<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.กางแผนปี 65 เล็งกำหนดมาตรฐานสินค้ามากกว่า 240 เรื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยภายหลังแถลงผลการดำเนินงานของ สมอ. รอบปีงบประมาณ 2564 ว่า สมอ.ได้ตั้งเป้าหมายการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) ภายในปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 240 เรื่องตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมา ทั้งนี้มั่นใจว่าเครื่องมือหรือกลไกการผ่อนปรนต่าง ๆ จะทำให้เกิดมาตรฐานที่มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยยืนยันว่าจะเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล และประชาชนได้รับผลประโยชน์ ทั้งด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าตามงบประมาณจะสามารถทำได้เพียง 240 เรื่องเท่านั้น แต่เรามั่นใจว่าจะทำได้มากกว่านั้น ดูได้จากผลการดำเนินงานของ สมอ. ในปี 2564 นี้ก็ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกด้านเช่นกัน โดยเฉพาะด้านการกำหนดมาตรฐานปีนี้ปีเดียวกำหนดมาตรฐานไปแล้วถึง 450 เรื่อง และกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับ 48 เรื่อง &amp;nbsp;ออกใบอนุญาตไปแล้ว 18,526 ฉบับ ทำลายสถิติเดิมทุกรายการและนับว่ามากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง สมอ.&amp;rdquo;นายวันชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การออกใบอนุญาต มอก. ปีนี้ สมอ. ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการไปแล้ว 18,526 ฉบับ ซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตที่มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;โดยใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการออกใบอนุญาตเพียงแค่ 6 วันทำการเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน เพื่อแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่แสดงบนตัวสินค้า ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้โดยสแกน QR Code รวมทั้งเป็นข้อมูลในการร้องเรียนกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ระบุไว้ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สมอ. ได้ตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาดอย่างเข้มงวด ทั้งการลงพื้นที่ตรวจสอบ การเฝ้าระวังการนำเข้าผ่านระบบ NSW และการตรวจติดตามการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) โดยในปีนี้ สมอ. สามารถตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มูลค่ากว่า 2,040 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบ่งเป็นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน มูลค่า 1,834 ล้านบาท &amp;nbsp;รองลงมาคือกลุ่มสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 106 ล้านบาท &amp;nbsp;กลุ่มสินค้าเหล็ก มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท &amp;nbsp;กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท &amp;nbsp;และเป็นสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จําหน่ายออนไลน์ มูลค่ากว่า 128 ล้านบาท &amp;nbsp; ซึ่งจากตัวเลขการดำเนินคดีดังกล่าว ทำให้ปีนี้ สมอ.ปรับผู้กระทำความผิดทุกราย รวมมูลค่ากว่า 55 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบฯ แห่งแรกในอาเซียน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% และเปิดให้บริการทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 (มอก.2721) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เหลืออีกราว 1,600 ล้านบาท ในปี 2566 คาดว่าสนามจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบปลายปี 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118397</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันชัย พนมชัย, สมอ., เป้าหมายปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eba6c101d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.ลุยจับร้านค้าออนไลน์ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่มี มอก. บน Shopee และ LAZADA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ.ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่ กทม. จำนวน 2 ราย หลังพบว่ามีการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ สมอ. ควบคุมทั้งลำโพงขยายเสียง หลอดไฟ โคมไฟ ชุดสายพ่วง และแบตเตอรี่มือถือ ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. บนแอปพลิเคชั่น Shopee และ LAZADA จากการตรวจสอบพบสินค้าดังกล่าวกว่า 2,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จึงดำเนินการยึดอายัดไว้ทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และจะสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมไปถึงผู้ทำ หรือนำเข้าสินค้าดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายแรก เป็นร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Shopee โกดังตั้งอยู่ย่านวงเวียนใหญ่ เลขที่ 451 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 8 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบพบมีการนำสินค้าเลียนแบบยี่ห้อดังมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค ทั้งลำโพงเครื่องขยายสัญญาณ และแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ โดยไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. จำนวนกว่า 300 ชิ้น จึงได้ยึดอายัดไว้ทั้งหมด รวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายที่สอง เป็นการขยายผลการตรวจสอบจากการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Shopee และ LAZADA ตรวจสอบจนพบโกดังเก็บสินค้า ซึ่งเป็นแหล่งพักและกระจายสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก สมอ. ตั้งอยู่ย่านบางบอน เลขที่ 104/15-16 ซอยพระยามนธาตุฯ แยก 35-9 คลองบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ พบสินค้าที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. จำนวน 27 รายการ รวม 1,814 ชิ้น ประกอบด้วยลำโพงขยายเสียง จำนวน 402 ชิ้น หลอดไฟ โคมไฟ จำนวน 908 ชิ้น และชุดสายพ่วง จำนวน 504 ชิ้น จึงได้ยึดอายัดไว้ทั้งหมด มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทั้ง 2 ราย มีความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับรายที่ 2 มีความผิดเพิ่มฐานนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ สมอ. ยังเตรียมเอาผิด Shopee และ LAZADA ด้วยฐานโฆษณาจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่ท่านจะจำหน่ายสินค้าอะไร ท่านต้องทราบข้อกฎหมายก่อนโดยเฉพาะสินค้าที่ สมอ. ควบคุม ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เหล็ก วัสดุก่อสร้าง ของเล่น และหมวกกันน็อค เป็นต้น การจำหน่ายจะต้องเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานเท่านั้น หากท่านจำหน่ายโดยมิได้ศึกษาข้อกฎหมาย ท่านก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน&amp;rdquo; นายวันชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109420</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุม, จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไม่มี มอก., วันชัย พนมชัย, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eba6c101d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นมาตรฐานยูโร5 ของเวียดนามกระทบส่งออกรถยนต์ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่าล่าสุดประเทศเวียดนามได้ประกาศใช้มาตรฐาน Euro 5 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกยานยนต์ของไทย โดยประเทศเวียดนามได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการรถยนต์ที่ผลิตและประกอบในประเทศ สามารถผลิตรถยนต์ตามมาตรฐานเดิม (Euro 4) ได้ต่อเนื่องจนกระทั่งใบอนุญาตดังกล่าวหมดอายุ แต่หากเป็นผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตตามมาตรฐานใหม่คือ Euro 5 &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 ถึงแม้ว่าใบอนุญาตจะยังไม่หมดอายุก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สมอ. ในฐานะหน่วยงานมาตรฐานแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) เห็นว่า การปฏิบัติดังกล่าวกับผู้ประกอบการรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและผู้นำเข้าไม่เท่าเทียมกัน จึงเตรียมเสนอข้อเรียกร้องให้ทบทวนปรับปรุงกฎระเบียบหรือดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติของ WTO และเตรียมหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นเป็นข้อกังวลทางการค้าเสนอในการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ครั้งที่ 85 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 พ.ย. 64 ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของโลก รวมทั้งส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบรับรองที่มีความพร้อม แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยก็ยังประสบปัญหาด้านการส่งออกไปยังประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง แต่ยืนยันว่าจะดูแลและปกป้องภาคอุตสาหกรรมในประเทศ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ&amp;rdquo;นายวันชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106016</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐาน Euro 5, วันชัย พนมชัย, ส่งออกรถยนต์, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5bac4063d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ. เตรียมเชือดผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ล่าสุด สมอ. ได้รับข้อร้องเรียนว่า บนแอปพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Shopee มีการจำหน่ายเครื่องหรี่ไฟ (Dimmer) รุ่น Suntec STD-1600 โดยไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ซึ่งสินค้าดังกล่าวอยู่ในข่ายสินค้าควบคุมตาม มอก. 1955-2551 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ พบว่า มีผู้จำหน่าย 6 ราย ที่จำหน่ายเครื่องหรี่ไฟที่ไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. ได้แก่ 1.อุบลแสงฟ้าอิเล็คโทรนิค จังหวัดอุบลราชธานี 2.Messi99 จังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp;3.Little_boy_889 &amp;nbsp;กรุงเทพฯ &amp;nbsp;4. Beeshop กรุงเทพฯ 5.Starcomshop กรุงเทพฯ และ 6.Bon lighting จังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมอ. จึงได้แจ้งให้บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่น Shopee ลบข้อความที่มีการโพสต์จำหน่ายเครื่องหรี่ไฟของผู้จำหน่ายทั้ง 6 ราย ออกจากแอปพลิเคชั่นทันที พร้อมทั้งให้จัดส่งภาพถ่ายฉลากสินค้าทุกด้าน และให้แสดงหลักฐานแหล่งที่มาของสินค้าภายใน 15 วัน หากตรวจสอบแล้วพบว่าได้รับอนุญาตตามมาตรฐาน มอก. 1955-2551 จาก สมอ. อย่างถูกต้อง จึงจะขายสินค้าบนแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้ แต่หากพบว่าเป็นการลักลอบจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;สมอ. จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จำหน่ายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมไปถึงผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าวด้วย หากพบว่านำเข้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;ทั้งนี้ เตรียมเอาผิด Shopee ด้วยฐานโฆษณาจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103158</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำหน่ายเครื่องหรี่ไฟ (Dimmer), วันชัย พนมชัย, สมอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5bac4063d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;เร่งออกมาตรฐานป้องกันโควิด-19ในโรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.2564 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เร่งรัดดำเนินการประกาศใช้มาตรฐานโควิด-19 หรือมาตรฐาน มตช. 45005-2564 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการทำงานอย่างปลอดภัย ระหว่างการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หลังบอร์ดให้ความเห็นชอบพร้อมกับมาตรฐานระบบการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ และมาตรฐานในกลุ่มบีซีจี ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ในการจัดระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าว เพื่อควบคุม ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้โรงงานทั่วประเทศนำไปใช้เพื่อให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรฐานโดวิด-19 จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นในสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งในด้านการบริหารจัดการ และคุณภาพของสินค้าว่าจะมีความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายผลักดันให้โรงงานทั่วประเทศซึ่งมีมากกว่าหมื่นราย นำมาตรฐานนี้ไปใช้ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการให้เชื้อไวรัสโควิด-19 หมดไปจากประเทศไทย&amp;rdquo; นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า มาตรฐานโควิด-19 หรือมาตรฐาน มตช. 45005 &amp;ndash; 2564 เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก สามารถนำไปใช้จัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยภายในโรงงาน และสถานประกอบการทั่วไป เพื่อการทำงานอย่างปลอดภัยในระหว่างการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีแนวทางการปฏิบัติหลักๆ ดังนี้ 1. สถานประกอบการที่จะนำมาตรฐานไปใช้ต้องมีการวางแผนการประเมินความเสี่ยง 2. มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับความเสี่ยง 3. ผู้บริหารองค์กรต้องมีมาตรการเตรียมการป้องกันกรณีมีผู้ติดเชื้อเข้ามาภายในองค์กร 4. มีมาตรการจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ 5. มีการบริหารจัดการบุคลากร การกำหนดสถานที่การทำงาน และการสื่อสาร 6. มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้เพียงพอ ทั้งนี้ มาตรฐานดังกล่าวเป็นข้อแนะนำให้สถานประกอบการนำไปปรับใช้ สามารถใช้ได้กับองค์กรทุกขนาดและทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประชุมบอร์ดคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานด้านการตรวจสอบและรับรองในครั้งนี้ นอกจากจะเห็นชอบมาตรฐานโควิด-19 แล้ว ยังเห็นชอบมาตรฐานระบบการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ มตช.22313-2564 ซึ่งเป็นระบบการจัดการที่ใช้ในองค์กรเพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก เช่น อุบัติภัยทางธรรมชาติ การก่อวินาศกรรม การก่อจลาจล การเกิดโรคระบาด หรือการเกิดวิกฤตทางสถาบันการเงิน ให้สามารถฟื้นฟูองค์กรกลับสู่สภาพปกติได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีการนำมาตรฐานนี้มาใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วย&amp;rdquo;นายวันชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96135</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันชัย พนมชัย, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.), สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6010faca7a744.