<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงร่างประกาศกษ.คุมสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ไม่รอคำตอบ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; เดินหน้าเตรียมส่งร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ เสนอ กก.วัตถุอันตราย หวังคุมเข้มการผลิตสารเคมีเกษตรเบ็ดเสร็จ ตัดตอนบริษัทปัดความรับผิดชอบปล่อยสารหมดอายุว่อนตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ... จะสามารถเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อรับทราบได้ภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากได้ตรวจสอบร่างครบขั้นตอนทั้งหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้หนังสือที่ทวงถามต่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมติที่ดิฉันถามไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบกลับมา ฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ ก็จะดำเนินการจำกัดการใช้สารเคมีตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พ.ย.62 โดยอาศัยกฎหมายของกรมวิชาการเกษตรที่มีเพื่อควบคุมการผลิตสารเคมีเกษตรให้ได้คุณภาพ และบริษัทที่นำเข้า ผลิต จำหน่าย จะต้องผิดชอบในทุกขั้นตอน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมาขายแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบ สารเคมีหมดอายุก็ไม่ต้องนำออกจากตลาด เรื่องแบบนี้ต่อไปต้องไม่มีอีก ร่างประกาศนี้จะดูแลทั้งหมด&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ในเรื่องสารเคมีเกษตรเป็นเรื่องที่ตั้งใจทำและต่อสู้กันมากับนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เพราะเห็นปัญหาของประเทศ เห็นว่าสารเคมีอันตรายหากไม่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชน และปล่อยให้มีการผลิตโดยไร้การควบคุมระบบ จึงมีโรงงานห้องแถว โรงงานผลิตสารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อสารเคมีหมดอายุก็ไม่มีการจัดเก็บออกจากตลาด ซึ่งจะดูว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์จะลงนามส่งหนังสือหรือไม่ หรือมิเช่นนั้นดิฉันจะลงนามเองในฐานะกำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของประกาศกระทรวงเกษตรฯ คือ กำหนดให้สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องได้การรับรองระบบมาตรฐานบริหารคุณภาพ ISO 9001 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมีห้องปฏิบัติการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ด้านการวิเคราะห์วัตถุอันตราย ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันการตรวจรับรองมาตรฐาน โดยหน่วยงานมาตรฐานในประเทศไทย ยกเว้นสถานที่ผลิตสารชีวภัณฑ์และสารสกัดจากพืช สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ผลิตวัตถุอันตรายอยู่ก่อนแล้วจะให้เวลาปรับปรุงแก้ไข 2 ปี อาคารผลิตและเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่มากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟ ผนังต้องใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของไฟ พื้นอาคารต้องไม่มีคุณสมบัติดูดซับวัตถุอันตราย สามารถป้องกันการรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการระบายอากาศที่เหมาะสม ต้องแบ่งแยกพื้นที่ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายแต่ละประเภทเป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปะปนกัน มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่บ่อพักเพื่อนำไปบำบัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการป้องกันอันตรายสำหรับผู้ปฏิบัติงานนั้น กำหนดให้ต้องมีเสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน ถุงมือ &amp;nbsp;รองเท้า หมวก หน้ากากป้องกันพิษ ตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย ถ้าผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาร์เมต ต้องตรวจหาระดับซีรัมโคลีนเอสเตอเรสด้วย พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และหากตรวจพบวัตถุอันตรายสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า กฎหมายใหม่นี้ยังกำหนดให้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย โดยการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ อัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญให้ถูกต้องก่อนบรรจุภาชนะ ตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายจำกัดการใช้ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทราบภายในวันถัดจากวันที่มีการผลิตประกอบด้วย กระบวนการตั้งแต่เริ่มนำสารชนิดเข้มข้นมาแปรรูปโดยใช้ส่วนผสมต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสารพร้อมใช้ แจ้งชนิดของส่วนผสม รายงานเกี่ยวกับภาชนะบรรจุที่ใช้แล้วซึ่งมีอยู่ในความครอบครอง การส่งไปทำลาย สถานที่ทำลาย และวิธีการทำลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะต้องส่งรายงานดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนมกราคมทุกปี ในกรณีที่หากสอบสวนพบว่าเกิดข้อบกพร่องที่มีผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือเกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ต้องเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคืนอย่างรวดเร็ว มีบันทึกการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนจากลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนให้แยกเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนไว้ในบริเวณเฉพาะที่ปลอดภัย&amp;quot; น.