยา&amp;quot; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปวัฒนธรรมไทยใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยังคงเอกลักษณ์ขนบธรรมเนียมประเพณี การละเล่น และแสดงพื้นบ้าน ของกินของใช้ในยุคเก่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยๆ ที่เรียบง่าย และนักท่องเที่ยวอาจจะเลยไปชม อโยเดีย เป็นตลาดนานาชาติและแหล่งช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยว มีร้านค้าสีสันฉูดฉาด เอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ &amp;quot;ตลาดโก้งโค้ง&amp;quot; เป็นตลาดโบราณย้อนยุคที่น่าสนใจ มีลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ เป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณ พบกับวิถีไทยในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ภายในตลาดมีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ผัก ผลไม้ ขนมไทยนานาชนิดและงานหัตถกรรมไทยให้เลือกซื้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้ายต้องไม่พลาดชิมเมนูเด็ด กุ้งแม่น้ำเผา ของดีเมืองอยุธยา ที่ร้านเรือนไทยสยาม, ต้นน้ำริเวอร์วิว และแพกรุงเก่า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานไหว้ครูมวยไทยโลก ที่จะส่งผ่านมรดกของวัฒนธรรมไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นชัดเจนให้เป็นที่รู้จัก และสร้างความประทับใจให้กับผู้รักกีฬามวยไทยทั่วโลก ควบคู่กับการท่องเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในเมืองกรุงเก่าแห่งนี้ ที่จะทำให้ทุกท่านเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-3524-6076-7.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30582</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ดกษัตราธิราชวรวิหาร, ททท., มวยไทย, วัดธรรมิกราช, วัดพนัญเชิง, วัดพุทไธศวรรย์, วัดหลังคาขาว, ศิลปะการป้องกันตัว, ศึกมหัศจรรย์ มวยไทย มรดกโลก, เมืองกรุงเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e77846a6cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
