<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมจองล้างจองผลาญแก๊งเงินทอนวัด! &#039;พุทธะอิสระ&#039;แจงยิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย. 64 - พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถามมา ตอบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนขี้สงสัยถามมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไม พุทธะอิสระ ต้องไปจ้องจองล้างจองผลาญ จองเวรกับพวกพระวัดสระเกศ และวัดสามพระยาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่เขาก็ได้รับโทษทัณฑ์ติดคุกติดตะราง ผ่านกระบวนการตัดสินของศาลมาแล้วถึงสองศาล แล้วท่านทำไมยังไปจองล้างผลาญเขาอีก เมตตาน่ะมีไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ ก็บอกไปไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้วว่า ไม่ว่าไอ้อีคนใด บังอาจมากระทำจาบจวง ล่วงเกิน ทำร้าย ทำลาย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน หากกระทำการย่ำยี อันจะก่อให้เกิดอันตราย เป็นภัยต่อความมั่นคงของทั้ง ๓ สถาบัน เช่นนั้น ก็จะต้องราวีกันจนกว่าจะรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพฤติกรรมของอลัชชีที่ต้องโทษทัณฑ์ในขณะที่มีอำนาจ มีตำแหน่งปกครองสูงสุดของพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้กระทำการเหิมเกริม บ้าอำนาจ เห็นแก่พวกพ้องและลาภสักการะ ถึงขนาดเบียดบังเอาเงินหลวง ที่รัฐอนุมัติช่วยเหลือทุกวัดทั่วประเทศ มาเป็นของตนและพวกพ้อง และยังมีการกระทำที่เป็นปรปักษ์กับหลักพระธรรมวินัยอีกมาก ที่ล้วนแล้วแต่บ่อนทำลายความมั่นคงของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ถามว่า ทั้งที่เขาก็ได้รับโทษทัณฑ์จนติดคุกติดตะราง ผ่านกระบวนการตัดสินของศาลมาถึงสองศาลแล้ว ทำไมท่านยังจะจ้องจองล้างจองผลาญเขาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ บวชเรียนมาก็นานตั้งแต่เด็กจนแก่ ได้เป็นถึงพระราชาคณะ เจ้าคณะปกครองสูงสุด กรรมการมหาเถร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่จะมีจิตสำนึก รู้ผิดชอบชั่วดี กลับทำตัวเป็นคนหน้าด้าน ทุมมังกุ ไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ตนกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลท่านเมตตาให้โอกาสรอลงอาญา แทนที่จะสำนึก กลับออกมาบิดเบือน กลับดำเป็นขาว กลับผิดเป็นถูก มาโพนทะนาโกหกหลอกชาวบ้านว่าศาลตัดสินให้พ้นมลทิน ไม่ผิด ทั้งที่แท้จริงแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังพิพากษาเพิ่มโทษเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่หน้าด้านสุดๆ ก็คือ ยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหน้าใช้พระอุโบสถ พระอารามหลวง ที่องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทรงสถาปนา แล้วพวกทุมมังกุกระทำการย่ำยีพระธรรมวินัย ย่ำยีกฎหมายบ้านเมือง ย่ำยีคำสั่งมติของมหาเถร ที่เคยประกาศห้ามไว้ก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังพาให้เจ้าอาวาสและพระสงฆ์อีกหลายวัด ต้องมาร่วมกระทำผิดไปด้วย อย่างไม่รู้เรื่อง คงจะคิดว่า ใช้พรรคพวกมากแล้วจะทำให้ผิดเป็นถูกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลยทำให้เจ้าอาวาสเหล่านั้น ต้องพลอยซวย ต้องถูกสอบจรรยาพระสังฆาธิการกันทั่วหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนแบบนี้น่ะหรือคือ คนดี คนบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เห็นแก่ประโยชน์ตน แล้วทำลายประโยชน์ผู้อื่นเช่นนี้หรือ คนบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่รู้แม้กระทั้งกฎมหาเถรสมาคม ทั้งที่ตนเคยเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนแบบนี้น่ะหรือ คือ บัณฑิต คือคนมีความรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรู้จริง มันต้องไม่พาพรรคพวกเดือดร้อน และไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน และหากรู้จริงก็ต้องรู้ว่า การกระทำดังกล่าว มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานในทางที่ผิดให้แก่พระหนุ่ม เณรน้อย รุ่นหลังเอาเป็นเยี่ยงอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะถ้าเรื่องการปลอมบวชครั้งนี้ทำสำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และไม่มีใครทักท้วง วันข้างหน้า เหตุการณ์เช่นนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างว่า ขนาดพระวัดสระเกศ พระอารามหลวง ยังทำได้ แล้วทำไมพวกเราจะกระทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบและความเสียหายดังกล่าวเช่นนี้ พวกทุมมังกุเคยได้คิดกันบ้างหรือเปล่า หรือคิดแต่จะเอาประโยชน์ตน ส่วนหลักพระธรรมวินัยจะเสียหายเช่นไร ทุมมังกุอย่างพวกกูไม่สน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้จะให้ พุทธะอิสระ ปล่อยเอาไว้ให้บ่อนทำลายพระธรรมวินัยได้ต่อไปกระนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า พุทธะอิสระ เคยมีเมตตาบ้างไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ที่ต้องทุ่มเท เสียสละ รักษาประโยชน์ส่วนรวมอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะมีเมตตานี่ไง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100439</URL_LINK>
