<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบกุฏิ-ศาลาสไตล์ฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค้นพบกุฏิพระ ศาลาการเปรียญ สถาปัตยกรรมโบราณช่างญวนสไตล์ฝรั่งเศสสวยงามวิจิตรตระการตา จากยุคล่าอาณานิคมอายุเก่าแก่ วัดศรีชมชื่น อ.นาแก จ.นครพนม ชวนท่องเที่ยวศึกษาประวัติศาสตร์ กราบขอพรหลวงพ่อองค์แสน เปิดกรุคัมภีร์โบราณมากสุดในอีสาน อายุกว่า 1 พันปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนมว่า วัดศรีชมชื่น บ้านพิมาน หมู่ 3 ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม อายุเก่าแก่กว่า 200 ปี เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์ มีตำนานเล่าขานถึงความเป็นมาที่น่าสนใจ กล่าวคือ หลังมีการโยกย้ายถิ่นฐานของชาวบ้านจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว กระทั่งมาตั้งถิ่นฐานอยู่บ้านพิมาน ต.พิมาน มาถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในวัดศรีชมชื่นที่ก่อตั้งขึ้นมาพร้อมกับหมู่บ้าน นอกจากจะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระองค์แสนและกลองอีลาย (กลองที่ใช้ออกศึก) ยังมีการก่อสร้างกุฏิพระแบบช่างญวน ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกยุคล่าอาณานิคม เป็นกุฏิที่มีการก่อสร้างสไตล์ฝรั่งเศส สวยงามวิจิตรตระการตา และเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามโดดเด่นมาช้านาน โดยกุฏิพระสไตล์ฝรั่งเศสก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2482 ภายหลังทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน และเมื่อปี 2558 มีการบูรณะบางส่วน ส่วนความโดดเด่นจะเป็นในเรื่องการก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น สร้างจากอิฐมอญ ไม่มีโครงสร้างด้วยเหล็ก ใช้เพียงวัสดุก่อสร้างดินปั้นผสมยางไม้ธรรมชาติแบบโบราณ รวมถึงสีจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีลวดลายภาพวาดที่ใช้สีธรรมชาติเขียน เป็นภาพเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรมในอดีต ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่หาดูได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างสำคัญคือ ศาลาการเปรียญชั้นเดียว ที่มีการก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2492 และมีการบูรณะทาสีใหม่เมื่อปี 2494 เป็นศาลาการเปรียญที่ก่อสร้างแบบศิลปะช่างญวนสไตล์ฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน ฝาผนังด้านในรวมถึงด้านนอกจะวาดภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติและพระเวสสันดรชาดก สำคัญที่สุดภายในวัดยังมีหลวงพ่อองค์แสน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์โบราณอายุเก่าแก่ ที่ครั้งชาวบ้านโยกย้ายถิ่นฐานในอดีตอัญเชิญมาจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เพื่อมาประดิษฐานเป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกตน โดยเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาและขอพร รวมถึงมีการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลานอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี และมีจำนวนมากสุดกว่า 1,000 เล่ม คาดว่ามากที่สุดในภาคอีสานที่เคยมีการค้นพบมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร พ่อเพียโคตร อายุ 60 ปี อดีตกำนันตำบลพิมาน เปิดเผยว่า วัดศรีชมชื่น ตามหลักฐานจารึกคาดว่าก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2350 อายุเก่าแก่กว่า 200 ปี มีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบช่างญวนที่หาดูได้ยาก เช่น กุฏิพระ รวมถึงศาลาการเปรียญ ที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส ปัจจุบันยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความสวยงามที่โดดเด่น มีการบูรณะแค่บางส่วน เพราะเป็นการก่อสร้างแบบโบราณ สร้างด้วยอิฐมอญดินปั้นผสมยางไม้ วัสดุก่อสร้างจากธรรมชาติทั้งหมด โครงสร้างไม่มีเหล็กและปูน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญคือ หลวงพ่อพระองค์แสน ที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี อัญเชิญมาจาก สปป.ลาว มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อกันว่าใครได้มีโอกาสมากราบไหว้ขอพรจะประสบความสำเร็จ สุขภาพแข็งแรง ภายในวัดยังมีการเก็บรักษาสิ่งของมีค่าโบราณอีกหลายอย่าง รวมถึงมีกรุคัมภีร์ใบลานกว่า 1,000 เล่ม ที่มีอายุนับพันปี ซึ่งมีการจารึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ รวมถึงวิชาอาคมโบราณ และสูตรตำรายารักษาโรค ถือว่าวัดแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวศึกษาประวัติศาสตร์.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101897</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุฏิ-ศาลาสไตล์ฝรั่งเศส, กุฏิศาลาสไตล์ฝรั่งเศส, ความสำคัญด้านประวัติศาสตร์, วัดศรีชมชื่น, ศาลาสไตล์ฝรั่งเศส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อองค์แสน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092a7e98a841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
