<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยพระตีนแลบถูกขัง40ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เผยภาพองค์จริง &amp;ldquo;พระตีนแลบ&amp;rdquo; พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยุคสุโขทัย ในรอบ 40 ปี หลังถูกขังกรงบนหอสูงหนีโจรใจบาป ณ วัดเชิงคีรี อ.ศรีสัชนาลัย กำลังหารือจะนำลงมาประดิษฐานไว้ด้านล่าง แต่ยังกังวลเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับอนุญาตจากพระมหามานพ ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดเชิงคีรี หมู่ 3 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ให้ขึ้นไปบันทึกภาพ &amp;ldquo;พระตีนแลบ&amp;rdquo; พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยุคสุโขทัย เพื่อนำเผยแพร่เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี หลังถูกขังไว้พร้อมกับพระพุทธรูปเก่าแก่อีก 4 องค์ ในกรงเหล็ก 2 ชั้น บนยอดมณฑปจัตุรมุขที่สูงถึง 50 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้โจรใจบาปมาลักขโมยไปได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระมหามานพกล่าวว่า ในกรงเหล็กบนยอดมณฑปจัตุรมุขมีพระพุทธรูปโบราณล้ำค่ายุคสุโขทัย อายุกว่า 700 ปี จำนวน 4 องค์ และพระเก่าสมัยกรุงรัตนโกสินทร์อีก 1 องค์ โดยองค์สำคัญโด่งดังที่สุดคือ หลวงพ่อนิรนาม และหลวงพ่อพระบาทแลบ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า &amp;ldquo;พระตีนแลบ&amp;rdquo; เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว มีพุทธลักษณะสวยงามมากองค์หนึ่ง แล้วก็มีเท้าแลบยื่นออกมามากกว่าพระพุทธรูปที่พบเห็นโดยทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่ต้องย้ายขึ้นไปประดิษฐานไว้บนหอสูง ก็เพราะว่าเมื่อปี พ.ศ.2522 เคยมีโจร 4 คน ควงปืน ถือระเบิด บุกเข้ามาในกุฏิแล้วจับพระ 3 รูปขังไว้ในห้อง ก่อนพยายามจะพังลูกกรงในกุฏิของพระสมุห์เจิง ณิปัญโญ (อาจารย์แมว) เจ้าอาวาสขณะนั้น เพื่อจะขโมยพระตีนแลบกับพระพุทธรูปเก่าอีกหลายองค์ แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะเจ้าอาวาสเห็นเหตุการณ์แล้ววิ่งไปบอกชาวบ้านมาช่วยไว้ได้ทัน ทำให้โจรได้ไปแค่เงินบริจาค 6,000 กว่าบาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดเชิงคีรีเล่าต่อว่า จากเหตุการณ์โจรบุกปล้นวัดครั้งนั้นจึงต้องสร้างมณฑปจัตุรมุขแบบปิดตายทางขึ้น-ลงเมื่อปี พ.ศ.2523 แต่โจรก็ยังไม่ละความพยายาม แอบปีนขึ้นไปงัดลูกกรงเหล็ก และสามารถขโมยพระพุทธรูปอายุกว่า 400 ปีไปได้ 2 องค์ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่พระพุทธรูปเก่าแก่กว่า 700 ปี 4 องค์ และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ 1 องค์ ยังคงอยู่จนทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันพระเก่าล้ำค่าบนยอดมณฑปจัตุรมุขกำลังเสื่อมสภาพลง เพราะเจอทั้งแดด ลม ฝน และขี้นก มาตลอด 40 ปี ทางพระ คณะกรรมการวัด และชาวบ้าน จึงปรึกษาหารือกันเพื่อจะนำลงมาประดิษฐานไว้ด้านล่าง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะยังกังวลเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย&amp;rdquo; พระมหามานพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวัดเชิงคีรี หรือวัดตีนเขา หมู่ 3 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ตั้งอยู่ห่างมรดกโลก &amp;ldquo;อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย&amp;rdquo; ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดที่เชื่อว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เนื่องจากมีโบราณสถานยืนยันความเก่าแก่คือ ตัวโบสถ์ ใบเสมา และหลวงพ่อโต พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ อายุกว่า 700 ปี ขนาดหน้าตักกว้าง 100 นิ้ว สูง 138 นิ้ว ปัจจุบันถือว่าเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มีหน้าตักกว้างที่สุดใน จ.สุโขทัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภายในโบสถ์ยังมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัยอีก 2 องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 64 นิ้ว สูง 82 นิ้ว นามว่าพระปลัดซ้าย และพระปลัดขวา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อสองพี่น้อง รวมทั้งมีรอยพระพุทธบาทจำลอง อายุกว่า 400 ปี และในอดีตยังเคยเป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้าเมืองสวรรคโลก เป็นสำนักเรียนปริยัติธรรมของพระสงฆ์ และเป็นที่สอบธรรมสนามหลวงในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97186</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขังกรงบนหอสูงหนีโจรใจบาป, พระตีนแลบ, พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ยุคสุโขทัย, วัดเชิงคีรี, ศรีสัชนาลัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3c7b4ddd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอยความรุ่งเรืองเมืองพระร่วง สัมผัสวิถีชุมชน “นาเชิงคีรี-บ้านทุ่งหลวง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุโขทัย&amp;rdquo; เมืองพระร่วงที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ ทั้งตำนานการก่อเกิดนางนพมาศ &amp;ldquo;หลักศิลาจารึก&amp;rdquo; ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะให้ความสนใจ แต่อีกด้านที่น่าติดตามคือวิถีชาวบ้านที่ยังคงเก็บรักษา และสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นไว้ในบางชุมชน ฝังตัวอยู่ในความเก่าแก่ตระการตาที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาทุ่งหลวง อาหารพื้นถิ่น ประวัติศาสตร์ถนนพระร่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้เห็นถึงความสำคัญ เข้ามาส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว โดยชุมชนเพื่อสร้างรายได้ สร้างสรรค์กิจกรรมให้บริการกับนักท่องเที่ยว นำเอาวัตถุดิบในพื้นถิ่นมารังสรรค์เป็นงานหัตถกรรม และปรุงเป็นอาหารประจำถิ่น ที่เรียกได้ว่ายังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังบริสุทธิ์ ยากที่จะค้นหาในยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะการท่องเที่ยวอิงตำนานพระร่วง ที่ ชุมชนนาเชิงคีรี และชุมชนทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีความโดดเด่นในเรื่องการเป็นอู่ข้าวอู่น้ำโบราณ เริ่มจากสักการบูชา วัดเชิงคีรี มีหลวงพ่อโต พระคู่ชุมชนอายุกว่า 700 ปี สร้างในสมัยสุโขทัยตอนปลาย ขนาดหน้าตักกว้าง 257 เซนติเมตร สูง 350 เซนติเมตร หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มีหน้าตักกว้างที่สุดใน จ.สุโขทัย ที่มีตำนานเล่าขาน อัญเชิญหลวงพ่อจากวัดทะเลใส่เกวียนมาตามทาง แต่เกวียนเกิดหักไม่สามารถอัญเชิญไปวัดที่จะไปประดิษฐานได้ ชาวบ้านร่วมกันสร้างวิหารและประดิษฐานจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และตามด้วย หมู่บ้านนาเชิงคีรี มีต้นตาลโตนดอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในชุมชนจึงคงอนุรักษ์วิถีการทำน้ำตาลโตนดไว้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชิมน้ำตาลสดได้จากต้น และชมกรรมวิธีเคี่ยวน้ำตาล ร่วมหยอดน้ำตาลปึกได้ถึงข้างเตา ปัจจุบันผลผลิตน้ำตาลจากหมู่บ้านแห่งนี้ส่งขายไปยังพื้นที่ต่างๆ ใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารคาว-หวาน ทั้งเครื่องดื่มน้ำตาลสด งบตาล ยำกรวยตาล แกงหัวตาล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึงยังสามารถที่จะร่วมกิจกรรม DIY ประดิษฐ์ว่าวใบไม้บูชาพระร่วง (ว่าวพระร่วง) ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาของชุมชนว่าเป็นการสักการะ หรือบูชาพระร่วง โดยนำใบไม้จากภูเขาหลวง เช่น ใบแซงแซว ใบป่อแป่ ใบทอง และใบตองตรึงมาประดิษฐ์เป็นว่าว เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ด้วยตำนานในอดีตที่พระร่วงโปรดการเล่นว่าว และความเชื่อที่ว่า &amp;ldquo;พระร่วงวาจาสิทธิ์&amp;rdquo; จึงทำให้ผู้คนบูชาด้วยว่าวและขอให้มีโชคลาภแก่ตัวเองด้วยการอธิษฐานบูชาแก่พระร่วงเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่พลาดไม่ได้คือ การ สักการะแม่ย่า ณ ถ้ำพระแม่ย่า ต.นาเชิงคีรี อ.คีรีมาศ เป็นที่ประดิษฐานของพระแม่ย่า เป็นรูปสลักหินชนวน สูงประมาณ 1 เมตรเศษ ประทับยืนทรงพระภูษา แต่ไม่ได้ทรงฉลองพระองค์ ทรงถนิมพิมพาภรณ์แบบนางกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเมืองสุโขทัยเป็นอย่างมาก ชาวเมืองสุโขทัยเชื่อกันว่า พระแม่ย่า นี้คือ พระนางเสือง พระมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ชาวเมืองเคารพสักการะ และถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ใครบนบานศาลกล่าวสิ่งใดมักจะได้สมปรารถนา จากนั้นก็ไปชมและชิมผลิตภัณฑ์จากข้าวไรซ์เบอร์รีที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มผู้รักสุขภาพ แห่งเดียวในสุโขทัย!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นก็เดินทางสู่ &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านทุ่งหลวง&amp;quot; หมู่บ้านที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาส่งขายทั่วประเทศ จากฝีมือชุมชนกว่า 200 หลังคาเรือน โดยใช้ดินเหนียวคุณภาพสูงจากแหล่งที่ราบเขาหลวงในท้องถิ่นที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน และ สักการะหลวงปู่ต่วน เกจิดัง ชมพิพิธภัณฑ์ของเก่าวัดลายและหออัตลักษณ์ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านศาลาการเปรียญ มีการตกแต่งด้วยไม้แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดลาย ที่มีการรวบรวมภูมิความรู้ของการปั้น และศิลปะต่างๆ มีการจัดแสดง นำของเก่าแก่สูงค่าของชาวบ้านมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และท้ายสุดคือ การร่วม กิจกรรมเครื่องปั้นสร้างสรรค์ ณ วิทยาลัยใต้ถุนบ้าน ที่มีการถ่ายทอดกรรมวิธีการทำเครื่องปั้นดินเผาที่ละเมียด ใช้เทคนิคศิลปะสุโขทัย รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องการใช้เตาอุโมงค์ หรือเตามังกรในการเผาเครื่องปั้นต่างๆ เพื่อให้เกิดลวดลายที่ชัดเจน งดงาม และมีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งปัจจุบันที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยว นักเรียน ชาวบ้านจากที่ต่างๆ เข้ามาเรียนการทำเครื่องปั้นดินเผา และแกะลายโบราณ ปัดเงินปัดทองด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งหากใครสนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้ และอุดหนุนสินค้ากลับไปได้อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78875</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัดเชิงคีรี, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71a7c2322b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
