<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติในหลวง-ราชินี เสด็จฯวันมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 เวลา 17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2564
ครั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp; ยืนหน้าเก้าอี้ที่จัดไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์
พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงจุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม ดังนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ศิลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย (เครื่องห้า) สำหรับทรงธรรม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับทรงธรรม ทรงศีล พระราชวิสุทธิมุนี วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก และเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด ต่อมาประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว ออกจากพระอุโบสถ
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในและโดยรอบวัดพระแก้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายพสกนิกรต่างมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่บริเวณถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ต่อเนื่องมาถึงหน้าศาลหลักเมือง โดยพสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีม่วง โบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงพระนามาภิไธยย่อ ส.ท. ถือพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยใจรักและภักดี เช่นเดียวกับภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่บางส่วนและรอบพระอุโบสถให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน พสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั้งก้มกราบแนบพื้นด้วยความปลื้มปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จ
สำหรับประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ผ่านจุดคัดกรอง แสดงบัตรประชาชน ลงทะเบียนแอปพลิเคชันไทยชนะ และตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมรับเจลล้างมือพระราชทานก่อนเข้าไปในพื้นที่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา, ทรงพระเจริญ, พระราชกุศลมาฆบูชา, มาฆบูชา, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันมาฆบูชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6039061ce1018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ในหลวงเสด็จฯวัดพระแก้ว 14ตค.ทรงตั้งเปรียญธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในหลวงเสด็จฯ 14 ตุลา. เวลา 17.00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค เปรียญธรรม 6 ประโยค แก่พระภิกษุ สามเณร รวม 363 รูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ลงนามในหนังสือ เรื่อง ทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค มีใจความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ตามมาด้วย บัญชีรายชื่อพระภิกษุสามเณรเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค จำนวน 1 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค แก่พระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค ประจำปี 2563 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เวลา 17.00 น. ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขอความอนุเคราะห์จากพระคุณท่าน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.โปรดแจ้งให้พระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค ในสำนักเรียนของพระคุณท่าน เข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค ในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พระภิกษุสามเณรที่เข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรมฯ ครองผ้าสีพระราชนิยม และใส่หน้ากากอนามัยสีขาวทุกรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พระภิกษุสามเณรที่เข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรมฯ ทุกรูป โปรดนำพัดยศเล่มเดิมส่งคืนในวันเข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงนมัสการ เพื่อโปรดทราบ หากพระภิกษุสามเณรรูปใดไม่สามารถเข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรมได้ ขอความกรุณาแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบล่วงหน้าด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบัญชีรายชื่อพระภิกษุและสามเณรที่เข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค ประจำปี 2563 รวมทั้งสิ้น 363 รูป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79909</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมมหาราชวัง, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรียญธรรม 6 ประโยค, เปรียญธรรม 9 ประโยค, ในหลวงเสด็จฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f1a357c3d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดเฉลิมพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; จะเสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา &amp;ldquo;แม่ของแผ่นดิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 ส.ค. เลขาธิการพระราชวังรับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังมีรายการต่อไปนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 ส.ค.63 เจ้าพนักงานพระราชพิธีเตรียมการตกแต่งมณฑลพระราชพิธี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ออกประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร
เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อเสด็จฯ ถึงยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วเสด็จฯ เข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วทรงจุดธูปเทียนครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนสำหรับพระสงฆ์สวดนวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่แท่นมณฑลบูชาเทวดานพเคราะห์ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์
จากนั้นเสด็จฯ ออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จฯ เข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปองค์อภิบาล องค์แทรกพระชนมพรษา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 89 รูป เจริญพระพุทธมนต์จบ ทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ทรงหลังทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา และเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับทรงลงพระนาม ลงนามถวายพระพรไว้ที่พระบรมมหาราชวัง และในวันเดียวกันนี้ เวลา 12.00 น. ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล และพิธีถวายเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพลกล่าวว่า วธ.ได้จัดกิจกรรมพร้อมเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะทรงฟื้นฟูศิลปะการแสดงโขน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; และการจัดทำเครื่องแต่งกายโขนใหม่อย่างวิจิตรตระการตา รวมถึงโครงการศูนย์ศิลปาชีพและการอนุรักษ์ผ้าไทยและผ้าท้องถิ่นจนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่ง วธ.จะเปิดให้นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่สนใจเข้าชมนิทรรศการตลอดเดือนสิงหาคมนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน หน่วยงานในสังกัด วธ.ยังจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา อาทิ กรมศิลปากร&amp;nbsp; จัดการบรรเลง-ขับร้องดนตรีสากล รำถวายพระพร &amp;ldquo;เฉลิมพระชนม์แซ่ซ้อง 12 สิงหา พระแม่แห่งประชาชาวไทย&amp;rdquo; ละครชาตรี เรื่องมโนห์รา ตอน &amp;ldquo;พรานบุณจับนางมโนห์รา&amp;rdquo; ละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน &amp;ldquo;ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง&amp;rdquo; โขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน &amp;ldquo;ศรกินนม&amp;rdquo; นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต อำนวยการแสดงโดยปกรณ์ พรพิสุทธิ์ โดยสามารถชมการแสดงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 8-9 ส.ค.นี้ ที่โรงละครแห่งชาติ โดยจองบัตรได้ที่ ht tps://ntt.finearts.go.th
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมการศาสนาจัดพิธีเจริญนวัคคหายุสมธัมม์เฉลิมพระเกียรติที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ นอกจากนี้ ได้ร่วมกับองค์กรเครือข่าย 5 ศาสนา จัดงานรวมพลังทางศาสนาเสริมสร้างความสมานฉันท์เฉลิมพระเกียรติในวันที่ 10 ส.ค. ที่&amp;nbsp; ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสวมใส่ผ้าไทย และชุดโทนสีฟ้า ตลอดจนร่วมกิจกรรมจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายพระราชกุศลในโอกาสสำคัญนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73538</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน, แม่ของแผ่นดิน, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2ac6b5993ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิ100พระชันษา&#039; อัญเชิญภาพสิริมงคล &#039;พระบรมรูป ร.9&#039; ผลงานนักปั้นระดับโลกรับรางวัลคนดีศรีแผ่นดินฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;มูลนิธิ 100 พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวรานุสรณ์ ในพระสังฆราชูปถัมภ์&amp;quot; โพสต์รูปภาพพระบรมรูป ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผลงานของอาจารย์สันติ พิเชฐชัยกุล พร้อมข้อความระบุว่า อ.สันติ&amp;nbsp;ได้รับรางวัลคนดีศรีแผ่นดิน ตามรอยธรรมราชาจากมูลนิธิ 100&amp;nbsp;พระชันษา สมเด็จพระญาณสังวรานุสรณ์ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อ.