ส.มนัญญากล่าว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54477</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษเกษตร, กก.วัตถุอันตราย, ประกาศกระทรวงเกษตร, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, วัตถุอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7a9f533cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ส่งกษ.-อุตฯ ผุดทีมเก็บข้อมูล ผลแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;rdquo; ย้ำแบน 3 สารพิษ 1 ธันวา. ส่วนเกษตรกรไม่เห็นด้วยเป็นสิทธิยื่นศาลปกครองได้ เผยนายกฯ สั่งกระทรวงเกษตรฯ-อุตฯ ตั้งทีมเก็บข้อมูลผลกระทบ ขณะที่ประธานผู้ตรวจฯ เคลมกรรมการวัตถุอันตราย ยึดตามข้อเสนอห่วงสุขภาพเป็นหลัก แนะรัฐบาลหนุนเครื่องจักรให้เกษตรกรยืมใช้กันลดต้นทุน &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ดันอุทัยธานีเมืองต้นแบบเกษตรอินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องการแบน 3 สารพิษนั้น เราทำด้วยความเป็นห่วงสุขภาพประชาชนและอนาคตของชาติ เพื่อไม่ให้มีสารปนเปื้อน เพราะจากการพิสูจน์ 3 สารพิษไม่ได้มีประโยชน์ใดๆ และไม่มีอะไรที่เราต้องไปกลัว รวมถึงอย่าเอาเรื่องจีเอสพีไปผูกโยงกับเรื่องสารพิษ เพราะเป็นคนละเรื่อง สำหรับการแบนสารพิษนั้น คิดว่านายกฯ คงทราบแล้ว และตนได้รายงานผ่านทางไลน์ของ ครม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรไปยื่นศาลปกครองให้ระงับการแบน 3 สารพิษ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ โดยนำข้อเท็จจริงมาแสดง และยืนยันว่าการแบน 3 สารพิษจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เนื่องจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติไปแล้ว ไม่สามารถยืดหรือผ่อนปรนได้ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะผิดพลาดไปหมด อีกทั้งคณะกรรมการฯ ดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจ ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยายออกกรอบเวลาการแบนสารพิษจากที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ไปอีก 6 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว นอกจากว่าจะมีการเขียนในบันทึกการประชุม แต่คิดว่าน่าจะมีคณะกรรมการฯ โต้แย้งอีก ซึ่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุชัดเจนว่าคณะกรรมการฯ มีมติเป็นเสียงข้างมาก ในการแบนสารพิษ พร้อมทั้งระบุว่าสารพิษดังกล่าวไม่ได้อยู่เฉพาะแค่บนดินเท่านั้น แต่ยังแทรกซึมเข้าไปยังผลผลิตของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ ตรงนี้คือเหตุผลที่ทำให้คณะกรรมการฯ ลงมติคัดค้านการใช้สารพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีมติยกเลิกการใช้สารดังกล่าวในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อเสนอแนะ ส่วนการที่ยังมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งยื่นเรื่องให้ศาลปกครองวินิจฉัย ถือเป็นสิทธิที่สามารถยื่นฟ้องได้ ซึ่งในส่วนของผู้ตรวจฯ ได้ยึดในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสามารถไปดูผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงได้กับเกษตรกรที่ จ.หนองบัวลำภู และ จ.น่าน ที่มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสารเคมีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ถือเป็นการทำตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจฯ ที่ยึดผลกระทบด้านสุขภาพเป็นหลัก ซึ่งอยากให้เกษตรกรหรือผู้ที่ยังคัดค้านคิดว่าถ้ามีคนหนึ่งคนใดในครอบครัวของเกษตรกรล้มป่วยลง เป็นมะเร็ง เกษตรกรครอบครัวนั้นก็จะประสบในเรื่องของค่าใช้จ่าย แรงงานในครอบครัวก็ต้องกลัวมาดูแล และครอบครัวนั้นก็จะประสบในเรื่องของความทุกข์ยาก ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงเรื่องสิทธิและความทุกข์ยาก&amp;quot; พล.อ.วิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัสยังกล่าวอีกว่า เชื่อว่าประเทศสหรัฐอเมริกาไม่คิดจะตอบโต้ทางการค้าหลังไทยแบน 3 สารเคมีอันตราย แต่เท่าที่ติดตาม ก็เห็นว่าทางการสหรัฐกังวลเรื่องสารไกลโฟเซต ซึ่งสหรัฐใช้อยู่ เมื่อสหรัฐส่งสินค้าโดยเฉพาะองุ่นมาประเทศไทยหรือไม่ประเทศอื่นๆ หากมีสารดังกล่าวที่ตกค้างในองุ่นก็จะเกิดปัญหา ประเทศอื่นๆ ก็จะไม่นำเข้าได้ ซึ่งไทยและสหรัฐเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ก็เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถพูดคุยกันได้ ส่วนเรื่องจีเอสพีเชื่อว่าเป็นเรื่องของแรงงานมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทางผู้ตรวจฯ ก็จะติดตามเรื่องของการใช้สารทดแทนและวิธีการอื่นๆและการหาวัตถุทดแทนอื่น ที่จะทำอย่างไรให้เกษตรกรลดต้นทุน รวมถึงทำอย่างไรให้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัสยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการรองรับหลังยกเลิก 3 สาร ด้วยการหาสารชีวพันธุ์ทดแทน หรือวิธีการอื่น ไม่ใช่มาพึ่งอยู่แต่ 3 สารเพียงอย่างเดียวในการกำจัดหญ้าและวัชพืช ส่วนกรมวิชาการเกษตรต้องไปสร้างตัวอย่าง ไปให้คำแนะนำว่ามีเครื่องมือเครื่องจักรกลทางการเกษตรอะไรที่รัฐจะสามารถสนับสนุนได้ โดยเฉพาะเครื่องมือขนาดใหญ่ที่รัฐควรจัดสรรให้เกษตรกร และให้รัฐบาลสนับสนุนเครื่องจักรให้เกษตรกรยืมใช้กันในชุมชนหรือตำบล เพื่อลดต้นทุนทางการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสั่งยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิดในภาคเกษตรว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีคณะทำงานดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องอยู่นั้น ไปดูข้อมูลผลที่จะเกิดจากการยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าวให้ครบถ้วน เพราะตอนนี้เรื่องดังกล่าวยังไม่จบ หรือเป็นขั้นสุดท้าย โดยให้ทั้ง 2 กระทรวงนี้ไปดูให้รอบด้าน อาทิ ผลต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างไร การศึกษาว่าสารเคมีเหล่านี้เป็นอันตรายจริงหรือไม่ มีสิ่งใดที่มาใช้ทดแทนได้หรือไม่ ซึ่งเท่าที่ทราบในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสิ่งอื่นมาทดแทนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มีนโยบาย บูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ในการขยายช่องทางตลาดสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและปลอดสารเคมีอันตราย กระจายไปสู่ผู้บริโภค โดยจะส่งจำหน่ายให้ทางโรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้มีโอกาสได้เลือกซื้อและบริโภคผักผลไม้ปลอดภัยได้อย่างมั่นใจ และเชื่อมั่นในแหล่งผลิตและที่มาของสินค้าดังกล่าว เบื้องต้นจะใช้จังหวัดอุทัยธานีเป็นพื้นที่นำร่อง ในการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย และหากจังหวัดไหนต้องการ ก็พร้อมที่จะไปสนับสนุนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49149</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, วัตถุอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84a54d7980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งแฉใครเอี่ยวป้องสารพิษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มนัญญา&amp;rdquo; เอาจริง! นัดประชุมคณะทำงาน 7 ต.ค. เคาะเอาอย่างไรกับสารพิษ 3 ชนิด ก่อนสรุปให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย พร้อมเปิดเผยผล ใครคิดอย่างไรให้เห็นธาตุแท้รายตัว &amp;nbsp;ปูดมีเอกชนที่ไม่ยอมจ้างม็อบมาประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความเหมาะสมสามารถเสนอถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกพระราชกำหนดยกเลิกใช้ 3 สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ว่าการยื่นต่อนายกฯ ให้ออก พ.ร.ก.ยกเลิกใช้ 3 สาร อาจดำเนินการระยะต่อไป หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้มาตรการแบน 3 สารพร้อมเดินหน้าได้ทันที หลังจากได้รับคำบัญชาจากนายกฯ มาแล้วให้ตั้งคณะทำงาน 4 ฝ่ายเพื่อสรุปผลกระทบการใช้สารอย่างรอบด้าน&amp;nbsp;
น.ส.มนัญญากล่าวต่อ คณะทำงานจะมีตนเองเป็นประธาน มีตัวแทนภาครัฐ จากกระทรวงเกษตรฯ โดยอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ภาคเอกชน มีตัวแทนผู้นำเข้า ส่งออก ผู้ประกอบการ ทั้งภาคเกษตรกร และตัวแทนผู้บริโภค ซึ่งจะประชุมการใช้สารเคมี 3 ชนิด ในวันจันทร์ที่ 7 ต.ค. เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งผลการประชุมวันจันทร์นี้ จะเปิดเผยต่อสาธารณะว่าใครมีความเห็นอย่างไร เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อตัวแทนภาครัฐไปประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะบิดพลิ้วจากผลสรุปในวันที่ 7 ต.ค.นี้ไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ มีบัญชามาให้สรุปผลรอบด้านจากทุกฝ่าย และนำข้อสรุปการแบน 3 สาร เสนอท่านนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ รมว.สาธารณสุข และ รมว.อุตสาหกรรม ลงนามต่อ จากนั้นจะนำเอกสารนี้ไปยื่นให้ถึงมือประธานและคณะกรรมการวัตถุอันตรายด้วยตนเอง และพร้อมนั่งเฝ้ารอหน้าห้องประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อรอฟังมติ เพราะทำงานที่ไหนก็ได้ เชิญสื่อไปร่วมรับฟังด้วยกัน และขอให้ รมว.อุตสาหกรรมเรียกประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายโดยเร็ว รวมทั้งเปิดเผยมติทั้งหมดของคณะกรรมการทุกคน สังคมจะได้รับรู้ว่าใครแบนใครไม่แบน&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแสว่าเอกชนนำเข้าสาร 3 ชนิด จะฟ้องศาลปกครองให้ชะลอการแบน 3 สารไว้ก่อน เพื่อระบายสต๊อกสารเคมีที่มีอยู่จำนวนมากนั้น น.ส.มนัญญากล่าวว่า หากสต๊อกสารเคมีของเอกชนรายใดยังเหลืออยู่บอกมาเลย จะไปหาถึงที่ ตรวจจับดำเนินคดี เพราะได้มีคำสั่งหยุดนำเข้าตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. ดังนั้นสต๊อกต้องไม่มีแล้ว ถ้ายังมีอยู่แสดงว่าลักลอบนำเข้า เป็นการขนสารเคมีเข้ามาเกินจำนวนจากที่แจ้งไว้ในบัญชีอนุญาต&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันจันทร์นี้สั่งการให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตรนำตัวเลขสต๊อกล่าสุดของเดือนที่ผ่านมายืนยัน จะอ้างว่าสต๊อกมี อ้างไม่ได้ มันจบไปหมดแล้ว ถ้าพูดกับคนอื่นได้ แต่มาพูดกับดิฉันไม่ได้ มันจบไปแล้ว ไม่ต้องคุย ถือว่าแอบอ้าง เพื่อให้ยืดเวลากับนรกสามตัว อยู่ในประเทศไทยก็ยังเอาเข้ามาเรื่อยๆ จะทำแบบปิดกันต่อไปไหวหรือ ดิฉันเป็นคนพูดตรง พูดจริง ไม่พูดด้วยถ้าเป็นเรื่องไร้สาระ มันถึงเวลาแล้วสังคม ประชาชนเขายอมรับ เปิดหู เปิดตา ขอให้ฝ่ายอื่นเปิดหัวใจให้ประชาชนเถอะ ช่วงแรกไม่อยากพูดอะไรให้ทุกคนพูดในทางที่ถูกต้อง แต่กลับมีคนเอาไปหาผลประโยชน์อีก ดิฉันจะทำให้จบเรื่องแบน 3 สารพิษ&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวด้วยว่า จากการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย มติล่าสุดให้เวลากระทรวงเกษตรฯ 2 เดือนในการหาข้อมูลผลกระทบการเป็นพิษต่อสุขภาพร่างกายมนุษย์และสิ่งแวดล้อม จึงเร่งทำให้เสร็จครบถ้วนในวันจันทร์นี้ จะสามารถส่งให้คณะกรรมการได้ทันที ดังนั้นมั่นใจว่าข้อมูลจากกระทรวงเกษตรฯ ครั้งนี้แน่นมาก เอกสารครบ สิ่งที่ขาดเติมเต็มให้สมบูรณ์ จากนี้จะได้มีเวลาไปทำเรื่องอื่นช่วยพัฒนาเกษตรกรได้ เช่น โครงการนาข้าวอินทรีย์แปลงใหญ่ปลดหนี้ ยกระดับกลไกสหกรณ์การเกษตรให้เป็นแหล่งพัฒนาอาชีพเกษตรกรครบวงจรอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ขาดทำให้สมบูรณ์แล้ว จบหน้าที่พี่ ส่วนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะประชุมวันไหน ก็ต้องใช้ข้อสรุปจากเอกสารของกระทรวงเกษตรฯ โดยคณะทำงาน 4 ฝ่ายตามบัญชา ท่านนายกฯ ให้ตั้งมาดูว่าขาดอะไร แต่ละส่วนมีแนวความคิดอย่างไร จะไม่มีคำว่ายืดไปอีก 2 เดือนแน่นอน เราไม่เอาสำหรับชีวิตคนมีค่า ทำเสร็จวันจันทร์นี้ คณะกรรมการวัตถุอันตรายเรียกประชุมได้ทันที จะได้ไม่มาบอกว่าต้องรอข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร ทุกวันนี้กดดันมาก พี่จับต้องจบ ไม่ให้ประเทศไทย คนไทย ต้องเสียเปรียบกับบริษัทพวกนี้ แต่ก็ทราบว่าฝ่ายต้องการให้ใช้สารเคมีต่อไป จะจัดคนมาประท้วงพี่วันจันทร์นี้&amp;rdquo; น.ส.มนัญญากล่าว
ขณะเดียวกัน นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ได้แต่งเพลง &amp;ldquo;ยุบเถอะ เลิกเถอะ&amp;rdquo; ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแบนสารพิษ 3 ชนิด ล่าสุดยังได้แต่งเพลงและปล่อยคลิปวิดีโอเพลง &amp;quot;อันธพาลสารพิษ&amp;quot; เพื่อประจานผู้ใช้พฤติกรรม ข่มขู่ คุกคาม นักวิชาการ และแกนนำกลุ่มต่อต้านสารเคมีพิษภาคการเกษตร ตามที่เป็นข่าวเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47462</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, คลอร์ไพริฟอส, พาราควอต, วัตถุอันตราย, สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร, ไกลโฟเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191006/image_big_5d99eb785db4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุทินท้าตบคนขู่ทีมต้านสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เดือด! ด่าไอ้โม่ง &amp;quot;หน้าตัวเมีย-กระจอก&amp;quot; ขู่นักวิชาการต้านสารพิษ ท้าแน่จริงมาเจอจะตบให้ โยน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; คุย คกก.วัตถุอันตรายหาข้อยุติ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ออกตัว ก.อุตฯ เห็นด้วยยกเลิกใช้ 3 สารเคมี โยน ก.เกษตรฯ เร่งเสนอเรื่องพิจารณา &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; เดินหน้าแบนสารพิษ ลั่นสิ้นปี 62 ต้องยกเลิกให้ได้ &amp;quot;เด็ก ปชป.&amp;quot; ชง 3 พรรคเสนอออก พ.ร.ก.เลิกใช้สารพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สาธารณสุข) กล่าวถึงกรณี นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการ นักวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ซึ่งเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ถูกข่มขู่หลังออกมาต่อต้านการใช้สารพิษอันตรายทางการเกษตรว่า เรื่องนี้จะไม่บานปลาย เพราะเรามั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง สวัสดิภาพที่ดีของประชาชน คุณงามความดีเหล่านี้จะมาป้องกันตัวเอง ไม่มีใครทำอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนที่ไปขู่ถือว่าเป็นหน้าตัวเมีย กระจอก แน่จริงมานี่ มาคุยตรงนี้ เปิดเผย อย่าหลบ ไปขู่นักวิชาการมันจะได้อะไรขึ้นมา มาขู่มนัญญา (น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสกรณ์) มาขู่ผมนี่&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขอให้มั่นใจว่าหากทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีทางที่ใครจะทำอะไรได้ และพวกที่คิดจะทำอันตรายคนเหล่านี้ คิดว่าทำกับนักวิชาการแล้วปัญหาจะจบหรือ ก็คงได้แต่ขู่ คนกระจอกเขาทำแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยืนยันจะยังเดินหน้าคัดค้านสารพิษอันตรายทางการเกษตร โดยเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา มีจดหมายจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเขียนมา ตนฉีกทิ้งเลย และเรียกคนที่รับผิดชอบให้ไปเขียนใหม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขคัดค้าน ต้องหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ให้ตามเรื่องไปก่อนแล้วจะมีมาตรการในการจะหยุดต่อไป จึงถามกลับไปว่าคนเซ็นอ่านหรือไม่ โชคดีที่พ้นการโยกย้ายไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารัฐบาลออกมาพูดคัดค้านสารพิษอันตราย แต่การกระทำยังไม่ชัดเจน นายอนุทินกล่าวสวนกลับว่า น.ส.