<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมจองล้างจองผลาญแก๊งเงินทอนวัด! &#039;พุทธะอิสระ&#039;แจงยิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย. 64 - พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถามมา ตอบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนขี้สงสัยถามมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไม พุทธะอิสระ ต้องไปจ้องจองล้างจองผลาญ จองเวรกับพวกพระวัดสระเกศ และวัดสามพระยาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่เขาก็ได้รับโทษทัณฑ์ติดคุกติดตะราง ผ่านกระบวนการตัดสินของศาลมาแล้วถึงสองศาล แล้วท่านทำไมยังไปจองล้างผลาญเขาอีก เมตตาน่ะมีไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ ก็บอกไปไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้วว่า ไม่ว่าไอ้อีคนใด บังอาจมากระทำจาบจวง ล่วงเกิน ทำร้าย ทำลาย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน หากกระทำการย่ำยี อันจะก่อให้เกิดอันตราย เป็นภัยต่อความมั่นคงของทั้ง ๓ สถาบัน เช่นนั้น ก็จะต้องราวีกันจนกว่าจะรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพฤติกรรมของอลัชชีที่ต้องโทษทัณฑ์ในขณะที่มีอำนาจ มีตำแหน่งปกครองสูงสุดของพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้กระทำการเหิมเกริม บ้าอำนาจ เห็นแก่พวกพ้องและลาภสักการะ ถึงขนาดเบียดบังเอาเงินหลวง ที่รัฐอนุมัติช่วยเหลือทุกวัดทั่วประเทศ มาเป็นของตนและพวกพ้อง และยังมีการกระทำที่เป็นปรปักษ์กับหลักพระธรรมวินัยอีกมาก ที่ล้วนแล้วแต่บ่อนทำลายความมั่นคงของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ถามว่า ทั้งที่เขาก็ได้รับโทษทัณฑ์จนติดคุกติดตะราง ผ่านกระบวนการตัดสินของศาลมาถึงสองศาลแล้ว ทำไมท่านยังจะจ้องจองล้างจองผลาญเขาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ บวชเรียนมาก็นานตั้งแต่เด็กจนแก่ ได้เป็นถึงพระราชาคณะ เจ้าคณะปกครองสูงสุด กรรมการมหาเถร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่จะมีจิตสำนึก รู้ผิดชอบชั่วดี กลับทำตัวเป็นคนหน้าด้าน ทุมมังกุ ไม่ยอมรับความผิดพลาดที่ตนกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลท่านเมตตาให้โอกาสรอลงอาญา แทนที่จะสำนึก กลับออกมาบิดเบือน กลับดำเป็นขาว กลับผิดเป็นถูก มาโพนทะนาโกหกหลอกชาวบ้านว่าศาลตัดสินให้พ้นมลทิน ไม่ผิด ทั้งที่แท้จริงแล้ว ศาลอุทธรณ์ยังพิพากษาเพิ่มโทษเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่หน้าด้านสุดๆ ก็คือ ยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหน้าใช้พระอุโบสถ พระอารามหลวง ที่องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทรงสถาปนา แล้วพวกทุมมังกุกระทำการย่ำยีพระธรรมวินัย ย่ำยีกฎหมายบ้านเมือง ย่ำยีคำสั่งมติของมหาเถร ที่เคยประกาศห้ามไว้ก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังพาให้เจ้าอาวาสและพระสงฆ์อีกหลายวัด ต้องมาร่วมกระทำผิดไปด้วย อย่างไม่รู้เรื่อง คงจะคิดว่า ใช้พรรคพวกมากแล้วจะทำให้ผิดเป็นถูกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลยทำให้เจ้าอาวาสเหล่านั้น ต้องพลอยซวย ต้องถูกสอบจรรยาพระสังฆาธิการกันทั่วหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนแบบนี้น่ะหรือคือ คนดี คนบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เห็นแก่ประโยชน์ตน แล้วทำลายประโยชน์ผู้อื่นเช่นนี้หรือ คนบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่รู้แม้กระทั้งกฎมหาเถรสมาคม ทั้งที่ตนเคยเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนแบบนี้น่ะหรือ คือ บัณฑิต คือคนมีความรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรู้จริง มันต้องไม่พาพรรคพวกเดือดร้อน และไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน และหากรู้จริงก็ต้องรู้ว่า การกระทำดังกล่าว มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานในทางที่ผิดให้แก่พระหนุ่ม เณรน้อย รุ่นหลังเอาเป็นเยี่ยงอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะถ้าเรื่องการปลอมบวชครั้งนี้ทำสำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และไม่มีใครทักท้วง