สันติ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ปั้นพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9&amp;nbsp;เพื่อนำไปประดิษฐานภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านอาจารย์สันติได้ส่งรูปถ่ายเหล่านี้มาให้คณะกรรมการมูลนิธิได้ชื่นชม ขออนุโมทนาสาธุ และขออัญเชิญมาเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นเป็นสิริมงคลถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา เนื่องในวันจักรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากพระที่นั่งอัมพรสถาน เพื่อไปประกอบพิธีประดิษฐาน และสมโภชที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62577</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราสาทพระเทพบิดร, พระบรมมหาราชวัง, พระบรมรูป ในหลวงรัชกาลที่ 9, มูลนิธิ 100 พระชันษาสมเด็จพระญาณสังวรานุสรณ์, รางวัลคนดีศรีแผ่นดิน, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันจักรี, สันติ พิเชฐชัยกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8dd1ed74212.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแว้นวัดพระแก้ว ให้พ่อทำทัณฑ์บน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว เยาวชนแข่งรถข้างวัดพระแก้ว ส่งตัวเข้าสถานพินิจ เรียกพ่อมาทำทัณฑ์บน หากลูกทำผิดซ้ำ เจอคุก 3 เดือน บช.น.ตั้งกรรมการสอบ สน.ชนะสงครามเจ้าของท้องที่ บกพร่องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ชนะสงคราม วันที่ 30 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นแข่งรถบนถนนหน้าพระลาน ใกล้กับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เมื่อกลางดึกวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถจับกุมเยาวชนอายุ 16 ปี ได้ 1 คน ที่ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผนป้ายทะเบียน แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังได้เชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนคาดโทษ จากการสอบปากคำเยาวชนสารภาพว่า ได้รวมกลุ่มเพื่อน 7-8 คน ขับขี่มาจากมีนบุรี เพื่อมาดูไฟและถ่ายรูปกัน ก่อนที่จะมาเจอวัยรุ่นอีกกลุ่มในพื้นที่ และได้มีการท้าทาย เกิดความคึกคะนองประลองความเร็วกันบนถนนตามคลิปวิดีโอโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ขณะนั้นไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม ส่วนรถที่ใช้แข่งขันก็เป็นของเพื่อนในกลุ่มที่ยืมมา ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อหา เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 5 ข้อหาแก่เยาวชน ประกอบด้วย แข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ขับรถในลักษณะผิดวิสัย, ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต &amp;nbsp;หลังจากนี้จะนำตัวส่งตัวไปยังสถานพินิจ ส่วนผู้ปกครองถูกทำทัณฑ์บน ตามคำสั่งของ คสช.ที่ 22/2558 หากบุตรหลานกระทำความผิดซ้ำจะถูกจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเหตุครั้งนี้ไม่มีกองเชียร์ หากมีก็จะเข้าข่ายมีความผิดเดียวกับผู้ขับขี่ด้วย และหลังจากนี้จะมีการขยายผลไปถึงร้านขายอุปกรณ์แต่งรถให้ ฐานสนับสนุนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์เผยต่อว่า ยืนยันที่ผ่านมามีการปราบปรามเด็กแว้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ทำให้ปัจจุบันสถิติการร้องเรียนลดลงร้อย 80 แต่ยอมรับว่าพื้นที่ สน.ชนะสงครามไม่เคยเกิดการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาก่อน ส่วนครั้งนี้ตำรวจ สน.ชนะสงครามจะมีความบกพร่องหรือไม่ อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นต้องให้ความเป็นธรรม เพราะภายหลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตำรวจ สน.ชนะสงครามเข้าร่วมจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินการทันที ยืนยันหากพื้นที่ใดปล่อยปละ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการเด็ดขาดตามคำสั่ง คสช.ที่จะเอาผิดผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้บังคับการ-ผู้กำกับการ พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองที่ยังไม่รู้ข้อกฎหมายว่า การปล่อยให้บุตรหลานกระทำแบบนี้จะมีอัตราโทษสูงและผู้ปกครองต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพ่อของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี ยอมรับผิดและพร้อมรับโทษตามกฎหมาย หรือผลกระทบที่จะตามมา ทั้งยังฝากไปถึงผู้ปกครองคนอื่น ขอให้ดูแลบุตรหลาน ไม่ให้ออกมาทำเหมือนกับลูกของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.อิทธิพลเปิดเผยถึงภาพปรากฏในคลิปวิดีโอ มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง อีกคันร่วมแข่งขันด้วยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี หากประชาชนท่านใดหรือผู้ปกครองมีข้อมูลเบาะแส สามารถแจ้งมายังกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือหมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ถ่ายคลิปวิดีโอและนำมาเผยแพร่ จากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้หวังดี ไม่ใช่ 1 ในกลุ่มแข่งรถแต่อย่างใด ที่ผ่านมา บช.น.มีศูนย์เฝ้าระวังกลุ่มที่เตรียมการนัดแข่งรถในทางอยู่แล้ว หากพบก็จะดำเนินคดีทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42330</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d404262aa817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชิญน้ำอภิเษก-น้ำสรงพระมุรธาภิเษกเก็บรักษาวัดพระแก้วปชช.ชมริ้วขบวนปลื้มปิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
