<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมพิธีไหว้ครูมวยไทย  อวดมรดกชาติสู่สายตาโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มวยไทยถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่มีศักยภาพ มีความเข้มแข็งและมีลีลาท่าทางที่สวยงาม และจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของชาติกับประวัติบรมครูมวยไทยอย่างนายขนมต้ม ที่เป็นที่เคารพสักการะของนักมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเอาไว้ ในแต่ละปีจะมีนักมวยไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมประกอบพิธีไหว้ครูมวยไทยเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์ที่ได้สอนวิชามวยไทยให้พวกเขา ควบคู่กับการท่องเที่ยวเมืองกรุงเก่าแห่งนี้ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด นางอรสา อาวุธคม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 จะมีงานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 บริเวณวัดมหาธาตุ วัดหลังคาขาว และวัดหลังคาดำ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นักมวยไทยชาวต่างชาติได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพิธีไหว้ครู และตระหนักว่า &amp;ldquo;ครั้งหนึ่งในชีวิตการเรียนมวยไทย ต้องมาร่วมพิธีไหว้ครูที่ประเทศไทย&amp;rdquo; อันเป็นไปตามแนวคิด amazing ไทยเท่ ของ ททท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นวันที่ 16 มีนาคม 2562 เวลา 14.00-18.00 น. พบกับการแข่งขันชกมวยไทยอาชีพ &amp;ldquo;ศึกมหัศจรรย์ มวยไทย มรดกโลก&amp;rdquo; วัดหลังคาขาว (ตรงข้ามวัดมหาธาตุ) จากนักมวยไทยอาชีพทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ, สาธิตและฝึกสอนมวยไทยโบราณ 4 สาย ทั้งมวยไชยา มวยโคราช มวยท่าเสา และมวยลพบุรี, การออกร้านของค่ายมวยไทยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง และสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย มีทั้งอุปกรณ์การชกมวย กางเกงมวย ของที่ระลึก รวมถึงหลักสูตรการเรียนชกมวยไทย, กิจกรรมสาธิตหัตถศิลป์ไทย ทั้งการสักยันต์ การเขียนยันต์ การตีดาบอรัญญิก การแสดงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย การทดสอบพละกำลังด้วยวิธีการซ้อมแบบมวยไทยโบราณ เช่น เตะต้นกล้วย ชกมะนาว และนิทรรศการมวยไทย และร่วมชิมอาหารพื้นบ้านคาวหวานขึ้นชื่อของอยุธยา เช่น โรตีสายไหม ข้าวแกงโบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น วันที่ 17 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-17.00 น. มีกิจกรรมทำนองเดียวกัน แต่พิเศษในช่วงเย็น เวลา 18.00 น. พบกับพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 นำเสนอการจัดพิธีไหว้ครูมวยไทยให้ถูกต้องตามขั้นตอนประเพณี พร้อมพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ไทย และทหารกล้าของไทยที่ร่วมปกป้องแผ่นดินไทยไว้ การรำไหว้ครู โดยได้รับเกียรติจากนักมวยที่มีชื่อเสียงขึ้นรำไหว้ครูนำนักกีฬามวยไทยทุกชาติที่เข้าร่วมพิธีทุกคน และเวลา 19.00 น.เป็นงานเลี้ยงต้อนรับฯ และชมการแสดงชุด &amp;ldquo;Amazing Thailand&amp;rdquo; (เฉพาะนักมวยและแขกรับเชิญ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อว่า นอกจากมาร่วมกิจกรรมนี้แล้ว ผู้มาร่วมงานยังถือโอกาสไปเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะวัดอาอาราม โบราณต่างๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย อาทิ &amp;quot;วัดใหญ่ชัยมงคล&amp;quot; วัดสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น มีเจดีย์ชัยมงคลที่งดงาม สูงใหญ่ ภายในเจดีย์นี้เคยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระคาถาสำคัญที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้สวดบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;บทสวดมนต์ชัยมงคลคาถา&amp;rdquo; (พาหุงมหากา)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีวัดสำคัญอื่นๆ เช่น &amp;quot;วัดพนัญเชิง&amp;quot; มีพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือซำปอกง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งชาวกรุงเก่าศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ต่อด้วย &amp;quot;วัดกล้วย&amp;quot; วัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บริเวณวัดตั้งอยู่ติดแม่น้ำป่าสัก นอกเกาะเมืองอยุธยาย่านเก่า อยู่ในแถบที่ตั้งกองทัพเรือในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ มีท่าน้ำให้นั่งเล่นพักผ่อน สามารถปล่อยปลาหรือให้อาหารปลาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดธรรมิกราช&amp;quot; เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่พระมหากษัตริย์เสด็จฯ มาทรงฟังธรรมกันประจำในวันพระ และเป็นสถานที่สอบเปรียญธรรมสำหรับพระสงฆ์ในสมัยโบราณอีกด้วย &amp;quot;วัดหน้าพระเมรุ&amp;quot; เป็นวัดโบราณวัดเดียวในอยุธยาที่ยังคงสภาพสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาที่สมบูรณ์มากที่สุด เนื่องจากเป็นวัดที่พม่าเคยใช้ตั้งกองบัญชาการรบ จึงไม่ได้ถูกเผาทำลาย มี &amp;quot;พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ&amp;quot; พระประธานในอุโบสถซึ่งสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหล่อสำริดมีความงดงามมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดพุทไธศวรรย์&amp;quot; ภายในมีพระตำหนักของพระพุทธโฆษาจารย์พระเถระผู้ใหญ่สมัยอยุธยา และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทองในโบสถ์มหาอุตม์ และพระพุทธไสยาสน์ที่งดงาม มีพุทธลักษณะแตกต่างไปจากพระนอนองค์อื่นๆ ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดกษัตราธิราชวรวิหาร&amp;quot; เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ในปัจจุบัน วัดนี้เดิมชื่อ &amp;quot;วัดกษัตรา&amp;quot; หรือ &amp;quot;วัดกษัตราราม&amp;quot; เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;quot;วัดกษัตราธิราช&amp;quot; ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์ใหญ่เป็นประธานหลักของวัด และยังมีพระอุโบสถสมัยอยุธยาซึ่งมีลายดาวเพดานจำหลักไม้งดงามมาก ภายในวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นวัดที่มีความสวยงามมากวัดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วัดท่าการ้อง&amp;quot; ภายในวัดท่าการ้องเน้นความทันสมัย ทางวัดมีห้องสุขา-ห้องน้ำที่ทางวัดประกาศว่าสะอาดที่สุดในโลก ติดเครื่องปรับอากาศ แปลกกว่าวัดอื่นๆ จนเรียกได้ว่าเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้านศาสนาเลยทีเดียว มีทั้งตุ๊กตาปูนปั้น หุ่นคน หุ่นสัตว์ บางตัวมีกลไกขยับได้ และมีเครื่องทำบุญเสี่ยงทายออโตเมติกต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วิหารพระมงคลบพิตร&amp;quot; ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นที่ประดิษฐานพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปบุสำริดปางมารวิชัยที่สะท้อนภูมิปัญญาในศาสตร์แห่งโลหะและความชำนิชำนาญของช่างฝีมือไทยในการหล่อโลหะ มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีขนาดหน้าตักกว้าง 9.55 เมตร และสูง 12.45 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นมา &amp;quot;วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร&amp;quot; พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ให้ชื่อว่า วัดทอง เป็นวัดของฝ่ายวังหน้า ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดนี้ทั้งหมด จึงถือว่าวัดนี้เป็น &amp;quot;วัดประจำราชวงศ์จักรี&amp;quot; ซึ่งได้จำลองพุทธลักษณะมาจากพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น &amp;quot;ตลาดน้ำอโยธยา&amp;quot; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางศิลปวัฒนธรรมไทยใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยังคงเอกลักษณ์ขนบธรรมเนียมประเพณี การละเล่น และแสดงพื้นบ้าน ของกินของใช้ในยุคเก่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยๆ ที่เรียบง่าย