<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำนาน &#039;เกลือเป็นหนอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แปลก.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ &amp;quot;นางกาญจนา หงษ์เหิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ส่วนตัว &amp;quot;นางพจมาน ณ ป้อมเพชร&amp;quot; อดีตภรรยานายทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับสามีของเธอ &amp;quot;นายวันชัย หงษ์เหิน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงิน &amp;quot;โอนและรับโอนเงิน ๒๖ ล้าน&amp;quot; จากการทุจริตอนุมัติสินเชื่อจากกรุงไทยฯ ให้กลุ่ม &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมื่อวาน (๓๑ ต.ค.๖๑)........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนัดกับอัยการ เพื่อให้นำตัวไปส่งฟ้องศาลแล้ว แต่ปรากฏว่า ผู้ต้องหาทั้ง ๒ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นัดแล้วไม่มา&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องร้อนถึง &amp;quot;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง&amp;quot; อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเจ้าของคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องไปตามหาตัวมาให้อัยการ เพื่อส่งฟ้องในนัดต่อไป!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องตกอก-ตกใจอะไรกันไปหรอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอ้เรื่องที่จะ &amp;quot;หนีตามนาย&amp;quot; น่ะ ยห.อย่าห่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่หนีแน่......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยี่ห้อยิ่งลักษณ์เป็นประกัน &amp;quot;ไม่หนีค่ะ ขอตายคาเวทีประชาธิปไตยค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในค่ายสำนักทักษิณนั้น เป็นที่ประจักษ์แน่ชัดแล้วว่า &amp;quot;มือกฎหมาย&amp;quot; หัวก่ายเหมือนปลาแขยงในบ่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตั้งแต่ระดับอดีตตุลาการใหญ่ อดีตหัวหน้าทนายแผ่นดินใหญ่ นักกฎหมายใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงระดับชำนาญ &amp;quot;หิ้วถุงขนม&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วน &amp;quot;อ่านกฎหมายรู้-ดูกฎหมายออก&amp;quot; ทั้งในและนอกถุงกันทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จะต้องรีบร้อนเป็นจำเลยตั้งแต่นัดแรกไปทำไม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉยเอาเชิงไว้ก่อนซักนัด-สองนัด มีตรงไหนบอกว่า &amp;quot;ขัดกฎหมาย&amp;quot; มิทราบ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; มีหลายภาค-หลายตอน ในตอนของ &amp;quot;นายพานทองแท้&amp;quot; ส่งเข้าระบบศาลไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาญจนากับวันชัย สองสามี-ภรรยา ในเรื่อง &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; เดียวกัน แต่เป็นคนละตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หยิบมาคุยนี่ ไม่มีอะไร เพียงอยากจะบอกท่านอธิบดี DSI ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนักใจแทนท่านนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกแค่แทนอธิบดี DSI คนเดียว ก็ไม่ถูก ต้องบอกว่า หนักใจแทนท่านอัยการสูงสุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณมีคำพังเพยพูดถึงว่า &amp;quot;เกลือเป็นหนอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนบัดป่านนี้ ผมจะแก่ตายในอีก ๒๐-๓๐ ปี อยู่รอมร่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังนึกภาพไม่ออกว่า &amp;quot;เกลือมันจะเป็นหนอนได้ยังไง?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนโบราณนี่ ช่างพิเรนทร์คิด เนอะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มายุคนี้ ต้องร้อง...อ้อ &amp;quot;เกลือเป็นหนอน&amp;quot; มันอย่างนี้นี่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอย่างไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่หลายส่วนในระบบราชการ เช่นที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานอัยการสูงสุด นี่ไง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื้อชั่วไม่เคยตาย&amp;quot; ความหมายที่เป็นรูปธรรม ก็ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในถังเกลือ DSI และถังเกลือ อสส. .