<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; ยก &#039;วัดระฆัง&#039; ต้นแบบการจัดตั้ง &#039;โรงทาน&#039; บริหารจัดการตามมาตรฐานการป้องกันโรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - ที่วัดระฆังโฆสิตาราม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ &amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ลงพื้นที่วัดระฆังโฆสิตาราม &amp;nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการของโรงทาน ตามพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 &amp;nbsp;โดยวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนแขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย มีประชาชนอาศัยอยู่บริเวณรอบวัดหลายร้อยครัวเรือน &amp;nbsp;พบว่าเมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ประชาชนประสบความทุกข์ยากเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการเยี่ยมชมโรงทาน นายเทวัญ ได้เข้าถวายสักการะ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;และพระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พบปะประชาชนที่มารอรับบริจาคสิ่งของ &amp;nbsp;โดยวัดได้ประสานใช้สถานที่ของโรงเรียนโฆสิตสโมสร เป็นสถานที่พักรอก่อนให้ประชาชนเข้าแถวรับสิ่งของบริเวณจุดที่ทางวัดจัดไว้ ซึ่งในการบริหารจัดการแจกจ่ายสิ่งของให้ประชาชนทางวัดได้ยึดแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการจัดที่นั่งพักรอและการเข้าแถวต้องมีการเว้นระยะห่าง 1 ถึง 2 เมตร มีการกำหนดจุดชัดเจน รวมถึงจัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อคัดกรองเบื้องต้น ก่อนเข้ารับสินค้าในบริเวณจุดรับของบริจาค &amp;nbsp;ในส่วนของการรับสิ่งของจะให้ประชาชนเป็นผู้รับเองโดยไม่มีการสัมผัสมือระหว่างผู้ให้และผู้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ กล่าวกับประชาชนว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการเหล่านี้ เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;และจากตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลง &amp;nbsp;จากหลัก 100 เป็นหลัก 10 &amp;nbsp;เพราะความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของประชาชนจิตอาสา &amp;nbsp;ภายในโรงครัวของวัด ซึ่งมีการประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในชุมชนวัดและพื้นที่ใกล้เคียง โดยนายเทวัญ ได้มอบข้าวสารจำนวน 6 กระสอบให้ทางวัด เพื่อใช้ในการประกอบอาหารและแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงทานวัดระฆังโฆสิตาราม ได้เห็นการบริหารจัดการที่ดี เป็นระบบ และเป็นต้นแบบให้วัดอื่นที่มีการจัดตั้งโรงทาน เป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นอกจากว่าจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธแล้วยังเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกชาติ &amp;nbsp;ศาสนา ไม่ใช่เพียงชาวพุทธเท่านั้น การได้เห็นผู้มีจิตกุศลนำสิ่งของมาร่วมบริจาค เพื่อให้ทางวัดแจกจ่ายประชาชน แสดงให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือกัน สิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย และอยากให้คนไทยทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;หรือการปฏิบัติตามข้อแนะนำของภาครัฐ ในการสวมหน้ากากอนามัย มันล้างมือประจำ ละเว้นระยะห่าง1 ถึง 2 เมตร ทั้งนี้หากพบมีอาการไข้สูงหรือร่างกายผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าทางวัดระฆังได้ตั้งโรงทาน และดำเนินการจัดระเบียบตามมติของสำนักงานพระพุทธศาสนาร่วมกับมหาเถรสมาคม ในเบื้องต้นวัดที่จัดตั้งโรงทาน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละวัด ซึ่งแต่ละวัดมีศักยภาพไม่เท่ากัน เพราะบางวัดก็ใกล้กับชุมชน&amp;nbsp;บางวัดห่างไกล เบื้องต้นมีการตั้งโรงทานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีประมาณ 300-400 วัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัดไหนจัดตั้งโรงทานจะต้องแจ้งเจ้าคณะจังหวัด และการเปิดโรงทานจะต้องยึดตามระเบียบ ส่วนกรณีที่หลายวัดในขณะนี้ ไม่มีญาติโยมมาทำบุญ ไม่ได้ออกบิณฑบาต ไม่มีกิจนิมนต์ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 &amp;nbsp;ทาง มส.ก็กำลังดำเนินการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามระเบียบ มส.ประชาชนที่มารับอาหารจากโรงทานในแต่ละวันจะมารับไป โดยไม่มีการทานที่วัด และต้องจัดระเบียบ ท่านที่มาจะได้หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือ และได้อาหารกลับไปรับประทาน ส่วนเรื่องมิจฉาชีพรับไปแล้วไม่เอาไปแจกนั้น เราไม่ได้กังวล เพราะไม่ได้แจกเป็นจำนวนมากๆ&amp;quot;&amp;nbsp;นายเทวัญกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64026</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, มหาเถรสมาคม, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, สมเด็จพระสังฆราช, สำนักงานพระพุทธศาสนา, โรงทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea13f3cef226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จา พนม&#039;จัดตั้งโรงทาน ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ดารานักแสดงบทบู๊ &amp;nbsp;จา พนม หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ &amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมจัดตั้งโรงทานคณะสงฆ์วัดระฆังโฆสิตาราม ตามพระบัญชา สมเด็จพระสังฆราช เพื่อจัดทำอาหารถวายพระสงฆ์ และจัดทำอาหารกล่องให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลศิริราช , บุคคลที่ถูกกักตัวไว้ดูอาการ และผู้ตกงาน วันละ 1,000 ชุด โดยจะแจกจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรมtonyjaaofficial&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61579</URL_LINK>