มนัญญาไม่ชัดหรือ กระทรวงสาธารณสุขไม่ชัดหรือ ต้องไปบอกหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เหลือ เพราะกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชัดไปแล้ว ฝั่งของตนชัดแล้ว 51 เสียงของพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการวัตถุอันตรายในสัดส่วนกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลเห็นด้วย ส่วนที่เหลือต้องไปจัดการกรรมการในสังกัดของตัวเองให้เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าต้องคุยกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยชัดเจนไม่เอาสารพิษทางเกษตร ถามนายสุริยะก็บอกไม่เอา และเห็นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็บอกว่าไม่ไหวเช่นเดียวกัน เมื่อฝ่ายนโยบายเป็นอย่างนี้ ฝ่ายปฏิบัติ 29 คนในคณะกรรมการฯ จะสวนนโยบาย นายกฯ ก็ต้องมาแก้ไข ตนเชื่อมั่นว่านายกฯ จะยืนข้างประชาชนและเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องของพี่น้องประชาชนวันนี้สังคมออกมาขนาดนี้ แอ๊ด คาราบาว ถึงขั้นแต่งเพลงต่อต้านขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาบอกเรื่องอย่างอื่น จะมาบอกมีเงินมีทอง ลดต้นทุน ได้เงินได้กำไรมาแต่ไม่ได้ใช้เงินจะมีประโยชน์อะไร ต้องเจ็บป่วย ต้องตาย ใครจะแลกก็แลก ผมไม่แลกด้วย และตอนนี้ทาง น.ส.มนัญญาหาสารทดแทนได้แล้ว ซึ่งหากไม่เป็นอันตรายแต่ราคาสูงก็ต้องหาวิธีการชดเชย เพราะเงินที่ให้ประชาชนไม่ได้ไปไหน แต่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คิดว่าคุณมนัญญาคงรายงานนายกฯ เรื่องสารทดแทนไปแล้ว และแอคชั่นคุณมนัญญาคงชัดเจน ที่บอกว่าหากให้ยุติเรื่องนี้ก็ปลดเขาไป ซึ่งดีกว่าการส่งเอกสารไป และคนที่จะปลดมนัญญาคนแรกคือผม ซึ่งผมไม่ปลดอยู่แล้ว เพราะทำดีให้ประชาชนต้องสนับสนุนให้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และที่ขู่กัน แน่จริงให้ไปขู่พี่ชายคุณมนัญญา (นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย)&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ารู้ตัวคนที่ข่มขู่แล้วหรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ มันไม่ได้มาขู่ตน ถ้ามาขู่เดี๋ยวจะตบให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายว่า ตนได้โทรศัพท์หารือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่ขณะนี้ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศแล้ว โดยนายสุริยะยืนยันชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน รัฐบาลจะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะสุขภาพของประชาชนนั้น ถือเป็นสิ่งที่ความสำคัญอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประกอบกล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหนึ่งในผู้แทนคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้พิจารณาถึงผลกระทบในทุกด้านเกี่ยวกับการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 แล้วมีความเห็นว่า สมควรที่จะมีการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว และเนื่องจากสารเคมีทั้ง 3 ชนิดอยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบกับการอนุญาตนำเข้าสารทั้ง 3 ตัวเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอการเลิกใช้สารเคมีดังกล่าวต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายโดยเร็ว โดยในการนำเสนอจะต้องมีการระบุถึงช่วงระยะเวลาการยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิดให้ชัดเจนและเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบกับเกษตรกรผู้ใช้สารเคมีดังกล่าว&amp;quot; ตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขอฝากเป็นพิเศษไปยังนายอนุทิน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ช่วยเร่งรัด ติดตามดูแลความปลอดภัย กมธ.ที่ถูกข่มขู่ โดยอาจารย์หมอเป็น กมธ.ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามาเป็น กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้แนะนำให้อาจารย์ทั้งสองท่านไปแจ้งความเป็นหลักฐานเมื่อท่านสะดวก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรทำงานเชิงรุก ไม่ต้องรอการแจ้งความ โดยควรปกป้องคุ้มครองผู้ทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองในทันที รวมทั้งควรดำเนินการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ขู่จะเอาชีวิตนักวิชาการโดยเร็วที่สุด&amp;quot; ประธาน กมธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชคือ พาราควอต ไกลโฟเซต ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งวันจันทร์ที่ 7 ต.ค. จะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รวมถึงข้อมูลที่ได้ลงพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุอยากให้มีการยกเลิก แต่ไม่ได้ชี้ชัดถึงระยะเวลาว่าจะยกเลิกให้ได้ภายในสิ้นปี 2562 เพราะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า รัฐมนตรีก็ตอบแบบผู้ใหญ่ที่คิดแบบรอบด้าน สำหรับตนที่มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้บรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปี 2562 ตามที่ได้ประกาศไว้ แต่การจะไปให้ถึงตรงนั้น ข้อมูลต้องพร้อมครบถ้วนทุกด้านด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุตอนหนึ่งถึงกรณีการแบน 3 สารพิษว่า ขอให้ 3 พรรค ฝ่ายการเมือง ปชป. ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ คุยกันแล้วเสนอออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ที่เป็นอำนาจตรงของ ครม.ไปเลย จบง่ายเร็ว ชัดเจน ไม่เกิน 1 เดือน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47274</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิชาการต้านสารพิษ, วัตถุอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, แบน 3 สารเคมีเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d960664d90fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื้อแบน3สารเคมีเกษตร โยนกษ.หาข้อสรุป60วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กก.