<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ นำครม. คณะบุคคลสำคัญ ลงนามถวายพระพรในหลวง เนื่องในวันฉัตรมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - ที่พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง ได้จัดสถานที่ให้สมาชิกราชสกุล บุคคลสำคัญ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชน ไปลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันฉัตรมงคล วันที่ 4 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจัดไว้ 3 จุด ได้แก่ ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ฝั่งทิศตะวันตกในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกราชสกุล นำแจกันดอกไม้ ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมลงนามถวายพระพร อาทิ ราชสกุลกิติยากร, ราชสกุลศุขสวัสดิ์,&amp;nbsp; ราชสกุลอาภากร,&amp;nbsp; ราชสกุลเทวกุล, ราชสกุลสายสนั่น,&amp;nbsp; ราชสกุลภาณุพันธุ์, ราชสกุลดิศกุล&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ห้องแดง&amp;nbsp; อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904&amp;nbsp; ฝั่งทิศตะวันออก&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; และภริยา พร้อมคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส,&amp;nbsp; คณะองคมนตรี,&amp;nbsp; ประธานรัฐสภา,&amp;nbsp; ประธานวุฒิสภา,&amp;nbsp; ประธานศาลฎีกา,&amp;nbsp; ศาลปกครอง, กระทรวงมหาดไทย,&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,&amp;nbsp; สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สำนักงานอัยการสูงสุด,&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล,&amp;nbsp; คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; นำแจกันดอกไม้ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมลงนามถวายพระพร&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ศาลาสหทัยสมาคม มีคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน นำแจกันดอกไม้ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมลงนามถวายพระพร&amp;nbsp; เนื่องในวันฉัตรมงคล&amp;nbsp; อาทิ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารบก,&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารเรือ,&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารอากาศ,&amp;nbsp; ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงกลาโหม,&amp;nbsp; อธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์,&amp;nbsp; สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน,&amp;nbsp; ศาลฎีกา,&amp;nbsp; บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), ปลัดกระทรวงมหาดไทย,&amp;nbsp; บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, และเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 6 พฤษภาคม 2562 และในปีถัดไปจะเรียกว่าวันฉัตรมงคล ซึ่งตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน ที่เขตพระราชฐานในพระองค์ ราชวิถี&amp;nbsp; กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์&amp;nbsp; หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์&amp;nbsp; เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจร่วมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล&amp;nbsp; วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 โดยมีศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มาให้บริการรับบริจาคโลหิต เพื่อนำไปเป็นโลหิตสำรอง&amp;nbsp; สำหรับใช้ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; จึงทำให้การเดินทางไปบริจาคโลหิตของประชาชนไม่สะดวก และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ไม่สามารถออกไปรับบริจาคโลหิตในสถานที่ต่างๆ ได้ ทำให้โลหิตสำรองขาดแคลน สำหรับในการบริจาคโลหิตของข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ในครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นการน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มายึดถือปฏิบัติ ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าราชบริพารในพระองค์ เป็นแบบอย่างของการเป็นข้าราชการที่ดี มีจิตอาสา จิตสาธารณะ เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม&amp;nbsp; โดยไม่หวังผลตอบแทนและไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ในการบริจาคโลหิตมีข้าราชบริพารสมัครใจมาบริจาคโลหิต 450 คน สามารถบริจาคโลหิตได้ จำนวน 349 คน ได้โลหิต จำนวน&amp;nbsp; 139,600 ซีซี&amp;nbsp; ซึ่งจะได้นำไปเป็นโลหิตสำรองในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65041</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, พระบรมมหาราชวัง, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ลงนามถวายพระพร, วันฉัตรมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaff762edccc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