                <HASHTAG>พุทธะอิสระ, วัดสระเกศ, วัดสามพระยา, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60458a8620cee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;ซูฮก&#039;มส.-พศ.&#039;ตัดสินกรณีอดีตพระ5รูปกลับมาครองจีวรในวัดสระเกศฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ อดีตพระพุทธะอิสระ และ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์เฟซบุ๊กในเพจหลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ในหัวข้อ &amp;ldquo;ขออนุโมทนาที่มหาเถรได้กรุณา เอื้อเฟื้อในพระธรรมวินัย&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า วันนี้ (20 เม.ย.64) มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) แถลงข่าวว่า พศ.ได้นำกรณีคณะสงฆ์วัดสระเกศฯ ประกอบพิธีครองผ้าไตรจีวรรับเข้าหมู่สงฆ์ อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตพระราชกิจจาภรณ์ อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อดีตพระศรีคุณาภรณ์ และอดีตพระครูสิริวิหารการ ซึ่งทั้ง 5 รูปอยู่ในช่วงที่ศาลพิพากษาให้รอลงอาญา 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับในช่วงการดำเนินคดีเงินทอนวัดเมื่อปี 2561 อดีตพระเถระทั้ง 5 รูป ได้ถูกดำเนินการให้พ้นจากสมณเพศ ตามมาตรา 30 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ระบุว่า เมื่อจะต้องจำคุก กักขังหรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล มีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่อดีตพระเถระทั้ง 5 รูป ทำพิธีกลับมาห่มจีวรอีกครั้ง อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 208 ประมวลกฎหมายอาญา ที่ระบุว่า ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังปรากฏภาพพระเทพรัตนมุนี ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ นั่งเป็นประธานสงฆ์ในพิธีดังกล่าวด้วย
ซึ่งเหมือนเป็นการส่งเสริมสนับสนุน จึงอาจเข้าข่ายความผิดละเมิดจริยาพระสังฆาธิการด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มส.พิจารณาตามข้อหารือของพศ.อย่างถี่ถ้วนและเห็นว่า คณะสงฆ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคณะสงฆ์ ดังนั้นอดีตพระเถระทั้ง 5 รูปจึงถือว่าพ้นจากความเป็นสงฆ์แล้ว และมอบให้ทาง พศ.ไปหารือพิจาราณาแนวทางในการดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออนุโมทนาต่อทั้งมหาเถรสมาคม และสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ช่วยกรุณาปกป้องพระธรรมวินัย มิให้พวกอลัชชีเข้ามาอาศัยหากินและบ่อนทำลาย ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100200</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ, พุทธะอิสระ, มหาเถรสมาคม, วัดสระเกศ, สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fcb37a32fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาว 3 นิ้วรู้ยัง &#039;วัดสระเกศ&#039; ออกประกาศปิด 14 กุมภา ทำความสะอาดป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.64 - คณะสงฆ์วัดสระเกศ ได้ออกประกาศ เรื่อง &amp;quot;วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเรื่องปิดวัดชั่วคราวเพื่อทำความสะอาด(Big cleaning)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยระบุว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ covid-19 ยังมีการแพร่ระบาดและมีความเสี่ยงสูงและได้มีพุทธศาสนิกชนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิต 19 และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสงฆ์วัดสระเกศ จึงปิดวัดชั่วคราวเพื่อทำความสะอาดใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ซึ่งเป็นสื่อกลางรายงานความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ราษฎร&amp;quot; หรือ &amp;quot;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;quot; &amp;nbsp;ได้แชร์ภาพและข้อความจากเพจ &amp;ldquo;ราษฎรมูเตลู&amp;rdquo; ที่ระบุว่าขอเชิญราษฎรร่วมทำบุญแด่บรรดาวีรชนเดือนตุลา ในงานรฤกคุณคนดีมีค่า แห่งประชาธิปไตยครั้งที่ 2
⠀
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 15.00-17.00 น.
