<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา’เจ้าคุณธงชัย’ข้ามห้วยนั่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศในวันอดีตเจ้าอาวาสคืนถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.2564 &amp;ndash; วงการสงฆ์กำลังจับตาเป็นอย่างมากถึงการแต่งตั้ง-โยกย้ายในตำแหน่งเจ้าอาวาส โดยเฉพาะวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดโสธรวราราม ซึ่งยังไม่มีเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการ มีเพียงรักษาการเท่านั้น พราะก่อนหน้านี้ได้เกิดกรณีโยกย้าย &amp;quot;สมเด็จพระมหาธีราจารย์-ปสฤษธิ์ เขมงฺกโร&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปเป็นเจ้าอาวาสแทนพระธรรมรัตนากร (สีนวล ปญฺญาวชิโร) ซึ่งมรณภาพไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวัดที่เป็นที่จับตาอย่างมากคือวัดสระเกศฯ ซึ่งปัจจุบันมีพระเทพรัตนมุนี (เจ้าคุณสุรชัย) รักษาการเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่งจากกรณีเสือข้ามห้วยอย่างวัดพระเชตุพนฯ ทำให้มีการวิเคราะห์กันว่ากรณีวัดสระเกศฯ อาจเกิดกรณีเดียวกัน โดยต่างมองกันไปที่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพราะตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสในปัจจุบันถือว่าไม่สมกับฐานันดรศักดิ์ในวงการสงฆ์ ในขณะที่เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) นั้นเป็นแค่เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าคุณธงชัยเหมือนครองยศพลเอก แต่กลับได้นั่งเก้าอี้พลตรี จึงคาดว่าอาจมีการข้ามห้วยไปนั่งเก้าอี้ให้สมฐานะ แต่ก็น่าสนใจ เพราะวัดสระเกศฯ เพิ่งมีการประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา ในโอกาสพระภิกษุอธิษฐานครองผ้าไตรจีวรรับเข้าหมู่สงฆ์ไปเมื่อวันที่ 13 เม.ย. โดยประกอบด้วย อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, อดีตพระราชกิจจาภรณ์, อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์, อดีตพระศรีคุณาภรณ์ และอดีตพระครูสิริวิหารการ ซึ่งทั้ง 5 รูปคือดีตพระเถระคดีเงินทอนวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99432</URL_LINK>
                <HASHTAG>วงการสงฆ์, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, เจ้าอาวาส, แต่งตั้ง-โยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_60765231579b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไหว้พระ 9 วัด ตลอดปี 2562  ในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเริ่มต้นที่ดี คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ&amp;quot; จากคติดังกล่าวทำให้ช่วงวันปีใหม่หลายๆ คนมักเดินทางไปสักการะสถานที่อันเป็นมงคล เพื่อไหว้พระขอพรรับปีใหม่ และที่ยึดถือปฏิบัติกันมานานก็คือ การไหว้พระ 9 วัด ซึ่งเป็นคติเดิมแบบไทยๆ อีกทั้งคำว่า &amp;quot;เก้า &amp;quot;ไปพ้องกับคำว่า ก้าว หมายถึงก้าวหน้า ดังนั้น การไหว้พระเก้าวัด ก็คือมงคลชีวิตจะได้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งมีวัดจำนวนมาก แต่มี 9 วัดที่เป็นวัดสำคัญและชื่อก็เป็นมงคล เหมาะกับการเสริมสิริมงคลกับผู้เดินทางไปกราบไหว้สักการะและทำบุญอย่างยิ่ง มีวัดอะไรบ้าง มาดูกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง วัดสำคัญคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2326 เพื่อความสะดวกเวลาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร&amp;quot; (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในมีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังซึ่งตีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งสถาปัตยกรรมของวัดมีความวิจิตรงดงามตระการตา ความเชื่อถ้าได้มาวัดพระแก้วจะทำให้จิตใจสะอาดดุจรัตนตรัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดจากวัดพระแก้วไม่ไกลนัก คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;วัดโพธิ์&amp;quot; ตั้งอยู่ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ &amp;quot;วัดโพธาราม&amp;quot; รัชกาลที่ 1 ทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ.2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า &amp;quot;พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ&amp;quot; และทรงสร้าง &amp;quot;พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน&amp;quot; เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น &amp;quot;มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน&amp;quot; จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในวัดโพธิ์มี &amp;quot;พระพุทธเทวปฏิมากร&amp;quot; ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน พื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 1-4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกเช่นกัน ทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากเป็นศูนย์รวมสรรพวิชาหลากหลายแขนง ทั้งการนวดแผนไทย นวดเพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ เชื่อกันว่ามาสักการะวัดโพธิ์จะทำให้ร่มเย็นเป็นสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเรียกว่า &amp;quot;หมู่บ้านกุฎีจีน&amp;quot; วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า &amp;quot;วัดกัลยาณมิตร&amp;quot; พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธไตรรัตนนายก&amp;quot; (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 4 หรือเรียกตามแบบจีนว่า ชำปอฮุดกง หรือชำปอกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ซึ่งจำลองมาจากวัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยา โดยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2408
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัด คำว่า &amp;ldquo;กัลยาณมิตร&amp;rdquo; &amp;nbsp;มาจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร (โต) ผู้ซึ่งบริจาคที่ดินบ้านของท่านก่อสร้างพระอารามวัดแห่งนี้ การได้มากราบไหว้สักการะที่วัดนี้ เชื่อว่าจะทำให้เกิดมิตรมากกว่าศัตรู เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย เจอมิตรที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ไกลจากวัดกัลยาณมิตร ก็คือ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดที่มีเอกลักษณ์คือพระปรางค์ ตั้งอยู่ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ &amp;quot;วัดมะกอก&amp;quot; เมื่อ พ.ศ.2310 &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น &amp;quot;วัดแจ้ง&amp;quot; ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า &amp;quot;วัดอรุณราชวรารามฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอรุณราชวรารามฯเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฎ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม &amp;quot;ยักษ์วัดแจ้ง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนองค์พระปรางค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก&amp;quot; ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ การได้มาสักการะกราบไหว้พระและพระปรางค์วัดอรุณฯ จะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกวันคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกวัดดังของฝั่งธนฯ ที่หลายคนไม่ควรพลาด คือวัดระฆังโฆสิตารามฯ หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;วัดระฆัง&amp;quot; ตั้งอยู่บนถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า &amp;quot;วัดบางว้าใหญ่&amp;quot; เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา และในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ทำให้ประชาชนพากันเรียกว่า วัดระฆัง สำหรับตัวระฆังที่ขุดพบนั้น รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้ว และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างชดเชยให้วัดระฆังใหม่ 5 ลูก และพระราชทานชื่อให้กับวัดใหม่ว่า &amp;ldquo;วัดระฆังโฆสิตารามฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระอุโบสถนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า &amp;quot;พระประธานยิ้มรับฟ้า&amp;quot; นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งบานประตูและฝาผนัง รวมทั้งตู้พระไตรปิฎกสมัยกรุงศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดระฆังฯ เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน การไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าเมื่อได้มาสักการะจะเป็นมงคล มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนระฆังที่ตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อยู่ทางฝั่งพระนคร หรือย่านบางลำพู ถนนข้าวสารเรานี่เอง ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง เนื่องจากช่วงนั้นไทยยังทำสงครามกับพม่า และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า &amp;quot;วัดชนะสงครามฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า &amp;quot;พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ&amp;quot; ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ การได้มาสักการะวัดแห่งนี้มีความเชื่อกันว่าถ้าเราต้องการชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง และเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวัดสำคัญของทริปไหว้พระ 9 วัดที่ขาดไม่ได้ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หรือวัดบวรนิเวศวิหาร แต่คนทั่วไปมักเรียกย่อๆ ว่า &amp;quot;วัดบวรฯ&amp;quot; ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ.ศ.2367-2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎ เสด็จมาประทับเมื่อปี พ.