วัตถุอันตรายยังไม่เคาะแบน 3 สารเคมีเกษตร เผยนายกฯ สั่งหารือ 4 ฝ่าย สร้างความเข้าใจก่อนเลิกใช้ โยนกระทรวงเกษตรฯ แม่งานหาข้อสรุปภายใน 60 วัน พร้อมหาสารทดแทน ย้ำไร้สารพิษ-ราคาไม่แพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายอภิจิณ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ครั้งที่ 40-8/2562 ว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ได้มีหนังสือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการวัตถุอันตราย ที่กล่าวถึงกรณีแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง โดยมอบหมายให้ที่ประชุมเร่งพิจารณาการหารือทั้ง 4 ส่วน ได้แก่ 1.รัฐ 2.ผู้นำเข้า 3.เกษตรกร และ 4.ผู้บริโภค เพื่อแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งในด้านของการเกิดปัญหา วิธีการแก้ปัญหา รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิจิณกล่าวว่า การหารือดังกล่าวจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นแม่งาน โดยได้กำหนดระเวลาในการดำเนินการพูดคุยให้ได้ข้อสรุปและแนวทางแก้ไขภายใน 60 วันหลังจากนี้ รวมถึงการหาสารทดแทนสาร 3 ตัวเดิม คือ ไกลโฟเซต, คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต รวมถึงวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ต้องอยู่ในพื้นฐานที่กำหนดว่าราคาไม่สูงเกินไปกว่าของเดิมมากนัก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ และต้องไม่ใช่วัตถุที่ส่งผลอันตรายต่อประชาชนเหมือนของเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการพูดคุยกันให้เกิดข้อตกลงทั้ง 4 ภาคส่วน และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้นำเข้าทั้ง 3 สารดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันเกษตรกรที่ใช้งานอยู่ก็ยังใช้ได้ดังเดิม แต่ต้องควบคุมปริมาณตามมติเดิมของที่ประชุม ขณะที่การนำเข้านั้นได้สั่งการไม่ให้นำเข้าเพิ่มเติมแล้วหลังจากในอนุญาตนำเข้าหมดอายุ ช่วง มิ.ย.ที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายอภิจิณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าจะมีสารตัวไหนมาทดแทนของเดิมได้ โดยต้องรอผลการศึกษาจากกระทรวงเกษตรฯ ก่อน และกำหนดว่าจะต้องนำมาเสนอในที่ประชุมครั้งถัดไป โดยหากผลพิจารณาเป็นประการใด จะมีการขอให้แจ้งผลไปยังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทราบด้วย เพื่อเรียนแจ้งต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า การประชุมดังกล่าวไม่ใช่การประชุมลับแต่อย่างใด แต่ยังมีความกังวลว่าข้อมูลที่เป็นประโยชน์หรือที่ต้องปกป้องแหล่งที่มานั้นจะถูกเผยแพร่ไป ซึ่งจะเป็นการสร้างความไม่สะดวกให้กับเจ้าของข้อมูล แต่ยืนยันว่าหากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องสามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้เลยจากตัวเองและกรรมการคนอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีมติเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกประกาศเพื่อปรับระดับการควบคุมพาราควอตให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คือ ห้ามนำเข้า จำหน่าย และมีไว้ครอบครอง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 นั้น ระบุว่า การปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยกำหนดนโยบายระดับประเทศ เพื่อยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายพาราควอตย่อมเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องตระหนักถึงการป้องกันบรรเทาหรือขจัดพิษร้ายจากการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่ไม่มีมาตรการควบคุมวัตถุอันตรายอย่างเข้มงวดนั้น ดังที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนะ ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงภัยและความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ที่ได้รับสัมผัสสารเคมี ทั้งจากอุบัติเหตุและการสัมผัสสารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม หรือจากการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรหรือสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีสารพิษตกค้าง หรือแม้กระทั่งการถ่ายทอดสารพิษตกค้างจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ และมีกรณีตัวอย่างผู้ได้รับผิดวัตถุอันตรายพาราควอตโดยอุบัติเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิตเกิดขึ้นแล้วในพื้นที่จังหวัดตาก อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขยังได้มีความเห็นยืนยันอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนจากวัตถุอันตรายพาราควอต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายและกระทรวงอุตสาหกรรมได้โปรดนำข้อเท็จจริงจากความคิดเห็นของกระทรวงสาธารณสุข ไปประกอบการพิจารณาในการปรับปรุงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อปรับระดับการควบคุมวัตถุอันตรายพาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ให้มีผลโดยเร็ว หรือตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป และเมื่อมีการประกาศว่าจะยกเลิกใช้สารเคมีในเวลากำหนดที่ชัดเจน หน่วยงานของรัฐและผู้เกี่ยวข้องย่อมสามารถใช้ระยะเวลาในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรมกำจัดวัชพืชที่มีประสิทธิภาพปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ทดแทนสารเคมีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมดังกล่าวเริ่มประชุมตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น. และเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 