<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​ม.ธรรมศาสตร์ ซุ่ม12ปีวิจัยยารักษาโรคภูมิแพ้-หอบหืดจาก “ไพล”  โดยมีอภ.หนุนให้งบฯ10ล้าน คาดอีก  2 ปีได้ใช้แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​
18 ธ.ค.61-- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ องค์การเภสัชกรรม(อภ.) เพื่อต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมยาสมุนไพรชนิดแคปซูลที่ได้จาก &amp;ldquo;ไพล&amp;rdquo; ซึ่งมีสรรพคุณรักษาอาการโรคภูมิแพ้และหอบหืด ศ. พญ.​อรพรรณ​ โพชนุกูล​ รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มธ. และผอ. ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ &amp;nbsp;รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า นวัตกรรมยาสมุนไพรจาก &amp;ldquo;ไพล&amp;rdquo; เกิดขึ้นจากการพบผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และหอบหืดในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ยาที่มีประสิทธิภาพกลับต้องนำเข้าจากต่างประเทศในราคาแพง ทีมวิจัย มธ. จึงริเริ่มนำจุดเด่นของสมุนไพรไทยมาผลิต เพื่อให้คนไทยเข้าถึงยาในราคาถูกลง และพบว่า &amp;ldquo;ไพล&amp;rdquo; ซึ่งมีแหล่งปลูกในไทยเพียงประเทศเดียว มีคุณสมบัติลดอาการภูมิแพ้ได้ดี จึงคิดค้นร่วมกับนักวิจัยจากหลายสถาบันและโรงพยาบาล อาทิ รพ.ศิริราช, รพ.จุฬาลงกรณ์, รพ.พระมงกุฎเกล้า และรพ.วชิระ รวมระยะเวลาการพัฒนายาสมุนไพรชนิดนี้ถึง 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;การลงนาม MOU ระหว่างมธ. &amp;nbsp;และอภ. ครั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตยาสมุนไพรจากไพลให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น โดยอภ. มอบทุนสนับสนุนต่อยอดงานวิจัยจำนวนมากกว่า 10 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 4 โครงการให้ครบสมบูรณ์ นำไปสู่การผลิตตัวยาที่คิดค้นโดยคนไทย เพื่อคนไทย รวมถึงคนทั่วโลก ได้ใช้ยาคุณภาพดี ราคาถูก จากสมุนไพรที่ทุกคนยอมรับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ศ. พญ.อรพรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้งานวิจัยยาสมุนไพรจากไพล ได้ก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 แล้ว โดยมีการทดลองในคนไข้กลุ่มใหญ่ประมาณ 400-500 คน เพื่อสร้างความมั่นใจและนำไปขึ้นทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) &amp;nbsp;ซึ่งจากการทดสอบในเบื้องต้นได้ผลดีมาก สามารถลดอาการภูมิแพ้ทั้งอาการคัดจมูก ไอจาม คันตา ผื่นแพ้ผิวหนัง และหอบหืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ. วิฑูรย์ &amp;nbsp;ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ. กล่าวว่า &amp;nbsp;อภ. จะรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยาแคปซูลสารสกัดไพลในการรักษาโรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และโรคหอบหืด จากมธ. &amp;nbsp;และจะขยายกำลังการผลิตสู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรมภายใต้มาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาทางคลินิก โดยอภ.พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัยทางคลินิกแบบสหสถาบัน ให้กับมธ.​ซึ่งปัจจุบัน การคิดค้นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรที่ได้จากไพล มีการจดสิทธิบัตรยาเรียบร้อยแล้ว นับเป็นยาตัวแรกและตัวเดียวที่ใช้สมุนไพรเป็นตัวยาหลักไม่ใช่ตัวยาผสม โดยเชื่อว่าอีกไม่เกิน 2 ปีจะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ และส่งออกไปต่างประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังที่จะก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายและยกระดับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีข้อมูลทางวิชาการรองรับทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิผลและความปลอดภัย ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศที่มีราคาสูงและประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาให้กับประเทศ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป&amp;rdquo;ผอ.อภ.กล่าว
.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24534</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วัตกรรมยาสมุนไพรชนิดแคปซูลที่ได้จาก “ไพล”, องค์การเภสัชกรรม, ไพลรักษาโรคหอบหืด ภูมิแพ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18c52750f26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
