<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบตกเรื่องโปร่งใส ผลงาน&#039;บิ๊กตู่&#039;โดยรวมผ่าน รัฐมนตรี4กุมารส่อถอดใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิด้าโพลเผย &amp;quot;1 ปีนายกฯ ประยุทธ์ให้คะแนนสอบผ่าน ทำงานได้ค่อนข้างดี มีอุดมการณ์ กล้าตัดสินใจ แต่ไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ รัฐมนตรีกลุ่มสี่กุมารถอดใจ ส่งสัญญาณถอนตัว &amp;quot;สุวิทย์&amp;quot; ยกปรัชญาจีนเรื่องการปล่อยวาง ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุขแท้จริงคือความว่างเปล่า &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ปัดตอบจะนั่งเก้าอี้คลังต่อหรือไม่ ท่องคาถาเดินหน้าทำงาน &amp;quot;สิระ&amp;quot; ขย่ม &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; ซ้ำ แทนที่จะนำเงินกองทุนพลังงานช่วย ปชช. แต่ใช้สร้างภาพลักษณ์ตัวเอง &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ช่วยเสี้ยม ซัดกลุ่ม 4 กุมารแก้ ศก.ล้มเหลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;1 ปี นายกฯ ประยุทธ์ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 1 ปีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ร้อยละ 15.92 ระบุว่า ทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ดีมาก เพราะมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ พูดจริงทำจริง ชัดเจน มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจ ตั้งใจจริง และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขึ้น, ร้อยละ 35.60 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ค่อนข้างดี เพราะบริหารจัดการโรคโควิด-19 ได้ค่อนข้างดี แก้ปัญหาความไม่สงบได้ช่วยเหลือประชาชน ขณะที่บางส่วนระบุว่าทำงานดี ไม่วุ่นวาย ดูแลจัดการบ้านเมืองได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 27.44 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ค่อยดี เพราะการทำงานยังมีจุดบกพร่อง ยังแก้ไขไม่ตรงจุด การบริหารงานการตัดสินใจทำได้ไม่ดี มีความล่าช้า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ไม่ดีเท่าที่ควร ประชาชนยังเดือดร้อน, ร้อยละ 20.48 ระบุว่าทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ดีเลย เพราะการบริหารงานประเทศยังไม่มีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ บริหารประเทศไม่ดี ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน พบว่าผู้ที่ระบุว่าทำงานได้ไม่ดีเลย มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่าทำงานได้ดีมาก ได้ค่อนข้างดี และได้ไม่ค่อยดี มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนลักษณะการทำงานในรอบ 1 ปีของนายกฯ ประยุทธ์ในด้านต่างๆ พบว่า ด้านอุดมการณ์ในการทำงาน พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.72 ระบุว่ามีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน ขณะที่ร้อยละ 40.72 ระบุว่าไม่มีอุดมการณ์ คิดแต่จะทำงานเพื่อรักษาอำนาจของตนเองและพรรคพวกเท่านั้น และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน พบว่าผู้ที่ระบุว่าไม่มีอุดมการณ์ มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่ามีอุดมการณ์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความกล้าตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.24 ระบุว่ามีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ ขณะที่ร้อยละ 43.84 ระบุว่าไม่มีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน พบว่าผู้ที่ระบุว่าไม่มีความกล้าตัดสินใจมีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่ามีความกล้าตัดสินใจมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบุคลิกภาพผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 53.20 ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร ขณะที่ร้อยละ 37.28 ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำกึ่งแบบทหาร/แบบประชาธิปไตย, ร้อยละ 7.84 ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน พบว่าผู้ที่ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหารมีสัดส่วนลดลง ผู้ที่ระบุว่ามีบุคลิกภาพผู้นำกึ่งแบบทหารแบบประชาธิปไตยและมีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
ไม่โปร่งใสตรวจสอบไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 45.76 ระบุว่าการทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ ขณะที่ร้อยละ 40.48 ระบุว่ามีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 6 เดือน พบว่าผู้ที่ระบุว่าการทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่าการทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงเรื่องแนวโน้มการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเรื่องนี้ต้องถามกับนายกรัฐมนตรี เพราะคนที่มีอำนาจปรับ ครม. ก็จะต้องเริ่มต้นที่นายกฯ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณใดๆ จากนายกฯ ในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองรวมถึงเรื่องของการปรับ ครม.จะมีผลกระทบต่อการทำงานในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่ ว่าเรื่องดังกล่าวมีแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจน และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลจะดูแลให้เป็นไปด้วยดี และหากมีการเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่กระทบกับสิ่งที่หวังไว้ เวลานี้เป็นเวลาที่ทุกคนต้องช่วยกันทำเพื่อประเทศ เช่น การแก้ไขปัญหาโควิด-19 เรามาได้ไกลแล้ว แต่ยังไม่พ้น เพราะยังมีปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องช่วยกันดูแล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส่วนตัวยังจะได้ทำงานตรงนี้ต่อไปหรือไม่ นายอุตตมเดินออกจากวงสัมภาษณ์และตอบเพียงสั้นๆ ว่ายังไม่ใช่เรื่องที่จะคิดตอนนี้ เป็นเรื่องของทางการเมือง และนายกฯ เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว วันนี้เราเอาเรื่องตรงนี้ให้เดินหน้าไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และรักษาการเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนภายในพรรค พปชร. ว่าทุกอย่างเป็นไปตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองและข้อบังคับของพรรค พปชร. ตามที่หัวหน้าพรรคและนายทะเบียนพรรคได้ชี้แจงถึงกรอบเวลาการจัดประชุมใหญ่ ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 45 วัน ไม่มีการเมืองเตะถ่วงหรือยืดเยื้อแต่อย่างใด ส่วนตนของดแสดงความคิดเห็น ทั้งในส่วนของการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค พปชร. ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาชิกพรรค และการปรับรัฐมนตรีที่เป็นอำนาจของนายกฯ เวลานี้ ขอเดินหน้าทำงาน โดยเฉพาะด้านพลังงานที่จะมีส่วนช่วยในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการกรรมการบริหารพรรค พปชร. กลุ่มสี่กุมาร ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ถูกนักการเมืองกลุ่มสามมิตร และสาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรค กดดันให้ลาออกทั้งจากกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และอาจจะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหากมีการปรับ ครม. โดยนายสุวิทย์ได้แสดงความรู้สึก อ้างถึงคัมภีร์เต้าเต๋อจิง ปรัชญาจีนโบราณตอนหนึ่งที่แสดงถึงการไม่ยึดติดกับอำนาจไว้ในเฟซบุ๊กว่า&amp;hellip; เต้าเต๋อจิง..คัมภีร์แก่นแท้ของชีวิต เหลาจื่อ ปราชญ์ชาวจีนที่มีชื่อเสียงที่สุดท่านหนึ่ง นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าอาศัยอยู่ในช่วง 400-500 ปีก่อนคริสต์ศักราช เขียนคัมภีร์เต้าเต๋อจิง 81 บท 5,000 อักษร ซึ่งเป็นผลงานทางลัทธิเต๋าที่ยังคงเป็นปรัชญาที่เป็นอมตะตกทอดมาถึงยุคปัจจุบันนี้
