<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครบรอบ 25 ปี เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ มุ่งส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสู่ พนง. ชุมชนและสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;25 ปีโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกของ เซเว่น อีเลฟเว่น ที่ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ ผ่านโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ซึ่งเป็นเสมือนสะพานบุญ สร้างพื้นที่ธรรมะสำหรับคนเมือง และคนรุ่นใหม่ ได้มีธรรมะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ(ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์ ในฐานะประธานพุทธปัญญาชมรม กล่าวในโอกาสครบรอบ 25 ปีโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯว่า ทางเซเว่น อีเลฟเว่น เชื่อว่ากิจกรรมนี้เป็นเรื่องที่ดี และเป็นที่นิยมของพุทธศาสนิกชนตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่ไม่ตาย และสามารถจรรโลงจิตใจของชาวพุทธหรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่ชาวพุทธ เมื่อได้รับฟังคำสอน ได้รับฟังพระธรรมจะรู้สึกดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายคนต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ถาถ่มเข้ามาอย่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธรรมะจะนำพาให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ โดยทางเซเว่น อีเลฟเว่น จะจัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป ทุกเที่ยงวันศุกร์สามารถชมไลฟ์สดผ่านช่องทาง facebook fanpage CPALL นอกเหนือจากนั้นยังติดตามได้ผ่านรายการพุทธปัญญาภิรมย์ทางสถานีโทรทัศน์ TNN ช่อง 16 ทุกวันเสาร์ เวลา 07.00-07.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในโอกาสครบรอบโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระเทพปฏิภาณวาที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนิมนต์คณะพระเกจิอาจารย์จากวัด มหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพฯ ร่วมสวดมหาสมัยสูตรหรือชุมนุมเทวดา ซึ่งเป็นพระสูตรที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนาสูตรหนึ่ง ที่เรียกว่ามหาสมัยสูตร หมายถึง เป็นสมัยหรือเป็นเวลาที่สำคัญที่สุด เมื่อพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งอุบัติขึ้นในโลกนี้จะมีสมัยหนึ่งที่เทวดามาชุมนุมพร้อมกันทั้ง 10 โลกธาตุ เมื่อใครได้สวดสูตรนี้จะมีผลานิสงฆ์ให้ได้เป็นที่รักใคร่เมตตาของเหล่าเทวดา โดยในสมัยที่พระพุทธองค์เสด็จไปโปรดพุทธมารดาที่กรุงกบิลพัสดุ์&amp;nbsp; เชื้อพระวงศ์ทั้งฝ่ายศากยวงศ์ และโกลิยวงศ์ได้ให้ลูกหลานออกบวชฝ่ายละ 500 รวมเป็น 1,000 รูปพระองค์และได้ปฏิบัติในป่ามหาวัน ทั้งหมดได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทุกพระองค์ ทำให้ทวยเทพทั้ง 10 โลกธาตุตกตะลึง ต่างจะมาดูให้เห็นกับตาตนเอง จึงเป็นสมัยที่สำคัญที่ยิ่งใหญ่ มนต์บทนี้จึงเป็นบทที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเทวดานิยมสวดในโอกาสอันเป็นมงคล และสวดอาฏานาฏิยสูตรหรือภาณยักษ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป ณ อาคาร เดอะ ธารา ชั้น B 1 ถนนแจ้งวัฒนะ นนทบุรี โดยถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook Live แฟนเพจ CP All ให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อานิสงฆ์ของการสวดอาฏานาฏิยสูตรหรือภาณยักษ์ พระสรภาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพ ได้อธิบายความไว้ว่า เป็นมนต์ที่สำคัญในพระพุทธศาสนาที่ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ได้แก่ ท้าวธตรฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ และท้าวกุเวร ปรารภถึงบริษัทบริวารที่ชอบไปรังแกพุทธบริษัทที่ไปปฏิบัติธรรมตามป่าเขา จึงได้รจนาอาฏานาฏิยปริตร ที่อาฏานาฏิยนคร ในชั้นจตุมหาราชิกา นำมาถวายพระพุทธเจ้าเพื่อมอบให้พุทธบริษัทปัดเป่าบริวารที่ไม่ดี พระพุทธเจ้าจึงรับไว้เพราะเห็นเป็นประโยชน์กับพุทธศาสนาในอนาคตกาล ในสมัยโบราณกาลก็ได้มีการนิมนต์พระสงฆ์จากพระอารามต่างๆ สวดอาฏานาฏิยปริตร ทั้งสี่มุมเมืองพระนคร สามารถบรรเทาโรคภัยต่างๆ ขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีได้ โดยสมัยก่อนทำในพระบรมมหาราชวัง และได้เป็นที่นิยมแพร่หลายไปตามหัวเมืองต่างๆ นี่คืออานิสงฆ์ของการสดับอาฏานาฏิยปริตรที่เป็นมงคลแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดระยะเวลา 25 ปีโครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯได้จัดธรรมะบรรยายทุกรวมกว่า 1,200 ครั้ง ในแต่ละเดือนจะนิมนต์พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดมาเทศนาธรรม รวมกว่า 959 รูป และฆราวาสที่มีชื่อเสียงมาแบ่งปันประสบการณ์ธรรมะกว่า 159 คน ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร พนักงาน ประชาชนทั่วไป และผู้ที่สนใจฟังธรรมะร่วมฟังธรรมะทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ &amp;ldquo;เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ&amp;rdquo; สามารถติดตามรับชมผ่านระบบ live สด ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00 - 13:30 น. ทางช่องทาง facebook fanpage CP ALL และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน พร้อมรับฟังคติธรรมดี ๆ ในช่องทาง TikTok ได้ที่ ธรรมะ TikTok&amp;rdquo; นายยุทธศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119783</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์, นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล, บมจ.