⠀⠀
พบกัน อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา จากนั้นเคลื่อนขบวนผ้าแดงไปยังบรมบรรพต วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) เพื่อห่มเจดีย์ด้วยผ้าแดง และรฤกถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ออกมาเพื่อเรียกร้องปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม รัฐบาลทหาร ชนชั้นศักดินา ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความเป็นคน
⠀⠀
จงคอยดูไว้เถิดเหล่าชนชั้นศักดินาเอ๋ย &amp;quot;อีกไม่นานจะเอาธงแดงปักกลางนคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92852</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดสระเกศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_60268a26deed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เจ้าคุณธงชัย’โล่งรอดคุก ศาลชี้ไรทุ้จริตเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ&amp;quot; โล่ง! ศาลพิพากษาจำคุก 36 เดือน รอลงอาญา 2 ปี สนับสนุนปฏิบัติหน้าที่มิชอบคดีเงินทอนวัด 69 ล้าน &amp;quot;พนม-ผู้บริหาร พศ.&amp;quot; เจอคุกต่อ &amp;quot;ตัวแทนลูกศิษย์&amp;quot; อุทธรณ์สบายใจไม่ใช่เรื่องทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คดีหมายเลขดำ อท.251/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 &amp;nbsp;เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อายุ 60 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายชยพล พงษ์สีดา อายุ 64 ปี อดีตรอง ผอ.พศ., นายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อายุ 50 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และอดีตพระพรหมสิทธิ ธงชัย สุขโข หรือนายธงชัย สุขโข อายุ 64 ปี อดีตพระราชาคณะเจ้าคณะรอง อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบมาตรา 83, 86, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2561 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.2558-22 ก.ค.2559 พวกจำเลย ได้เบียดบังเอาเงินงบประมาณของสำนักงาน พศ.ประจำปี 2559 จำนวน 69,700,000 บาท (จากวงเงินงบประมาณประจำปี 2559 จำนวน 5,360,188,000 บาท) ไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงิน ด้วยการให้วัดโดยเจ้าอาวาส เสนอโครงการเพื่อรับเงินสนับสนุนที่เบียดบังมาจากที่ได้มีการพิจารณาอนุมัติโครงการเงินอุดหนุนในโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม จำนวน 37,200,000 บาท และโครงการศูนย์กลางเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา จำนวน 32,500,000 บาท ซึ่งวัดสระเกศฯ ได้รับอนุมัติเงินไปเพียงวัดเดียว โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 พ.ต.ท.พงศพร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งมีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย ซึ่งมีคำขอท้ายฟ้อง ขอศาลให้มีคำสั่งจำเลยที่ 1-5 ร่วมกันคืนเงินหรือใช้เงินจำนวน 69,700,000 บาท คืนแก่สำนักงาน พศ.ผู้เสียหาย พร้อมขอให้ศาลนับโทษจำคุก นายพนม จำเลยที่ 1 กับคดีหมายเลขดำ อท.253/2561, อท.254/2561 (ร่วมทุจริตการจัดสรรเงินงบ พศ.) ของศาลนี้ และอดีตพระพรหมสิทธิฯ จำเลยที่ 5 กับคดีหมายเลขดำ อท.197/2561 (ร่วมฟอกเงิน) ของศาลนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระหว่างการพิจารณาคดีนี้ นายพนม จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งได้ถูกดำเนินคดีหลายสำนวนในศาลนี้ ส่วนพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 เพิ่งได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2562 โดยศาลตีราคาหลักประกัน 2.5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 1 เดือน ไปจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 สวมชุดขาวมาศาลพร้อมคณะลูกศิษย์ ส่วนจำเลยที่ 1- 4 นั้นถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ศาลได้เบิกตัวทั้งหมดมาฟังคำพิพากษา
หนุน จนท.ปฏิบัติมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 1-4 เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหารงานและดำเนินการตามภารกิจของสำนักงาน พศ. และมีอำนาจอนุมัติโครงการ แผนงานต่างๆ ตามการจัดสรรงบประมาณ และตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ ในช่วงเกิดเหตุปี 2558-2559 ได้อนุมัติเงินอุดหนุนใน 2 โครงการ คือโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 37 ล้านบาท และโครงการศูนย์กลางเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา จำนวน 32.5 ล้านบาท ให้กับศูนย์สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมฯ วัดสระเกศฯ ที่มีจำเลยที่ 5 เป็นประธาน ซึ่งจำเลยที่ 5 ได้ต่อสู้ว่าไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย กรณีที่กล่าวหาไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าอาวาสวัด แต่เป็นประธานศูนย์สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมฯ วัดสระเกศฯ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลเห็นว่าแม้จำเลยที่ 5 จะอ้างว่ากรณีที่ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำในฐานะเจ้าอาวาส แต่ในเอกสารที่ลงชื่อก็กำกับท้ายเจ้าอาวาส ขณะที่ศูนย์สำนักงานส่งเสริมฯ ก็อยู่ในความดูแลของวัดสระเกศฯ ที่จำเลยที่ 5 มีอำนาจบริหารจัดการดูแลภายในวัด ส่วนที่โจทก์ฟ้องก็ฟ้องจำเลยที่ 5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการอนุมัติจัดสรรงบประมาณโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม จำนวน 37 ล้านบาทนั้น ได้โอนเงินให้กับวัดสระเกศฯ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเงิน 30 ล้านบาท ซึ่งจำเลยที่ 5 ก็มีหนังสือแจ้งกลับจำเลยที่ 1-4 ที่เป็นผู้บริหารงบประมาณว่าได้รับเงินที่จัดสรรมาแล้ว ศาลเห็นว่าการดำเนินการของศูนย์ส่งเสริมคุณธรรมฯ ที่จำเลยที่ 5 ดูและดำเนินการได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย โดยมีผู้ร่วมโครงการจำนวน 22,000 คน กลับขอเงินอุดหนุนและได้รับอนุมัติถึง 30 ล้านบาทเพียงวัดเดียว ทั้งที่วัตถุประสงค์ในการจัดสรรงบประมาณ ต้องการให้กระจายงบในวัดทั่วประเทศจำนวนกว่่า 39,400 แห่ง เมื่อเทียบดูเวลาการอนุมัติเงินให้วัดสระเกศฯ นี้ ได้กระทำในช่วงต้นของปีงบประมาณดังกล่าว ทั้งที่ไม่ใช่กรณีเร่งรัด จำเลยที่ 1-4 จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องรีบอนุมัติเงินจำนวนมากดังกล่าว ซึ่งควรจะมีการส่งเรื่องให้คณะเลขานุการกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงานตรวจดูก่อน หากพบว่ามีการใช้งบประมาณไม่ได้เต็มที่ หรือเกินความจำเป็น ก็สามารถที่จะเรียกคืนเงินเพื่อมาจัดสรรให้กับส่วนอื่นได้อีก การกระทำส่วนนี้จึงเป็นการอนุมัติงบประมาณสำนักงาน พศ. ที่จัดสรรให้กับวัดสระเกศฯ เพียงวัดเดียว โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามเป้าหมาย ส่วนงบประมาณจำนวน 7 ล้านบาท ในโครงการนี้ ตามทางนำสืบพบว่าเป็นการอนุมัติงบที่สืบเนื่องมาจากงบประมาณปี 2558 ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา การกระทำของจำเลยที่ 1-5 ส่วนนี้จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอนุมัติงบประมาณให้กับโครงการศูนย์กลางเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา จำนวน 32,500,000 บาท วัดสระเกศฯ ก็ได้จัดสรร 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 26 ล้านบาท ครั้งที่สองจำนวน 6.5 ล้านบาท ซึ่งตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายก็ต้องวางแผนจัดกิจกรรมใน 3 ไตรมาส แต่ไม่ได้ดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวที่กำหนดให้วัดซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณต้องกระทำให้ครบทั้ง 6 ด้าน อาทิ ด้านการปกครอง การศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา สาธารณสงเคราะห์พระภิกษุหรือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ตามทางนำสืบยังได้ความจากจำเลยตอบการถามของอัยการโจทก์ว่า ก่อนการอนุมัติเหมือนมีการตกลงกันไว้ก่อนแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1-4 ในการอนุมัติเงินงบประมาณทั้ง 2 โครงการดังกล่าว จึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอดีตอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ฯ ใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และจำเลยที่ 5 เป็นผู้สนับสนุนฯ นั้น ตามทางนำสืบรับฟังได้ว่าเมื่อจัดสรรงบประมาณไปแล้ว ทางวัดได้นำไปจัดกิจกรรมตามโครงการ แต่ไม่ครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งหมด อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณฯ โดยตามทางนำสืบก็ยังไม่มีหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-5 นำเงินงบประมาณนั้นไปเป็นของตัวเอง ซึ่งประเด็นนี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เบิกความว่าในการทำหน้าที่ตรวจสอบการนำเงินงบประมาณไปดำเนิน 2 โครงการนี้ ไม่มีการทุจริต การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147 และไม่ต้องร่วมกันคืนเงินในส่วนนี้
คุก 36 ด.รอลงอาญา 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกนายพนม อดีต ผอ.พศ. จำเลยที่ 1 จำนวน 2 กระทง กระทงละ 2 ปี รวม 4 ปี , จำเลยที่ 2-4 จำคุก 3 กระทง กระทงละ 2 ปี รวม 6 ปี ตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ส่วนอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 จำคุก 3 กระทง กระทงละ 1 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 12,000 บาท รวม 3 ปี 12 เดือนและปรับ 36,000 บาท ตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 4 คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือนและให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีหมายเลขดำ อท.253/2561 ที่มีโทษจำคุก 20 ปีและโทษจำคุก 3 เดือน คดีหมายเลขดำ จส.2/2562 ของศาลนี้ด้วย, จำเลยที่ 2-4 จำคุกคนละ 3 ปี 18 เดือน ส่วนจำเลยที่ 5 ให้จำคุก 36 เดือน และปรับ 27,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของอดีตพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 เมื่อคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม ภาวะแห่งจิต สิ่งแวดล้อม และสภาพความผิดของจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นพระภิกษุ เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในธรรมวินัย เป็นครูผู้สอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นผู้มีบทบาทในการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับคณะสงฆ์ สังคม และสถาบันการศึกษาต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา จนได้รับการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์หลายสาขาจากหลายมหาวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชน และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่พระพรหมสิทธิ ซึ่งมีศักดิ์สูงกว่าพระราชาคณะชั้นธรรม และรองลงมาจากสมเด็จพระราชาคณะ อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 ประกอบกับไม่มีเรื่องการทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตน เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการฟังคำพิพากษา นายโฆสิต สุวินิจจิต ตัวแทนคณะศิษย์ของพระพรหมสิทธิ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกสบายใจที่มีคำพิพากษาแล้วว่าไม่มีการทุจริต รัฐไม่ได้เสียหาย และจำเลยทั้งห้าพ้นมลทินเรื่องทุจริต เพียงแต่พิพากษาว่าจำเลยที่ 1-4 เป็นเจ้าพนักงานของรัฐมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 ซึ่งเป็นขั้นตอนของระบบราชการ ส่วนจำเลยที่ 5 นั้นมีความผิดเกี่ยวกับการขอสนับสนุนงบประมาณ โดยความจริงแล้วเป็นการขอในนามประธานสำนักงานศูนย์คุณธรรมจริยธรรม ก็เป็นไปตามหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะลูกศิษย์ตกลงกันว่าจะขอใช้สิทธิอุทธรณ์คดีในส่วนของพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 5 ซึ่งปัจจุบันท่านก็ยังปฏิบัติธรรมตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะอยู่ข้างในหรือนอกเรือนจำ อีกทั้งยังไม่เคยเปล่งวาจาลาสิกขา ยังปฏิบัติธรรมเป็นพระสมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้นเมื่อศาลตัดสินว่าไม่ทุจริต ชาวพุทธน่าจะสบายใจว่าพระผู้ใหญ่ไม่ได้ทุจริต&amp;quot; นายโฆสิตระบุ.