<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; ลงพื้นที่สอบปมขัดแย้งวัดหลวงพ่อเงิน แนะหาช่องเปิดเวทีเจรจาสงบศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหาความวุ่นวายภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดทั้งวัน&amp;nbsp;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดพิจิตร โดยได้ใช้ห้องประชุมของ สนง.ยุติธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อสอบสวนเรื่องความวุ่นวายของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีกลุ่มของพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัด หลวงพ่อเงินบางคลาน ไปร้องทุกข์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสและอีกหลายเรื่อง โดยในช่วงเช้า DSI ได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากฝ่ายผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงชาวบ้านที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนหลายสิบคนที่มาร่วมให้ข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในช่วงภาคบ่าย ได้ทำการสอบสวนเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากฝ่ายของพระครูพิสุทธิวรากร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม &amp;ldquo;วังตะโก&amp;rdquo; หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน โดยมีนายพร ปั้นเพ็ง รักษาการไวยาวัจกรวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน พร้อมที่ปรึกษากฎหมายของวัดฯ โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมงเต็มในการดูหลักฐานที่เป็นคำพิพากษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องของรักษาการเจ้าอาวาสกับอดีตเจ้าอาวาสและบริวารรวมถึงได้ดูภาพคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัด เมื่อเสร็จสิ้นการสอบสวนจึงได้มีการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายพร&amp;nbsp;ปั้นเพ็ง รักษาการไวยาวัจกรวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ได้เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากตนเองเป็นผู้เริ่มต้นการร้องเรียน เหตุเกิดจากต้องการตรวจสอบเรื่องการเงินของพิธีมหาพุทธาภิเษกปี พ.ศ. 2555 ที่เกี่ยวข้องกับเบื้องสูง แต่พฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสไม่โปร่งใส รวมถึงร้องเรียนอีก 25 เรื่องจนเป็นที่มาของคณะสงฆ์หรือพระชั้นผู้ใหญ่ตั้งกรรมการสอบสวนและปลดอดีตเจ้าอาวาสใช้อำนาจตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงมีคำพิพากษาให้อดีตเจ้าอาวาสต้องส่งมอบทรัพย์สินแต่ก็ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งศาล อีกทั้งก็มีบุคคลภายนอกซึ่งมีตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงยุยงชาวบ้านให้กระด้างกระเดื่องไม่ปฏิบัติตามกฏหมายจนเป็นที่มาของความวุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายชัชวาล ขันสำลี ทนายความ ซึ่งเป็นอดีต ผอ.สนง.บังคับคดี ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่มีข้อร้องทุกข์กับ DSI ว่า มีชาวบ้านตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีต่างๆว่า ตามที่มีการออกหมายจับที่มีประชาวชนมาเกี่ยวข้องว่า&amp;nbsp;ถ้ามีการปิดประกาศของบังคับคดีแล้วคนที่มายุ่งเกี่ยวถือว่าเป็นบริวารของจำเลย หากคิดว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยก็ต้องยื่นแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 15 วัน ปรากฏว่าคดีนี้ไม่มีการยื่นอำนาจพิเศษต่อศาล คนที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการของวัดก็ถือว่าเป็นบริวารของจำเลย เพราะฉะนั้น คนที่ถูกชักจูงเข้ามา ทนายความจึงต้องรายงานต่อศาลไต่สวนว่าคนที่มาสนับสนุน หรือ เป็นบริวารของจำเลย แล้วศาลก็เห็นภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและภาพถ่ายและตามกฏหมายบุคคลดังกล่าวจึงตกเป็นผู้ขัดขืนคำพิพากษาของศาลซึ่งต้องถูกจับและกักขังไม่ให้กระทำการฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาล ซึ่งเรื่องดังกล่าวทนายส่งให้บังคับคดีจังหวัดพิจิตร และ บังคับคดีจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ส่งหลักฐานและเรื่องดังกล่าวให้ศาลพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องหรือคดีแค่คดีเดียวแต่มีผู้กระทำผิดหลายคน ซึ่งเหตุเกิดจากไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลเท่านั้นเอง ไม่ได้กลั่นแกล้งแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องข้อพิพาทวัดกับชาวบ้านและชาวบ้านกับวัด ทั้งสองฝ่ายมีประเด็นหลัก 3 เรื่องคือ 1.ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น 40 กว่าเรื่อง 2.การแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส 3.เงินรายได้ของวัด นอกจากนี้ชาวบ้านก็ร้องว่าไม่สามารถไปประกอบศาสนกิจภายในวัดำได้ในบางเรื่อง จึงทำให้ DSI ต้องเข้ามาสอบสวนหาข้อเท็จจริงและได้ข้อมูลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในส่วนข้อพิพาททางคดีเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากมีการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสเป็นต้นมา อาจมีก่อนหน้านี้ที่มีเหตุให้มีการเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสรูปเดิม จนกระทั่งหลังจากการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสแล้วก็ยังมีเหตุข้อพิพาทกันอยู่ไป-มา ขอไม่ก้าวล่วงในคดี เพราะว่าในคดีส่วนหนึ่งตัดสินแล้วและอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาและอีกส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวน สภ.โพทะเล ดำเนินการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เรื่องของการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสทางฝ่ายรักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลานได้ชี้แจงว่าในเรื่องการแต่งตั้งเป็นอำนาจของเจ้าคณะตำบลที่แต่งตั้งมา ส่วนที่มีคำถามว่าการแต่งตั้งรักษาการวัดหลวงพ่อเงินบางคลานอยู่มา 7 ปีแล้ว ทำไมไม่แต่งตั้งให้สำเร็จให้เป็นตัวจริงเสียที ซึ่งทนายความฝ่ายรักษาการ ก็ได้ชี้แจงว่าอาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่รักษาการเจ้าอาวาสมีการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้อดีตเจ้าอาวาสรูปเดิมส่งมอบทรัพย์สินให้กับทางวัด ดังนั้นรักษาการก็ยังคงเป็นคู่ความในคดีอยู่ การบังคับคดีในเรื่องดังกล่าวยังไม่สำเร็จลุล่วง เพราะฉะนั้นจึงอาจเป็นเหตุผลที่ฝ่ายพระผู้ใหญ่ที่มีอำนาจก็ยังไม่แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสตัวจริง ก็อาจรอเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงไป ซึ่งเป็นมุมที่ทนายความของรักษาการชี้แจงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เรื่องความโปร่งใสรักษากรชี้แจงว่ามีกการตรวจสอบทรัพย์สิน ในเบื้องต้นที่ได้มาก็ได้มีการปิดประกาศให้ชาวบ้านทราบอยู่แล้ว ในส่วนที่ชาวบ้านร้องว่าเดือดร้อนว่าเข้าไปประกอบศาสนกิจยากลำบากหรือเอาบุตรหลานไปบวชในวัดก็ทำไม่ได้นั้น ฝ่ายรักษาการก็ชี้แจงว่าไม่ได้ปิดกั้นในเรื่องนี้ ซึ่ง DSI ได้ฟังข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในความคิดเห็นส่วนตัวอาจจะต้องมีข้อเท็จจริงบางอย่างที่จะต้องไปหาเพิ่มเติมก็จะดำเนินการในส่วนนั้นและคิดว่าอาจจะต้องมีการเปิดเวทีให้พูดคุยกันระหว่างสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายรักษาการก็บอกว่ามีความพยายามอยู่แต่ไม่สามารถที่จะจบลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จังหวัดพิจิตร, ดีเอสไอ, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052b0de7bec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นอีกแล้ว! ม็อบขวางบังคับคดีจังหวัดพิจิตรเข้าตรวจทรัพย์สินวัดบางคลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วุ่นไม่จบ! บังคับคดีบุกตรวจสอบทรัพย์สิน &amp;quot;วัดหลวงพ่อเงิน&amp;quot; กลับถูกม็อบฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวาง ตะโกนโห่ด่าทอ ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ แฉกลุ่มผู้ชุมนุมต้องโทษจำคุกรอลงอาญา กลับทำผิดซ้ำซาก เตรียมเจอแจ้งความเพิ่มมีหวังติดคุกจริงรอบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 -&amp;nbsp;นางพรพิมล พลเดช ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร นายกิตติศักดิ์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายบุญเลิศ ศิริษา นายอำเภอโพทะเล พ.ต.อ.วิสุทธิ์ คล้ายแสง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพทะเล พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และ อส.ในพื้นที่ร่วมกับตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรเกือบ 100 นาย ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามที่ พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหนองดง อำเภอโพทะเล รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ได้ร้องขอเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายและตามคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าหน้าที่บังคับคดีพร้อมทั้งฝ่ายโจทย์คือ ไวยาวัจกร ได้พยายามจะเข้าไปในวิหารสีขาว โดยต้องตัดกุญแจเข้าไปจนกระทั่งพบวัตถุมงคลอยู่ในกล่องจำนวนมาก และสมุดบัญชีที่จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเมื่อปี พ.