วันข้างหน้า เหตุการณ์เช่นนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาอ้างว่า ขนาดพระวัดสระเกศ พระอารามหลวง ยังทำได้ แล้วทำไมพวกเราจะกระทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบและความเสียหายดังกล่าวเช่นนี้ พวกทุมมังกุเคยได้คิดกันบ้างหรือเปล่า หรือคิดแต่จะเอาประโยชน์ตน ส่วนหลักพระธรรมวินัยจะเสียหายเช่นไร ทุมมังกุอย่างพวกกูไม่สน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้จะให้ พุทธะอิสระ ปล่อยเอาไว้ให้บ่อนทำลายพระธรรมวินัยได้ต่อไปกระนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า พุทธะอิสระ เคยมีเมตตาบ้างไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ที่ต้องทุ่มเท เสียสละ รักษาประโยชน์ส่วนรวมอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะมีเมตตานี่ไง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100439</URL_LINK>
                <HASHTAG>พุทธะอิสระ, วัดสระเกศ, วัดสามพระยา, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60458a8620cee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;สั่งสำนักพุทธฯแจงให้ชัด ปมศาลยกฟ้องอดีตพระพรหมดิลก รอดูอัยการโจทก์จะฎีกาหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา,&amp;nbsp;กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร คดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของวัดสามพระยา ว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการ พศ.ได้ให้สัมภาษณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางปฏิบัติหากจะกลับมาอยู่ในสมณเพศ ต้องรอให้คดีสิ้นสุดที่ศาลฎีกาก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอให้ไปถามที่ พศ. ซึ่งเขาได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้ว ว่าตามกฎหมายของ มส. มีเกณฑ์ต่างๆ ถ้าเข้าข้อไหนก็เข้าข้อนั้น เช่น คำพิพากษาต้องถึงที่สุด เพราะมีประเด็นตั้งแต่เริ่มต้นว่าสละสมณเพศแล้วหรือยัง ถ้าสละสมณเพศแล้วการจะกลับเข้ามาจะต้องบวชใหม่ แต่ถ้ายังไม่สละสมณเพศก็กลับมาครองผ้าเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ พศ.เป็นผู้ตอบแล้วกัน เพราะเป็นเรื่องของทางกฎหมายและผู้ใหญ่ทางสงฆ์ จะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าอัยการโจทก์จะดำเนินการอย่างไรต่อ จะฎีกาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่ออกมาแล้วครองผ้าเหลืองต่อเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีอยู่เสมอ เมื่อถามอีกว่า การออกมาแล้วครองผ้าเหลืองทันทีถือว่าถูกหรือผิดอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า มีทั้งถูกและผิด เอาไว้สักระยะหนึ่งเดี๋ยวตนจะมาอธิบายให้ฟัง ให้ พศ.ชี้แจงไปก่อน เพราะตนยังไม่เห็นคำพิพากษาว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายวิษณุจะต้องให้คำแนะนำกับทาง พศ.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากไปถึงจุดหนึ่งอาจจะต้องมีการทำความเข้าใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สุดท้ายเรื่องนี้จะมีทางออกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะทางออกหรือทางเข้าก็ยังไม่รู้ ขอให้รอสักระยะหนึ่ง เพราะยังใหม่อยู่ ยังตั้งหลักกันไม่ถูกว่าเรื่องเป็นอย่างไร แต่ทาง พศ.ตั้งหลักถูกแล้ว จึงได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. ขณะนี้จึงต้องยึดคำชี้แจงของ พศ.อยู่ แต่บังเอิญว่าคำชี้แจงเข้าใจยาก จึงต้องให้ พศ.ชี้แจงซ้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78456</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมดิลก, วัดสามพระยา, วิษณุ เครืองาม, เอื้อน กลิ่นสาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c196a707f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; จี้รัฐขอขมา-คืนสมณเพศ &#039;อดีตพระพรหมดิลก&#039; เพราะมิได้เป็นผู้มีมลทินมัวหมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคม โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และผู้ช่วยไม่ผิดฟอกเงิน 5 ล้านงบโรงเรียนพระปริยัติธรรมว่า&amp;nbsp;ต้องไม่ใช่แค่เรื่องของการยกฟ้องแล้วให้จบกันไปอย่างนี้นะ ต้องไม่ใช่เรื่องของการบอกว่า &amp;quot;มันเป็นคราวเคราะห์หรือกรรมเก่าของจำเลยเอง&amp;quot; อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะต้องทำอะไรให้เป็นมาตรฐานกันเสีย ถึงเวลาที่จะต้องมาแก้ไขปรับปรุงในกฎระเบียบที่ไม่เป็นธรรม ที่ขัดต่อหลักของสิทธิและเสรีภาพ พระก็พลเมือง ควรได้รับการปฎิบัติในทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมเสมอเหมือนกับผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีนี้ ถึงในที่สุด ถ้าศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องอีก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรต้องออกมาทำอะไรเพื่อแสดงถึงการขอขมากรรมและการสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไปด้วย อาตมาอยากจะเสนอหรือจะบอกว่าเรียกร้องก็ได้ในเรื่องที่เป็นแนวทางซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แนวทางที่อาตมากล่าวถึงมีอยู่ 3&amp;nbsp;ข้อ นั่นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.หากศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องตามศาลอุทธรณ์ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอความเห็นให้มหาเถรสมาคมพิจารณาชำระอธิกรณ์ ตลอดจนถึงคืนสมณเพศให้กับพระพรหมดิลก ในฐานะที่ท่านมิได้เป็นผู้มีมลทินมัวหมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ประกาศยืนยันถึงความบริสุทธิ์ ตลอดจนถึงประกอบพิธีขอขมากรรมต่อพระเถระที่ถูกกล่าวหาให้เป็นผู้ต้องมลทิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอไปยังรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาคืนสมณศักดิ์ให้กับพระเถระเหล่านั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นสิ่งที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรกระทำ&amp;nbsp;และอาตมาก็หวังว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะทำด้วย&amp;nbsp;ทำเพราะเห็นแก่ความเป็นธรรม ทำเพราะเห็นแก่ความยุติธรรม อย่าให้สังคมไทยเวียนวนอยู่แบบนี้อีกเลย อย่าให้ในอนาคตมีพระที่ต้องมีชะตากรรมอย่างพระพิมลธรรม หรือพระพรหมดิลกอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78443</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระมหาไพรวัลย์, มหาเถรสมาคม, วัดสามพระยา, ศาลอุทธรณ์, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f65bf6296054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนซ้ำรอย&#039;ยุคจอมพลสฤษดิ์&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;รีบกราบขอขมาพระสงฆ์ทุกรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง &amp;ldquo;ยกฟ้องเจ้าคุณเอื้อน ศาลอุทธรณ์ชี้วัดสามพระยามีสิทธิ์ใช้เงิน จึงไม่ผิดข้อหาฟอกเงิน&amp;rdquo; จากกรณีศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กับนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ และเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า อา.. ก็ดังที่เคยฟันธงล่วงหน้ามาหลายครั้ง แม้ว่าศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่า &amp;quot;ผิด&amp;quot; แต่สำนวนคดีนี้ แม้แต่เด็กอนุบาลก็อ่านออก ว่าพระที่ถูกจับสึกและคุมขังดำเนินคดีนานหลายปีนั้น ท่านจะผิดได้ยังไง ในเมื่อไม่ได้เอาเงินไปเข้าย่ามตัวเอง เพราะศาลเองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเอาเงินไปใช้ส่วนตัว เมื่อไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ก็ยังหลับหูหลับตาลงโทษ แบบนี้มันมีในหลักยุติธรรมตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ศาลอุทธรณ์ เหมือนสอนศาลชั้นต้น ว่าให้ใช้วิจารณญาณอันเที่ยงธรรม อย่าทำตามกระแส บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แปก็เพราะสถาบันตุลาการไม่วางตัวเป็นกลางนี่แหละ จะปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองได้ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าพวกท่านไร้อคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นอกจากจะพลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว ก็ยังมีผลไปถึง &amp;quot;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;รัฐบาลไทย&amp;quot; ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเวลาที่จับกุมคุมขังพระท่านนั้น ยังอยู่ในช่วง..ปฏิวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำอะไรผลีผลาม โดยเฉพาะกับงานพระศาสนาอันละเอียดลึกซึ่งนั้น เคยส่งผลให้ &amp;quot;จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์&amp;quot; มีตราบาปมาแล้ว วันนี้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ต้องเดินตามรอยสฤษดิ์ไปอีกครั้ง ทั้งๆ ที่มีตัวอย่างให้ศึกษา ประวัติศาสตร์มันไม่น่าจะซ้ำรอยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทย เหลือหนทางสุดท้าย คือกราบขอขมาพระสงฆ์ทุกรูป คืนผ้าเหลือง คืนตำแหน่ง คืนฐานันดรศักดิ์ และเยียวยาท่านให้เหมาะสมกับบาปกรรมที่ทำลงไป ไม่เช่นนั้นถึงตายไปก็คงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาสเวกัส, วัดสามพระยา, ศาลอุทธรณ์, สหรัฐอเมริกา, เจ้าคุณเอื้อน, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6afa654eb2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีเงินทอนวัดพลิก!ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง&#039;อดีตเจ้าคุณเอื้อน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.196/2561 คดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของวัดสามพระยา ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา, กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กับนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ และเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ เป็นจำเลยที่ 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณ พศ. ปี 2557 ให้กับวัดสามพระยา จำนวน 5 ล้านบาท ในงบส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งที่ไม่มีโรงเรียน โดยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา นำงบที่ได้มานั้นไปใช้ก่อสร้างอาคารร่มธรรมแทน ทั้งที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินนั้นมาตั้งแต่แรก ซึ่งอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2562 ว่า กระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดต่างกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันฟอกเงิน 2 กระทงๆ ละ 2 ปี ให้จำคุกนายเอื้อน หรืออดีตพระพรหมดิลก รวมจำคุก 6 ปี และนายสมทรง หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ จำเลยที่ 2 จำคุก 2 กระทงๆ ละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งสองซึ่งได้รับการประกันตัว สวมชุดขาวเดินทางมาศาล พร้อมมีกลุ่มพระสงฆ์และกลุ่มฆราวาสเดินทางมาร่วมติดตามฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เรื่องการขออนุมัติงบศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น หาใช่เฉพาะวัดที่มีโรงเรียนศึกษาพระปริยัติธรรม แต่วัดสามพระยามีโรงเรียนสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ย่อมมีสิทธิ์ในการใช้งบดังกล่าว จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวกับสำนักงาน พศ.ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยทราบว่าเงินเกี่ยวกับการกระทำความผิด ในหนังสือระบุได้รับเงินเกี่ยวกับการบูรณปฏิสังขรณ์ แสดงว่าจำเลยที่ 1 เข้าใจว่าเป็นงบบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อได้รับงบ 5 ล้านบาทตามเช็คแล้ว จำเลยได้มอบอำนาจให้มีการถอนเงินจ่ายค่าก่อสร้างอาคารร่มธรรม วัดมีการก่อสร้างอาคารและโอนเงินชำระหนี้จริง โดยจำเลยจ่ายเงินให้ผู้ดูแลการก่อสร้าง เชื่อได้ว่าจำเลยในฐานะผู้ดูแลวัดได้นำเงินไปทำนุบำรุงวัด แม้วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม และไม่ได้นำเงินไปใช้โดยตรง ก็ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนทรัพย์สินที่เป็นการกระทำความผิดมูลฐานฟอกเงิน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ พิพากษาแก้เป็นยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิพากษาแล้ว นายสมทรง หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ จำเลยที่ 2 ถึงกับยกมือไหว้และร่ำไห้ด้วยความดีใจ รวมถึงพระสงฆ์และกลุ่มฆราวาสที่เดินทางมาให้กำลังใจก็ร่วมแสดงความยินดีด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78343</URL_LINK>