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57668</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ, คดีเงินทอนวัด, รอลงอาญา 2 ปี, วัดสระเกศ, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, เงินทอนวัด, เจ้าคุณธงชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3ddc6258e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมธีไปลับจับแก๊งพาหนี สีกา‘จ.’สารภาพสิ้น/กองปราบค้นวัดสระเกศฯซ้ำจ่อฟันพระเกย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สีกา จ. สารภาพสิ้นไส้ เส้นทางเผ่น &amp;quot;เมธี&amp;quot; &amp;nbsp;ข้ามโขง ขณะที่กองปราบฯ บุกค้นวัดสระเกศฯ อีกรอบ &amp;nbsp;ยึด CPU ไป 1 เครื่อง เตรียมขอหมายค้นกุฎิพระอีกรูป หลังพบภาพลามกอนาจารระหว่างพระรูปหนึ่งกับฆราวาสชาย ตั้งแล้วพระเทพรัตนมุนี รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระราชวิสุทธิดิลก รักษาการเจ้าอาวาสวัดสามพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กทม. ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด หลบหนีหมายจับเผ่นข้ามแม่น้ำโขงด้านชายแดนจังหวัดนครพนม โดยการช่วยเหลือของลูกศิษย์สาวนาม &amp;rdquo;สีกา จ.&amp;rdquo; เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามตามดมกลิ่นจนเจอรถตู้พาหนะจอดทิ้งไว้ในวัดป่าสุคนธรักษ์ บ้านค่ายเสรี หมู่ 9 ต.นางาม อ.เรณูนคร ก่อนจะจู่โจมล็อกตัวสีกา จ. คาด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) ฝั่งขาเข้า ขณะเดินทางกลับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า &amp;ldquo;สีกา จ.&amp;rdquo; เปิดปากรับสารภาพแล้ว โดยเล่าว่าใช้รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมาด้วยกัน 3 คน มีอดีตพระพรหมเมธี คนขับรถและตน มุ่งหน้าไปยังภาคเหนือของไทย ก่อนจะล่องลงมาที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นโทรศัพท์ติดต่อ &amp;rdquo;นางจัน&amp;rdquo; หญิงชาวลาว ให้มารับข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว โดยอ้างกับนางจันว่าอดีตพระพรหมเมธีอยากเดินทางไปเที่ยวที่เมืองเชียงขวาง อยู่ทางภาคเหนือของลาว นางจันพาซื่อจึงข้ามมารับบุคคลทั้งสามไป เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาสีกา จ. บอกกับนางจันว่าเป็นห่วงรถตู้ที่จอดตากแดดตากฝนทางฝั่งไทย ให้ใครก็ได้ไปขับไปไว้ที่วัดใดวัดหนึ่ง นางจันอาสาให้ลูกชายข้ามแม่น้ำโขงมาขับรถคันดังกล่าวไปจอดที่ข้างโรงครัววัดป่าสุคนธรักษ์ เหตุที่ให้ไปจอดวัดนี้ นางจันเล่าว่าเพราะรู้จักกับ &amp;rdquo;พระหนุ่ม&amp;rdquo; เจ้าสำนักมาก่อน เพราะพระรูปนี้ข้ามไปมาอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งทราบข่าวทางโทรทัศน์ว่าอดีตพระพรหมเมธีหนีหมายจับจากประเทศไทย จึงตกใจปรึกษากับญาติๆว่าจะทำอย่างไร หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาเจอตนอยู่กับสีกา จ. อาจจะติดร่างแหไปด้วย นางจันจึงขอร้องสีกา จ.ให้กลับประเทศไทย โดยจะขับรถข้ามสะพานไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) มาส่งที่ฝั่งไทยในเช้าวันที่ 31 พ.ค. ปรากฏว่ามาถึงด่าน ตม.ก็ถูกเจ้าหน้าที่ล็อกตัวไปสอบสวน ก่อนจะปล่อยตัวนางจันพร้อมญาติกลับประเทศลาว หลังสอบปากคำแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ส่วนสีกา จ.ถูกเค้นสอบอย่างหนักจนเปิดปากรับสารภาพดังกล่าว
ล่าข้ามประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอดีตพระพรหมเมธีพร้อมคนขับรถ สีกา จ. อ้างว่ามีคนมารับช่วงต่อ โดยไม่ทราบว่าไปหลบซ่อนอยู่แห่งใด ทางการข่าวทราบว่าสีกา จ. มีสามีซึ่งเป็นคนไทย ทำสัมปทานเหมืองแร่ทองคำอยู่แขวงสาละวัน ทางภาคใต้ของประเทศลาว อาจจะมีส่วนช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินทางไปจังหวัดนครพนม พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ขณะเดียวกันเมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม เตรียมขออนุมัติหมายจับคนขับรถของอดีตพระพรหมเมธีจากศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปกับอดีตพระชื่อดัง จากนั้นก็จะประสานไปยังทางการประเทศลาว เพื่อล่าตัวบุคคลทั้งสองกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีความกังวลว่าอดีตพระพรหมเมธีพร้อมลูกศิษย์จะเดินทางหลบหนีต่อไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งจะทำให้ยากต่อการติดตามตัว อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีมั่นใจว่าจะได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนนี้มีรายงานว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการหลบหนี ทางตำรวจได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมเสนออนุมัติออกหมายจับทั้งหมด 5 ราย เป็นคนไทยจำนวน 3 ราย และเป็นชาวลาวอีก 2 ราย ซึ่งพบว่ามีเบาะแสเชื่อมโยงที่ช่วยเหลือในการหลบหนี และหนึ่งในจำนวน 5 ราย เป็นสีกาคนสนิทของเจ้าคุณจำนงค์ ซึ่งรอเพียงพยานหลักฐานชัดเจน ทางตำรวจจะมีการเสนอออกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระอธิการพรเทพ จักรวโร เจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ ที่พักรถตู้ต้องสงสัย ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นในการหลบหนีของพระจำนงค์ และพร้อมให้ความร่วมมือตำรวจในการติดตามจับกุมตัว ส่วนรถตู้คันดังกล่าวยืนยันว่ามีโยมมาฝากจอดไว้ในช่วงงานทำบุญวิสาขบูชา แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่มีส่วนรู้เห็นในการช่วยหลบหนี แต่เท่าที่ทราบ เจ้าคุณจำนงค์มีลูกศิษย์ใน สปป.