<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลอดบุหรี่ในชุมชน เลิกสูบก็เจอสุข5วิถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันงดสูบบุหรี่โลก&amp;rdquo; โดยในปี 2561 ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า &amp;quot;บุหรี่ตัวร้าย ทำลายหัวใจ (Tobacco Break Heart)&amp;quot; ด้วยเหตุนี้ โต้โผสำคัญในเมืองไทยอย่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อทำให้เด็ก เยาวชน สังคม โดยเฉพาะคนในระดับชุมชนลด ละ เลิกการเสพควันมรณะ ป้องกันโรคร้ายต่างๆ มากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ สสส.ร่วมกับเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบการรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม &amp;ldquo;เลิกสูบ ก็เจอสุข : 5 วิถี ปลอดบุหรี่โดยชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo; เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลยุทธ์การรณรงค์ &amp;ldquo;เลิกสูบ ก็เจอสุข&amp;rdquo; ทบทวนปัญหาและออกแบบกิจกรรมการรณรงค์การควบคุมยาสูบในพื้นที่เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ และพัฒนากลไกการรณรงค์ในระดับพื้นที่&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1) กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มสุราของประชากร ครั้งที่ 18 ปี 2560 พบว่าคนไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดและลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เหลือร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และลดลงมาเหลือร้อยละ 19.1 ในปี 2560 โดยผู้ชายลดลงมากกว่าผู้หญิง คือผู้ชายลดลงจากร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เหลือร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และเหลือร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับผู้หญิงลดลงจากร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เหลือร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และเหลือร้อยละ 1.7 ในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการขับเคลื่อนโครงการ 3 ล้าน&amp;nbsp; 


ทดลองเล่นสล็อต&amp;nbsp;3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชวนคนในพื้นที่มาลดบุหรี่ ซึ่ง อสม.มีกว่า 1 ล้านคน หาก อสม. 1 คน ชวนได้ 3 คน แล้วเลิกสำเร็จ 1 คน เท่ากับช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลงได้กว่า 1 ล้านคน ซึ่งการเลิกบุหรี่โดยหักดิบจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเลิกบุหรี่ในระยะเร่งด่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการชักชวนให้เลิกบุหรี่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังแก้ปัญหาระยะยาวโดยการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ทำให้เยาวชนเห็นถึงพิษภัยและอันตรายของบุหรี่ ซึ่งพบว่าในปี 2560 อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกเริ่มขยับเพิ่มขึ้นจากอายุ 17.8 ปี ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 18 ปี ในปี 2560&amp;nbsp;


respin88&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป้าหมายการลดอัตราการสูบบุหรี่ของประเทศไทยที่รับมาจากองค์การอนามัยโลกคือ ภายในปี 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า จะต้องลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลงให้เหลือประมาณ 9 ล้านคน หรือลดลงให้ได้อีก 1 ล้านคนภายใน 7 ปี เฉลี่ยแล้วต้องลดคนสูบบุหรี่ให้ได้ 2.5 แสนคนทุกปี จึงจะประสบความสำเร็จไปถึงเป้าหมายได้&amp;rdquo; ดร.นพ.บัณฑิตกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า จากการดำเนินงานด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งกลไกในพื้นที่ที่สามารถสร้างนวัตกรรมและสร้างมาตรการทางสังคม เป็นอีกแนวทางจัดการปัญหาในพื้นที่ได้ ในปี 2561 จึงมุ่งเน้นไปที่การใช้กลไกในพื้นที่กำหนดมาตรการทางสังคม และการพัฒนาระบบการบริการ เพื่อการควบคุมการสูบบุหรี่ในพื้นที่ โดยใช้ 5 ปฏิบัติการสำคัญ คือ ข้อ 1 สร้างบุคคลต้นแบบ ข้อ 2 เพิ่มพื้นที่ปลอดบุหรี่ ข้อ 3 สร้างคลินิกเลิกบุหรี่ ข้อ 4 เพิ่มกติกาทางสังคม ข้อ 5 บังคับใช้กฎหมายผ่าน &amp;ldquo;3 กลยุทธ์&amp;rdquo; ประกอบด้วย สร้าง, เสริม และส่วนร่วม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมใช้กลยุทธ์ ข้อ 1 สร้าง อาทิ สร้างนักรณรงค์ จิตอาสา ที่ทำหน้าที่ในการสร้างการรับรู้และสร้างความตระหนักถึงพิษภัยและผลกระทบจากการบริโภคยาสูบ ข้อ 2 เสริม อาทิ เสริมทักษะ เสริมความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัย โทษของการบริโภคยาสูบ ให้กลุ่มนักสูบหน้าเดิมเข้าสู่กระบวนการลด ละ เลิก และป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น และยังเสริมทักษะให้แก่ทุนทางสังคมที่ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการควบคุมการบริโภคยาสูบในพื้นที่ เช่น อสม. คนต้นแบบ แกนนำชุมชน เป็นต้น เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นนักรณรงค์และขับเคลื่อนในพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ 3 ส่วนร่วม เป็นปฏิบัติการของการรวมตัว ร่วมกัน เพื่อเสริมพลังซึ่งกันและกันในการขับเคลื่อนงาน อาทิ เครือข่ายผู้นำชุมชนไม่สูบบุหรี่ เครือข่าย อสม.