<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทั่วไทยน้อมรำลึก ทำความดีให้พ่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9 พสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง&amp;nbsp;สวมเสื้อเหลืองหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมรูป ร.9 ที่ปราสาทพระเทพบิดรไม่ขาดสาย&amp;nbsp;ทั่วไทยพร้อมใจจัดกิจกรรมน้อมรำลึกทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 17.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พ.ศ.2563 โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับเพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 89 รูปสวดพระพุทธมนต์จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม และเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงธรรมประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระพรหมกวี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว ลาดพระภูษาโยง เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 18 ไตรเที่ยวแรก พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งแล้ว เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 18 รูป จำนวน 4 เที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
ทรงพระดำเนินเยี่ยมพสกนิกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.43 น. ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น โดยทรงพระดำเนินจากศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ไปตามถนนจักรีจรัณย์ เลี้ยวขวาประตูวิเศษไชยศรี เข้าถนนหน้าพระลาน มุ่งหน้ายังถนนราชดำเนินใน บริเวณหน้าศาลหลักเมือง แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงโบกพระหัตถ์พร้อมแย้มพระสรวลให้แก่ราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด โดยพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จสวมเสื้อสีเหลืองพร้อมถือธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ บางคนถือพระบรมฉายาลักษณ์ พระฉายาลักษณ์ไว้แนบอก และเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ตลอดเส้นทางที่ล้นเกล้าฯ ทั้ง 4 พระองค์พระดำเนินผ่าน พสกนิกรปลาบปลื้มที่ได้ชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีอย่างใกล้ชิด แม้จะมีสายฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่พสกนิกรก็ไม่ท้อถอยในการเฝ้ารอรับเสด็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สาธุชนเข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร&amp;nbsp; วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ในวันที่ 13 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พสกนิกรชาวไทยได้กราบถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ประดิษฐานอยู่ในปราสาทพระเทพบิดร โดยพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;มีความสูงจากพระบาทถึงพระเศียร ขนาด 172 เซนติเมตร ความสูงฐานพระบรมรูปขนาด 7 เซนติเมตร ความสูงรวมขนาด 179 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร น้ำหนักรวม 156 กิโลเมตร หล่อด้วยโลหะบรอนซ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบในปราสาทพระเทพบิดร มีประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองมาเข้าแถวรอต่อคิวเข้าไปกราบด้านใน โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจัดแบ่งเป็น 2 แถว กำหนดให้เข้ากราบจำนวน 50 คนต่อรอบ เพื่อความรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงมีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ สำหรับสตรีที่จะเข้ากราบ ต้องสวมกระโปรงเท่านั้น บรรยากาศตั้งแต่เช้าเป็นต้นมา ประชาชนหลั่งไหลมาเนืองแน่น แม้จะมีฝนตกโปรยปรายลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางประภาพรรณ บัวเล็ก อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี เดินทางมาพร้อมครอบครัว กล่าวว่า ตั้งใจมากราบพระบรมรูปรัชกาลที่ 9 ทราบว่าเปิดให้เข้ากราบเป็นครั้งแรก เมื่อได้เห็นบรรยากาศประชาชนหลั่งไหลเข้ามากราบแม้จะมีฝนตก ก็รู้สึกปลาบปลื้มและดีใจมากๆ เพราะแสดงถึงความจงรักภักดีและกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทุกคนน้อมรำลึกสิ่งที่ดีซึ่งในหลวง ร.9 ทรงทำมาตลอด 70 ปี เพื่อคนไทย การทรงงานของพระองค์ได้รับการยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทรงเป็นผู้ให้ต่อคนไทยและมวลมนุษยชาติ ในโอกาสนี้ อยากเชิญชวนคนไทยทำความดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาบ้านเมืองและเป็นรากฐานสำคัญในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุนทรี ปัญญานุกุล ชาวจังหวัดสุโขทัย อายุ 71 ปี กล่าวน้ำตาคลอเบ้าว่า เดินทางมาพร้อมบุตรสาว ตั้งใจมากราบรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต เมื่อเสร็จจากนี้จะไปโรงพยาบาลศิริราช ร่วมกิจกรรม &amp;quot;ศิระกราน พระภูบาลนวมินทร์&amp;quot; แล้วจะไปถวายสักการะที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ เพราะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ในหลวง