ลาวจำนวนมาก ที่อาจมีส่วนช่วยในการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ เกิดกระแสข่าวลือว่า พระราชรัตนมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม ซึ่งถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 ว่าได้หนีและลาสิกขาไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยังวัดดังกล่าว โดยยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ แต่มีการระบุตรงกันว่าไม่เจอท่านมา 2-3 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามกว่า 10 นาย เข้าค้นกุฏิภายในคณะ 4 ซึ่งเป็นกุฏิของอดีตพระเมธีสุทธิกร หรือนายสังคม สังฆะพัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่ได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;
ยึด CPU จ่อจับพระเกย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเข้าค้นนานกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดซีพียูของคอมพิวเตอร์จำนวน 1 เครื่อง พร้อมเอกสาร ก่อนที่จะนำขึ้นรถไปโดยไม่ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จากการตรวจค้นครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความลำบากใจ เนื่องจากว่าภายในกุฏิมีความเรียบร้อย ข้าวของจัดวางเป็นที่ ซึ่งเชื่อว่าได้มีการเข้ามาเก็บของไว้เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถามหา พระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) เจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เพื่อขอสอบปากคำเพิ่มเติมแต่ไม่พบตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ เตรียมขอหมายค้นกุฏิพระอีก 1 รูป หลังพบภาพลามกอนาจาร ระหว่างพระรูปหนึ่งกับฆราวาสชาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ บก.ป.อยู่ระหว่างประสานไปยัง บก.ปอท. เพื่อให้ตรวจสอบว่ามีการนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการดูแลอดีตพระผู้ใหญ่ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำว่า ขณะนี้อดีตพระผู้ใหญ่สามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยเรือนจำได้เริ่มให้อดีตพระผู้ใหญ่เปลี่ยนจากสวมกางเกงขาสั้นสีขาว เป็นกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน แต่ยังให้สวมเสื้อสีขาว มีเพียงนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระเท่านั้น ที่ยังคงสวมใส่เสื้อสีขาวและกางเกงขาสั้นสีขาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ผู้ต้องขังทุกคนไม่มีอาการเครียด และเริ่มปรับตัวเข้ากับผู้ต้องขังอื่นๆ ได้แล้ว ซึ่งผู้ต้องขังที่เป็นอดีตพระทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ กิจกรรมที่ทำจึงเป็นการสวดมนต์และปฏิบัติธรรม ส่วนอาการป่วยของนายธงชัย สุขโข หรืออดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีอาการท้องเสียตั้งแต่ก่อนเข้าเรือนจำก็เริ่มดีขึ้น โรคประจำตัวเดิมก็ไม่มีผล สามารถทำกิจวัตรได้เป็นปกติ ขณะที่อดีตพระพุทธะอิสระที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น ก็ยังต้องทำกายภาพทุกวัน ซึ่งล่าสุดไม่ได้มีอาการเจ็บปวดมากขึ้น&amp;quot; นายกฤชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด คณะกรรมการราชทัณฑ์และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกกังวลกับกรณีที่พระชั้นผู้ใหญ่มีทรัพย์สินเงินทองเป็นจำนวนมาก พร้อมแนะให้แต่ละวัดมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลทรัพย์สินของวัด ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเช่นเดียวกับกรณีของเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เนื่องด้วยตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรวิหาร และเจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร ว่างลง อาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 วรรค 2 แห่งกฎหมายเถรสมาคม ฉบับที่ 19 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ดังนั้น จึงแต่งตั้งให้พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) อายุ 54 พรรษา 32 ปัจจุบันดำรงแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งให้พระราชวิสุทธิดิลก (ละเอียด กิตติสุขุโม) อายุ 75 ปี พรรษา 54 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10552</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินทอนวัด, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วัดสระเกศ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b128d176d5f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่เริ่มต้นก็เห็นจุดจบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอโทษก็ไม่ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เอา กูขอค้านไว้ก่อน ติดนิสัยมาจากไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่กองปราบยกโขยงไปจับ พุทธะอิสระ แล้วเอาคลิปมาเผยแพร่...ทำเป็นเท่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผล...คนด่าทั้งเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด่ารัฐบาล คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด่าตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ผบ.ตร.ดันโยนฟืนใส่เข้าไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบายยุทธวิธีของตำรวจเป็นฉาก&amp;nbsp;จับ พุทธะอิสระ ก็เหมือนบุกไปจับ เสก โลโซ-สันธนะ&amp;nbsp;ทั้งที่ไม่เหมือนกันเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลุงตู่ เสี่ยป้อม ขอโทษขอโพยผ่านโฆษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่พอ...