ไร้ควัน เครือข่ายบ้านไร้ควัน กลุ่มเยาวชน รวมถึงร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมในพื้นที่ กำหนดจุดห้ามสูบ อาทิ มาตรการของกลุ่มในชุมชน มาตรการของหน่วยงานและองค์กร และมาตรการของชุมชน เช่น ห้ามสูบบุหรี่ในงานบุญ กำหนดเงื่อนไขการรับสมัครบุคลากร หรือสมาชิกกลุ่มทางสังคมที่สูบบุหรี่ เป็นต้น โดยการดำเนินการตามกลยุทธ์ทั้ง 3 สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการพัฒนาและนำข้อมูลไปใช้ในการดำเนินงาน ทั้งข้อมูลสถานการณ์, ข้อมูลประสบการณ์การทำงาน, ข้อมูลแนวโน้ม ความคาดหวัง และข้อมูลทุนทางสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมูฮัมหมัด สมะแอ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า การสร้างมาตรการทางสังคมในการควบคุมการบริโภคยาสูบ &amp;ldquo;มัสยิดลูโบ๊ะบาตู ต้นแบบปลอดบุหรี่ 100%&amp;rdquo; โดยชุมชนร่วมกันกำหนดให้เป็นข้อตกลงของชุมชน โดยมีกลุ่มทางสังคมที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนร่วมกัน กำหนดมาตรการเพื่อลด ละ เลิกบุหรี่ มีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรมในพื้นที่ โดยมีกติกาที่บังคับใช้ เช่น กำหนดเป็นวาระชุมชน ต้องคุตบะห์ (ปาฐกถาธรรมวันศุกร์) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา คณะกรรมการมัสยิดที่ยังสูบบุหรี่ต้องเข้าคลินิกเลิกบุหรี่ 100% ห้ามสูบบุหรี่ต่อหน้าเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และขยายเครือข่ายชวนเลิกบุหรี่ เยาวชนต้นแบบ 1 คน ชวนเพื่อน 1 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการบำบัดและฟื้นฟู &amp;ldquo;ชีฟาอ์ โมเดล&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนวัตกรรมรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อเลิกบุหรี่ โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจ๊ะเกได้คิดค้นนวัตกรรมเลิกบุหรี่ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เป็นไปตามครรลองของศาสนาอิสลาม และเป็นรูปแบบกิจกรรมที่พัฒนามาจากผลการวิจัยชุมชนประเด็นบุหรี่ในพื้นที่เป็นข้อมูลประกอบกัน กิจกรรมและกระบวนการของการแก้ปัญหาที่ได้ผลจริงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนที่สำคัญที่สุดคือ กลุ่มเป้าหมายจะมิใช่เพียงแค่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แต่ในตัวกิจกรรมนั้น กลุ่มเป้าหมายจะสามารถยกระดับศรัทธาและศาสนาของตนเองให้ดีขึ้นควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าพลังของผู้นำท้องถิ่น นอกจากสร้างความรู้ความเข้าใจโทษของบุหรี่ให้คนในชุมชนทราบแล้ว ยังมั่นใจว่าจะส่งพลังต่อไปให้เด็กและเยาวชนไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดนี้อีกด้วย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;จับมือภาคีใต้ขจัดยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวภายหลังการลงนามความร่วมมือการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติดในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส. มอ.) ว่า ศอ.บต.ในฐานะเป็นเจ้าภาพหลักในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว การศึกษา สิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการสูบบุหรี่และการเสพยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนและแรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพและบทบาทของส่วนท้องถิ่นให้เกิดระบบกลไกการดูแลสุขภาพ ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งของ สสส. ซึ่งเชื่อว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนนั้นจำเป็นต้องสร้างกลไกเชิงสังคม นโยบาย สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อลดการบริโภคยาสูบและควันบุหรี่มือสอง ปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นนักสูบหน้าใหม่ ซึ่งการที่ท้องถิ่นเข้าใจงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ มีกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงประชาชนได้ โดยสถานการณ์การบริโภคยาสูบและดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในปัจจุบัน ยังพบว่าประชากรที่อยู่นอกเขตเทศบาลมีการบริโภคยาสูบและดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าในเขตเทศบาล จึงจำเป็นต้องสนับสนุนกลไกด้วยการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น และกลไกอาสาสมัครเพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด ให้เกิดภาคีเครือข่ายนักสร้างสุขภาวะที่จะช่วยกันลดพฤติกรรมเสี่ยงประชาชนอย่างมีคุณภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14876</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดดื่มสุรา, จิตอาสา, ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล, บุหรี่, บุหรี่ตัวร้าย ทำลายหัวใจ, วันงดสูบบุหรี่โลกปี61, สร้างนักรณรงค์, เลิกสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b692565343b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัลประกาศเอกชนรายแรก ปลอดบุหรี่0%ใน5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสส. จับมือ &amp;ldquo;กลุ่มเซ็นทรัล&amp;rdquo; เปิดตัว &amp;ldquo;สมาพันธ์เครือข่ายเซ็นทรัลเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่&amp;rdquo; มุ่งสู่องค์กรปลอดบุหรี่ 0% ภายใน 5 ปี รายแรกของประเทศไทย สสส. ชี้ แนวโน้มคนไทยสูบบุหรี่ลดลงต่อเนื่อง เหลือสิงห์อมควัน 19.1% รุกขยายพื้นที่บริการเลิกบุหรี่ ช่วยสิงห์อมควันเลิกสูบมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลกเมื่อวันที่ 31 พ.ค.61 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ &amp;nbsp;มีการแถลงข่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมาพันธ์เครือข่ายเซ็นทรัลเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่&amp;rdquo; ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนรายแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ที่ประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กร &amp;ldquo;ปลอดบุหรี่ 0% ภายใน 5 ปี&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก พร้อมเข้าร่วมโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน (Quit for King) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงสาธารณสุข ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย มูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย คลินิกฟ้าใส และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศร่วมผลักดันให้ตัวเลขผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ว่าในปี 2560 ประเทศไทยมีจำนวนประชากรเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากกว่า 50,000 รายต่อปี ยังไม่รวมผู้เสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง กลุ่มเซ็นทรัลฯ จึงได้ร่วมกับ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และสสส. เปิดตัวโครงการ ดังกล่าวขึ้น &amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรในองค์กรลดการสูบบุหรี่ และเลิกบุหรี่อย่างถาวร &amp;nbsp;หันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการหากิจกรรมอื่นทดแทน อาทิ กิจกรรมจากสโมสรกีฬาเซ็นทรัล ซึ่งผลที่ตามมาคือ บุคคลากรในองค์กรมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง &amp;nbsp; ลดอัตราการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ เช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมอง โรคถุงลมโป่งพอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลฯ มีพนักงานที่สูบบุหรี่รวมทั้งสิ้น 5,756 คน &amp;nbsp;วิธีจะรณรงค์ให้พนักงานเลิกบุหรี่ &amp;ldquo;เราไม่ห้าม...แต่เราห่วง&amp;rdquo; และมีการให้กำลังใจแก่กัน โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่ ตรวจและให้ยาบำบัดจาก คลินิกฟ้าใส การให้รางวัลจูงใจกับคนที่ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ รวมทั้งใช้ &amp;ldquo;กลุ่มคนเซ็นทรัลพันธุ์ฮีโร่&amp;rdquo; คือพนักงานที่เลิกบุหรี่ได้แล้วมาเป็นบุคคลตัวอย่างในการเชิญชวนและเป็นผู้ช่วยในการขับเคลื่อนพลังมวลชนให้สังคมเห็นความสำคัญในการเลิกสูบบุหรี่ ที่กลุ่มเซ็นทรัลฯ ได้ถือปฏิบัติเป็นนโยบายอย่างต่อเนื่องเสมอมา&amp;rdquo; นางสุพัตรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทย จากผลสำรวจล่าสุด ปี 2560 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แนวโน้มการสูบบุหรี่คนไทยลดลงเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง โดยคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ ร้อยละ 19.1 หรือ 10.7 ล้านคน ลดลงจาก 2 ปีก่อนคือปี 2558 อยู่ที่ ร้อยละ 19.9 โดยเป็นผู้สูบประจำ ร้อยละ 16.8 หรือ 9.4 ล้านคน ทั้งนี้ เพศชายสูบบุหรี่ลดลงมากกว่าเพศหญิง โดยเพศชายลดเหลือ ร้อยละ 37.7 จากเดิม ร้อยละ 39.3 เพศหญิงลดลงเหลือ ร้อยละ 1.7 จากเดิม ร้อยละ 1.8 ขณะที่อายุที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกเพิ่มขึ้นเป็น 18 ปี จากเดิม 17.8 ปี &amp;nbsp;ผลสำรวจสะท้อนถึงแนวทางการทำงานควบคุมยาสูบจากหลายภาคส่วน รวมทั้ง สสส. ได้เดินมาถูกทาง โดย สสส. จะเร่งดำเนินการโครงการที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนให้เลิกสูบบุหรี่ โดยเฉพาะโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ให้เข้มข้นขึ้น ส่งเสริมการคัดกรองผู้สูบบุหรี่ ผู้ติดบุหรี่ให้เข้าสู่การบำบัด รณรงค์ให้ความรู้ เท่าทันอันตรายบุหรี่ พร้อมทั้งทำงานคู่ขนานกับภาคนโยบาย รวมถึงการเสริมประสิทธิภาพของ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ให้สามารถปฏิบัติและบังคับใช้ได้อย่างเต็มที่ ทั้งการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ การจำกัดอายุผู้ซื้อ การห้ามโฆษณาทุกรูปแบบ ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะช่วยปกป้องสุขภาพคนไทยจากบุหรี่ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10421</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ห้างเซ็นทรัล, วันงดสูบบุหรี่โลกปี61, สสส, สิงห์อมควัน, เอกชนรายแรกปลอดบุหรี่0%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ffbe062f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันงดสูบบุหรี่โลกชู&quot;อมควันเข้าไปโรคหัวใจถามหา&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.&amp;nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ประเด็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;Tobacco and Heart Disease&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นปีแรกที่เชื่อมโยงโรคหัวใจกับการสูบบุหรี่ ซึ่งเกือบร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ของคนวัยหนุ่มสาวถึงกลางคนที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 18&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;จ.นนทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาสตราจารย์คลินิก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกียรติคุณ &amp;nbsp;นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์แดเนียล&amp;nbsp;เคอร์เทสซ์ (Dr. Daniel&amp;nbsp;Kertesz)&amp;nbsp;ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย พลตำรวจตรีนายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวการจัดงานรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี&amp;nbsp;2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกลกล่าวว่า องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่&amp;nbsp;31พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก เพื่อให้รัฐภาคีสมาชิกทั่วโลกร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความรอบรู้ถึงอันตรายของบุหรี่ที่มีผลต่อสุขภาพ ในปี&amp;nbsp;2561นี้ เป็นปีแรกที่เชื่อมโยงโรคหัวใจมาเป็นประเด็นการรณรงค์ ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;Tobacco and Heart Disease&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;เนื่องจากบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก โดยแต่ละปี &amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่มากกว่า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากรายงานผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของประชากรไทย อายุ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปีขึ้นไป ล่าสุดในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ที่ผ่านมา พบจำนวนผู้สูบบุหรี่&amp;nbsp;10.7&amp;nbsp;ล้านคน คิดเป็นอัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ&amp;nbsp;19.1&amp;nbsp;ของประชากรกลุ่มนี้ เมื่อพิจารณาแนวโน้มการบริโภคยาสูบของประชากรไทยโดยรวม ในรอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2549-2560)&amp;nbsp;พบว่า อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องอย่างช้า ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายสำคัญในการทำงานจึงมุ่งเน้นกลุ่มเยาวชนอายุ&amp;nbsp;15 &amp;ndash; 24&amp;nbsp;ปี เพื่อลดนักสูบหน้าใหม่ เพราะการไม่สูบบุหรี่ จะลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ขึ้น โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน และประทานรางวัล&amp;nbsp;World&amp;nbsp;&amp;nbsp;No Tobacco Day Award 2018&amp;nbsp;และโล่ประกาศเกียรติคุณแก่บุคคล หรือหน่วยงานที่ทำคุณประโยชน์ด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการทางวิชาการ การให้บริการทางการแพทย์ กิจกรรมสอดแทรกความรู้ ในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00-20.00&amp;nbsp;น. ณ บริเวณลานโปรโมชั่น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เขตลาดพร้าว กทม.