ร.9 อยู่ในความทรงจำเสมอ ตนน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้เสมอ อย่างเรื่องความพอเพียง ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ทรงสอนให้พึ่งพาตัวเอง มีก็แบ่งปัน บ้านเมืองเวลานี้อยากให้นึกถึงคำสอนของพระองค์ท่าน และสานต่อโครงการพระราชดำริจำนวนมากที่พระองค์ท่านทรงฝากไว้กับราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเดินทางเข้าทางฝั่งประตูวิเศษไชยศรี และออกทางประตูสวัสดิโสภา ตรงข้ามกระทรวงกลาโหม และตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น. จะเปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูสวัสดิโสภา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดารามอีกครั้ง ในวันที่ 23 ต.ค.นี้
ทั่วไทยน้อมรำลึก&amp;quot;ร.9&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท้องสนามหลวง? เวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี?และ รมว.กลาโหม? พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรพระสงฆ์? 89? รูป? เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีองคมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร? ประธานศาลฎีกา? ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหัวหน้าส่วนราชการอิสระ ร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 08.30 น. นายกฯ ได้เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.9 ณ บริเวณท้องสนามหลวง? ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วยภริยา นำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดร ทั้งนี้ ในเวลา 19.19 น. นายกฯ และภริยาเป็นประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ ท้องสนามหลวง? พร้อมกับยืนสงบนิ่งไว้อาลัย? และเปิดเพลงพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศต่างจังหวัด ทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันทำบุญตักบาตรทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล และจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี วันสวรรคตของรัชกาลที่ 9 อาทิ ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชนร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล ร.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ มูลนิธิโครงการหลวงจัดกิจกรรมจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศล &amp;quot;โครงการหลวงมอบผลผลิตอาหารแก่เด็กด้อยโอกาส ณ วัดดอนจั่น&amp;quot; เพื่อเป็นอาหารแก่เด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้า และเด็กยากจนที่วัดดูแลเกือบ 1,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณศาลาประชาคม 80 พรรษา อ.เบตง จ.ยะลา พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 19 รูป เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ร.9 หลังจากนั้น พ.จ.ท.อนันต์นำประชาชน ข้าราชการ บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยการทำความสะอาดพื้นที่ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80396</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล, ปราสาทพระเทพบิดร, พระบรมรูป ร.9, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f85c02e067cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้อมรำลึกวันสวรรคต เหล่าทัพร่วมบำเพ็ญกุศล4รร.จตุรมิตรถวายบังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหล่าทัพ&amp;quot; จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 4 ปีวันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9 &amp;quot;ภาคี 4 โรงเรียนจตุรมิตร&amp;quot; กว่าพันคน จัดขบวนถวายบังคมน้อมรำลึกวันสวรรคต&amp;nbsp; &amp;quot;เสื้อแดงภาคอีสาน&amp;quot; รวมพลังใส่เสื้อเหลืองร่วมรำลึก 13 ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 4? ปี วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีการตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 20?รูป&amp;nbsp; นำโดยพระเทพปริยัติมุนี (มีชัย วีรปญฺโญ [เจ้าคุณมีชัย] ) เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้นทำพิธีสวดพระพุทธมนต์โดยนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 10? รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือ (ทร.) พล.ร.ท.