ยังขอโทษด้วยตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีคนไม่ยอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ๊ะ...แปลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมเมืองนอกเมืองนา นักการเมืองทำผิดพลาด ต้องขอโทษขอโพยเป็นเรื่องปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นนักการเมืองญี่ปุ่น เกาหลี ยืนกุมเป้าโค้งคำนับขอโทษ...ผมผิดไปแล้ว คนไทยยกนิ้วบอก...เจ๋งมาก นักการเมืองไทยควรเอาเป็นแบบอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอ ลุงตู่ เสี่ยป้อม ขอโทษ นักการเมืองไทยบอก ห้ามขอโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะขอโทษเพื่อหาเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อยากจะพูดถึงสักเท่าไหร่... แต่ต้องเอาซะหน่อย&amp;nbsp;เจี๊ยบ เลียบค่าย &amp;quot;สุณิสา ทิวากรดำรง&amp;quot; จินตนาการเกินเยียวยาจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำขอโทษอดีตพระพุทธะอิสระของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอยากกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง เลยต้องเอาใจกองหนุนเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้คะแนนความนิยมตกต่ำในทุกโพล ทั้งยังสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงสัยอดีตพระพุทธะอิสระจะกำความลับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไว้เยอะใช่ไหม และคงรู้เบื้องหลังการยึดอำนาจอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เป็นอย่างดี เลยทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกางปีกปกป้องอดีตพระพุทธะอิสระโดยไม่แคร์สายตาใคร ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมรู้อยู่เต็มอกว่าเพราะอะไรอดีตพระพุทธะอิสระจึงถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังกล้าพูดจาเย้ยฟ้าท้าดินส่งสัญญาณเข้าไปในคุกให้อดีตพระพุทธะอิสระได้รับรู้ว่า ตำรวจในชุดจับกุมครั้งนี้ได้ถูกลงโทษทางวินัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงสัยว่าอดีตพระพุทธะอิสระและมวลชนยังมีความจำเป็นต่อแผนการสืบทอดอำนาจในอนาคตใช่ไหม แล้วนี่จะเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ไหม ในเมื่อตำรวจทุกคนรับรู้กันทั่วแล้วว่างานนี้ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กำลังถือหางอดีตพระพุทธะอิสระ แล้วตำรวจจะกล้าดำเนินคดีอย่างจริงจังงั้นหรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ อดีตพระพุทธะอิสระก็ลำพองใจถึงขนาดส่งสัญญาณถึง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนัยๆ ว่าอยากจะกลับมาห่มผ้าเหลืองอีก ก็ไม่รู้ว่านี่คือการขู่แบล็กเมล์ พล.อ.ประยุทธ์ แบบนิ่มๆ หรือเปล่า ว่าหากงานนี้ไม่สบอารมณ์ ก็อาจเกิดรายการแฉเบื้องหลังการยึดอำนาจและขบวนการโค่นล้มอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น นี่คือบททดสอบระดับจิตใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องแยกแยะและชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากสืบทอดอำนาจ กับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความซื่อตรงในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯ ที่ยัดเยียดตัวเองให้กับประชาชน ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของคนส่วนใหญ่ก็ตาม แต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อนความสัมพันธ์ส่วนตัวอยู่ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ....จะโยงไปถึงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดแบบที่มนุษย์เขาคิดกันบ้างไม่เป็นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญญาอ่อน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมุมการเมือง ตำรวจบุกวัดอ้อน้อย พร้อมๆ กับไปวัดสระเกศ สัมพันธวงศ์ สามพระยา ภาพลักษณ์มีเสมอตัวกับได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องขอโทษเพื่อหวังคะแนนนิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า คสช.ได้คะแนน&amp;nbsp;ก็นั่นไง....๓ พระพรหมเงินทอน&amp;nbsp;พูดไปก็บาดใจเครือข่ายธรรมกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยก็อยู่ในนั้นไม่ใช่หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือถ้า คสช.จะสืบทอดอำนาจจริง พุทธะอิสระ จะช่วยอะไรได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำพังตัวท่านเองยังอยู่ในเรือนจำเลย เอาตัวรอดหรือเปล่ายังไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องสู้คดีกันอีกกี่ปี ไม่มีใครตอบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วที่บอกว่า ...พุทธะอิสระ ลำพองใจถึงขนาดส่งสัญญาณถึง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนัยๆ ว่าอยากจะกลับมาห่มผ้าเหลืองอีก ก็ไม่รู้ว่านี่คือการขู่แบล็กเมล์ พล.อ.ประยุทธ์ แบบนิ่มๆ หรือเปล่า ว่าหากงานนี้ไม่สบอารมณ์ ก็อาจเกิดรายการแฉเบื้องหลังการยึดอำนาจและขบวนการโค่นล้มอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นได้...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะพูดถึงขบวนการยึดอำนาจ โค่นล้มยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ต้องไปไหนไกล พวกไอ้ อี ทั้งหลาย ที่หลบอยู่ข้างหลังนั่นแหละ...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่ทั้งนั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลยิ่งลักษณ์พังเพราะอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับไปฉายหนังซ้ำ ทวนความจำกันใหม่ เผื่อสมองกลวง นึกอะไรกันไม่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนการโค่นล้มเกิดจากพวกเชลียร์นายใหญ่ไม่ใช่หรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครที่จุดเชื้อเข็น พ.ร.บ.