และนักท่องเที่ยวอาจจะเลยไปชม อโยเดีย เป็นตลาดนานาชาติและแหล่งช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยว มีร้านค้าสีสันฉูดฉาด เอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ &amp;quot;ตลาดโก้งโค้ง&amp;quot; เป็นตลาดโบราณย้อนยุคที่น่าสนใจ มีลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ เป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณ พบกับวิถีไทยในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ภายในตลาดมีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ผัก ผลไม้ ขนมไทยนานาชนิดและงานหัตถกรรมไทยให้เลือกซื้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้ายต้องไม่พลาดชิมเมนูเด็ด กุ้งแม่น้ำเผา ของดีเมืองอยุธยา ที่ร้านเรือนไทยสยาม, ต้นน้ำริเวอร์วิว และแพกรุงเก่า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานไหว้ครูมวยไทยโลก ที่จะส่งผ่านมรดกของวัฒนธรรมไทยที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นชัดเจนให้เป็นที่รู้จัก และสร้างความประทับใจให้กับผู้รักกีฬามวยไทยทั่วโลก ควบคู่กับการท่องเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในเมืองกรุงเก่าแห่งนี้ ที่จะทำให้ทุกท่านเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-3524-6076-7.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30582</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ดกษัตราธิราชวรวิหาร, ททท., มวยไทย, วัดธรรมิกราช, วัดพนัญเชิง, วัดพุทไธศวรรย์, วัดหลังคาขาว, ศิลปะการป้องกันตัว, ศึกมหัศจรรย์ มวยไทย มรดกโลก, เมืองกรุงเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e77846a6cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอย&quot;ออเจ้า&quot;ไปถึง&quot;กรุงศรีอยุธยา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นักท่องเที่ยวชาวไทย จีน เกาหลี พากันใส่ชุดไทยระหว่างเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสความนิยมของละครบุพเพสันนิวาสทำให้คนดูเคลิ้มคล้อย อยากไปสัมผัสสถานที่จริงที่กล่าวไว้ในละคร โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา เพราะอาจทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่อดีตในช่วงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ หรือเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งผู้ประพันธ์ได้ฉายภาพให้เห็นความรุ่งเรืองของอยุธยาทั้งด้านการค้าระหว่างประเทศ ศิลปะวิทยากร ศาสนา และวัฒนธรรม โดยเฉพาะการมีหนังสือจินดามณี ตำราเรียนเล่มแรกของไทยเกิดขึ้น บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ราวกับกรุงศรีอยุธยากลับมามีชีวิตอีกครั้ง และเป็นตัวจุดกระแสให้คนไทยอยากแต่งชุดไทยห่มสไบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วัดไชยวัฒนาราม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ โบราณสถานที่ใช้ถ่ายทำละครอย่างป้อมเพชร วัดไชยวัฒนาราม และที่อื่นๆ ที่ได้อ้างอิงมาจากสถานที่จริง มาถ่ายทอดภาพความยิ่งใหญ่ งดงาม ก่อนจะถูกเผาทำลายในเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ผู้ร่วมสัญจรฟังการบรรยายของวิทยากร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17-18 มีนาคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงได้จัดโครงการวัฒนธรรมสัญจร &amp;quot;ตามรอยบุพเพสันนิวาส ศึกษาประวัติศาสตร์และวรรณกรรมอยุธยา&amp;quot; พร้อมกับนำประชาชน 120 คน ร่วมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ภาษา วรรณกรรม และจารีตประเพณีสมัยอยุธยา ณ โบราณสถานสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ โบราณสถานป้อมเพชร วัดถนนจีน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ หมู่บ้านโปรตุเกส วัดพุทไธศวรรย์ วัดนักบุญเซนต์โยเซฟ และวัดไชยวัฒนาราม เพื่อให้ทุกคนได้ตามรอยละครอย่างได้ความรู้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วัดพระศรีสรรเพชญ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เพราะละครบุพเพสันนิวาสที่ได้อิงประวัติศาสตร์ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งเป็นยุคที่มีความรุ่งเรืองทั้งในด้านการค้า