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ นำทีมงานรองโฆษกกองทัพเรือแถลงข่าว กองทัพเรือจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp; มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2563 โดยกองทัพเรือได้จัดให้มีกิจกรรม &amp;quot;แสงเทียนแห่งใจ จารึกไว้ตราบนิรันดร์&amp;quot; เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อกองทัพเรือ ณ อุทยาน &amp;quot;เรือของพ่อ&amp;quot; เรือ ต. 91 หน้าอ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รวมทั้งมีการแสดงดนตรีโดยวงซิมโฟนีออร์เคสตราดุริยางค์ทหารเรือเต็มวง และการจัดนิทรรศการ &amp;quot;พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 กับงานนาวาสถาปัตย์&amp;quot; โดยมีเรือรบของกองทัพเรือลอยลำหน้าอ่าวดงตาล โดยกำลังพลประจำเรือจะร่วมจุดเทียนบริเวณดาดฟ้าเรือในเวลา 19.30 น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอากาศ (ทอ.) พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อาคารรณนภากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ประกอบด้วย พิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล โดยพระสงฆ์จากวัดดอนเมือง กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 รูป และพิธีตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 40 รูป จากวัดชูจิตธรรมาราม อำเภอวังน้อย&amp;nbsp; จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลของกองทัพอากาศ และสมาคมแม่บ้านทหารอากาศเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต โดยมีพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหาร และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 10 รูป และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณรจำนวน 89 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ภาคี 4 โรงเรียนจตุรมิตร ประกอบด้วยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, โรงเรียนเทพศิรินทร์ และโรงเรียนอัสสัมชัญ ร่วมจัดกิจกรรม &amp;quot;จตุรมิตร ล้วนรู้รักสามัคคี&amp;quot; เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2563 นำแถวโดยกองดุริยางค์จากทุกโรงเรียน ร่วมกับกองลูกเสือเกียรติยศ และผู้เชิญหมู่ขบวนธงจำนวนกว่า 1 พันคน เข้าถวายบังคมและกล่าวคำมั่นคำสัญญาว่าจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จะรู้รักสามัคคี และจะทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ตุลาคม 2563 เวลา 17.00 น. ทั้ง 4 สถาบันยังร่วมกับกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; จัดการแสดงดนตรี ณ สวนลอยฟ้าเจ้าพระยาสะพานพระปกเกล้า (ใกล้สะพานพระพุทธฯ) โดยจะบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ให้ประชาชนได้รับฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ นางนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน ในฐานะรองประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย พร้อมด้วยนายเอกภักดิ์ คลังกลาง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่น นายองอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไทย ประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น และตัวแทน 20 จังหวัดภาคอีสาน สวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมประชุมตัวแทนแต่ละจังหวัดในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และร่วมรำลึก &amp;quot;13 ตุลาคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; รัชกาลที่ 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนิตยากล่าวว่า ได้ประสานงานกับอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเสื้อแดงภาคอีสาน และประชาชน เดินทางมาร่วมประกาศเจตนารมณ์เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; บริเวณหน้าพระบรมรูปทรงม้าพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 หน้าที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ พวกตนชาวไทยอยากจะฝากไปถึงกลุ่มคนที่จาบจ้วงและต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น อยากจะบอกว่า ถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์ไทย คงไม่มีแผ่นดินให้คนรุ่นใหม่ได้มีที่ยืนในวันนี้ คงเป็นทาสของต่างชาติ หรือไม่ก็จะไม่มีชาติให้ได้ภาคภูมิใจเหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะการที่พวกเรายุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดงทั้งภาคอีสานและทั้งประเทศ เข้ามาพัฒนาเป็นเครือข่ายรวมไทยสร้างชาติ เรารักประเทศไทย ก็ต้องการที่จะทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะที่ผ่านมาพวกเราเป็นคนเสื้อแดง&amp;nbsp; และเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ พวกเราอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสาน จึงเดินทางมาประกาศเจตนารมณ์เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงออกด้วยการใส่เสื้อเหลืองทุกคน และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ร่วมรำลึก 13 ตุลา คล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศ สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ทรงเป็นประมุขของประเทศไทยต่อไป&amp;quot; อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสานกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80285</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ตุลา, น้อมรำลึกวันสวรรคต, บำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล, รำลึก 13 ตุลา, วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงเรียนจตุรมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f845be6d671f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