ศ.2545 และ สมุดบัญชีอื่นๆอีกหลายรายการ ที่ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่บังคับคดีก็พยายามจะเข้าตรวจสอบจุดอื่นๆรวมแล้ว 11 แห่ง แต่กลับถูกกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาเคยตกเป็นจำเลยในคดีบุกรุก และคดีอื่นๆ ยกพวกกันมาขัดขวางเจ้าหน้าที่บังคับคดี โดยใช้มวลชนมาตะโกนโห่ร้องกล่าวคำไม่สุภาพ รวมถึงขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ทั้งๆที่มีกำลังตำรวจ และอส.นับร้อยคนควบคุมสถานการณ์อยู่ก็ตาม ทำให้การทำงานในครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก จนไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ครบทั้ง 11 แห่งภายในวัดดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศขับไล่ตามคำพิพากษาศาลพิจิตรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่าจะต้องทำรายงานศาลยุติธรรมไปตามระบบ หากมีผู้หนึ่งผู้ใดที่ประพฤติตนวุ่นวายขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บังคับคดีแล้วบุคคลผู้นั้นเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกรอลงอาญา โดยมีเงื่อนไขห้ามยุ่งเกี่ยวหรือเข้ามาในวัด รวมถึงห้ามประพฤติตนวุ่นวายขัดขวางการทำงานของรักษาการเจ้าอาวาสวัด ก็ขอให้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้ผู้นั้นจะต้องรับโทษจำคุกที่รอลงอาญาไว้ รวมทั้งต้องรับโทษความผิดครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีกลุ่มบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาลงโทษจำคุก แต่ศาลเมตตาให้กลับตัวกลับใจ โทษจำคุกให้รอลงอาญา ซึ่งในกลุ่มผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บังคับคดีในครั้งนี้ล้วนมีคนหน้าเก่าๆมากกว่า 10 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่บันทึกภาพและคลิปวิดีโอไว้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาวัดหลวงพ่อเงิน, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7a0b43370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพิจิตรสั่ง &#039;ส.ว.กิตติศักดิ์&#039; พร้อมพวกห้ามยุ่งเกี่ยวกิจการวัดบางคลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.62 - จากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ซึ่งสืบเนื่องจากมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ซึ่งในขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้พาพวกตามคำฟ้องของโจทก์ คือวัดหิรัญญาราม และ พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน&amp;nbsp;ว่า นายกิตติศักดิ์&amp;nbsp;ร่วมกับพวกรวม 11 คน ชุมนุมและยึดครองควบคุมพื้นที่วัดบางคลานด้วยการปิด-เปิดประตูวัด มิยอมให้บุคคลที่มิใช่ฝ่ายนายกิตติศักดิ์เข้าออกพื้นที่โดยอิสระ และได้ยึดครอบครอง ควบคุมและหวงกันพื้นที่บางส่วนไว้ เช่น กุฎิอดีตเจ้าอาวาส วิหารหลวงพ่อเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร จึงได้พิจารณาและอ่านคำพิพากษา คดีแพ่งดำที่ 864/61 คดีแดงที่ 649/62 ระหว่างโจทก์ที่ 1 คือ วัดหิรัญญาราม โจทก์ที่ 2 คือ พระครูพิสุทธิวรากร กับจำเลยที่ 1 คือ นายกิตติศักดิ์&amp;nbsp;รัตนวราหะ กับพวกรวม 11คน&amp;nbsp;ข้อหาละเมิดและขับไล่ โดยศาลพิพากษาว่า&amp;nbsp;ให้ขับไล่จำเลยทั้ง 11 คน และบริวารออกจากวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน พร้อมขนย้ายสิ่งของและสิ่งก่อสร้างออกจากวัด ห้ามจำเลยทั้ง 11 คน และบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของวัด ห้ามจำเลยทั้ง 11 คน และบริวารพักอาศัยหรือชุมนุมในวัด และห้ามจำเลยทั้ง 11 คน และบริวารขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42954</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์-ส.