<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระวัดศาลาลอย&#039; เผย &#039;บ๊วย&#039; โทรขอขมายอมรับผิด เตรียมไหว้ย่าโม-ย่าบุญเหลือ แต่ยังไม่ระบุวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ที่วัดศาลาลอย เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พระครูธรรมธรสมพงษ์ จิระวังโส พระเลขานุการวัดศาลาลอย เปิดเผยว่า นายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ หรือบ๊วย พิธีกรรายการช่องส่องผี โทรศัพท์มาขอขมากับทางวัดแล้ว และรับปากว่าจะพาทีมงานมาขอขมาย่าโม ย่าบุญเหลือ ที่วัดศาลาลอย และลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความสบายใจของชาวโคราช แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมาวันไหน พร้อมยอมรับผิดกับสิ่งที่นำเสนอออกไป ในวันถ่ายทำรายการ ทีมงานขออนุญาตเข้าถ่ายทำด้วยวาจา แต่ไม่มีหนังสือแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ทางวัดก็อนุญาตเพราะเข้าใจว่าเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์วัดศาลาลอยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ขณะถ่ายทำตั้งแต่ช่วง 1 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม อาตมาก็ได้ร่วมเป็นวิทยากรบอกเล่าประวัติที่มาของวัด รวมทั้งเรื่องราวของย่าโม ย่าบุญเหลือ พระยาปลัดทองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังจากนั้นพิธีกรผู้หญิงก็กล่าวถึงย่าบุญเหลือว่า เป็นภรรยาน้อยพระปลัดทองคำ เจ้าเมืองโคราช ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากประวัติศาสตร์เดิม อาตมาจึงรู้สึกหวั่นใจกับคำกล่าวอ้างที่นำเสนอออกไป ไม่คิดว่าจะมีการกล่าวอ้างในลักษณะนี้ แต่พิธีกรชายก็บอกว่า เป็นประวัติศาสตร์นอกตำรา ควรใช้วิจารณญาณในการรับชม กระทั่งเกิดกระแสต่อต้านดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเรื่องก็ยังมีประชาชนแวะเวียนมากราบสักการะขอพรอัฐิคุณย่าโมที่วัดศาลาลอยตามปกติ เพราะความเชื่อความศรัทธาต่อย่าโมและย่าบุญเหลือ วีรสตรีของชาวโคราช ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71047</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอขมา, จังหวัดนครราชสีมา, นางสาวบุญเหลือ-ย่าโม, รายการช่องส่องผี, วัดศาลาลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f08294f6f278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้กุฏิไม้เก่าวัดดังกลางเมืองสุรินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.61- เมื่อช่วงเช้า&amp;nbsp;ศูนย์วิทยุกรุงศรี(199) ดับเพลิงเทศบาลเมืองสุรินทร์ &amp;nbsp;ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิวัดศาลาลอยพระอารามหลวง &amp;nbsp;ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;จึงจัดประสานกำลังพนักงานดับเพลิง และรถดับดับเพลิงเทศบาลเมืองสุรินทร์ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันที&amp;nbsp;เมื่อมาถึงที่เกิดพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสุรินทร์ ต่างระดมกำลังเข้าฉีดน้ำดับเพลิง จนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ภายหลังเพลิงสงบจึงเข้าไปตรวจสอบ พบเป็นกุฏิไม้หลังเก่า 2 ชั้น &amp;nbsp;วอดทั้งหลัง โชคดีไร้พระพักอาศัยขณะเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามพระในวัดดังกล่าว ทราบว่า เกิดเปลวไฟลุกไหม้กุฏิหลังดังกล่าว จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพื่อเข้ามาช่วยเหลือ เบื้องต้น คาดว่ามาจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24212</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุฏเก่า, จังหวัดสุรินทร์, วัดศาลาลอย, ไฟฟ้าลัดวงจร, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c1350546faba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