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.คลอดมาตรฐาน&#039;โรงเรียนปลอดภัย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการผลักดันให้มีการนำมาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยไปใช้ในโรงเรียน ว่า สมอ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และภาคีเครือข่ายเด็กปลอดภัยทั้งจากภาครัฐและเอกชนกว่า 10 หน่วยงาน อาทิ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มูลนิธิรามาธิบดี มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น จัดทำมาตรฐาน &amp;ldquo;โรงเรียนปลอดภัย&amp;rdquo; เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัด สพฐ. กว่า 30,000 โรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นการนำไปประยุกต์ใช้บริหารจัดการภายในโรงเรียน เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่างๆ เช่น อันตรายจากอาคารเรียน อาคารประกอบ สนามเด็กเล่น สนามกีฬา เพลิงไหม้ในห้องครัว อุบัติเหตุและอุปกรณ์ภายในห้องเรียน การจัดการเมื่อเกิดโรคระบาด และการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในโรงเรียนเพื่อให้เด็กนักเรียน และบุคลากร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความปลอดภัยสูงสุด โดยขณะนี้อยู่ในกระบวนการประชาพิจารณ์เพื่อให้มาตรฐานมีความเหมาะสมในการนำไปใช้ และหลังจากนี้จะฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนเกี่ยวกับมาตรฐานดังกล่าวผ่านทางสื่อออนไลน์ของ สพฐ. ที่เชื่อมต่อกับทุกโรงเรียนในสังกัด ซึ่งคาดว่าเปิดเทอมใหม่ในเดือนพ.ค. 2564 นี้ ทุกโรงเรียนจะสามารถนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้บริหารจัดการภายในโรงเรียนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรฐาน &amp;ldquo;โรงเรียนปลอดภัย&amp;rdquo; มีขอบข่ายคุ้มครองความปลอดภัยแก่นักเรียนใน 4 ด้าน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียน เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างอื่น สิ่งแวดล้อมภายนอกอาคาร เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ 2.ด้านการดำรงชีวิต ได้แก่ การบาดเจ็บ/อุบัติเหตุ จากสภาพแวดล้อม การเรียนการสอน และเครื่องเล่นต่างๆ จากบุคคล/อาชญากรรม สังคม/เทคโนโลยี สุขภาพ/สุขภาพจิต ยาเสพติด/กลั่นแกล้งรังแกกัน/ค้ามนุษย์ ติดเกม สื่อออนไลน์/เพศ/ความรุนแรงทะเลาะวิวาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ด้านภัยพิบัติ จากธรรมชาติ เช่น อุทกภัย/อุทกภัยดินโคลนถล่ม /วาตภัย/อัคคีภัย/แผ่นดินไหว/สึนามิ จากมนุษย์ เช่น ไฟป่า/หมอกควัน/ฝุ่น PM 2.5 และจากโรคระบาด เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid -19) เป็นต้น 4.ด้านการเดินทาง ได้แก่ ทางบก เช่น รถของโรงเรียน รถของบุคคลภายนอก จักรยานยนต์/จักรยาน ทางน้ำ เดินเท้า และผู้ปกครองรับส่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การจัดทำระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียนจะประสบความสำเร็จได้ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการ โดยจะต้องจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยของโรงเรียน กำหนดเป้าหมายและแผนระยะ 3 ปี ครอบคลุมทุกด้านทุกมิติของโรงเรียน กำหนดแผนงานโครงการกิจกรรมประจำปีอย่างเป็นรูปธรรม มีการปฏิบัติและรายงานผลการดำเนินงานของกิจกรรมตามช่วงเวลาที่กำหนดประเมินและรายงานผลการดำเนินงานของกิจกรรมตามช่วงเวลาที่กำหนด มีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเพื่อนำไปปรับปรุงแผนงานปีถัดไป&amp;quot;นายวันชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94592</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันชัย พนมชัย, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), โรงเรียนปลอดภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5bac4063d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้อมคอกความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวดีหรือข่าวไม่ดี แต่ที่เป็นที่กล่าวถึงกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องการทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนในโรงเรียนเอกชนชื่อดังของประเทศแห่งหนึ่ง ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้ผู้ปกครองหลายคนต้องกลับมาทบททวนแล้วว่ายังต้องการส่งเด็กให้ไปเรียนในสถานที่นั้นๆ อยู่ไหม และจะเอาอะไรมามั่นใจว่าคุณครู หรือบุคลากรในโรงเรียนอื่นๆ จะไม่มีการทำร้ายร่างกายลูกของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงมีการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ทำให้เกิดการกระจายเป็นวงกว้างทุกโรงเรียนถูกสืบค้นหมดว่าเคยเกิดเหตุการณ์เหมือนหรือคล้ายดังกล่าวขึ้นหรือไม่ จนผู้ปกครองหลายคนเริ่มระแวงและไม่มีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง ซึ่งความกังวลดังกล่าวลามมาถึงการดูแลความปลอดภัยต่างๆ ในโรงเรียน และมาตรการที่จะต้องเข้ามาดูแลและปกป้องเด็กนักเรียนในโรงเรียนด้วย ทั้งนี้หน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องจึงต้องออกมาดูแลเรื่องดังกล่าวไม่ให้บานปลาย และเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง แม้กระทั่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ถึงแม้ว่าจะดูไม่เกี่ยวข้องเท่าไหร่นัก แต่ก็พร้อมที่จะทำงานเชิงรุกออกมาตรการที่ใช้เป็นเรื่องมือในการเข้ามาดูแลปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย สมอ.ได้เตรียมประกาศมาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อให้สถานศึกษาได้นำไปใช้ในการบริหารจัดการเพื่อดูแลนักเรียนและลดปัญหาดังกล่าว โดยมาตรฐานฉบับนี้ สมอ.ร่วมมือกับสมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งบอร์ดได้เห็นชอบมาตรฐานดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา คาดว่าจะประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าวได้ภายในเดือน ม.ค.2564 นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งข้อกำหนดในมาตรฐานอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก คือ มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001) และหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารความเสี่ยง (ISO 31000) สามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกโรงเรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งครอบคลุมในด้านการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียน และการควบคุมความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่างๆ รวมถึงสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและการเจ็บป่วย รวมทั้งโรคติดต่อ เพื่อให้นักเรียน และบุคลากร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความปลอดภัยสูงสุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้หลักการประเมินความเสี่ยงมาใช้ในการวางแผนเพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่นักเรียน บุคลากรภายในโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้อง เช่น อันตรายจากการที่ครูแอบทำร้ายเด็ก อันตรายจากสนามเด็กเล่น สนามกีฬา เพลิงไหม้ในห้องครัว อุบัติเหตุและอุปกรณ์ภายในห้องเรียนการจัดการเมื่อเกิดโรคระบาด การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้นำและแสดงความมุ่งมั่นในการจัดการด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียน มีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน จัดหาทรัพยากรให้เพียงพอ มีการอบรมให้ความรู้ รวมทั้งสื่อสารข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับอันตราย กฎระเบียบ และข้อควรปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านความปลอดภัยให้กับนักเรียน บุคลากร ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกที่มาใช้บริการ เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ รวมถึงการควบคุมความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดซื้อ จัดจ้างผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่างๆ ในโรงเรียนด้วย เช่น การจัดซื้อสารเคมีต้องเลือกซื้อชนิดที่มีความปลอดภัย เครื่องเล่น อุปกรณ์สนามต้องปลอดภัยได้มาตรฐาน รวมถึงมีการเตรียมความพร้อมและการดำเนินการเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในโรงเรียนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ.ยังได้เตรียมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักการศึกษา กทม. เพื่อร่วมกันผลักดัน และหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการส่งเสริม และสนับสนุนให้โรงเรียนดำเนินการตามมาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยในโรงเรียนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การออกมาตรฐานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่การทำงานเชิงรุกทำให้สรรหาวิธีการที่จะเข้าไปดูแลได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็เป็นการดูแลนักเรียนที่จะถือว่าเป็นบุคลากรของประเทศต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88699</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, วันชัย พนมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