ว., จังหวัดพิจิตร, นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, พระครูพิสุทธิวรากร, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4ab70151c24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นไม่จบ! ลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลานขวางตรวจสอบทรัพย์สิน เมินคำสั่งศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่บังคับคดีถือคำพิพากษาศาลฎีกาจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน แต่คว้าน้ำเหลวถูกกลุ่มลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีปัญหาภายในวัดหิรัญยาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีจนถึงวันนี้ยังวุ่นวายไม่เลิกเป็นคดีความขึ้นศาลนับสิบคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บังคับคดีปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและโบราณวัตถุรวมถึงวัตถุมงคลเพื่อส่งมอบให้รักษาการเจ้าอาวาสที่มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าต้องคว้าน้ำเหลวอีกครั้งเมื่อกลุ่มลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวางไม่สนใจกฎหมาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องล่าถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสฏฐวัฒน์ ไชยภักดี นิติกรชำนาญการ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายกิติศักดิ์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองรวมแล้วกว่า 50 นายได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยถือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2561 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ความแพ่ง ซึ่งมีพระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เป็นโจทก์ และมีพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เป็นจำเลยที่ 1 และพวกอีก 9 คน รวมเป็นจำเลยทั้ง 10 คน ถูกฟ้องในคดีแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตรักษาการเจ้าอาวาสได้ถูกคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่และจะต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์สิน การเงิน การบัญชี ทะเบียนพัสดุครุภัณฑ์ พร้อมหลักฐานการก่อสร้างและวัสดุให้แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าอดีตเจ้าอาวาสและพวกลูกศิษย์ ซึ่งมีทั้งที่เป็นกรรมการวัดและมิใช่กรรมการวัด ต่างรวมตัวกันขัดขวางและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จนมีการต่อสู้คดีจนถึงศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 คือ พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสต้องส่งมอบสมุดบัญชีทรัพย์สิน รายรับรายจ่าย พัสดุเอกสาร สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีการจำหน่ายวัตถุมงคลของวัด และห้ามจำเลยทั้งสิบขัดขวางการดำเนินการกิจการของวัดและกิจการคณะสงฆ์ ห้ามเปิดตู้บริจาคใช้เงินทุกตู้ และห้ามยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดจากรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สำนักงานบังคับคดีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้ถือปฏิบัติตามคำพิพากษาเพื่อจะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน วัตถุมงคลและบัญชีการเงินต่างๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่วัด ก็ได้มีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นชาวบ้านและลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสเกือบ 100 คนยืนขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่บังคับคดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นไปยังกุฏิที่เป็นศาลาไม้และเป็นที่เก็บวัตถุมงคลและอื่นๆบนศาลาพร้อมทั้งตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ โดยใช้คำไม่เหมาะสมต่างๆนานา พร้อมทั้งก่อความวุ่นวายส่งเสียงดังเอะอะไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองก็ทำได้แค่ยืนดู ไม่สามารถห้ามปรามได้ เจ้าหน้าที่บังคับคดีพิจิตร และ ผอ.กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา พศ. พยายามไกล่เกลี่ยชี้แจงเหตุผลรวมถึงข้อกฎหมายว่าทำตามคำสั่งศาล แต่พวกกลุ่มต่อต้านกลับไม่เชื่อฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนในที่สุด นายเสฏฐวัฒน์ ไชยภักดี นิติกรชำนาญการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ต้องประกาศยอมยกธงขาว เนื่องจากเกรงว่าหากจะใช้กำลังสลายฝูงชนเพื่อเข้าตรวจทรัพย์สินของวัดตามคำสั่งศาลฎีกา ก็อาจจะเป็นบ่อเกิดของความวุ่นวาย อีกทั้งเกรงว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงขอยุติการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายเสฏฐวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้ทำรายงานศาลต่อไปเพื่อให้ศาลดำเนินการออกหมายเรียกจำเลยมาทำการไต่สวน ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายพิจารณาความแพ่ง ซึ่งโจทก์ก็คือ รักษาการเจ้าอาวาสวัดหรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจสามารถใช้สิทธิทางศาลได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงของดทำการส่งมอบบัญชีและทรัพย์สินเนื่องจากสถานการณ์เกิดความวุ่นวายและมีผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว เพราะหากเจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.