<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระบรมราชโองการตั้งสมณศักดิ์’หลวงพ่อเลี่ยม’เป็น’พระเทพวชิรญาณ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 &amp;ndash; ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนที่ 21 ข ลงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชภาวนาวิกรม เป็น พระเทพวชิรญาณ ภาวนาวิธานโกศล วิมลศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถิต ณ วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูวินัยธร 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พุทธศักราช 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97883</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมราชโองการ, พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, พระราชภาวนาวิกรม, พระเทพวชิรญาณ, วัดหนองป่าพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060289428295.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯถวายผ้าพระกฐินวัดหนองป่าพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63 - เวลา 17.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมคณะข้าราชการ พสกนิกรทุกหมู่เหล่า เฝ้าฯรับเสด็จ&amp;nbsp;โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นทรงรับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ออกจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ไปยังวัดหนองป่าพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงวัดหนองป่าพง &amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นอุโบสถ &amp;nbsp;ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต &amp;nbsp;ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้าซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสน์สงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส &amp;nbsp;ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระประธานอุโบสถ &amp;nbsp;ทรงกราบ &amp;nbsp;จากนั้นทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้าพาดระหว่างพระกร &amp;nbsp;ทรงกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน &amp;nbsp;ทรงวางผ้าไตรไว้บนพานแว่นฟ้าที่เดิม &amp;nbsp; ทรงประเคนผ้าไตรและเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ 2 เมื่อพระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐินออกไปครองผ้าพระกฐินเสร็จกลับมายังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระสงฆ์ผู้ครองผ้าพระกฐิน &amp;nbsp;ทรงหลั่งทักษิโณทก &amp;nbsp;พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา &amp;nbsp;ถวายอดิเรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ &amp;nbsp;ทรงสนทนาธรรมกับพระราชภาวนาวิกรม &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง &amp;nbsp;ทรงลาพระสงฆ์แล้วเสด็จออกจากอุโบสถ &amp;nbsp;ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเจดีย์พระโพธิญาณเถร &amp;nbsp;เสด็จเข้าพระเจดีย์พระโพธิญาณเถร &amp;nbsp;พระภิกษุสงฆ์ศิษยานุศิษย์พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) จากทั่วโลก &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;500 รูป เจริญชัยมงคลคาถา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp; ทรงวางพวงมาลัย &amp;nbsp;ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะรูปเหมือนและพระอัฐิธาตุ &amp;nbsp;พระโพธิญาณเถร &amp;nbsp;(หลวงปู่ชา สุภัทโท) &amp;nbsp;ทรงกราบ &amp;nbsp;ทรงประเคนเครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์ 5 รูป &amp;nbsp;ทรงสนทนาธรรมกับพระสงฆ์เถร &amp;nbsp;แล้วเสด็จออกจากพระเจดีย์พระโพธิญาณเถร &amp;nbsp;ประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร &amp;nbsp;ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม &amp;nbsp;และทอดพระเนตรภายในพิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร ด้วยความสนพระราชหฤทัย เสร็จแล้ว &amp;nbsp;ทรงปลูกต้นรวงผึ้งไว้เป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน &amp;nbsp;หน่วยแพทย์มูลนิธิกาญจนบารมี &amp;nbsp; และโรงพยาบาลในพื้นที่จ.อุบลราชธานี &amp;nbsp;ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกให้บริการตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ &amp;nbsp;ประกอบด้วยตรวจโรคทั่วไป &amp;nbsp;ตรวจด้วยเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง ตรวจอัลตราซาวด์ ตรวจภาพจอประสาทตา และบริการด้านทันตกรรมด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน การตรวจป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโคโรน่าหรือโรคโควิด -19 ด้วยรถตรวจเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้มีราษฎรมารับการตรวจรักษา จำนวน 1,143 &amp;nbsp; คน &amp;nbsp;โดยโรคที่พบมากได้แก่ โรคตา ,โรคกล้ามเนื้ออักเสบ, &amp;nbsp;โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคระบบประสาท &amp;nbsp; และทรงรับผู้ป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ จำนวน 10 &amp;nbsp; คน &amp;nbsp;ที่ป่วยด้วยโรคเนื้องอกหลอดเลือด &amp;nbsp;โรคลำไส้ใหญ่ไม่มีปมประสาทแต่กำเนิด &amp;nbsp;โรคลำไส้เล็กส่วนปลายตีบตัน &amp;nbsp;โรคมะเร็ง &amp;nbsp;และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ป่วยถึงอาการเจ็บป่วย ด้วยทรงห่วงใย &amp;nbsp;พร้อมทั้งพระราชทานยาชุดพระราชทานแก่ผู้ป่วยที่ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย &amp;nbsp;เสร็จแล้ว &amp;nbsp;ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มาจัดแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทอดพระเนตรการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;สนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎร &amp;nbsp;โดยการนำผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;และทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของโครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านสมพรรัตน์ อำเภอบุณฑริก และโครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนและจากสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพ ที่ดำเนินงานสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ &amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการส่งเสริมศิลปาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียง &amp;nbsp;จากนั้นทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก &amp;nbsp; และทรงรับของที่ราษฎรตั้งใจนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อม &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ผ้าไหมลายพื้นเมือง &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านต่าง ๆ &amp;nbsp; ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิดและทรงเป็นกันเอง &amp;nbsp;ซึ่งราษฎรต่างเปล่งเสียงถวายพระพร &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; พร้อมกับโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย และธงพระนามาภิไธยตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองแพทย์หลวง &amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิกาญจนบารมี และโรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ให้บริการตรวจรักษาแก่ราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง &amp;nbsp;โดยแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมืออันทันสมัย &amp;nbsp;กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานปรุงอาหารสุกใหม่ &amp;nbsp;พระราชทานอาหารและน้ำดื่มแก่ราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย &amp;nbsp;ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าเป็นล้นพ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81988</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุบลราชธานี, ถวายผ้าพระกฐิน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วัดหนองป่าพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f981c50ceece.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;การเมือง&#039; ที่ไม่มี &#039;วันพระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดถึงคำว่า &amp;quot;เข้าพรรษา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งแรกที่คนไทยแทบทุกคนนึกถึง คือ คำว่า &amp;quot;ทำบุญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องบุญนั้น..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลวงพ่อชา สุภัทโท&amp;quot; วัดหนองป่าพง บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำบุญ โจรมันก็ทำได้ มันเป็นแค่ปลายเหตุ การไม่ทำบาปทั้งหลายทั้งปวง นั้นคือต้นเหตุ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี้คือธรรมสัจจะ บางคนอาจนึก คำของหลวงพ่อชา ฟังแล้วเก็ตทันที แต่ดูบ้านๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากจะบอกว่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านๆ นี่แหละ คือ &amp;quot;หัวใจธรรม&amp;quot; ทั้งหมดใน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ที่เรียก &amp;quot;หัวใจพระปาฏิโมกข์&amp;quot; อันถือเป็น &amp;quot;หัวใจพระพุทธศาสนา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุและผล&amp;quot; คือ หลักของพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไม่ทำบาปทั้งปวง, การทำกุศลให้ถึงพร้อม, การทำจิตใจของตนให้ผ่องใส คือ หัวใจพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งพระพุทธองค์ ทรงส่งพระอริยสงฆ์แยกเป็นสายๆ ออกเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทรงให้ยึดหลัก ๓ &amp;nbsp;ประการนี้ในการเผยแผ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง ไม่ทำความชั่วทุกอย่าง หมายถึง........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไม่ประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ คือไม่ทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -กุสะลัสสูปสัมปะทา ทำแต่ความดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายถึง..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ คือทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความสุข ความเจริญ แก่ตนเองและผู้อื่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -สะจิตตะปะริโยทะปะนัง ทำใจให้ผ่องใส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายถึง..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอบรมจิตใจของตนเองให้บริสุทธิ์สะอาด ปราศจากเครื่องเศร้าหมอง คือ ความโลภ ความโกรธ &amp;nbsp;ความหลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี้คือ &amp;quot;ต้นเหตุ&amp;quot; แห่งบุญแท้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่ ชั่วทั้ง กาย-วาจา-ใจ ทุกวัน-ทุกเวลา ได้ไปเวียนเทียน ใส่ซองทอดกฐินซักครั้ง ก็ทึกทัก ว่าทำบุญ-ได้บุญแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นอย่างที่หลวงพ่อชาบอกนั่นแหละ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำบุญ โจรมันก็ทำได้ เป็นแค่ปลายเหตุ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะได้บุญมั้ยล่ะ ในเมื่อ &amp;quot;ต้นเหตุ&amp;quot; คือวันๆ ใจหมกมุ่นครุ่นคิดแต่จะหมายปองจ้องร้ายคนอื่นเขาร่ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ กูจะปั่นเฟกนิวส์ใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลเรื่องอะไรดี กูจะประดิษฐ์คำ-พลิกประเด็นด่านายกฯ ให้แสบสันอย่างใดดี กูจะคิดแผนชั่ว-เรื่องชั่ว ทำลายบ้านเมืองอย่างใดดี?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ ถึงจะทอดกฐินร้อยวัด ก็ไม่แน่จะได้บุญ เพราะมันเป็นแค่ &amp;quot;ปลายเหตุ&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาผู้แทนประชุมพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ ปี ๖๔&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น ส.ส.พรรคก้าวไกล มีทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งไม่หญิง-ไม่ชาย หลายคน พกไฟในหัวใจแสดงโวหาร เป้าหมาย พิฆาตคลั่งนายกฯ ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแสดงออกแบบนั้น........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไหร่จะ &amp;quot;กุสะลัสสูปสัมปะทา&amp;quot; คือประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ ทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความสุข ความเจริญ แก่ตนเองและผู้อื่นล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูหน้าจอโทรทัศน์ เห็นนายกฯ ชี้แจง ที่ ส.ส.ก้าวไกลนางหนึ่งอภิปรายว่า นายกฯ มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ชี้แจง เนื้อหาตามคำพูดบางตอน ว่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายท่านเป็นคนรุ่นใหม่ ผมยอมรับว่าเขาพูดเก่ง แต่อย่ามากล่าวหาว่า ผมใช้กฎหมายไปกับผู้เห็นต่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายก็อยู่ของกฎหมายเฉยๆ ผมก็นั่งอยู่ของผมเฉยๆ ใครผิดกฎหมายก็โดนลงโทษ จะให้ผมทำยังไง ให้ผมสั่งเขาได้ใช่ไหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผมสั่งได้ คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ผมไม่ได้สั่ง ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน กฎหมายมันมีผลบังคับใช้หมดทุกคน แม้กระทั่งผมเอง ผมก็ยอมรับกฎหมาย .......&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาก็ชัดเจนในคำที่นายกฯ พูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คงเพราะบางคนขาดธรรมข้อ &amp;quot;สะจิตตะปะริโยทะปะนัง&amp;quot; จิตจึงหมกมุ่น ตกคลั่กอยู่แต่ในอารมณ์ &amp;quot;โลภ, โกรธ, หลง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัดฉับ เอาเฉพาะวลี &amp;quot;ระวังตัวบ้างก็แล้วกัน&amp;quot; ปั่นประเด็น ปั่นแฮชแท็ก โพนทะนา &amp;quot;นายกฯ ข่มขู่&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่...ต้นเหตุ จาก &amp;quot;อกุศลจิต&amp;quot; ของตัวเอง มุ่งบิดเรื่อง-บิดประเด็น หวังใส่ร้ายต่อนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ไม่ซวย แต่ตัวเองซวย เพราะผู้มีธรรมในหัวใจ เขารู้-เขาเห็น-เขาฟัง ออกมาเป็นพยานยัน &amp;quot;อิหยังของพวกสังคังสังคมกลุ่มนี้วะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัดประโยค-ตัดคำ&amp;quot; ไปทิ่มตำกันดิบๆ ด้านๆ ต่อหน้า-ต่อตาประชาสังคมขนาดนี้เชียวหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนเดี๋ยวนี้ ยึดเหตุและผล เป็นหลักในการรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองดีขึ้นผิดหู-ผิดตากว่าแต่ก่อนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องน่าดีใจนะ ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อชาวบ้านเสพการเมืองแบบมีหลักการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักกินเมือง นักปลุกปั่นเมือง ไม่ว่ารุ่นใหม่-รุ่นเก่า ที่อาศัยคราบระบบเลือกตั้ง หวังเข้ามาด้วยทุจริต-คิดไม่ชอบ จะค่อยๆ ถูกชาวบ้าน ใช้บั้นท้ายเท้าเขี่ยออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลคงไว้เป็นเครื่องมือปราบโควิด &amp;quot;เผื่อจำเป็น&amp;quot; จะได้ออกมาตรการทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนเข้าใจ รัฐบาลคงไว้เฉยๆ ในทางปฏิบัติทั่วไปไม่ได้ใช้ พ.ร.ก.