<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ มอบนโยบายด้านข้าว ขอให้เกษตรกรปรับวัฒนธรรมทำนา นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - เวลา 14.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนายศักดิ์ดา เขตกลาง ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 คณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อรับฟังนโยบายด้านข้าวจากนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2564 ซึ่งมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายด้านข้าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้าวและพี่น้องชาวนามาโดยตลอด จึงมีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพข้าวและรายได้ของชาวนา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวแบบครบวงจร เพื่อบริหารจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต ซึ่งได้แยกตลาดข้าวทั่วไปกับตลาดเฉพาะ เพื่อให้สามารถดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ให้ลดราคาข้าวลงมาให้ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ ผู้นำชาวนาก็ต้องรับทราบและไปหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยการพัฒนาภาคการเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเป้าหมายเน้นใช้การเกษตรสร้างมูลค่าเพื่อพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องยกระดับภาคการเกษตรสู่อุตสาหกรรม เพื่อให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ต้องมีการพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็ง พัฒนาทรัพยากรการผลิตทางการเกษตร พัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาและองค์กรชาวนาพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้เพียงพอและอยู่ดีมีสุขนั้น ได้กำหนดเป้าหมายให้ &amp;ldquo;ชุมชนข้าว&amp;rdquo; ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตรข้าว วิสาหกิจชุมชนข้าว ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มชาวนา ไม่น้อยกว่า 10,000 กลุ่ม ต้องมีความเข้มแข็งระดับมาตรฐานในปี 2567 โดยให้ชุมชนชาวนาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและสร้างเครือข่ายขยายผล โดยมีชุมชนข้าวประกอบด้วย 1) ศูนย์ข้าวชุมชน (ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน) 2) ชุมชนแปลงขยายพันธุ์ข้าว 3) ชุมชนข้าวแปลงใหญ่ 4) ชุมชนข้าวอินทรีย์ ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาชาวนา จะมีการพัฒนาชาวนาในชุมชนข้าวเป้าหมายที่กำหนดเพื่อให้มีจำนวนชาวนาวปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ปราชญ์ชาวนา (Super Farmers) และชาวนารุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวนา โดยเฉพาะชาวนาที่มีแปลงที่นาจำนวนน้อย ซึ่งชาวนาในส่วนนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงได้มีการรวมแปลงเป็นชุมชนข้าวแปลงใหญ่เพื่อให้ชาวนามีรายได้ที่ทั่วถึงกัน ซึ่งที่สำคัญคือต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายด้านเครื่องจักรกลการเกษตรให้มากที่สุด พร้อมกับต้องรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้ได้เพราะเป็นรายได้ของชาวนา และปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยีดิจิทัล จึงขอให้เกษตรกรชาวนาได้ปรับวัฒนธรรมในการทำนา โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน โดยรัฐบาลจะดูแลเกษตรกรชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ SMEs และภาคอื่น ๆ ของประเทศไปพร้อมกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวเชื่อมั่นว่าการรวมกลุ่มของชาวในรูปแบบนาแปลงใหญ่ และพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจะช่วยให้พี่น้องชาวนามีความสามารถในการผลิต และช่วยขับเคลื่อนการผลิตข้าวของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยขอขอบคุณชาวนาไทยที่ได้ทุ่มเท แรงกายแรงใจเพื่อพัฒนาข้าวไทยและเพิ่มผลิตภาพข้าวไทยให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตรไทยมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า &amp;ldquo;ใจของนายกรัฐมนตรีไม่เคยทิ้งเกษตรกร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 เห็นชอบให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของข้าวในฐานะที่เป็นพืชอาหารหลักและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ประภัตร โพธสุธน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdfd460c09b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาหอมนายกฯ วันข้าว-ชาวนา มีรายได้-มั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ปราศรัยวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ยกย่องข้าวไทยสร้างภาพลักษณ์ในตลาดโลก พร้อมดูแลสร้างรายได้ให้ความมั่นคงชาวนา พัฒนาภาคเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยถึงเกษตรกรชาวนาไทย เนื่องในงาน &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; ประจำปี 2564 โดยมติคณะรัฐมนตรีให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการข้าว และเป็นการเชิดชูเกียรติ รวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ประเทศ ด้านการบริโภคและเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่า ข้าวไทยยังสร้างภาพลักษณ์ในตลาดโลกมาอย่างน่าภาคภูมิ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพทำนาของชาวนาไทยที่สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน การทำนาจากรุ่นสู่รุ่น และความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างข้าวและชาวนาไทย รวมทั้งความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวไทยให้สูงขึ้นในทุกๆ ด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาความมั่นคงทางการเกษตรให้มีการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็นฐานการผลิตอาหารที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นฐานการผลิตที่มีผลิตภาพสูง รวมทั้งเพื่อช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชาวนาไทย ผู้เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ และผู้ผลิตข้าวเป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เยียวยา รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งสู่ฐานราก รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น ผ่านนโยบายและโครงการต่างๆ และยึดหลักการ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมทางการเกษตรเข้ามาช่วยมากขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวนาสามารถทำนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชาวนา โดยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับสภาวการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยเจตนามุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทุกคนเนื่องในโอกาส &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; ให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาข้าวไทยให้เป็นข้าวคุณภาพสำหรับประชากรโลกตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดทุ่งเศรษฐี เขตประเวศ กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมนำรถโมบายพาณิชย์ลดราคา มาจำหน่ายสินค้าราคาถูก ลด 60% รวมถึงสินค้าเกษตร เช่น ฟักทอง หอม กระเทียม ซึ่งรับซื้อจากเกษตรกร มาช่วยจำหน่าย เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าอีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์นำรถโมบายสินค้าราคาถูกกระจายไปทั่วประเทศ จากเดิมที่มีเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนจะขยายเวลาเพิ่ม 1 เดือนหรือไม่นั้น ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ซึ่งจากการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา โครงการโมบายพาณิชย์ลดราคาและรถพุ่มพวงได้รับการตอบรับจากประชาชน และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจ ได้ระดับหนึ่งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า วันที่ 7 มิ.ย. กระทรวงพาณิชย์จะเปิดตัวโครงการใหม่ &amp;quot;โครงการจับคู่กู้เงิน&amp;quot; โดยหาสถาบันการเงิน ปล่อยกู้ให้กับร้านอาหารในกรณีพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำ และบางกรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ ซึ่งจะทำให้ร้านอาหารเข้าสถาบันการเงิน ช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร ทั่วประเทศกว่า 1 แสนร้าน โดยสามารถติดต่อได้ที่พาณิชย์ทั่วประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลสร้างรายได้ให้ความมั่นคงชาวนา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ, สร้างภาพลักษณ์ในตลาดโลก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a761c7b6b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปราศรัยเนื่องในงาน &#039;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&#039; เชิดชูเกียรติเกษตรกรไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยถึงเกษตรกรชาวนาไทย เนื่องในงาน &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; ประจำปี 2564 โดยมติคณะรัฐมนตรีให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการข้าว และเป็นการเชิดชูเกียรติ รวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ประเทศ ด้านการบริโภคและเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่า ข้าวไทยยังสร้างภาพลักษณ์ในตลาดโลกมาอย่างน่าภาคภูมิ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพทำนาของชาวนาไทยที่สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน การทำนาจากรุ่นสู่รุ่น และความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างข้าวและชาวนาไทย รวมทั้งความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวไทยให้สูงขึ้นในทุก ๆ ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาความมั่นคงทางการเกษตรให้มีการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็นฐานการผลิตอาหารที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นฐานการผลิตที่มีผลิตภาพสูง รวมทั้งเพื่อช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชาวนาไทย ผู้เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ และผู้ผลิตข้าวเป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เยียวยา รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งสู่ฐานราก รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น ผ่านนโยบายและโครงการต่าง ๆ และยึดหลักการ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมทางการเกษตรเข้ามาช่วยมากขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวนาสามารถทำนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชาวนา โดยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับสภาวการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยเจตนามุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทุกคนเนื่องในโอกาส &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; ให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาข้าวไทยให้เป็นข้าวคุณภาพสำหรับประชากรโลกตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bb2eaa42ffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;มอบนโยบายวันข้าวให้ขึ้นทะเบียนตั้งแต่เกษตรกร-โรงสี-คนกลางฯบริหารข้อมูลแบบBig Data</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนางรจนา สีวันทา ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 พร้อมด้วยคณะผู้นำชาวนาโดยมีนายอัษฎางค์ สีหาราช ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อรับฟังนโยบายและหารือแนวทางการดำเนินงานด้านข้าว โดยมี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านข้าว สรุปสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า เข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ย้ำรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรและชาวนา ด้วยหลักการที่เหมาะสมเน้นร่วมมือกันทำงาน ช่วงที่ผ่านมาก็ได้ไปพบปะกับกลุ่มเกษตรกรทั้งข้าว ยาง ปาล์ม เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคของกลุ่มเกษตรกรมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; กล่าวถึงความสำคัญของศูนย์ข้าวชุมชนว่า มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ให้คำแนะนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี จัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมให้กับชาวนา โดยกรมการข้าวมีหน้าที่สำคัญให้การสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์และการผลิตข้าวรวมทั้งพัฒนาชาวนาของประเทศ ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์ข้าวมีการผลิตมาจาก 3 ส่วนคือ ภาครัฐ เกษตรกร และภาคเอกชน โดยภาครัฐมีความต้องการเพิ่มการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มากขึ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ ทั้งนี้ ในส่วนของการผลิตข้าวต้องไม่ผลิตเกินความต้องการ ต้องดูอุปสงค์อุปทานของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตัวเลขความต้องการปริมาณข้าวจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ การตลาด ที่จะเชื่อมโยงกันทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวนามีปัญหาการถูกกดราคาข้าวมาตลอด ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาโรงสีกดราคารับซื้อข้าว โดยให้มีการขึ้นทะเบียนโรงสี ให้เกษตรกรขายข้าวให้กับโรงสีที่ขึ้นทะเบียนจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งจะช่วยป้องกันปัญหาการปลอมปนข้าวด้วย โดยการขึ้นทะเบียนจะเป็นการบริหารข้อมูลเป็น Big Data ตั้งแต่ชาวนา เกษตรกร พ่อค้าคนกลางผู้ซื้อข้าว ผู้ส่งออกข้าว โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าวอิสระ หากทำได้เป็นมาตรฐานทั้งหมด ชาวนาก็จะไม่เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำว่า ได้กำชับให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดทำแผนธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งมีข้อดีคือช่วยแก้น้ำท่วม เก็บน้ำได้มาก แต่ต้องระวังเรื่องสารเคมีที่อาจจะลงไปใต้ดิน รวมทั้งจะต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำ นายกรัฐมนตรีได้แนะนำการอบข้าว ให้หาเครื่องอบข้าวให้เกษตรกร อาทิ เครื่องอบข้าวขนาดเล็ก โรงสีย่อยขนาดเล็ก เพื่อช่วยแก้ปัญหาการตากข้าวบนถนน จากนั้นให้พิจารณาทำแผนใหญ่ในภาพรวมเพื่อสนับสนุนชาวนาผู้ปลูกข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันถึงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) ว่า ยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมความตกลง ฯ โดยรัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด วันนี้เพียงแค่ขอความเห็นชอบในการเข้าไปเจรจาเพียงเท่านั้น เพราะหากเราเข้าเจรจาเราจะได้สิทธิเกษตร GAP และ GI กรณีการบริหารจัดการรายจ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะนำมาดูแลคนรายได้น้อย เกษตรกร กลุ่มเปราะบางเกือบร้อยละ 40 และการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ พิจารณาก่อนอนุมัติโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ คณะผู้นำชาวนาได้มอบองค์แม่โพสพจำลอง และข้าวสารจำนวน 30 ตัน ให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67905</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Data, CPTPP, นายประภัตร โพธสุธน, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda038a6f597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนา&#039;กองหนุนลุงตู่-เอฟซีสมคิด&#039;เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯในทำเนียบฯบอกรัก&#039;บิ๊กตู่&#039;ตั้งแต่ยศพันเอกชมเปาะปากกับใจตรงกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.61 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้นำชาวนา องค์กรชาวนา ที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านข้าว ประจำปี 2561 และตัวแทนชาวนารุ่นใหม่ เข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังนโยบายด้านข้าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะผู้นำชาวนา ได้สวมเสื้อคอปกสีฟ้าสกรีนข้อความบริเวณหน้าอกด้านขวาว่า &amp;ldquo;ชีวิตนี้เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์&amp;rdquo; และข้อความ &amp;quot;สนับสนุนลุงตู่&amp;quot; ขณะที่หน้าอกด้านซ้ายสกรีนอักษรย่อภาษาอังกฤษ &amp;ldquo;FOS&amp;rdquo; ส่วนด้านหลังเสื้อสกรีนข้อความว่า &amp;quot;กองหนุนลุงตู่ By FOS&amp;quot; ซึ่ง FOS เป็นอักษรย่อของคำว่า &amp;quot;Friend of Somkid&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพูลพัชร พูลเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า นายกฯ ให้โอกาสพวกเรามีทั้งแหล่งทุนทุกอย่าง ประเด็นที่พวกเรารักนายกฯไม่ใช่จะเพิ่งรัก แต่รักมาตั้งแต่ปี 2546 โดยชาวนาได้ไปทำข้าวที่กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ กองพันทหารเสือ ปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเลี้ยงทุกคน คนที่มาเข้าเฝ้าใส่ชุดราตรีสโมสรทั้งหมด มีพันเอกพิเศษท่านเดียวที่ลาดตระเวนตลอดพระที่นั่ง ไม่ได้กินอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เขาชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตอนนั้นเป็นรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เราประทับใจคนผู้นี้มาก เพราะจงรักภักดีต่อชาติและราชบัลลังก์ เวลาชาวนามีปัญหาก็ให้โอกาสเรา สนับสนุนแหล่งเงินทุน ชาวนาสามารถเข้าถึงได้ เราจึงรวมตัวกัน5สมาคมเป็นหนึ่งเดียว เป็นชาวนาประชารัฐ ในเมื่อเรารักเราก็ต้องแสดงออก และในปี 2554 มีการให้แหนบ ท่านบอกกับทุกคนว่าใครที่มาเสียเงิน 700 บาท ให้ไปรับคืนที่กรมทหารราบที่21&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูลพัชร กล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาใจใคร ปากกับใจตรงกัน จึงเป็นที่มาของการสนับสนุน และตัวย่อ FOS ก็หมายถึง Friend of Somkid ที่จัดหาแหล่งเงินทุนให้เราในรูปแบบประชารัฐ พวกเรามีกันทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10948</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์, นายกฤษฎา บุญราช, นายพูลพัชร พูลเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ, สถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านข้าว, องค์กรชาวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b19fc838f484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