สมชัย สุทธิสน ข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากรักษาการเจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบทรัพย์สินได้ เนื่องจากมีผู้มาขัดขวาง อีกทั้งจำเลยที่ 1 คือ อดีตเจ้าอาวาสก็ไม่อยู่พบเจ้าหน้าที่บังคับคดี ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะได้ไปยื่นเรื่องและทำรายงานให้ศาลทราบ เพื่อจะได้ออกหมายเรียกให้มาทำการไต่สวน แต่ถ้าขัดหมายเรียกจากคดีแพ่งก็จะกลายเป็นคดีอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกอีกด้วย
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefb4b41ff3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงิน&#039; ห้ามยุยงปลุกปั่น-ขวางตรวจทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหาภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กรณีพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางด้านความประพฤติและการบริหารการเงินของวัดจนถูกมหาเถรสมาคมและพระชั้นผู้ใหญ่ระดับปกครองของคณะสงฆ์ได้สั่งปลดอดีตเจ้าอาวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นแต่งตั้ง พระครูพิสุทธิวรากร ให้รักษาการเจ้าอาวาสเพื่อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินของวัด แต่ปรากฏว่าอดีตเจ้าอาวาสพร้อมทั้งลูกศิษย์และอดีตกรรมการวัดระดับแกนนำจำนวน 10 คน กลับไม่ยอมรับคำสั่งของมหาเถรสมาคม ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงมีการต่อต้านขัดขวางรักษาการเจ้าอาวาสปฏิบัติหน้าที่หรือทำกิจของสงฆ์ภายในวัด อีกทั้งมีคดีฟ้องร้องที่ยังคาราคาซังอยู่นับ 10 คดี จนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับผู้ที่จะเข้าไปทำบุญหรือกราบไหว้หลวงพ่อเงิน สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลประโยชน์และเงินบริจาคที่มีอยู่จำนวนนับ 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ได้เข้านมัสการและสอบถามถึงเรื่องความสงบเรียบร้อยของวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ซึ่ง พระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม ได้จำวัดอยู่ที่วัดหนองดง ต.ท่าเสา อ.โพทะเล เนื่องจากช่วงหลังจากที่เกิดความวุ่นวายภายในวัดหลวงพ่อเงินก็ปลีกตัวมาจำวัดอยู่ที่วัดแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระครูพิสุทธิวรากร ได้แสดงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2561 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่ศาลจังหวัดพิจิตร อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2561 ในคดีแพ่งระหว่าง พระครูพิสุทธิวรากร เป็นโจทก์และมีฝ่ายจำเลยประกอบด้วย พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาส พร้อมทั้งลูกศิษย์และอดีตกรรมการวัดรวมแล้ว 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจชัย บุญปู่ ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายของรักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม เปิดเผยถึงคำพิพากษาศาลฎีกาในครั้งนี้ว่า ศาลยุติธรรมจังหวัดพิจิตรได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยพระครูพิสุทธิวรากรเป็นโจทก์ฟ้องให้อดีตเจ้าอาวาสส่งมอบบัญชีรายรับ-รายจ่าย สมุดบัญชีธนาคารทุกฉบับและบัญชีจำหน่ายวัตถุมงคล พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามอดีตเจ้าอาวาส ไวยาวัจกร และคณะกรรมการวัดที่ถูกฟ้องในคดีนี้ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัด ห้ามขัดขวางการดำเนินงานกิจการของวัด ห้ามเปิดตู้บริจาครวมถึงต้องส่งมอบบัญชีดังกล่าวตามหลักวิธีปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ก็จะต้องแจ้งคำพิพากษาให้กับจำเลยได้ทราบ ซึ่งวันอ่านคำพิพากษาก็มีจำเลยหลายคนเข้าร่วมรับฟังและทราบคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว หากไม่ปฏิบัติหรือขัดคำสั่งศาล ฝ่าฝืนรักษาการเจ้าอาวาสหรือทางวัดก็มีสิทธิที่จะต้องรายงานให้ศาลทราบถึงพฤติกรรมของฝ่ายจำเลย ซึ่งถ้าฝ่าฝืนศาลก็มีสิทธิใช้อำนาจเรียกตัวเพื่อไต่สวนหรือจับกุมบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศภายในวัดหิรัญญาราม ขณะนี้กลุ่มบุคคลซึ่งมีรายชื่อเป็นจำเลยอยู่ในคดีนี้ยังคงปักหลักกางเต็นท์ชุมนุมกันอยู่ที่ภายในบริเวณวัด ส่วนที่บริเวณกุฏิของรักษาการเจ้าอาวาสมีกุญแจถึง 3 ดอก