ซีพี ออลล์, พระเทพปฏิภาณวาที, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, เซเว่น อีเลฟเว่น, โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6168e6286f85b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 22:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แท่ง-หนุ่ม-หลิว&#039;ไปชมความเป็นที่สุด ของวัดสุทัศน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันเสาร์ที่&amp;nbsp; 8 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.00 น. ที่เลข 30 ช่อง 9 MCOT HD พร้อมเปิดโลกกว้าง สร้างความสุข กับรายการ ศักดิ์สิทธิ์ คงกระพัน วาไรตี้เที่ยววัด ที่ไม่เชย ไม่น่าเบื่อ ที่พร้อมจะพาไปเจาะลึกเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ และ ความเชื่อ ความขลัง ตำนาน วัตถุมงคล ของดีของวัดต่างๆ ทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ 2 พิธีกร แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง และ หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ พร้อม หลิว-อาจารียา พรหมพฤกษ์ ขอพาผู้ชมทางหน้าจอ ไปประทับใจในทุกที่มาของความเป็นที่สุด ของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษชนิดราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๘ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สุดแรกชมพระศรีศากยมุนี พระประธานในพระวิหารหลวง ซึ่งหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ นับเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่สุดต่อมาด้านหลังบัลลังก์พระพุทธรูปมีแผ่นศิลาสลัก เป็นศิลปะแบบทวารวดี เป็นรูปสลักปิดทอง ปางยมกปาฏิหาริย์ และ ปางประทานเทศนาในสวรรค์ เป็นของเก่าและหาดูได้ยาก เข้าใจว่าจะมีอยู่เพียงชิ้นเดียวในโลก และห้ามพลาดเรื่องเล่าขานกันถึงเปรต สัตว์ที่เกิดในอบายภูมิตามความเชื่อ ของพุทธศาสนาและชาวไทยว่ามีเปรตเคยปรากฏอยู่ที่นี่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102150</URL_LINK>
                <HASHTAG>รายการศักดิ์สิทธิ์ คงกระพัน, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ, หลิว-อาจารียา พรหมพฤกษ์, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_609555e4983f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไหว้พระ 9 วัด ตลอดปี 2562  ในกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเริ่มต้นที่ดี คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ&amp;quot; จากคติดังกล่าวทำให้ช่วงวันปีใหม่หลายๆ คนมักเดินทางไปสักการะสถานที่อันเป็นมงคล เพื่อไหว้พระขอพรรับปีใหม่ และที่ยึดถือปฏิบัติกันมานานก็คือ การไหว้พระ 9 วัด ซึ่งเป็นคติเดิมแบบไทยๆ อีกทั้งคำว่า &amp;quot;เก้า &amp;quot;ไปพ้องกับคำว่า ก้าว หมายถึงก้าวหน้า ดังนั้น การไหว้พระเก้าวัด ก็คือมงคลชีวิตจะได้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งมีวัดจำนวนมาก แต่มี 9 วัดที่เป็นวัดสำคัญและชื่อก็เป็นมงคล เหมาะกับการเสริมสิริมงคลกับผู้เดินทางไปกราบไหว้สักการะและทำบุญอย่างยิ่ง มีวัดอะไรบ้าง มาดูกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง วัดสำคัญคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2326 เพื่อความสะดวกเวลาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดิน เจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร&amp;quot; (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในมีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังซึ่งตีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อีกทั้งสถาปัตยกรรมของวัดมีความวิจิตรงดงามตระการตา ความเชื่อถ้าได้มาวัดพระแก้วจะทำให้จิตใจสะอาดดุจรัตนตรัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดจากวัดพระแก้วไม่ไกลนัก คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;วัดโพธิ์&amp;quot; ตั้งอยู่ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ &amp;quot;วัดโพธาราม&amp;quot; รัชกาลที่ 1 ทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ.2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า &amp;quot;พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ&amp;quot; และทรงสร้าง &amp;quot;พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน&amp;quot; เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น &amp;quot;มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน&amp;quot; จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในวัดโพธิ์มี &amp;quot;พระพุทธเทวปฏิมากร&amp;quot; ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน พื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชกาลที่ 1-4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกเช่นกัน ทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากเป็นศูนย์รวมสรรพวิชาหลากหลายแขนง ทั้งการนวดแผนไทย นวดเพื่อบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ เชื่อกันว่ามาสักการะวัดโพธิ์จะทำให้ร่มเย็นเป็นสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเรียกว่า &amp;quot;หมู่บ้านกุฎีจีน&amp;quot; วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า &amp;quot;วัดกัลยาณมิตร&amp;quot; พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธไตรรัตนนายก&amp;quot; (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 4 หรือเรียกตามแบบจีนว่า ชำปอฮุดกง หรือชำปอกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ซึ่งจำลองมาจากวัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยา โดยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2408
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัด คำว่า &amp;ldquo;กัลยาณมิตร&amp;rdquo; &amp;nbsp;มาจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร (โต) ผู้ซึ่งบริจาคที่ดินบ้านของท่านก่อสร้างพระอารามวัดแห่งนี้ การได้มากราบไหว้สักการะที่วัดนี้ เชื่อว่าจะทำให้เกิดมิตรมากกว่าศัตรู เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย เจอมิตรที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ไกลจากวัดกัลยาณมิตร ก็คือ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดที่มีเอกลักษณ์คือพระปรางค์ ตั้งอยู่ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ &amp;quot;วัดมะกอก&amp;quot; เมื่อ พ.ศ.2310 &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น &amp;quot;วัดแจ้ง&amp;quot; ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า &amp;quot;วัดอรุณราชวรารามฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอรุณราชวรารามฯเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฎ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม &amp;quot;ยักษ์วัดแจ้ง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนองค์พระปรางค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน &amp;quot;พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก&amp;quot; ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ การได้มาสักการะกราบไหว้พระและพระปรางค์วัดอรุณฯ จะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกวันคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกวัดดังของฝั่งธนฯ ที่หลายคนไม่ควรพลาด คือวัดระฆังโฆสิตารามฯ หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;วัดระฆัง&amp;quot; ตั้งอยู่บนถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า &amp;quot;วัดบางว้าใหญ่&amp;quot; เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา และในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ได้มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ทำให้ประชาชนพากันเรียกว่า วัดระฆัง สำหรับตัวระฆังที่ขุดพบนั้น รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้ว และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างชดเชยให้วัดระฆังใหม่ 5 ลูก และพระราชทานชื่อให้กับวัดใหม่ว่า &amp;ldquo;วัดระฆังโฆสิตารามฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระอุโบสถนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า &amp;quot;พระประธานยิ้มรับฟ้า&amp;quot; นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งบานประตูและฝาผนัง รวมทั้งตู้พระไตรปิฎกสมัยกรุงศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดระฆังฯ เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน การไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าเมื่อได้มาสักการะจะเป็นมงคล มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนระฆังที่ตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อยู่ทางฝั่งพระนคร หรือย่านบางลำพู ถนนข้าวสารเรานี่เอง ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง เนื่องจากช่วงนั้นไทยยังทำสงครามกับพม่า และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า &amp;quot;วัดชนะสงครามฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า &amp;quot;พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ&amp;quot; ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ การได้มาสักการะวัดแห่งนี้มีความเชื่อกันว่าถ้าเราต้องการชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง และเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นวัดสำคัญของทริปไหว้พระ 9 วัดที่ขาดไม่ได้ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร หรือวัดบวรนิเวศวิหาร แต่คนทั่วไปมักเรียกย่อๆ ว่า &amp;quot;วัดบวรฯ&amp;quot; ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ.ศ.2367-2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎ เสด็จมาประทับเมื่อปี พ.