รมต.สี่กุมารถอดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในคัมภีร์เต้าเต๋อจิง ท่านเหลาจื่อจะเขียนเกี่ยวกับปรัชญาชีวิต ความกลมกลืนต่อการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ จนไปถึงปรัชญาการเมือง ผมประทับใจอยู่บทหนึ่งเป็นปรัญชาที่สอนเกี่ยวกับ &amp;ldquo;การปล่อยวาง&amp;rdquo; ผู้คนส่วนใหญ่มักจะดิ้นรนไขว่คว้าหาภาระ ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข มาแบก มากเท่าไหร่ยิ่งคิดว่าดี แท้จริงคือความว่างเปล่า เพราะความมีอยู่ของสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้คงตัวอยู่ตลอดไป&amp;rdquo; นายสุวิทย์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา พรรค พปชร. ในฐานะประธานภาค 9 เปิดเผยถึงกรณีที่ได้มีการแต่งตั้งประธานภาคไว้ ซึ่งรับผิดชอบ 3 จังหวัดชายแดนใต้และสงขลา กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา และ 5 ส.ส.ใต้ พปชร. รวมเป็น 6 คน แยกไปตั้ง &amp;quot;กลุ่มใต้ใหม่&amp;quot; โดยแยกจากกลุ่มด้ามขวานเดิม 13 คน ซึ่งได้แยกเป็น ส.ส.ภาค 8 ตามภูมิภาค และ ส.ส.ภาค 9 เป็นตามแนวทางยุทธศาสตร์ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และตนไม่เห็นด้วยกับแนวทางไปแยกกลุ่มมาเป็นกลุ่มใต้ใหม่เพื่อมาสร้างอำนาจการต่อรอง การที่พรรคมีกลุ่มมีภาคต่างๆ วัตถุประสงค์เพื่อการทำงานจะได้กระชับพื้นที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของแกนนำและผู้ใหญ่ใน พปชร.จะพิจารณา กระแสข่าวนี้จึงควรยุติได้แล้ว และเอาเวลาไปมุ่งช่วยเหลือประชาชน ยืนยันในพรรคพลังประชารัฐไม่มีกลุ่มก๊วน ทุกคนทำงานอยู่ภายใต้แนวทางของท่าน พล.อ.ประวิตร รวมทั้งสนับสนุนการบริหารประเทศภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเป็นการรวมกลุ่มของหลายกลุ่ม ที่มีการต่อรองผลประโยชน์ จากความบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญจึงทำให้เกิดความไม่เป็นเนื้อเดียวกัน เชื่อว่านายอุตตมและนายสนธิรัตน์คงไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิมในพรรคอีกแล้ว ส่วนเรื่องการเมืองภาพใหญ่ กลุ่มสี่กุมาร ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นแกนนำ หน้าที่หลักคือการทำนโยบายด้านเศรษฐกิจให้รัฐบาล แต่ถามว่าวันนี้ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเราเห็นได้ว่านโยบายต่างๆ ล้มเหลว หลายโครงการเป็นแนวคิดแบบโอลสคูล คือเน้นเมกะโปรเจ็กต์ หวังให้ทุนใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนอย่างเดียว แต่โลกวันนี้ทำแบบนั้นอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องมีการผสมผสานที่ดี ดังนั้นกลุ่มสี่กุมารจึงเหมือนทองที่เริ่มลอก หรือของที่ประชาชนไม่ซื้อแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การที่ พล.อ. ประวิตร หัวหน้าพรรคตัวจริง กำลังทวงตำแหน่งคืนนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะไหนๆ ก็อยู่เบื้องหลังคอยชักใย เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เปิดหน้าซะเอง ไม่ต้องกั๊กไม่ต้องแอบแล้ว ประกอบกับผลงานของผู้รับบทตัวแสดงแทนอย่างคุณอุตตม ที่เหลวไม่เป็นท่า บริหารจัดการกระทรวงการคลังในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เข้าขั้นวิกฤติที่ประชาชนต้องแบกรับ ลดความน่าเชื่อถือต่อรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่าพลังเชียร์ภายในก็ไม่พอใจที่หากนายอุตตมจะต้องหลุดจากหัวเรือหลัก งานนี้ต้องอาศัยการตัดสินใจของนายกฯ ว่าจะเลือกฝั่งไหน อย่าหลงประเด็นการฮั้วผลประโยชน์ของนักการเมือง แต่ขอให้ติดตามการทำงานเพื่อผลประโยชน์พี่น้องประชาชนเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;#39;สิระ&amp;#39;ตามขย่ม&amp;#39;สนธิรัตน์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เสนอผลสำรวจประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,479 ตัวอย่าง พบว่า กลุ่มคนเคยเลือกพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เหลือสนับสนุนรัฐบาลเกินครึ่งเล็กน้อย คือเหลืออยู่ร้อยละ 54.9 และไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 25.5 เป็นพลังเงียบร้อยละ 19.6 ส่วนคนเคยเลือกพรรคอื่นๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เหลือสนับสนุนรัฐบาลอยู่ร้อยละ 4.7 แต่ไปอยู่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 58.7 และพลังเงียบร้อยละ 36.