ที่ฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสและกลุ่มลูกศิษย์เอากุญแจมาล็อกประตูเพื่อขัดขวางไม่ให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดเข้าปฏิบัติกิจของสงฆ์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อคำสั่งศาลฎีกาอย่างเห็นได้ชัด ก็คงต้องรอดูท่าทีของฝ่ายบ้านเมืองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23104</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, พระครูพิสุทธิวรากร, พระครูวิสิฐสีลาภรณ์, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, ศาลฎีกาพิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bffcc54dde3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยตรวจนับทรัพย์สินวัดบางคลาน เปิดตู้เซฟเจอเงินสด3.5ล้าน สมุดบัญชี13เล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61 - นายสมเกียรติ ธงศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการ สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;nbsp;พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี&amp;nbsp;ผบ.กำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดพิจิตร นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล นายอำเภอโพทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเกือบ 100 นาย ร่วมกันเดินทางเข้าตรึงกำลังและรักษาความสงบเรียบร้อยที่บริเวณวัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลานหลวงพ่อเงิน &amp;nbsp; หมู่ 5 ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;เพื่อมาตรวจสอบทรัพย์สินของวัดบางคลาน หลังจากเกิดปัญหายืดเยื้อยาวนานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่มหาเถรสมาคมได้รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเงินและการประพฤติตนไม่เหมาะสมของ พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน&amp;nbsp;จากนั้นได้มีการปลดออกจากทุกตำแหน่งจนเหลือเป็นแค่เพียงพระลูกวัดธรรมดา แต่ปรากฏว่ามีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่ยังเลื่อมใสศรัทธารวมตัวกันดื้อแพ่งไม่ยอมรับและรวมตัวกันต่อต้านพระครูพิสุทธิวรากร&amp;nbsp;รองเจ้าคณะอำเภอโพทะเล ที่มหาเถรสมาคมและพระผู้ใหญ่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ซึ่งไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติกิจของสงฆ์และตรวจสอบการเงินของวัดหลวงพ่อเงินบางคลานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็มีบุคคลที่มีตำแหน่งเป็นถึง สนช. คือ นายกิตติศักดิ์&amp;nbsp;รัตนะวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่อ้างว่ามาเป็นคนกลางแต่กลับกลายเป็นผู้นำม็อบสร้างความปั่นป่วนจนเป็นเหตุถูกแจ้งความในข้อหาบุกรุก จากความวุ่นวายดังกล่าวร้อนถึง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องลงพื้นที่เข้าเจรจาจนได้ข้อยุติว่า ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ขอให้อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลานต้องส่งมอบทรัพย์สินเพื่อทำการตรวจนับให้เป็นไปตามกฎหมายและมติของมหาเถรสมาคม จึงเป็นที่มาของการดำเนินการในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมเกียรติ ธงศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะ พร้อมด้วยตัวแทนของฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสและรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เข้าร่วมทำการเปิดตู้เซฟที่มีทั้งหมด 5 ตู้ ซึ่งก็พบว่ามีเงินสดอยู่รวม 3,502,072 บาท&amp;nbsp;และยังพบสมุดบัญชีอีก 13 เล่ม ซึ่งต้องรอการนำสมุดไปปรับยอดเงินที่ธนาคารอีกหลายแห่งจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีเงินสดซุกอยู่ในบัญชีทั้ง 13 เล่มนี้เป็นเงินทั้งสิ้นเท่าไหร่ อีกทั้งพบวัตถุมงคลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งกำลังตรวจนับกันอยู่ โดยสรุปแล้วเงินของวัดในภาพรวมพบเจอแล้วกว่า 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศการตรวจนับทรัพย์สินเงินทอง วัตถุมงคล และสมุดบัญชีเงินฝากและบัญชีทรัพย์สินอื่นๆมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังทหารและ สารวัตรทหารเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อมิให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ไม่มี สนช. หรือ พวกป่วนวัดมาแทรกแซงแต่อย่างใด จึงทำให้การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น หลังจากนี้ เมื่อสะสางปัญหาต่างๆภายในวัดแล้วก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่า วัดหลวงพ่อเงินบางคลานจะกลับมาสงบเรียบร้อยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20719</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ตรวจสอบทรัพย์สินวัด, วัดบางคลาน, วัดบางคลานวุ่นวาย, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1b087351b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดนสนธยา! ม็อบปิดวัดหลวงพ่อเงินขวางคนทำบุญ ตร.