19เม.ย.62-เมื่อเวลา06.00น.กระทรวงมหาดไทย(มท.)จัดขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช2562 จากวัดสุทัศนเทพวรารามไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;เวลา06.45 น. พลเอกอนุพงษ์เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุธี มากบุญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำคณะข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการทุกจังหวัดตั้งแถวบริเวณด้านหน้าพระวิหารวัดสุทัศนเทพวรารามและเชิญคนโทน้ำอภิเษกออกจากพระวิหารหลวงลงมายังด้านหน้าพระวิหารหลวงวางในจุดที่กำหนดผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษกจำนวน86 คนเชิญคนโทน้ำอภิเษกไปวางบนรถเชิญน้ำอภิเษกตามลำดับ &amp;nbsp;
โดย รมว.มท. เชิญคนโทน้ำสรงพระมุรธาภิเษกเป็นคนโทสุดท้ายที่เชิญลงจากวิหารหลวงจากนั้นรมว.มท. รมช.มท. ข้าราชการระดับสูงของมท. ผู้ว่าฯกทม. และผู้ว่าฯ76 จังหวัดเดินจากหน้าพระวิหารหลวงเข้าสู่ขบวนฯ &amp;nbsp;
ต่อมาเวลา07.00 น. เคลื่อนขบวนฯจากวัดสุทัศน์ฯไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดารามโดยใช้เส้นทางถนนดินสอ &amp;nbsp;เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนินกลางและเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน &amp;nbsp;แล้วตรงไปยังประตูสวัสดิโสภาโดยรูปแบบขบวนมีรถนำตามด้วยวงดุริยางค์กองทัพเรือ50 นายพร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมวง2 นาย &amp;nbsp;ตามด้วยนักเรียนนายร้อยตำรวจเชิญธงชาติ68 นายและธงตราสัญลักษณ์68 นายรวมทั้งหมด136 นายตามด้วยผู้เชิญพานกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ10 คนและรมว.มท. รมช.มท. ข้าราชการระดับสูงกระทรงมหาดไทย10 คนรวมทั้งหมด20 คน&amp;nbsp;
ต่อมาเป็นผู้เชิญพานพุ่มทอง-พานพุ่มเงิน154 คนผู้ว่าราชการจังหวัด77 คนรวมทั้งหมด231 คนต่อด้วยรถเชิญคนโทน้ำจากนั้นเป็นผู้เชิญคนโทจำนวน86 คนตามด้วยวงดุริยางค์กองทัพอากาศจำนวน50 นายพร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมวง2 นายถัดมาเป็นข้าราชการผู้ร่วมพิธีจำนวน600 คนต่อด้วยรถปิดขบวนโดยมีผู้ร่วมขบวนทั้งหมด1,200 คนความยาวของขบวนประมาณ178 เมตร&amp;nbsp;
เมื่อเวลา07.45 น. ขบวนถึงยังประตูสวัสดิโสภาผู้ว่าฯกทม. และผู้ว่าฯ &amp;nbsp;76 จังหวัดเชิญพานพุ่มทอง-พานพุ่มเงินนำไปวางบนจุดที่กำหนดบริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวังเพื่อถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วเดินไปตั้งแถวบริเวณด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดรตามลำดับ &amp;nbsp;
ต่อมาพลเอกอนุพงษ์ &amp;nbsp;นายสุธี &amp;nbsp;และข้าราชการระดับสูงของมท. รวม10 คนเชิญพานกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากนั้นเดินไปตั้งแถวบริเวณด้านหน้าปราสาทพระเทพบิดร &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ต่อมารมว.มท. รมช.มท. และข้าราชการระดับสูงของมท. ผู้ว่าราชการ77 &amp;nbsp;จังหวัดเชิญคนโทน้ำอภิเษกไปวางในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามและเดินกลับมาตั้งแถวหน้าประตูสวัสดิโสภา &amp;nbsp;จากนั้นเคลื่อนขบวนฯกลับกระทรวงมหาดไทยเป็นอันเสร็จพิธี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขบวนเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกไปวัดพระแก้วเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติโดยตลอดสองข้างทางที่ขบวนฯผ่านมีประชาชนเฝ้ารอชมเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าวัดสุทัศน์ฯ &amp;nbsp;และด้านหน้าประตูสวัสดิโสภาหลายคนชูภาพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลายคนยกมือขึ้นไหว้นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่ได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเป็นที่ระลึกด้วย
นางมณีรัตน์ เลาวเลิศ อายุ61 ปีเดินทางจากจ.สมุทรสาครตั้งแต่04.00 น. พร้อมด้วยนางสาวบุษกรกลิ่นน้อยอายุ52 ปีชาวประจวบคีรีขันธ์เพื่อมาสมทบกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่รู้จักกันระหว่างปฏิบัติงานจิตอาสาเฉพาะกิจฯเพื่อชมริ้งขบวนดังกล่าวนางมณีรัตน์บอกว่าขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยเป็นพระราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้ร่วมในพิธีมหามงคลนี้ต้องมาให้ได้ซึ่งในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก4-6 พฤษภาคมนี้จะมาทุกวันเตรียมความพร้อมไว้แล้วทั้งอุปกรณ์กันแดดอาหารยาดมและน้ำดื่มเพื่อไม่ให้เป็นภาระผู้อื่นต้องมาดูแลทั้งนีตนและเพื่อนเดินทางมาตั้งแต่วันที่16 เมษายนมีโอกาสชื่นชมการซ้อมริ้วขบวนพระราชอิสริยยศพยุหยาตราสถลมารคและพิธีเสกน้ำอภิเษกในวัดสุทัศนเทพวรารามจนกระทั่งวันเชิญน้ำอภิเษกครั้งนี้