ศ.2375&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดบวรฯ ที่เป็นวัดสำคัญ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเคยผนวชและประทับที่วัดนี้ เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ &amp;nbsp;5 ที่ทรงเคยผนวชและประทับที่วัดบวรฯ รวมถึงยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธชินสีห์ ประดิษฐานเป็นพระประธาน ควรค่าแก่การสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ.2350 เสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ.2390 ซึ่งใช้ชื่อเดิมว่า วัดสุทธาวาส ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานชื่อใหม่ว่า วัดสุทัศนเทพวราราม ตั้งอยู่บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ใกล้กับเสาชิงช้า เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในพระวิหารมี &amp;quot;พระศรีศากยมุนี&amp;quot; เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยสำริด ถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา บานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีน ตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ.2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน การมากราบไหว้ขอพรที่คนไทยยึดถือกันก็คือ เพื่อการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือภูเขาทอง สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้ากรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก รัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ โปรดฯ ให้ขุดคลองรอบพระอารามและพระราชทานนามว่า วัดสระเกศฯ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดพังลง รัชกาลที่ 4 โปรดฯ ให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยา บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ เชื่อกันว่าการได้มาไหว้พระที่วัดสระเกศฯ จะเป็นการเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25245</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระแก้ว, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดโพธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24c6cc46710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักพระราชวัง โอนภารกิจพิธีศพ ให้วธ.ดำเนินการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักพระราชวังโอนภารกิจพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการแทน ด้าน ศน.อบรมพระพิธีธรรมแด่พระสงฆ์ประจำพระอารามหลวงในจังหวัดต่างๆ 160 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเปิดโครงการฝึกอบรมพระพิธีธรรม &amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้สืบทอดพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อและประเพณีท้องถิ่นว่า สำนักพระราชวังได้กำหนดแนวทางการโอนภารกิจเกี่ยวกับพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ตามระเบียบสำนักพระราชวังให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินงาน ตลอดจนให้มีการขยายงานพิธีศพที่ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ไปสู่ข้าราชการ หรือผู้มีสิทธิ์ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ทั่วประเทศ &amp;nbsp;เพื่อเป็นเกียรติอันสูงสุดนำมาซึ่งความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้แก่ผู้วายชนม์และครอบครัวอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมการศาสนา (ศน.) จึงได้รับมอบหมายส่วนงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว ซึ่งเมื่อมีผู้วายชนม์ที่ได้รับการพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมแจ้งมาแล้ว ศน.จะต้องนิมนต์ รับและส่งพระพิธีธรรมไปในการสวดพระอภิธรรมในแต่ละครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดี ศน.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อการดำเนินงาน และให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของพิธีศพที่ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ไปสู่ข้าราชการหรือผู้มีสิทธิ์ได้รับอย่างทั่วถึง ศน.จึงจัดอบรมพระพิธีธรรมแด่พระสงฆ์ตามพระอารามหลวงภายในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งสิ้น 160 รูป จะได้รับความรู้หลักปฏิบัติโดยทั่วไป ซึ่งการสวดพระอภิธรรมจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป หรือ 8 รูปแล้วแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับงานพระบรมศพ พระศพ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีฐานันดรศักดิ์ ชั้นยศ หรืออยู่ในหลักเกณฑ์เทียบเกียรติยศพระราชทานแก่พระศพและศพของสำนักพระราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งบุคคลซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นกรณีพิเศษ จะได้รับพระราชทานพระสงฆ์ไปประกอบพิธีในการสวดพระอภิธรรม เรียกว่าพระพิธีธรรม ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วย 10 พระอาราม &amp;nbsp;ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร, วัดอนงคารามวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, กระทรวงวัฒนธรรม, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดอนงคารามวรวิหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8cbfba080.