นิรโทษโกงเหมาเข่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธะอิสระหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือว่ากองทัพ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปดูว่าใครเซ็นชื่อเสนอร่างกฎหมายอุ้มคนโกงกันบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทยทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่มขืนประเทศกันจนเปิดช่องให้ทหารเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกให้รู้นะ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งลักษณ์ ชีถูกยึดอำนาจตั้งแต่วันแรกที่ลงเล่นการเมืองแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เคยมีอำนาจอยู่ในมือจริงๆ ไม่เคยแม้กระทั่งตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ เพราะมีสถานะเพียง หุ่นเชิดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริหารประเทศเละเป็นโจ๊ก ก็เพราะนักโทษหนีคุกชักใยอยู่ข้างหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแหละคือเบื้องหลังการโค่นล้มยิ่งลักษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงเรื่องอยู่เบื้องหลังไม่มีใครถนัดไปกว่าคนในพรรคเพื่อไทยอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปล่อยให้เด็กนำแล้วผู้ใหญ่ดันตูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไพร่หมื่นล้านชูนโยบายฉีกรัฐธรรมนูญ นิรโทษกรรมชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไง....วัฒนา เมืองสุข เจ้าเก่า กระโดดงับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นด้วยกับนโยบายที่จะสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนอกจากจะไม่มีความเป็นประชาธิปไตยแล้ว ยังใช้กลโกงทุกวิถีทางเพื่อให้ผ่านประชามติ &amp;nbsp;ประชาชนจำนวนมากรวมทั้งตัวผมเองเคยถูก คสช.ใช้กำลังอุ้มตัวไปควบคุมในค่ายทหาร และปัจจุบันยังถูกดำเนินคดีในศาลทหารเพราะการประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่หัวหน้า คสช.ออกมาประกาศจะจับทุกคนที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่กลับส่งทหารออกไปเผยแพร่ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญได้ จึงเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกโฆษณาว่า &amp;nbsp;&amp;#39;ปราบโกง&amp;#39; แต่ผ่านประชามติแบบ &amp;#39;โคตรโกง&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนนั้น จะต้องเป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยโดยผ่านประชาชน ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องเอาตัวเผด็จการทั้งหลายมาลงโทษ หลายคนถามผมว่าเผด็จการมีมาตรา ๔๔ นิรโทษตัวเองไว้ยังสามารถเอาตัวมาลงโทษได้หรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอเรียนยืนยันอีกครั้งว่า การนิรโทษกรรมคุ้มครองเฉพาะการกระทำที่สุจริตและเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น การลุแก่อำนาจ การละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน หรือการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องไม่อาจถือได้ว่าสุจริตหรือทำไปเพื่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ จึงเป็นการกระทำที่กฎหมายไม่คุ้มครอง เมื่ออำนาจกลับมาเป็นของประชาชนเมื่อไรคนพวกนี้ติดคุกได้แน่นอนครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันอีกครั้ง....รัฐบาลหน้าหากเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง จะมีพรรคอนาคตใหม่ร่วมรัฐบาลแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไปคิดเอา พรรคหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาจะฉีกรัฐธรรมนูญ อีกพรรคหัวหน้าตายเรียบเพราะคดีโกง จะไปผสมพันธุ์กันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บอกว่าคนรุ่นใหม่ ชูเรื่องสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp;ประชาธิปไตย....แล้วจะรู้ว่า เผด็จการประชาธิปไตย เสียงข้างมากลากไป ลักหลับออกกฎหมาย เสียบบัตรแทนกัน มันเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ารับไม่ได้ วันหน้าเชิญออกมาชุมนุมไล่โจรด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้ารับได้ก็เชิญเป็นโจรไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับที่เลิศเลอที่สุด&amp;nbsp;แต่ถูกสร้างมาเพื่ออุดช่องโหว่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าที่สุดฉบับหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.ไม่ได้ห้ามว่า แก้ไขไม่ได้ และในความเป็นจริงไม่มีกฎหมายฉบับใดในโลกนี้ที่แก้ไขไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การแก้ไขนั้นต้องยืนอยู่บนผลประโยชน์ของชาติ และประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รวมกลุ่มรวมแก๊ง หายใจเข้าออก จะฉีกรัฐธรรมนูญอยู่ท่าเดียวนี้ เคยคิดทบทวนหรือไม่ว่า เหตุใดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ถึงตรวจสอบนักการเมืองเข้มข้นเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ที่ผ่านมา นักการเมืองมันเป็นตัวปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอร์รัปชันเบ่งบาน สร้างความขัดแย้ง ก็ฝีมือนักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วไอ้เรื่อง ม.๔๔ รู้กันมานานแล้วว่ามันคุ้มครองเฉพาะการกระทำที่สุจริต ไม่มีบรรทัดไหนระบุให้คุ้มครองคนทำชั่วทำเลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เห็นก็มีแต่พรรคเพื่อไทยไม่ใช่หรือ ที่เอาแต่ปกป้องคนที่ศาลตัดสินไปแล้วว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10287</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&quot;, คสช., ผักกาดหอม, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธะอิสระ, ยิ่งลักษณ์, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, วัดสระเกศ, สันธนะ, เสก โลโซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