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีซูเปอร์โพลเสนอผลสำรวจภาพการเมืองหลังสู้ศึกอภิปรายว่า โพลนี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยขนาดไหน หลายคำถามเป็นคำถามเชิงชี้นำที่เป็นประโยชน์กับนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานหรือไม่ เท่าที่ทราบเจ้าของโพลนี้เป็นบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกับโฆษกกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นการสมประโยชน์กันหรือไม่ โพลนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ หลายอย่างสวนทางกับความเป็นจริง ที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อน ทั้งเรื่องไฟฟ้า น้ำมันและก๊าซหุงต้ม พลังงานทดแทนก็ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม แต่โพลกลับออกมาชื่นชม จึงสงสัยว่าการทำโพลนี้ใช้นักวิชาการที่เชี่ยวชาญ หรือใช้แต่พวกพ้องเป็นหลัก ตอนนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อน แทนที่กระทรวงพลังงานจะเอากองทุนพลังงานมาช่วยเหลือประชาชน แต่กลับเอาไปสร้างภาพลักษณ์ เอาไปอัดเงินโฆษณาและดูแลสื่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การทำโพลลักษณะนี้เป็นการพยายามรักษาเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า การจะเป็นรัฐมนตรีต่อได้หรือไม่อยู่ที่ผลงานการบริหารงานมีความเหมาะสมแค่ไหน ซึ่งนายกฯ จะเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจเอง บางคนโดยเฉพาะนายสนธิรัตน์ตนอยากให้ทำงานเพื่อประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ไม่ใช่เอาเวลามาตำหนิคนในพรรคกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจสะท้อนความคิดเห็นประชาชนชี้นายกฯ ลอยตัวเหนือปัญหา ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุบสภา หลังเห็นภาพการเมืองเก่าๆ จัดคนเข้ามาเอาผลประโยชน์เงินกู้ว่า ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เห็นโพลเหล่านี้แล้วรู้สึกอย่างไร แต่ประชาชนที่เห็นผลสำรวจนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งในระยะหลังผลสำรวจออกมาในทิศทางที่เป็นลบกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง วิกฤติโควิดที่ลามเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ สังคม การเมือง แม้ในประเทศที่รัฐบาลมีเสถียรภาพยังแก้ยาก พล.อ.ประยุทธ์จะลอยตัวเหนือปัญหาตลอดไปไม่ได้ คนตกงาน ธุรกิจปิดกิจการ จากมาตรการล็อกดาวน์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล ประชาชนทุกข์ยากลำบาก สะท้อนรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68081</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, นพดล กรรณิกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันชัย ปริญญาศิริ, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edce39e38e28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ส.ส.สงขลา&#039;เบรคตั้ง&#039;กลุ่มใต้ใหม่&#039;ยัน&#039;พปชร.&#039;เป็นหนึ่งเดียวไม่มีก๊วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.63-นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานภาค 9 รับผิดชอบ 3 จังหวัดชายแดนใต้และสงขลา กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา และ5สส.ใต้ พปชร. รวม 6 คน แยกไปตั้ง &amp;quot;กลุ่มใต้ใหม่&amp;quot; โดยแยกจากกลุ่มด้ามขวานเดิม 13 คน ซึ่งได้แยกเป็น ส.ส. ภาค8 ตามภูมิภาค และ ส.ส. ภาค9 &amp;nbsp;เป็นตามแนวทางยุทธศาสตร์ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางไปแยกกลุ่ม มาเป็นกลุ่มใต้ใหม่ อะไรทั้งนั้น เพื่อมาสร้างอำนาจการต่อรอง การที่พรรคมีกลุ่มมีภาคต่างๆนั้น วัตถุประสงค์เพื่อการทำงานจะได้กระชับพื้นที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของแกนนำและผู้ใหญ่ในพปชร.จะพิจารณา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยกล่าวว่า กระแสข่าวหรือการตั้งกลุ่มเพื่อต่อรองใดๆทางการเมืองจึงควรยุติได้แล้ว และเอาเวลาไปมุ่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ตอนนี้กำลังได้รับความรับความเดือดร้อนจากไวรัส โควิด-19 ซึ่งขอยืนยันในพรรคพลังประชารัฐไม่มีกลุ่มก๊วน ทุกคนทำงานอยู่ภายใต้แนวทางของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรค รวมทั้งสนับสนุนการบริหารประเทศภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68038</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มใต้ใหม่, พลังประชารัฐ, วันชัย ปริญญาศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200607/image_big_5edc8d68bb9c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