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บรรยากาศการทำบุญวันวิสาขบูชาที่วัดสระเกศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.61- เฟซบุ๊กวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โพสต์รูปบรรยากาศการทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชา &amp;nbsp;วันอังคารที่​ ๒๙​ พฤษภาคม​ ๒๕๖๑​ พิธีทำบุญตักบาตร​ เนื่องในวันวิสาขบูชา​ ณ​ ลานโพธิ์ลังกา​ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร​ ซึ่งพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมทำบุญตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเฟซบุ๊กวัดสระเกศฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำบุญ, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วันวิสาขบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0cd5e75f75f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่า2เจ้าคุณ5แก๊งเงินทอนคุกยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; เรียกถกด่วน ผบช.ทุกหน่วยทั่วประเทศ ขีดเส้น 7 วันจับ &amp;quot;พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;quot; เลขาฯ ป.ป.ช.เตรียมชงคดีเงินทอนวัดเข้าที่ประชุมพุธนี้เพื่อรายงานความคืบหน้า ด้าน ปปป.สอบล็อต 4 &amp;nbsp;พบเชื่อมโยงผู้ต้องหาชุดเดิม ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกันตัว 5 อดีตพระแก๊งเงินทอนวัด นอนคุกยาวไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 28 พฤษภาคม &amp;nbsp; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกประชุมด่วนผู้บัญชาการทุกหน่วยปฏิบัติทั่วประเทศ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล หลังจากช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียกประชุมด่วน ผบ.ตร.และ ผบ.เหล่าทัพ จนทำให้ ผบ.ตร.ต้องเลื่อนการประชุม ก.ตร.ออกไปจากเวลา 10.30 น. เป็น 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเรียกประชุมด่วนครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี โดยมีรายงานว่า ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยไปสืบสวนติดตามจับกุมพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดที่ยังหลบหนีให้ได้โดยเร็ว ขีดเส้นตายล่าตัวให้ได้ภายใน 7 วัน โดยต้องรายงานความคืบหน้าทุกวัน พร้อมแจกหมายจับพระทั้ง 2 รูปแก่ผู้เข้าร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนในการประชุม ป.ป.ช.สัปดาห์นี้ หลังจากมีการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่บางรูปไปแล้วว่า ยังไม่มีในวาระ เนื่องจากสำนักไต่สวนคดียังไม่สรุปสำนวน อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ถ้าเป็นเรื่องเร่งด่วน สามารถบรรจุเป็นวาระจรได้ ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช.พบพยานหลักฐานเพิ่มเติม อาจส่งไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เตรียมนำสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ถือเป็นการบรรจุวาระจรเร่งด่วน หลังจากที่มีการควบคุมตัวพระเถระชั้นผู้ใหญ่ไปก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นการรายงานความคืบหน้าของคดีต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนคดีทุจริตเงินอุดหนุนวัด หรือเงินทอนวัด ล็อต 4 ว่าได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ทั่วประเทศตรวจสอบการทุจริตเงินงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั้ง 3 งบ คือ งบบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด งบอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งยังไม่มีการสรุปจำนวนวัดที่ทุจริต เป็นวัดใหม่ที่ไม่เคยตรวจสอบมาก่อน แต่พบความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาชุดเดิมที่ถูกจับไปก่อนหน้า ทั้งข้าราชการและฆราวาส อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประชุมความคืบหน้าของพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ส่วนตัวยังไม่ได้วางกรอบระยะเวลา อยากให้ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ แต่ในล็อตที่ 4 ไม่พบการกระทำความผิดเพิ่มเติมของวัดสระเกศฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมลกล่าวว่า ปปป.