                <HASHTAG>จา พนม, ตั้งโรงทาน, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82ec75876a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไหว้พระ 9 วัด ตลอดปี 2562  ในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเริ่มต้นที่ดี คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ&amp;quot; จากคติดังกล่าวทำให้ช่วงวันปีใหม่หลายๆ คนมักเดินทางไปสักการะสถานที่อันเป็นมงคล เพื่อไหว้พระขอพรรับปีใหม่ และที่ยึดถือปฏิบัติกันมานานก็คือ การไหว้พระ 9 วัด ซึ่งเป็นคติเดิมแบบไทยๆ อีกทั้งคำว่า &amp;quot;เก้า &amp;quot;ไปพ้องกับคำว่า ก้าว หมายถึงก้าวหน้า ดังนั้น การไหว้พระเก้าวัด ก็คือมงคลชีวิตจะได้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งมีวัดจำนวนมาก แต่มี 9 วัดที่เป็นวัดสำคัญและชื่อก็เป็นมงคล เหมาะกับการเสริมสิริมงคลกับผู้เดินทางไปกราบไหว้สักการะและทำบุญอย่างยิ่ง มีวัดอะไรบ้าง มาดูกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง วัดสำคัญคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2326 เพื่อความสะดวกเวลาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร&amp;quot; (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในมีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังซึ่งตีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งสถาปัตยกรรมของวัดมีความวิจิตรงดงามตระการตา ความเชื่อถ้าได้มาวัดพระแก้วจะทำให้จิตใจสะอาดดุจรัตนตรัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดจากวัดพระแก้วไม่ไกลนัก คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;วัดโพธิ์&amp;quot; ตั้งอยู่ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ &amp;quot;วัดโพธาราม&amp;quot; รัชกาลที่ 1 ทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ.2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า &amp;quot;พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ&amp;quot; และทรงสร้าง &amp;quot;พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน&amp;quot; เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น &amp;quot;มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน&amp;quot; จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในวัดโพธิ์มี &amp;quot;พระพุทธเทวปฏิมากร&amp;quot; ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน พื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 1-4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกเช่นกัน ทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากเป็นศูนย์รวมสรรพวิชาหลากหลายแขนง ทั้งการนวดแผนไทย นวดเพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ เชื่อกันว่ามาสักการะวัดโพธิ์จะทำให้ร่มเย็นเป็นสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเรียกว่า &amp;quot;หมู่บ้านกุฎีจีน&amp;quot; วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า &amp;quot;วัดกัลยาณมิตร&amp;quot; พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธไตรรัตนนายก&amp;quot; (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 4 หรือเรียกตามแบบจีนว่า ชำปอฮุดกง หรือชำปอกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ซึ่งจำลองมาจากวัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยา โดยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2408
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัด คำว่า &amp;ldquo;กัลยาณมิตร&amp;rdquo; &amp;nbsp;มาจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร (โต) ผู้ซึ่งบริจาคที่ดินบ้านของท่านก่อสร้างพระอารามวัดแห่งนี้ การได้มากราบไหว้สักการะที่วัดนี้ เชื่อว่าจะทำให้เกิดมิตรมากกว่าศัตรู เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย เจอมิตรที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ไกลจากวัดกัลยาณมิตร ก็คือ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดที่มีเอกลักษณ์คือพระปรางค์ ตั้งอยู่ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ &amp;quot;วัดมะกอก&amp;quot; เมื่อ พ.ศ.2310 &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น &amp;quot;วัดแจ้ง&amp;quot; ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า &amp;quot;วัดอรุณราชวรารามฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอรุณราชวรารามฯเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฎ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม &amp;quot;ยักษ์วัดแจ้ง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนองค์พระปรางค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก&amp;quot; ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ การได้มาสักการะกราบไหว้พระและพระปรางค์วัดอรุณฯ จะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกวันคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกวัดดังของฝั่งธนฯ ที่หลายคนไม่ควรพลาด คือวัดระฆังโฆสิตารามฯ หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;วัดระฆัง&amp;quot; ตั้งอยู่บนถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า &amp;quot;วัดบางว้าใหญ่&amp;quot; เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา และในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ทำให้ประชาชนพากันเรียกว่า วัดระฆัง สำหรับตัวระฆังที่ขุดพบนั้น รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้ว และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างชดเชยให้วัดระฆังใหม่ 5 ลูก และพระราชทานชื่อให้กับวัดใหม่ว่า &amp;ldquo;วัดระฆังโฆสิตารามฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระอุโบสถนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า &amp;quot;พระประธานยิ้มรับฟ้า&amp;quot; นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งบานประตูและฝาผนัง รวมทั้งตู้พระไตรปิฎกสมัยกรุงศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดระฆังฯ เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน การไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าเมื่อได้มาสักการะจะเป็นมงคล มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนระฆังที่ตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อยู่ทางฝั่งพระนคร หรือย่านบางลำพู ถนนข้าวสารเรานี่เอง ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง เนื่องจากช่วงนั้นไทยยังทำสงครามกับพม่า และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า &amp;quot;วัดชนะสงครามฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า &amp;quot;พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ&amp;quot; ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ การได้มาสักการะวัดแห่งนี้มีความเชื่อกันว่าถ้าเราต้องการชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง และเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวัดสำคัญของทริปไหว้พระ 9 วัดที่ขาดไม่ได้ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หรือวัดบวรนิเวศวิหาร แต่คนทั่วไปมักเรียกย่อๆ ว่า &amp;quot;วัดบวรฯ&amp;quot; ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ.ศ.2367-2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎ เสด็จมาประทับเมื่อปี พ.ศ.2375&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดบวรฯ ที่เป็นวัดสำคัญ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเคยผนวชและประทับที่วัดนี้ เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ &amp;nbsp;5 ที่ทรงเคยผนวชและประทับที่วัดบวรฯ รวมถึงยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธชินสีห์ ประดิษฐานเป็นพระประธาน ควรค่าแก่การสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ.2350 เสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ.2390 ซึ่งใช้ชื่อเดิมว่า วัดสุทธาวาส ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานชื่อใหม่ว่า วัดสุทัศนเทพวราราม ตั้งอยู่บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ใกล้กับเสาชิงช้า เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในพระวิหารมี &amp;quot;พระศรีศากยมุนี&amp;quot; เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยสำริด ถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา บานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีน ตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ.2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน การมากราบไหว้ขอพรที่คนไทยยึดถือกันก็คือ เพื่อการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือภูเขาทอง สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้ากรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก รัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ โปรดฯ ให้ขุดคลองรอบพระอารามและพระราชทานนามว่า วัดสระเกศฯ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดพังลง รัชกาลที่ 4 โปรดฯ ให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยา บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ เชื่อกันว่าการได้มาไหว้พระที่วัดสระเกศฯ จะเป็นการเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25245</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระแก้ว, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดโพธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24c6cc46710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักพระราชวัง โอนภารกิจพิธีศพ ให้วธ.ดำเนินการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักพระราชวังโอนภารกิจพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการแทน ด้าน ศน.อบรมพระพิธีธรรมแด่พระสงฆ์ประจำพระอารามหลวงในจังหวัดต่างๆ 160 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเปิดโครงการฝึกอบรมพระพิธีธรรม &amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้สืบทอดพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อและประเพณีท้องถิ่นว่า สำนักพระราชวังได้กำหนดแนวทางการโอนภารกิจเกี่ยวกับพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ตามระเบียบสำนักพระราชวังให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินงาน ตลอดจนให้มีการขยายงานพิธีศพที่ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ไปสู่ข้าราชการ หรือผู้มีสิทธิ์ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ทั่วประเทศ &amp;nbsp;เพื่อเป็นเกียรติอันสูงสุดนำมาซึ่งความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้แก่ผู้วายชนม์และครอบครัวอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมการศาสนา (ศน.) จึงได้รับมอบหมายส่วนงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว ซึ่งเมื่อมีผู้วายชนม์ที่ได้รับการพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมแจ้งมาแล้ว ศน.จะต้องนิมนต์ รับและส่งพระพิธีธรรมไปในการสวดพระอภิธรรมในแต่ละครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดี ศน.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อการดำเนินงาน และให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของพิธีศพที่ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ไปสู่ข้าราชการหรือผู้มีสิทธิ์ได้รับอย่างทั่วถึง ศน.จึงจัดอบรมพระพิธีธรรมแด่พระสงฆ์ตามพระอารามหลวงภายในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งสิ้น 160 รูป จะได้รับความรู้หลักปฏิบัติโดยทั่วไป ซึ่งการสวดพระอภิธรรมจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป หรือ 8 รูปแล้วแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับงานพระบรมศพ พระศพ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีฐานันดรศักดิ์ ชั้นยศ หรืออยู่ในหลักเกณฑ์เทียบเกียรติยศพระราชทานแก่พระศพและศพของสำนักพระราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งบุคคลซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นกรณีพิเศษ จะได้รับพระราชทานพระสงฆ์ไปประกอบพิธีในการสวดพระอภิธรรม เรียกว่าพระพิธีธรรม ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วย 10 พระอาราม &amp;nbsp;ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร, วัดอนงคารามวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, กระทรวงวัฒนธรรม, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดอนงคารามวรวิหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8cbfba080.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