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในทุกมิติ รวมถึงมิติด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นมิติสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็นสังคม และสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง &amp;nbsp;การรณรงค์&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นการรณรงค์ป้องกันควบคุมการเสพผลิตภัณฑ์ยาสูบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ที่เสพติดให้เลิกสูบบุหรี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และปกป้องประชาชนจากการได้รับ&amp;nbsp;ควันบุหรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับสารพิษจากบุหรี่ และเป็นการปกป้องดูแลหัวใจและหลอดเลือดด้วย โดยประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทั้งเชิงนโยบาย และการขับเคลื่อนให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงโทษ พิษภัย และผลกระทบจากการสูบบุหรี่ และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ได้จัดระบบให้บริการช่วยเลิกบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ สามารถขอรับบริการช่วยเลิกบุหรี่ได้ที่โรงพยาบาล สถานบริการสาธารณสุขภาครัฐใกล้บ้านได้ทุกแห่ง และขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;1600&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายแพทย์แดเนียล&amp;nbsp;เคอร์เทสซ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า วันงดสูบบุหรี่โลกในปีนี้องค์การอนามัยโลก กำหนดคำขวัญในการรณรงค์ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษ์หัวใจ ห่างไกลบุหรี่&amp;rdquo;&amp;nbsp;เน้นย้ำให้เห็นถึงผลกระทบของบุหรี่กับโรคหัวใจวาย และหลอดเลือดสมองอุดตัน เพื่อกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มความพยายามในการยุติผลกระทบจาก พิษภัยของบุหรี่ โดยเฉพาะการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการลองสูบบุหรี่ เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;โดยคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน ก่อให้เกิดโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ มีคนไทยกว่า&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;คน เสียชีวิตจากโรคที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ หลายคนทุพพลภาพ ไม่สามารถหายใจ ออกกำลังกาย เดินหรือมีชีวิตได้อย่างปกติ ปัจจุบันเยาวชน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านคนทั่วโลกหันมาเริ่มสูบบุหรี่ อีกประมาณ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ล้านคนสูบบุหรี่แบบไร้ควัน มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจเนื่องจากการสูบบุหรี่มากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านคนทั่วโลก การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยรักษาหัวใจ โดยหลังจากเลิกสูบบุหรี่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี จะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ที่สูบบุหรี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจตรี นายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ เลขาธิการสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองปีละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;คน คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของสาเหตุการเสียชีวิตในแต่ละปี ผู้ที่มีอายุระหว่าง&amp;nbsp;30 - 45&amp;nbsp;ปีที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ไม่สูบถึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เท่า หรือเกือบครึ่งหนึ่งของคนวัยหนุ่มสาวถึงกลางคนที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ผู้ที่เป็นผู้สูบบุหรี่มือสอง (Passive or Second Hand Smoker)&amp;nbsp;มีโอกาสเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดพอๆ กับผู้ที่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพียง&amp;nbsp;1 &amp;ndash; 2&amp;nbsp;มวนต่อวันก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ บุหรี่ไร้ควัน หรือ&amp;nbsp;E cigarette&amp;nbsp;มีสารนิโคตินซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เช่นกัน ผู้ที่เคยสูบบุหรี่และสามารถเลิกบุหรี่ได้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึงร้อยละ&amp;nbsp;30&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจล่าสุดมีคนไทยที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกสูบได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.75&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านคน จึงขอเชิญชวนผู้สูบบุหรี่ให้ลงมือเลิกในวันงดสูบบุหรี่โลก โดยเริ่มต้นจากการไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ซึ่งจะทำให้เลิกสูบได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9482</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุหรี่กับโรคหัวใจ, พิษบุหรี่, วันงดสูบบุหรี่โลกปี61, สิงห์อมควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb6dae5864.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