&amp;quot;รู้สึกตื้นตันใจและปลื้มปีติเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานตนติดตามข่าวจากทีวีแล้วจดไว้ว่ามีพิธีวันไหนพยายามเคลียร์งานเพื่อที่จะมาร่วมงานให้ได้แม้อากาศร้อนอบอ้าวก็ไม่หวั่นเพราะมาด้วยใจตั้งใจจะสวมชุดไทยจิตรลดาสีเหลืองมาร่วมงานด้วย&amp;rdquo; นางมณีรัตน์กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ด้านนายยุทธพิทักษ์ เทวัญวิทย์อายุ77 ปีเดินทางมาจากบ้านพักย่านสำโรงกล่าวด้วยความปลื้มปีติว่าปกติเดินทางมาไหว้พระในพระอุโบสถวัดพระแก้วเป็นประจำทุกวันพระเมื่อทราบข่าวว่าจะมีขบวนเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งใจมารอชมตั้งแต่เช้าตรู่ที่ผ่านมาติดตามข่าวทางโทรทัศน์วันนี้ได้เห็นขบวนจริงรู้สึกปลื้มปีติมาก &amp;nbsp;ส่วนวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะมาชื่นชมพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดในบริเวณจัดให้เฝ้ารับเสด็จ
ด้านน.ส.อรอุมา บัวทองอายุ40 ปีพนักงานบริษัทเอกชนกล่าวว่าเดินทางจากที่พักย่านบางแคมารอชมขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกตั้งแต่เวลา06.00 น. เป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตจะได้ร่วมพระราชพิธีสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อนหน้านี้มาร่วมชมขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปวัดสุทัศน์ฯด้วย&amp;nbsp;
&amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยในฐานะพสกนิกรอยากเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มากที่สุดแม้ว่าจะเปลี่ยนแผ่นดินแล้วแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นตัวแทนพ่อของแผ่นดินทรงปฏิบัติพระราขกรณียกิจห่วงใยทุกข์สุขของราษฎรเสมอมาตนเองยังเป็นจิตอาสาในโครงการประชาชนจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจในพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งใจว่าจะมาร่วมพิธีสำคัญตลอดจนช่วงพระราชพิธี4-6 พ.ค. เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;quot; นางสาวอรอุมากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, ขบวนเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษก, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดสุทัศนเทพวราราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb94b263db52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศล ชวนปชช.ฟังธรรมมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา 19 ก.พ. กรมศาสนาจัดตักบาตร เวียนเทียน เชิญทูต 7 ประเทศพุทธร่วม ชวนประชาชนฟังพระธรรมเทศนาตลอดรุ่ง 3 พระอารามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า วันมาฆบูชา &amp;nbsp;พุทธศักราช 2562 ตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ดังรายการต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงพระดำเนินเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม &amp;nbsp;พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้วพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระราชาคณะถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร และเวียนเทียนเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี พ.ศ.2562 ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ เชิญทูตานุทูตจากประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา 7 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วธ.โดยกรมการศาสนา (ศน.) ร่วมกับคณะสงฆ์ &amp;nbsp;องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 13-19 ก.พ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยวันที่ 19 ก.พ.ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ศน.ได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร และเวียนเทียน โดยเชิญทูตานุทูตจากประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา 7 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ อินเดีย, &amp;nbsp;กัมพูชา, ศรีลังกา, เวียดนาม, ภูฏาน, เมียนมา และมองโกเลีย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศที่มีประชาชนนับถือพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้คณะทูตานุทูตและพุทธศาสนิกชนจะมีโอกาสได้ชมนิทรรศการพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่บรรดาพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูปที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งวันนั้นในครั้งพุทธกาลตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 หรือขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 กระทรวงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญความดี ร่วมกันทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข หลักคำสอนสำคัญและเป็นหัวใจพระพุทธศาสนาคือ &amp;nbsp;ละเว้นความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยวันที่ 19 ก.พ.นี้ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมฟังพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนาตลอดรุ่ง ณ พระอารามหลวง 3 พระอาราม ได้แก่ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามฯ, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามฯ&amp;quot; นายวีระกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29439</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วีระ โรจน์พจนรัตน์, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6ac2b93e91e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
