<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์แจงเหตุกำแพง100ปีวัดยางกวงถล่ม ส่งวิศวกรสำรวจเร่งบูรณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 4 พ.ค. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp; ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของกำแพงวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพังถล่มลงมาหลังจากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 2&amp;nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่า กำแพงวัดด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นกำแพงก่ออิฐเดิมสูงประมาณ 1.50&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมตร หนา 0.40&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมตร มีอายุการสร้างประมาณ 80-100 &amp;nbsp;ปี อยู่ในเขตประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดยางกวง&amp;nbsp; ได้พังเสียหายลงมาเป็นระยะทางยาวประมาณ 15&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมตร จากการตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสียหายเบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp; บริเวณด้านในของกำแพงที่พังเสียหาย มีการก่อสร้างศาลาบาตรและลานประทักษิณรอบ ๆ องค์เจดีย์วัดยางกวง&amp;nbsp;ซึ่งก่อสร้างมาประมาณสิบปีแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการถมดินปนเศษอิฐหักรองพื้น และยกพื้นสูงกว่าพื้นถนนด้านนอก เมื่อมีปริมาณน้ำฝนที่มาก ทำให้น้ำฝนซึมลงสู่ชั้นดินด้านล่าง&amp;nbsp; ด้วยความสูงของการถมดินพื้นด้านในกำแพงมากกว่า 1.50 &amp;nbsp;เมตร โดยอาศัยกำแพงก่ออิฐเดิมเป็นผนังที่รับแรงดันด้านข้าง ประกอบกับอายุการก่อสร้างกำแพง ซึ่งชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาอยู่แล้ว&amp;nbsp; กำแพงก่ออิฐจึงไม่สามารถรับแรงดันดินด้านข้างจากภายในนี้ได้ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี ศก. กล่าวว่า เบื้องต้นทางสำนักศิลปากรที่ 7&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp; ได้ประสานกับหน่วยงานในท้องถิ่นในการขนย้ายเศษอิฐกำแพงที่พังทลายออก และขอความอนุเคราะห์องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เทศบาลนครเชียงใหม่ ใช้กระสอบทรายปิดกั้นแนวกำแพงและใช้เป็นผนังรับแรงดันดินด้านข้างเป็นการชั่วคราวก่อน จากนี้จะส่งผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มวิศวกรรม สำนักสถาปัตยกรรม มาดำเนินการสำรวจและแนะนำแนวทางการบูรณะซ่อมแซม พร้อมทั้งมอบให้สำนักศิลปากรที่&amp;nbsp; 7&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่ เร่งทำรูปแบบเพื่อบูรณะคืนสภาพเดิม ทั้งนี้ เจ้าอาวาสวัดยางกวงได้รับทราบและยินดีจัดหางบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมวัดยางกวงภายใต้การกำกับดูแลและคำแนะนำของกรมศิลปากร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101755</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมศิลปากร, วัดยางกวง เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60913017dc22e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