ติดประกาศเกณฑ์ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ไม่สงบภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน&amp;nbsp;อ.โพทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;มีมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงทุกวันนี้ สาเหตุมาจากอดีตเจ้าอาวาสถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางด้านความประพฤติและการบริหารการเงินของวัดจนถูกมหาเถรสมาคมและพระชั้นผู้ใหญ่ระดับปกครองของคณะสงฆ์ได้สั่งปลดอดีตเจ้าอาวาส จากนั้นก็ได้แต่งตั้งรักษาการเพื่อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินของวัด แต่ปรากฏว่ามีมวลชนที่สนับสนุนอดีตเจ้าอาวาสออกมาเคลื่อนไหวและสร้างความวุ่นวายจนเป็นที่น่ารำคาญและน่าเบื่อหน่ายแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่จะเข้ามานมัสการกราบไหว้องค์หลวงพ่อเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์วุ่นวายหนักขึ้น เมื่อนายกิตติศักดิ์&amp;nbsp;รัตนวราหะ&amp;nbsp;สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)&amp;nbsp;ที่แสดงตนว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลจะเข้ามาเป็นกาวใจแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่กลับกลายเป็นว่าผู้นำมวลชนของฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสที่ร่วมกันขับไล่รักษาการเจ้าอาวาสที่ได้รับการแต่งตั้งชอบด้วยระเบียบของคณะสงฆ์และถูกต้องตามกฎหมายจนกลายเป็นคดีความ โดยนายกิจชัย บุญปู่ ทนายความและที่ปรึกษาของพระครูพิสุทธิวรากร&amp;nbsp;รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน&amp;nbsp;เข้าแจ้งความที่ สภ.โพทะเลให้ดำเนินคดีกับนายกิตติศักดิ์&amp;nbsp;และพวกรวม 11 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในข้อหาบุกรุกเคหะสถานที่มีภาพและคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานชัดเจน แต่ นายกิตติศักดิ์ก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น ซึ่งคงต้องติดตามความคืบหน้าในคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;พ.ต.อ.สุชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สิทธิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพทะเล ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ภายในวัดหลวงพ่อเงินบางคลานได้มี นายอเนก สัมฤทธิ์ เป็นผู้แจ้งการชุมนุมสาธารณะและจัดการชุมนุมบริเวณพื้นที่ศาลาทำบุญวัดหิรัญญาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ซึ่งตำรวจไม่ได้มีอำนาจในการอนุญาตและไม่ได้อนุญาตแต่อย่างใดเพียงแต่รับทราบและได้ออกเป็นคำสั่งเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะเป็นหนังสือที่ 199/2561 เรื่อง กำหนดเงื่อนไขการชุมนุมสาธารณะ ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;6 - 9&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00-21.00&amp;nbsp;น. ว่า การชุมนุมดังกล่าวมีข้อห้าม&amp;nbsp;1.ห้ามพกพาอาวุธทุกชนิดวัตถุอันตรายสารเคมีหรือสิ่งปฏิกูลใดๆที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายตลอดจนสุขอนามัยของประชาชนเข้าไปในสถานที่ชุมนุม 2.ห้ามการใช้อากาศยานไร้ตนขับ (โดรน) ในพื้นที่การชุมนุมสาธารณะเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ 3.ห้ามกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานที่วัดหิรัญญาราม&amp;nbsp;4.ห้ามทำลายทรัพย์สินของวัดหรือของบุคคลอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ตำรวจจะส่งเจ้าพนักงานไปดูแลการชุมนุมแต่บรรยากาศการเข้านอกออกในของวัดหลวงพ่อเงินบางคลานก็ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ยืนคุมเชิงสอดส่องดูว่าผู้ที่เข้ามาเป็นใคร หรือเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่จะเข้ามาทำบุญกราบไหว้หลวงพ่อเงินเกิดความหวาดกลัวกับเหตุการณ์วุ่นวายดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวางตรวจสอบเงินวัด, จังหวัดพิจิตร, นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, ม็อบหนุนอดีตเจ้าอาวาส, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb073bb41f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