ไม่ได้ตรวจสอบประเด็นการเสพเมถุนของพระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกออกหมายจับ เพราะเป็นหน้าที่ของกองปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า นายสมทรง อดีตพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพฯ มีอาการป่วยด้วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติ จึงนำตัวมาให้แพทย์ดูอาการ สำหรับอดีตพระทั้ง 6 รูป ภายหลังถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังในเรือนจำ ขณะนี้เรือนจำได้จำแนกคัดย้ายทั้ง 6 ราย จากแดนแรกรับ โดยได้คัดย้ายไปคุมขังยังแดน 3, แดน 4 และแดน 6 เพื่อลดการเผชิญหน้ากัน โดยในส่วนของอดีตพระพุทธะอิสระ ได้แยกการคุมขังออกจากนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูป ได้กระจายไปคุมขังยังแดนต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยผู้ต้องขังใหม่ทั้ง 6 รายได้ปฏิบัติกิจวัตรส่วนตัวตามปกติ รับประทานอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่เรือนจำจัดให้ แต่มื้อเย็นผู้ต้องขังทั้ง 6 รายไม่ได้รับประทานอาหาร จากนั้นก็พักผ่อนทำกิจกรรมภายในแดนของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป คือ พระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, พระครูสิริวิหารการสมจิตร &amp;nbsp;จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาฯ เจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยาฯ ในคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม รวมกว่า 150 ล้านบาทแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอดีตพระเถระทั้ง 5 รูป เนื่องจากเห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนา และมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหากับพวก หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาอดีตพระเถระทั้ง 5 รูปซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นอุทธรณ์การประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งเรื่องการขอประกันตัวของอดีตพระเถระทั้ง 5 รูปมาแล้ว ปรากฏว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้องขอประกันตัว ด้วยเหตุผลเดียวกัน เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนยกคำร้องขอประกันตัวชั้นฝากขังนี้แล้ว อดีตพระเถระทั้ง 5 รูปก็ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลังจากนี้ก็ยังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายที่จะยื่นคำร้องขอประกันตัวใหม่ต่อศาลอาญา หรือยื่นอุทธรณ์การประกันตัวต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งการยื่นสามารถดำเนินการได้ตลอดในช่วงระยะฝากขังในคดีดังกล่าว ซึ่งข้อหาที่ถูกดำเนินคดีคือ ร่วมกันฟอกเงินนั้น พนักงานสอบสวนสามารถยื่นฝากขังได้ตามกฎหมายทั้งสิ้น 7 ผลัด รวม 84 วัน ซึ่งคดีนี้จะครบกำหนดฝากขังครั้งแรกในวันที่ 4 มิ.ย. โดยหากพนักงานสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ไม่สามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ทัน ก็ต้องยื่นฝากขังต่อไป จนเมื่อสิ้นสุดเหตุจำเป็นหรือพิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10220</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเงินทอนวัด, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0c1920890ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธง! เจ้าคุณ&#039;ธงชัย-จำนงค์&#039; หนียาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ www.alittlebuddha.com &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 &amp;ndash; alittlebuddha.com ได้วิเคราะห์กรณีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 3 ชั้นพระพรหม ซึ่งถูกหมายจับในข้อหาร่วมกันฟอกเงินในคดีเงินทอนวัด โดยสามารถจับพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพฯ และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้ ในขณะที่พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส.และเจ้าคณะภาค 10 และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) หรือเจ้าคุณจำนงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส.และเจ้าคณะภาค 4-7 หลบหนีอยู่นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทำไมต้องหนี ตอบว่าก็เห็นๆ กันอยู่ ถ้ายังอยู่ป่านนี้ก็นุ่งกางเกงขาว-กินข้าวแดงไปแล้ว อย่าหวังจะได้เห็นดาวเห็นเดือน ขนาดพระเด็กๆ ลูกวัดสระเกศไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยังโดนจับถอดผ้าเหลืองยัดห้องขังระนาวราวกับเด็กอนุบาล เจ้าคุณเอื้อน วัดสามพระยา เป็นถึง &amp;quot;รองสมเด็จ-เจ้าคณะ กทม.&amp;quot; ก็ไม่มีแม้แต่เวลาบอกลาใคร ไปไม่กลับ กลายเป็น &amp;quot;ทิดเจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; ภายในพริบตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ยุทธการอันสำคัญในรอบร้อยปีนี้มีที่มาอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็คงเหมือนทนายวันชัยพูดนั่นแหละ ต่อให้อีกร้อยพงศ์พร ก็ไม่มีทางคิดและทำสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้น เห็นได้ว่า &amp;quot;เกิดจากหลายฝ่าย&amp;quot; ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล คสช. ที่ไฟเขียวให้ปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารตำรวจที่พร้อมจะดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พอเจ้าคุณเอื้อนขึ้นรถตำรวจออกวัดสามพระยา ก็รีบเสนอ &amp;quot;ปลด 3 กรรมการ มส.