ศาสนา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ของชาวไทยและชาวต่างชาติในอดีต ที่อาจจะไม่ปรากฏอยู่ในละคร นำมาแทรกเป็นเกร็ดความรู้ในระหว่างการเข้าชมโบราณสถาน ให้คนที่ได้สัมผัสสถานที่จริงเข้าใจประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือ ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่การมาเที่ยว แต่งกายด้วยชุดไทย มาถ่ายรูป และจะมีการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมสัญจรนี้อย่างต่อเนื่อง โดยได้วางแผนการดำเนินงานในช่วงต้นเดือนเมษายน ที่จะไปยังเมืองละโว้ จ.ลพบุรี เพราะเป็นเมืองที่สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงไปว่าราชการที่นั่นอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วัดพุทไธศวรรย์)&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;(อุโบสถทรงเรือวัดพุทไธศวรรย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงแม้ว่าละครจะจบ แต่ผมยังอยากจะสร้างกระแสต่อไปยังพื้นที่ที่มีโบราณสถานในต่างจังหวัด อย่างสุโขทัย พิษณุโลก และโบราณสถานแห่งอื่นๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้จะเร่งดำเนินการในการจัดสรรนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความรู้นักท่องเที่ยวประจำโบราณสถานต่างๆ ให้แตกต่างจากข้อมูลตามป้ายหรือแผ่นพับ ในส่วนของการดูแลโบราณสถานที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนที่มากขึ้นก็มีการจัดยามดูแล โดยหากนักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ยามก็จะเป่านกหวีด แต่ทั้งนี้ก็ไม่สามารถจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ทุกแห่ง จึงต้องอาศัยป้ายบอกในเรื่องของข้อห้ามในการเข้าชมโบราณสถาน และพี่น้องประชาชนไทยก็ต้องช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถานด้วย&amp;rdquo; อธิบดีกรมศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในช่วงนี้อาจจะได้พบเห็นผู้คนแต่งชุดไทยหลากหลายแบบ ที่มีทั้งนุ่งโจงกระเบน ผ้าถุง ห่มสไบ ทำผมเลียนแบบตัวละครในบุพเพสันนิวาส ซึ่งมีทั้งชายและหญิง เด็กเล็ก ดูแล้วเหมือนได้เดินทางหลงยุคเข้าไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ป้อมเพชร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเริ่มต้นพาผู้เข้าร่วมโครงการตามรอยละคร เข้าชมป้อมเพชรที่อยู่บริเวณบางกะจะเป็นแห่งแรก ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่แม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ป้อมเพชรนับว่าเป็นป้อมปราการสำคัญอย่างยิ่งในสมัยอยุธยา เพราะนอกจากจะใช้เป็นด่านปราการป้องกันข้าศึกรุกรานแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางในการค้า เป็นที่พบปะกันของชาวต่างชาติอีกด้วย ซึ่งจะอยู่ในฉากตอนที่พระเอกถูกเรือชนเข้าที่ศีรษะ หรือเป็นตอนที่นางเอกได้โบกมือให้กับทหารที่เฝ้ายามหน้าป้อม นอกจากนี้วิทยากรของกรมศิลป์ยังได้ให้ความรู้ในเรื่องของผังเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วัดถนนจีน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ไกลกันมากนักก็จะถึงโบราณสถานวัดถนนจีน ซึ่งในอดีตเป็นชุมชนคนจีนอาศัย มีการทำมาค้าขาย &amp;nbsp;ในตัวโบราณสถานเองยังเหลือร่องรอยการขุดพบโบราณวัตถุโลหะหรือพระพุทธรูปจีน ซึ่งบริเวณนี้เห็นในละครตอนที่แม่การะเกดได้มาขอให้จีนฮงทำกระทะเพื่อทำหมูกระทะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ยังเก็บรักษาโบราณวัตถุต่างๆ เอาไว้อย่างดี ซึ่งทุกคนก็ได้เข้าชมเครื่องกรองน้ำในอดีตที่มีลักษณะคล้ายกับที่นางเอกสั่งทำในละคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(โครงกระดูกที่คาดว่าเป็นชาวโปรตุเกสที่ถูกขุดพบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัญจรไม่น้อยก็คือ โครงกระดูกที่ขุดพบ ซึ่งคาดว่าเป็นพิธีกรรมการฝังศพของชาวโปรตุเกสที่มีให้ชมใหมู่บ้านโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ากรุงศรีอยุธยามีการติดต่อกับชาวยุโรปเป็นอย่างดี และยังแสดงให้เห็นว่าชาวโปรตุเกสยังเป็นชนชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกลับกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีวัดนักบุญเซนต์โยเซฟที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะอยู่ในส่วนของฉากแม่มะลิและคอนสแตนติน ฟอลคอน แต่งงาน ส่วนบริเวณด้านหน้าของโบสถ์ยังสันนิษฐานว่าเคยเป็นตลาดบ้านจีนที่เป็นสถานบันเทิงเริงรมย์ เรียกว่า &amp;quot;โรงชำเรา&amp;quot; หรือซ่องโสเภณีสมัยอยุธยานั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(โบสถ์โปรตุเกส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งฉากที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเวทมนตร์คาถาที่เหล่าขุนนาง ทหาร ต้องมาฝึกฝนเพื่อไปทำสงคราม แต่แม่การะเกดก็สามารถผ่านประตูที่วัดพุทไธศวรรย์เข้าไปหาพระเอกได้ทั้งที่เป็นผู้หญิง ซึ่งวัดแห่งนี้ได้สร้างมาตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา นับว่าเป็นอีกวัดหนึ่งที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยของความรุ่งเรืองทางศาสนา ทั้งตัวอาคารโบสถ์ที่เป็นทรงคล้ายกับเรือ หรือจิตรกรรมฝาผนังที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้ชม ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่สำหรับฝึกวิชาดาบของสำนักดาบพุทไธศวรรย์ หลายคนจึงต่างจับจ้องที่จะถ่ายรูปประตูบานเดียวกับที่นางเอกเปิดเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายเส้นทางตามรอยละครที่วัดไชยวัฒนาราม ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 24 ของกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยรูปแบบของกลุ่มปรางค์ 5 องค์ ล้อมรอบด้วยระเบียงคด ซึ่งในแผนผังการก่อสร้างโบราณสถานภายในวัดแสดงให้เห็นพระราชนิยมของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองที่ทรงได้รับอิทธิพลความเชื่อในแบบเทวราชาของขอม ซึ่งเป็นวัดที่ชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เช้าจดเย็นก็ยังมีผู้คนเดินทางมาเข้าชมอย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือฉากช่วงแรกที่เรืองกับเกศสุรางค์ได้เข้ามาทำงานศึกษาวิจัย นับว่าผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้ไปสัมผัสยังโบราณสถาน ยังสถานที่จริงต่างๆ เข้าใจประวัติศาสตร์อย่างลงลึกมากขึ้น และได้ดูละครอย่างสนุกและอินมากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปวิตร ใจเลี่ยม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปวิตร ใจเลี่ยม นักวิชาการวัฒนธรรม สํานักอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่มาให้ความรู้ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เล่าว่า การนำโบราณสถานไปอยู่ในฉากของละคร ซึ่งได้นำเสนอให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีต แม้ว่าในปัจจุบันโบราณสถานจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว หรือผู้ที่เพิ่งรู้จักก็เข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์มากขึ้น การเกิดกระแสละครเรื่องบุพเพสันนิวาสนี้ขึ้นมาก็ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้มีจำนวนคนที่เข้ามาชมเนื่องจากตามรอยละครมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้ประพันธ์และผู้จัดทำละครสามารถถ่ายทอดละครออกมาให้ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ หากใครมาเที่ยวอยุธยาก็จะเห็นได้ชัด คือ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาชมโบราณสถานอย่างเนืองแน่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5601</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, บุพเพสันนิวาส, พระนครศรีอยุธยา, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพุทไธศวรรย์, วัดไชยวัฒนาราม, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3aa098cdec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