ศ.2375&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดบวรฯ ที่เป็นวัดสำคัญ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเคยผนวชและประทับที่วัดนี้ เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ &amp;nbsp;5 ที่ทรงเคยผนวชและประทับที่วัดบวรฯ รวมถึงยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธชินสีห์ ประดิษฐานเป็นพระประธาน ควรค่าแก่การสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ.2350 เสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ.2390 ซึ่งใช้ชื่อเดิมว่า วัดสุทธาวาส ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานชื่อใหม่ว่า วัดสุทัศนเทพวราราม ตั้งอยู่บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ใกล้กับเสาชิงช้า เขตพระนคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในพระวิหารมี &amp;quot;พระศรีศากยมุนี&amp;quot; เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยสำริด ถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา บานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีน ตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ.2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน การมากราบไหว้ขอพรที่คนไทยยึดถือกันก็คือ เพื่อการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือภูเขาทอง สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้ากรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก รัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ โปรดฯ ให้ขุดคลองรอบพระอารามและพระราชทานนามว่า วัดสระเกศฯ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดพังลง รัชกาลที่ 4 โปรดฯ ให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยา บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ เชื่อกันว่าการได้มาไหว้พระที่วัดสระเกศฯ จะเป็นการเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25245</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระแก้ว, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดโพธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24c6cc46710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักพระราชวัง โอนภารกิจพิธีศพ ให้วธ.ดำเนินการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักพระราชวังโอนภารกิจพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ให้กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการแทน ด้าน ศน.อบรมพระพิธีธรรมแด่พระสงฆ์ประจำพระอารามหลวงในจังหวัดต่างๆ 160 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเปิดโครงการฝึกอบรมพระพิธีธรรม &amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้สืบทอดพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อและประเพณีท้องถิ่นว่า สำนักพระราชวังได้กำหนดแนวทางการโอนภารกิจเกี่ยวกับพิธีศพในพระราชานุเคราะห์ตามระเบียบสำนักพระราชวังให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินงาน ตลอดจนให้มีการขยายงานพิธีศพที่ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ไปสู่ข้าราชการ หรือผู้มีสิทธิ์ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ทั่วประเทศ &amp;nbsp;เพื่อเป็นเกียรติอันสูงสุดนำมาซึ่งความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้แก่ผู้วายชนม์และครอบครัวอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมการศาสนา (ศน.) จึงได้รับมอบหมายส่วนงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว ซึ่งเมื่อมีผู้วายชนม์ที่ได้รับการพระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมแจ้งมาแล้ว ศน.จะต้องนิมนต์ รับและส่งพระพิธีธรรมไปในการสวดพระอภิธรรมในแต่ละครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดี ศน.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อการดำเนินงาน และให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนของพิธีศพที่ได้รับพระราชทานพระราชานุเคราะห์ไปสู่ข้าราชการหรือผู้มีสิทธิ์ได้รับอย่างทั่วถึง ศน.จึงจัดอบรมพระพิธีธรรมแด่พระสงฆ์ตามพระอารามหลวงภายในจังหวัดต่างๆ รวมทั้งสิ้น 160 รูป จะได้รับความรู้หลักปฏิบัติโดยทั่วไป ซึ่งการสวดพระอภิธรรมจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป หรือ 8 รูปแล้วแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับงานพระบรมศพ พระศพ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีฐานันดรศักดิ์ ชั้นยศ หรืออยู่ในหลักเกณฑ์เทียบเกียรติยศพระราชทานแก่พระศพและศพของสำนักพระราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งบุคคลซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นกรณีพิเศษ จะได้รับพระราชทานพระสงฆ์ไปประกอบพิธีในการสวดพระอภิธรรม เรียกว่าพระพิธีธรรม ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วย 10 พระอาราม &amp;nbsp;ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร, วัดอนงคารามวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11168</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, กระทรวงวัฒนธรรม, วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดอนงคารามวรวิหาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e8cbfba080.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