นั้น ไขว้เขวไปทางใช้กำจัดกากเดนใดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีแต่พวกจิตอกุศล จ้องคิดชั่ว-ทำชั่วต่อบ้านเมืองเท่านั้น ดิ้นเร่าๆ เหมือนผีเข้าถูกข้าวสารเสก &amp;nbsp;ร้องแรกแหกกระเชอ รัฐบาลคงไว้หวังใช้ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครล่ะ ฝ่ายตรงข้าม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามีคนคิดชั่ว-ทำชั่วต่อบ้านเมือง คนพวกนั้นแหละคือฝ่ายตรงข้าม แล้วที่ไหนในโลก เลี้ยงคนชั่วต่อชาติไว้บ้างล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนคิดชั่ว-ทำชั่วกับบ้านเมือง เลี้ยงไว้ทำไม.......&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับสุจริตชน ประชาธิปไตยโดยธรรมชาติ ก็เป็นประชาธิปไตยพระ แต่กับทุจริตชน ธรรมชาติของประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นประชาธิปไตยโจร ตามนัยของมัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔-๕ วันก่อน........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น &amp;quot;รองโฆษกพลังประชารัฐ&amp;quot; คนหนึ่ง &amp;quot;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ&amp;quot; ตอบโต้เป็นข่าวทางโทรทัศน์และตามหน้าหนังสือพิมพ์ฟังแล้ว-อ่านแล้ว อดชมในใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กคนนี้ &amp;quot;มีหลัก&amp;quot; ในการพูดจาแถลงโต้ แถลงแต่ละครั้ง ยึดเหตุผลและหลักกฎหมาย ไม่มุ่งทางสีสัน ปั่นวาทะหยาบกร้าน แต่แหลมคมทางมุมคิดและข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเรื่อง &amp;quot;นายปิยบุตร&amp;quot; โพสต์เฟซ......&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีความจำเป็นใดหลงเหลือ ในการคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพลังประชารัฐ &amp;quot;น.ส.ทิพานัน&amp;quot; ชี้แจง &amp;quot;เผ็ดในเนื้อ&amp;quot; ได้น่าทึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีเป้าหมายทางการเมือง ผลของการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ประเทศไทยควบคุมโรคได้ดี จนได้รับโอกาสต่างๆ เช่น สหภาพยุโรป ให้พลเมืองไทยได้รับอนุญาตเดินทางเข้าประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากมีความปลอดภัย และเชื่อว่าโอกาสต่างๆ จะตามมาอีกมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพิจารณาคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น มีการพิจารณารอบด้านทุกมิติจากทีมแพทย์ ทีมสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้อง ว่ายังมีความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะในเดือน ก.ค.จะมีการผ่อนคลายในระยะที่ ๕ ของกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในโซนสีแดง ล่อแหลมต่อการระบาดของโควิดมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญในการป้องกันอย่างมาก จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป เพราะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดระลอกใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะก้าวหน้ากลับไม่เคยก้าวเท้าออกมาจากบ้านลงพื้นที่ เพิ่งจะมีการลงพื้นที่ครั้งแรก คือวันที่ ๒๗ &amp;nbsp;มิ.ย.ตามที่นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์ใว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ระหว่างช่วงเวลาวิกฤติที่ผ่านมาเกือบ ๔ เดือน คณะก้าวหน้าไม่เคยได้รับฟังเสียงประชาชนจริงๆ เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกล่าวอ้างต่างๆ ว่าเป็นเสียงของประชาชน อาจจะมาจากเสียงของแกนนำ ๓ คนที่คุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้นหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อ้างความเห็นสื่อญี่ปุ่นประกอบการวิพากษ์วิจารณ์จากห้องแอร์ของนายปิยบุตรนั้น ก็ดูตลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนจัดฉากทำเป็นขบวนการ โดยให้ฝ่ายตัวเองให้ข่าวกับสื่อญี่ปุ่น แล้วเอาข่าวของสื่อญี่ปุ่นมากล่าวอ้างอีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่แน่ใจว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่สื่อญี่ปุ่นได้รับนั้น เป็นความเห็นฝ่ายเดียวจากความเห็นส่วนตัวของ ส.ส.พรรคก้าวไกลที่ให้สัมภาษณ์สื่อประเทศญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นของนายปิยบุตรเป็นไปเพื่ออะไรกันแน่ เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อืมมม.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คม สุภาพ แต่แสบ และบาดลึก นานๆ ได้เห็นคนรุ่นใหม่พลังประชารัฐ เป็นมวยหลักในการพูดจาสร้างภาพลักษณ์ให้พรรค &amp;quot;ได้รังวัด&amp;quot; แบบนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คุยกันเท่านี้ละมัง.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนี้ คงกระจัด-กระจายย้ายแยกไปอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบผ่านการท่องเที่ยวกัน พุธนั่นแหละจะกะปลก-กะเปลี้ยมาทำงานกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น วันนี้ สัพพี ติโย แค่นี้ก่อนนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70608</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดหนองป่าพง, หลวงพ่อชา สุภัทโท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