17.00 น. ซึ่งใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ยังไร้ข้อสรุปในการแบนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด แต่เป็นการสั่งการให้กลับไปพูดคุยถึงความเข้าใจทั้ง 4 ภาค และหาสารทดแทน ที่คล้ายกับมติเดิมของที่ประชุม ทั้งนี้ อ้างว่าเป็นการหารือเพื่อตอบรับหนังสือจากนายกรัฐมนตรีที่ส่งให้ที่ประชุม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46097</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัตถุอันตราย, สร้างความเข้าใจก่อนเลิกใช้, สารพิษเกษตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร, แบน 3 สารเคมีเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d824237e576f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มนัญญา’จี้โหวตเปิดเผย แบนหรือไม่แบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ชี้แบน 3 สารพิษเกษตรชัดเจน 18 ก.ย. ลั่นต้องทำเปิดเผย &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; ค้านโหวตลับบี้เปิดชื่อให้ประชาชนรับรู้ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; หนุนเลิกใช้ แค่รอ กก.วัตถุอันตรายลงมติ 1 ม.ค.63 มีผลทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการยกเลิกสารเคมีทางการเกษตรที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด คือ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต กรณี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะไปตรวจสอบจากกรมวิชาการเกษตร แต่แตะไม่ได้ ว่าไม่เข้าใจทำไมจะไม่ได้ยังไง ตนถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เปิดเผย การยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด น่าจะมีความชัดเจนในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ จะแสดงรายละเอียดเหตุจำเป็นต่างๆ ในการทดแทนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.มนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หน่วยงานที่กำกับดูแลอยู่นั้น จะมีการเสนอเกี่ยวกับเรื่องสารเคมีพิษภาคการเกษตร ต่อที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ซึ่งเอกสารในส่วนนี้ได้เตรียมไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ทั้งนี้ การลงมติที่ผ่านมาเป็นการลงคะแนนลับ แต่ในครั้งนี้อยากให้เป็นการลงมติแบบเปิดเผย จะได้รู้ว่ากรรมการจากส่วนราชการใดมีความคิดเห็นอย่างไร เพราะเป็นผลประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่ที่ตัวบทกฎหมายว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง แต่ถ้าไม่มีข้อจำกัด น่าจะเสนอชื่อออกมาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงคนที่ทำก็ต้องรับ ถ้าเกิดเขาต้องการเอาสารพิษ 3 ตัวนี้ไว้ เขาก็ต้องรู้ว่าเอาไว้เพราะอะไร มันมีส่วนดีอย่างไร ก็ต้องออกมาบอกพี่น้องประชาชน เพื่อชี้แจงให้กระจ่างชัด ต้องออกมายอมรับในสิ่งที่เขาทำใช่ไหมคะ&amp;quot; รมช.เกษตรฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายอยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม แต่ยังไม่เห็นบทบาทของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในเรื่องดังกล่าว น.ส.มนัญญากล่าวว่า &amp;quot;สงสารพี่ไหมล่ะ ต้องทำอยู่คนเดียว เอกสารยังต้องมาตามเอง นี่ขนาดเป็นรัฐมนตรีนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.มนัญญาได้เดินทางไปที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เพื่อทวงถามเอกสารสต๊อกสารพิษในโกดังสินค้าแต่ละแห่งทั่วประเทศไทยว่า ขณะนี้มีเหลือจำนวนเท่าใด เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือ นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลด้วยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในเรื่องการแบนสารพิษ 3 ชนิดดังกล่าว ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนี้มีทั้งหมด 29 คน มีการลงมติแบบลับทุกครั้ง และมักจะมีกรรมการขาดประชุม โดยผลการโหวตครั้งล่าสุด ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการให้ใช้สารพิษต่อไปนั้น ชนะไปด้วยคะแนน 16 ต่อ 5 เสียง แต่ถ้าหากให้โหวตโดยเปิดเผย และสาธารณชนได้รู้ชื่อผู้ที่ลงมติ คาดว่าคะแนนอาจจะกลับกันแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ส่วนตัวอยากให้ยกเลิกสารเคมี 3 ชนิดนี้เช่นกัน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นตรงกันว่าควรให้ยกเลิก ซึ่งขอให้เข้าใจว่าคณะกรรมการวัตถุอันตราย ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยและมีมติออกมาให้ยกเลิก สามารถผลักดันเรื่องนี้ให้มีผลได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.63 ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้นโยบายไปกับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วว่าอยากให้ยกเลิกใช้สารเคมีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรกับสารเคมีอันตรายที่ถูกนำเข้ามาก่อนหน้านี้ นายสุริยะกล่าวว่า ต้องขอดูรายละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไร ขอย้ำว่าเราพยายามจะให้เลิกใช้ เพราะในหลายประเทศยกเลิกใช้สารอันตรายเหล่านี้แล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม แถลงภายหลังประชุมนัดแรกว่า