<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะติดซ่อมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น วัดราชประดิษฐ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะวัดราชประดิษฐ์ครั้งนี้เป็นการซ่อมครั้งใหญ่ เคยมีความพยายามซ่อมแซมมาแล้ว แต่ไม่สามารถทำให้ศิลปวัตถุนี้ที่เป็นแผ่นไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นและแผ่นไม้ประดับรักลายนูนกลับคืนสวยงามสดใสดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการซ่อมแซมครั้งนี้กรมศิลปากรและวัดราชประดิษฐ์ได้ดำเนินงานอนุรักษ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นร่วมซ่อมแซมบานประตูและบานหน้าต่างงานช่างชั้นสูงที่หาชมได้ยาก ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและรักษาความเป็นของแท้ดั้งเดิมให้มากที่สุด ทั้งรูปแบบลวดลายและวัสดุ นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุดโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ขณะนี้ได้ดำเนินการถอดบานไม้แล้วจำนวน&amp;nbsp;27 ชิ้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการอบกำจัดแมลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนเดิมผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางมาร่วมดำเนินการอนุรักษ์ แต่เกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019 &amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ จึงมีการปรับรูปแบบจัดการประชุมทางไกลเดือนละ&amp;nbsp;1 ครั้ง เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการดำเนินการอนุรักษ์อย่างเข้มข้นแทน โดยใช้พื้นที่ภายในวัดราชประดิษฐ์เป็นห้องปฏิบัติการอนุรักษ์ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน กำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564-2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สืบเนื่องจากประตูและหน้าต่างภายในพระวิหารหลวงวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามประดับด้วยบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานสั่งทำเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2408 ปัจจุบันได้เสื่อมสภาพพื้นผิวรักและเปลือกหอยแตกหลุดร่อนเสียหาย แมลงกัดกินเนื้อไม้ ผิวหน้าชิ้นงานมีความสกปรกหมองคล้ำจากยางรักที่ทาเคลือบไว้เป็นเวลานานจากการซ่อมแซมในอดีต และบางชิ้นงานสูญหายไปวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรมศิลปากรโดยสำนักช่างสิบหมู่และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์งานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นจากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น&amp;nbsp;(Tokyo National Research Institute for Cultural Properties:TNRICP) ดำเนินโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นพระวิหารหลวงวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เดือน ก.พ.เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการถอดบานไม้ตามแผนงาน โดยบานไม้ที่ถูกถอดลงในปีนี้ มีทั้งหมด&amp;nbsp;27 ชิ้น จากประตูหน้า&amp;nbsp;1 บาน(3 ชิ้น) และหน้าต่าง4 บานจากนั้นได้ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ประกอบด้วยผนึกพื้นผิวชั่วคราวด้วยกระดาษสาบางและกาวแป้ง เพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายระหว่างการถอดและชิ้นงานที่ยังไม่ถูกถอดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการกำหนดรหัสชิ้นงานแต่ละชิ้นด้วยสัญลักษณ์อักษรย่อภาษาอังกฤษและตัวเลข เพื่อใช้สื่อสารให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันกับทางญี่ปุ่น การสแกนค้นหาตำแหน่งน็อตโลหะที่ซ่อนอยู่ภายในชิ้นงานแล้วถอดน็อตนำชิ้นงานลงบรรจุลงกล่องที่ออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมตามมาตรฐานงานพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นทำการถ่ายภาพก่อนอนุรักษ์ชิ้นงานแต่ละชิ้น เน้นในบริเวณที่เกิดการชำรุดเสื่อมสภาพทั้งด้านหน้าและหลังแล้วจึงตรวจสอบสภาพอย่างละเอียด ทำทะเบียนจัดทำแผนผังการเสื่อมสภาพ เก็บตัวอย่างแมลงที่พบ การทดสอบและดำเนินการอบกำจัดแมลงภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจนด้วยก๊าซไนโตรเจนเป็นระยะเวลาประมาณ&amp;nbsp;1 เดือนรวมถึงทดสอบตัวทำละลายที่จะใช้ในการอนุรักษ์กับยางรักญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซ่อมใหญ่ครั้งนี้ได้มีการศึกษาค้นคว้าก่อนการดำเนินการและบันทึกรายละเอียดก่อนการทำงานระหว่างการทำงานและควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรที่มีความรู้ความชำนาญและอยู่ในความสนใจของวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นฯ มีเป้าหมายอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกและแผ่นไม้ประดับรักลายนูนในส่วนที่ชำรุดและเสื่อมสภาพจำนวน&amp;nbsp;94 แผ่น อธิบดี ศก. เน้นย้ำการซ่อมจะคงรูปแบบลวดลายลักษณะเดิม ส่วนใดที่หลุดล่วงไปแล้วจะไม่เติมให้เต็ม ดำเนินงานส่วนของพื้นให้เป็นพื้นรักสีดำอันเกิดจากยางรักเท่านั้น เพื่ออนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงและรักษางานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทยให้แก่คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ที่สำคัญเป็นโอกาสดีให้คณะช่างที่ปฏิบัติงานซ่อมแซมได้เรียนรู้ ฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะฝีมือทางด้านงานประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญในหน่วยงานอื่นๆต่อไปและตามแผนจะจัดพิมพ์หนังสือจดหมายเหตุโครงการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานประตูและหน้าต่างประดับมุกพรวัดราชประดิษฐ์เพื่อเผยแพร่ความรู้อีกด้วย&amp;ldquo; นายประทีป กล่าวถึงเป้าหมายตามแผนงานอนุรักษ์ 5 ปีทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105009</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดราชประดิษฐ์, สำนักช่างสิบหมู่, อนุรักษ์บานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6fb252b00d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