                <HASHTAG>พศ., วัดสามพระยา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, ศาลอุทธรณ์, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ad8a9b4de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 6 ปีอดีตพระพรหมดิลก คดีเงินทอนวัด ทนายเตรียมอุทธรณ์ยันใช้งบก่อสร้างอาคารจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อท.196/2561 คดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของวัดสามพระยา ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา, กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กับนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณและเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ เป็นจำเลยที่ 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;157 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ,&amp;nbsp;ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณ พศ. ปี 2557 ให้กับวัดสามพระยา จำนวน 5 ล้านบาท ในงบส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งที่ไม่มีโรงเรียน โดยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา นำงบที่ได้มานั้นไปใช้ก่อสร้างอาคารร่มธรรมแทน ทั้งที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินนั้นมาตั้งแต่แรก ซึ่งอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อดีตพระเถระทั้งสอง ได้สึกจากความเป็นพระและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาตั้งแต่การฝากขังในชั้นสอบสวนนับจากวันที่ 24 พ.ค. 2561 จนถึงการพิจารณาในชั้นศาล เนื่องจากไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ (16 พ.ค.) ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษา ซึ่งสวมชุดสีขาว วันนี้มีพระลูกวัดและญาติโยม ได้ติดตามมาร่วมให้กำลังใจอดีตพระเถระผู้ใหญ่ทั้งสองคน และร่วมฟังผลคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนพยานโจทก์-จำเลยแล้ว ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า เมื่อปี 2556-2557 พศ.ได้มีการจัดสรรงบประมาณประจำปี&amp;nbsp; 2557 จำนวน 72 ล้านบาทให้กับวัดต่างๆ เพื่อสนับสนุนโครงการ ร.ร.พระปริยัติธรรมฯ โดยวัดสามพระยาเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นได้รับงบประมาณมา 5 ล้านบาท จากนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ.ขณะนั้น ต่อมาจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ร่วมเบิกเงินจากบัญชีวัด ได้มอบอำนาจให้ฆราวาสเบิกถอนเงินจากบัญชีภายหลังนำเช็คที่เป็นเงินที่ได้รับสนับสนุนจาก พศ. ในโครงการ ร.ร.พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนรับฟังได้ว่า มีการเบิกถอนเงินจากบัญชีของวัด จำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรก 500,000 บาท ครั้งที่สอง 1.9 ล้านบาท และครั้งที่สาม 1.68 ล้านบาท โดยเมื่อเบิกถอนเงินมาแล้วได้นำเข้าบัญชีเงินฝากของวัด จำเลยทั้งสองได้นำเงินดังกล่าวโอนเข้าบัญชีนางวิภาพร อุดมโชคปิติ ทั้งที่ความจริงแล้ววัดสามพระยาไม่มี ร.ร.พระปริยัติธรรมฯ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าเป็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเงินดังกล่าวเป็นการอนุมัติตามที่เคยมีหนังสือ 2 ฉบับ ของบประมาณในการก่อสร้างอาคารร่มธรรมและอาคารสงฆ์นั้น ศาลเห็นว่า จากการตรวจสอบเอกสารของบจาก พศ. ไม่ได้มีการลงเลขรับจากหน้าห้องนายนพรัตน์ อดีต ผอ.