ที่ประชุมได้วางเป้าหมายการทำงานโดยรักษาชีวิตของประชาชน โดยสิ่งที่จะทำเป็นอันดับแรก จะมีการตั้งคณะทำงานชุดเล็กออกไปรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อจัดทำแผนงาน แต่ที่เร่งด่วนและเฉพาะหน้าคือ สารเคมีอันตราย 3 ตัว ประกอบด้วย&amp;nbsp;พาราควอต,&amp;nbsp;ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยจะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องมารับฟังข้อมูล และลงพื้นที่ที่ประสบปัญหา พื้นที่มีการวิจัยภาคสนามไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรรมาธิการไม่ได้ศึกษาเฉพาะสินค้าเกษตรในประเทศเท่านั้น แต่จะดูจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่นสินค้าเกษตรจากด่านเชียงของ ประเทศจีน มายังตลาด 4 มุมเมือง โดยดูว่าเครื่องมือ ห้องแล็บ บุคลากรของเรามีความพร้อมมากแค่ไหนในการปกป้องคุณภาพชีวิตคนไทย และยังศึกษาการปรับรูปแบบการทำเกษตรจากวัตถุเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ โดยจะเชิญ 7 องค์กรมาให้ข้อมูล ประกอบด้วย นักวิชาการ กลุ่มเอ็นจีโอ กรมส่งเสริมการเกษตร องค์การอาหารและยา (อย.) กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เรื่องนี้มีการศึกษามาตั้งปี 55 และมีการลงพื้นที่เจาะเลือดเกษตรกรเพื่อหาสารเคมีตกค้างในร่างกาย แต่พอมีรัฐประหารก็ขาดความต่อเนื่องไป ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องเดินหน้าไม่มีถอย&amp;quot; นายชวลิตกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาชนรับรู้, วัตถุอันตราย, สารพิษ, สารพิษเกษตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร, ให้ประชาชนรับรู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80faa6ace88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ. ถก8หน่วยงานออกมาตรการคุมเข้มสารโซเดียมไซยาไนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมโรงงานอุตสาหกรรมดึงพันธมิตร 8 องค์กรในการทำงานบูรณาการร่วมกันในการพิจารณาการอนุญาตนำเข้าและติดตามสารไซเดียมไซยาไนด์หวั่นลักลอบไปผลิตยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25&amp;nbsp;มิ.ย.62 - นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ.ได้เชิญ 8 หน่วยงานร่วมกันหารือและประสานความร่วมมือแนวทางการกำกับดูแลสารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ในการเพิ่มมาตรการควบคุมดูแลวัตถุอันตรายที่เข้มงวดโดยเริ่มจากสารโซเดียมไซยาไนด์ เพื่อเป็นการสกัดกั้นการนำไปใช้ผลิตยาเสพติดตั้งแต่ต้นทางอย่างเร่งด่วน และทันท่วงที &amp;nbsp; เนื่องจากในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนมาก เบื้องต้นที่ประชุมได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น การประสานข้อมูลเกี่ยวข้อง, การร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนที่เข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการร่วมกันให้ความเห็นมายังกรอ.เป็นรายกรณีที่จะมีการนำเข้าสารโซเดียมไซยาไนด์เข้ามาในไทยหรือผ่านแดนไปประเทศที่3 ซึ่งอาจใช้เวลา 5-10 วัน แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน ว่าจะมีการอนุญาตให้นำเข้าหรือผ่านประเทศไทยได้หรือไม่ เนื่องจากหน่วยงานต่างๆจะมีข้อมูลที่เชื่อมทั้งในและต่างประเทศได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 8 หน่วยงานประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย, กรมการปกครอง, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สารโซเดียมไซยาไนด์ สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท และนิยมใช้ในการสกัดทองในเหมืองทองคำ &amp;nbsp;รวมถึงนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท เช่น การย้อมสี การเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ การชุบโลหะในอุตสาหกรรมยานยนต์ &amp;nbsp;แต่อีกทางหนึ่งสามารถนำไปสกัดเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดได้ด้วย ซึ่งประเด็นนี้น่ากังวลอย่างมาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีการนำเข้าสารดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยปีละ 1,400-1,500 ตัน ซึ่งน้อยกว่าที่จะมีการขออนุญาตนำผ่านประเทศไทยไปสปป.ลาวหรือไปประเทศเมียนมาร์ ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้มากจะเป็นเหมืองทองแต่ปัจจุบันเหมืองทองได้ปิดไปแล้วจึงมีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยไม่มาก โดยในปี 62 มีการขออนุญาตนำเข้า 53 ตัน แต่มีการนำเข้าจริง 15 ตันเท่านั้น&amp;rdquo; นายบรรจง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรจง กล่าวว่า ในส่วนของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ผลิตยาเสพติด ตามบัญชีแนบท้ายของประกาศกระทรวงยุติธรรมมี 20 รายการ โดยหนึ่งใน 20 รายการคือ สารโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งกรอ.และพันธมิตรทั้ง 8 หน่วยงานก็พร้อมนำร่องในการออกมาตรการดูแลและคุมเข้มการนำเข้า การส่งออก และการผ่านแดนก่อน จากนั้นก็จะดำเนินการกับสารอีก 19 ประเภทในลักษณะที่คล้ายๆกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสารดังกล่าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโรงงานอุตสาหกรรม, บรรจง สุกรีฑา, พ.ร.บ.วัตถุอันตราย, วัตถุอันตราย, สารโซเดียมไซยาไนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d12230307e50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