&amp;quot; ต่อสมเด็จพระสังฆราช ทันที เพื่อให้ไม่มีตำแหน่งตอนไปฝากขังที่ &amp;quot;ศาลอาญา&amp;quot; ครั้นถึงศาลแล้ว อดีตกรรมการ มส. ก็ง่ายต่อการพิจารณา &amp;quot;ไม่อนุญาตให้ประกันตัว&amp;quot; เป็นไปตามเป้าหมาย คือ จับสึก ทันที ไม่มีการรอลงอาญา ก็ถือว่าจบเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จบไปแค่ พุทธะอิสระกับเจ้าคุณเอื้อน ส่วนเจ้าคุณจำนงค์กับเจ้าคุณธงชัยนั้นจมูกไว หรือเกลือในกรมตำรวจเป็นหนอน จึงได้กลิ่น รีบเผ่นแต่กลางดึก หาตัวไม่พบจนป่านนี้ ถามว่า สองอดีตกรรมการ มส. จะยอมเข้ามอบตัวหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็น่าจะเป็น ถ้าคิดมอบตัวจะหนีทำไม จริงไหม ? ทั้งสองก็คงใช้หลักการเดียวกับ &amp;quot;ธัมมชโย&amp;quot; นั่นแหละ หลงพ่อจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย &amp;quot;ผ้าเหลือง&amp;quot; เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้สุดชีวิต เพราะถ้าผ้าเหลืองหลุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะหลุดไปด้วย ถึงจะบวชได้ใหม่ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิม ยกเว้นพุทธะอิสระที่ไม่มีอะไรจะเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคุณธงชัย วัย 62 เจ้าคุณจำนงค์ อายุ 77 แก่งัก ติดคุกคนละ 10-20 ปี ถ้าไม่ตายในคุก ก็คงคลานออกมาตาฝ้าฟาง นั่นคือสมการว่า ถ้ามอบตัวแล้วจะไหวหรือไม่ และ..ทำไมต้องหนี เมื่อหนีแล้วก็ต้องหนีให้สุดชีวิต เพราะขืนโลเลกลับเข้ามามอบตัว ก็จะหนักกว่าเจ้าคุณเอื้อนและพุทธะอิสระ ทุกอย่างมันมาไกลเกินกว่าจะกลับแล้ว เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็คง..ไปไม่กลับ !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10094</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหม, พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี, พระเถระ, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสัมพันธวงศาราม, วัดสามพระยา, เงินทอนวัด, เจ้าคุณจำนง, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a438e9e29a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ้าคุณธงชัย&#039;ซุกลอนดอน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ http://www.alittlebuddha.com/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้วิเคราะห์ถึงการหลบหนีของพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารในคดีเงินทอนวัดไว้น่าสนใจว่า &amp;nbsp;ถ้าดูจากไทม์ไลน์ ไล่ตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 23 พ.ค.ถึง 6 โมงเช้า วันที่ 24 พ.ค. เจ้าคุณธงชัยมีเวลา 12 ชั่วโมงเต็มในการหนี และถ้านับจากวันที่ 23 ถึงวันนี้ก็ปาเข้าไป 4 วันแล้ว ถ้าหนีออกไปจากชายแดนไทยได้ ก็คงอยู่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ไต้หวัน โซล โตเกียว ปักกิ่ง แอลเอ นิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส อัมสเตอร์ดัม โคเปเฮเกน สต็อกโฮม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กระแสข่าวกล่าวเป็น 2 ทาง ทั้งข้างนอกและข้างในว่า ถ้าไม่ไปสิงคโปร์ก็คงลงแถวๆ คลองสาม แต่ตามหลักการแล้ว คนระดับเจ้าคุณธงชัยคงไม่จนตรอกถึงกับวิ่งไปซุกปีกพ่อใหญ่แห่งคลองสามหรอก ประเดี๋ยวจะกลายเป็นชักศึกเข้าบ้านเพิ่มเติม ของเก่าก็แย่อยู่แล้ว ของใหม่จะมาอีกเหรอ ดังนั้น คลองสามตัดทิ้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อไปก็..สิงคโปร์ ถามว่า ไปทำไมสิงคโปร์ เพราะไม่มีอะไรที่สิงคโปร์ เจ้าคุณธงชัยไปสิงคโปร์ครั้งล่าสุดก็ร่วมงานวัด วัดสระเกศไม่มีสาขาที่สิงคโปร์ แถมสิงคโปร์ก็เล็กนิดเดียว ถ้าไปสิงคโปร์ก็คงแค่..ชั่วคราว เพื่อต่อเครื่องบินไปไหนซักแห่งในโลกใบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ที่ไหนที่น่าไปสำหรับเจ้าคุณธงชัย ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบว่า มีหลายประเทศ ทั้งยุโรปและอังกฤษ ส่วนสหรัฐอเมริกานั้น ไม่มีสาขาที่น่าไป ก็ตัดออกไปอีกเช่นกัน
ยุโรปและแสกนดิเนเวียนั้น มีสาขาวัดสระเกศหลายประเทศ เพราะเจ้าคุณธงชัยได้รับมอบหมายจากสมเด็จเกี่ยวให้ดูแลพระธรรมทูตในยุโรป ส่วนเจ้าคุณเสนาะดูแลทางอเมริกา ดังนั้น ฐานในยุโรปของเจ้าคุณธงชัยจึงแน่นหนามาก รวมทั้ง..อังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วัดพุทธาราม-ลีดส์&amp;quot; วัดน้องใหม่ที่เพิ่งตั้งได้เพียง 2 ปีกว่า แต่โตไว มีฐานะแน่นหนา กะว่าจะรับเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ในปีหน้า ถ้าไม่มีปัญหาเข้ามาแซงหน้าเสียก่อน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า บุคคลสำคัญที่เจ้าคุณธงชัยคุ้นเคยนั้น มีนามสกุลชินวัตรเป็นหลักในอังกฤษ แถมเจ้าของเลสเตอร์ซิตี้แห่งดิวตี้ฟรี &amp;quot;King Power&amp;quot; ก็อุปถัมภ์กันมาอย่างแน่นหนา ถึงคราวเกิดปัญหาก็เชื่อว่า..คงไม่ทิ้งกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10091</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมสิท, ลาสเวกัส, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดไทย, สหรัฐอเมริกา, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ, เจ้าคุณธงชัย, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a35f97876a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