พศ. อย่างถูกต้อง และยังได้ความจากเจ้าหน้าที่ พศ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกันไว้เป็นพยาน ระบุว่างบที่จัดสรรนั้น ยังมีในส่วนของวัดอื่น โดยก่อนหน้าวัดสามพระยา ก็มีการจัดสรรให้วัดอื่นที่มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองรู้ดีอยู่แล้วว่า งบดังกล่าวเป็นงบเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่วนเอกสารที่จำเลยที่สองอ้างว่าเจ้าหน้าที่ พศ. ได้นำมาให้ โดนเว้นช่องรายละเอียดไว้ เพียงแค่ให้ลงชื่อนั้น ก็เป็นการนำมากล่าวอ้างหลังจากตรวจพยานหลักฐานคดีนี้ 1 นัดไปแล้ว ทั้งที่จำเลยอ้างว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ซึ่งเป็นเพียงสำเนา ไม่มีเอกสารตอบการรับเงินด้วย ทั้งที่เป็นเอกสารที่ควรอยู่คู่กัน ดังนั้นที่จำเลยอ้างว่าเป็นเพียงการใช้งบที่ผิดวัตถุประสงค์รับฟังไม่ได้ เพราะงบดังกล่าววัดสามพระยาไม่มีสิทธิได้รับตั้งแต่แรก ซึ่งหากเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ งบที่ได้มานั้นก็ต้องได้มาตามสิทธิที่ถูกต้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยานหลักฐานจำเลยจึงไม่มีน้ำหนัก และรับฟังได้ว่าเงินดังกล่าวมาจากการทุจริตจัดสรรงบของ พศ. ซึ่งจำเลยทั้งสองรู้ดีว่าเงินที่ได้มาใช้เพื่อสนับสนุนการศึกษา ร.ร.พระปริยัติธรรม เท่านั้น โดยการกระทำของจำเลยที่ 1 ก็เป็นเจ้าพนักงานปกครองวัด จะต้องได้รับโทษเป็นสองเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์คดีนี้แล้ว เห็นว่าแม้จะมีการเบิกเงินในบัญชี 3 ครั้ง ครั้งแรกเช้าวันที่ 13 ธ.ค. 2556 จำนวน 500,000 บาท แต่เงินจำนวนนี้เป็นเงินที่คงอยู่ในบัญชีของวัดสามพระยา ที่คงเหลืออยู่ 1.63 ล้านบาทเศษ เพราะเมื่อได้รับเช็คงบประมาณ 5 ล้านบาท มาแล้ว ได้นำเข้าเช็คต่างธนาคารในวันที่ 12 ธ.ค. 2556 ซึ่งจะเบิกจ่ายได้ช่วงบ่ายของวันถัดไป จึงเป็นการเบิกจ่ายเงินของวัดที่มีอยู่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนครั้งที่ 2 วันที่ 7 ม.ค. 2557 จำนวน 1.9 ล้านบาท และครั้งที่ 3 วันที่ 14 ม.ค. 2557 ที่เบิกไป 1.68 ล้านบาทเศษนั้น รับฟังได้ว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณดังกล่าว โดยมีการเบิกเข้าบัญชีนางวิภาพร และไปฝากบัญชีเงินฝากประจำชื่อบัญชีของวัดจนได้รับดอกเบี้ย แล้วถอนเงินดังกล่าวไปใช้ก่อสร้างอาคารร่มธรรมและอาคารพักสงฆ์ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการรับโอนเงิน และเปลี่ยนสภาพจากการกระทำผิด การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 5 (1)(2), 60 ประกอบประมวลกฎหมายมาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือโดยทุจริต และฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายมาตรา 157 เห็นว่าจะต้องเป็นเจ้าพนักงานที่ทำหน้าที่ในการปฏิบัติโดยตรง แต่เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการมอบอำนาจเบิกเงินจากบัญชี จึงไม่ใช่อำนาจโดยตรง จึงไม่มีความผิดตามฟ้องในข้อหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า กระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดต่างกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันฟอกเงิน 2 กระทงๆ ละ 2 ปี ให้จำคุกนายเอื้อน&amp;nbsp; หรืออดีตพระพรหมดิลก รวมจำคุก 6 ปี และนายสมทรง หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ จำเลยที่ 2 จำคุก 2 กระทงๆ ละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายโกศล ใสสุวรรณ&amp;nbsp; ทนายความอดีตพระพรหมดิลก จำเลยที่ 1 เปิดเผยว่าจะอุทธรณ์สู้แน่นอนคดี โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 ปี และจำคุกจำเลยที่ 2 (ผู้ช่วยเจ้าอาวาส) เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นอัตราโทษที่เราเห็นว่าศาลสามารถจะรอลงอาญาได้ นอกจากนี้สำหรับคดีฟอกเงินก็เคยมีคดีของเบนซ์ เรซซิ่งที่ศาลสั่งจำคุก 8 ปี ต่อมาได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ดังนั้นในสัปดาห์หน้าเราก็จะพิจารณาขอยื่นประกันตัวอดีตพระพรหมดิลก และอดีตพระอรรถกิจโสภณ จำเลยที่ 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่จะอุทธรณ์สู้คดีนั้น แม้ข้อเท็จจริงยุติว่าวัดสามพระยา ไม่มี ร.ร.พระปริยัติธรรมแผนกสามัญฯ แต่วัดได้ของบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์อาคารร่มธรรมและ พศ.ได้พิจารณางบประมาณให้แล้ว ซึ่งวัดสามพระยาได้มอบฉันทะไปทำเรื่องรับเช็คจำนวน 5 ล้านบาท แล้วนำมาใช้ก่อสร้างอาคารจริงๆ จึงไม่ใช่การทุจริต และเราเห็นว่าขั้นตอนวิธีทางปฏิบัติโอนเช็คดังกล่าว พศ.ใช้กับทุกวัด แต่ถ้าเป็นเงินอุดหนุน ร.ร.พระปริยัติธรรม พศ. จะใช้ช่องทางโอนเงินเข้าบัญชีของวัดโดยตรง ซึ่งเราอุทธรณ์จะสู้ในประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีทุจริตการจัดสรรงบประมาณ พศ. นับตั้งแต่ปี 2557&amp;nbsp; ให้กับวัดต่างๆ ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและวัดในพื้นที่ กทม. มูลค่านับ 150 ล้านบาทนั้น พนักงานสอบสวนได้กล่าวหาอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทั้งวัดสามพระยา, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กับกลุ่มฆราวาส และกลุ่มข้าราชการสำนัก พศ.รวมกว่า 20 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ยังมีการกล่าวหาอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ต่างจังหวัด ร่วมกับข้าราชการสำนัก พศ. ฟอกเงินที่ได้จากฉ้อฉลจูงใจให้วัดพื้นที่ต่างจังหวัดมาร่วมรับการจัดสรรงบประมาณ พศ.ในส่วนที่เป็นเงินอุดหนุนให้ 12 วัด13 รายการ จำนวน 28 ล้านบาท ที่กำหนดให้ใช้ในการบูรณะซ่อมแซมวัด หรือเพื่อโครงการศึกษาพระปริยัติธรรม หรือโครงการเผยแผ่กิจกรรมทางศาสนานั้น&amp;nbsp; แล้วภายหลังได้เรียกเงินคืนไปเป็นแระโยชน์พวกตัวเองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตฯเพิ่งตัดสินคดีสำนวนแรกไปเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2562 โดยพิพากษาจำคุก 26 ปีโดยไม่รอลงอาญานายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 55 ปี อดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ และอดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค ในความผิดฐานฟอกเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36013</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.), คดีเงินทอนวัด, นายเอื้อน กลิ่นสาลี, วัดสามพระยา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, อดีตพระพรหมดิลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcf54795f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาประชุม มส.ตั้งเจ้าอาวาส&#039;วัดสระเกศฯ-สามพระยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค. มติที่สำคัญนอกจากรับทราบการถอดถอน ตำแหน่ง และสมณศักดิ์ของกรรมการ มส. 3 ท่าน อันได้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรวิหาร , พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามไปแล้ว ต่อจากนั้น มส.ได้รับทราบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค 10 (มหานิกาย) เจ้าคณะ กทม. (มหานิกาย) และเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) ไปแล้ว และต่อมาพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และแต่งตั้งพระราชวิสุทธิดิลก&amp;nbsp;(ละเอียด กิตติสุขุโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยาก็ตามที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่น่าสนใจคือการประชุม มส.ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ คาดว่า มส.จะมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญ 3 เก้าอี้ ประกอบด้วย 1.ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อันเป็นของอดีตพระพรหมสิทธิ มาแต่เดิม เพราะมีงานสำคัญในปลายเดือน มิ.ย.นี้ คือการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอ๊ตเติ้ล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;2.เจ้าอาวาสวัดสามพระยา แทนอดีตพระพรหมดิลก &amp;nbsp;และ 3. เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนอดีตพระพรหมสิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าจับตามากที่สุดคือตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายค่อนข้างรุนแรง ต่างจากวัดสามพระยาซึ่งไม่น่ามีปัญหา และที่ผ่านมาเจ้าอาวาสวัดสระเกศในช่วงหลังๆ ก็มักมีปัญหาตลอด ตั้งแต่พระพรหมสุทธี (เสนาะ ปญญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ ที่ถูกปลดก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย และล่าสุดคืออดีตเจ้าคุณธงชัยที่ถูกจับสึกไปหลังวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, มส., มหาเถรสมาคม, วัดสระเกศฯ, วัดสามพระยา, สมณศักดิ์, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเสนาะ, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b137d824c1cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