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ ถึงขณะนี้ ยังยุ่บยั่บด้วย &amp;quot;หนอนระบอบทักษิณ&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงทักษิณ ผมละศรัทธาจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงที่ว่า เคยบอกผมไว้อย่างไหน เป็นอย่างนั้นจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยบอกผมว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่...ตำรวจก็ของผม อัยการก็ของผม ศาล ครึ่ง-ครึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านมาร่วม ๒๐ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณพูดไว้คำไหน ยังเป็นคำนั้น ในถังเกลือประเทศไทยวันนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนอนทักษิณ&amp;quot; ยังยุ่บ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่จะเป็นไปทั้งหมด เพียงแต่ยังแทรกฝังอยู่ เชื้อชั่วไม่มีอันหมดไป-สิ้นไป อย่างที่ใครๆ คิดว่า นานแล้ว มันน่าจะหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไม่หมด เพราะเชื้อชั่วมันแรง สืบสายพันธุ์กันง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอ้ตัวใหญ่ออกไป.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็พ่นน้ำเชื้อ &amp;quot;โกงแบ่งกัน&amp;quot; เพาะสายพันธุ์ไว้ เมื่อตัวอ่อนเติบโตขึ้นในระบบ จึงเป็นส่วน &amp;quot;กลายพันธุ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาก &amp;quot;ข้าราชการ&amp;quot; กลายเป็น &amp;quot;พันธุ์หนอน&amp;quot; คอยบ่อนไส้ให้ระบอบทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการดีๆ ทำงานซื่อตรง เช่นใน ดีเอสไอ และใน อสส. &amp;quot;ทำงานยาก-อยู่ลำบาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถูกบีบ ถูกอามิสหลอกล่อ ถูกข่มขู่ ถูกเจาะความลับคดี ถ้าหมั่นสังเกต และยังจำกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอน นปช.ครองเมือง หลายต่อหลายคดี ทั้งที่ยังเป็นความลับ &amp;quot;ทางคดี-ทางราชการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จตุพรบ้าง ณัฐวุฒิบ้าง เอามาแฉบนเวทีเสื้อแดงปาวๆ เหมือนกางสำนวนสอบสวนขึ้นอ่าน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกๆ นึกว่าจตุพรเสกสรรปั้นแต่งหลอกพวกเขาเอง แต่พอถึงเวลา มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างคดีกฤษดามหานครนี้.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชมข้าราชการดีเอสไอและข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด &amp;quot;ในส่วนดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากกว่าข้าราชการประเภท &amp;quot;เกลือเป็นหนอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่เข็นคดีกฤษดามหานคร &amp;quot;ภาคโอ๊กอ๊าก&amp;quot; สู่ชั้นศาล ต่อจากภาคแรก ที่ระดับใหญ่เข้าไปอยู่ในคุกแล้วหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชื่นชมว่า ทั้งดีเอสไอและอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเป็นหลักทางนิติธรรมให้สังคมชาติและประชาชน &amp;quot;ได้พึ่ง-ได้หวัง&amp;quot; ในบ้านนี้-เมืองนี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นยุค &amp;quot;ธาริต&amp;quot; นั่ง DSI &amp;quot;ชัยเกษม&amp;quot; นั่งอัยการสูงสุด นึกไม่ออกว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฤษดามหานคร &amp;quot;ภาคโอ๊กอ๊าก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีจะได้คลอดมั้ย สำนวนเป็นแบบไหน และอัยการจะสั่งคดีอย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ถึงคลอดได้ในยุคนี้ เท่าที่ดูอาการ บอกได้เลยว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งดีเอสไอทั้งอัยการสูงสุด........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า &amp;quot;ใจสัตย์-ใจซื่อ&amp;quot; ไม่แข็งพอ ผลจะไม่ออกมาให้ประชาชนได้ชื่นชมอย่างวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;quot;ไอ้หยิกหยักศก&amp;quot; คนหน้าคุ้น มันใช้กำลังจากข้างนอกบีบเข้าไปข้างในชนิดแรงยกกำลังสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคดีที่ &amp;quot;เสาหลัก&amp;quot; ดีเอสไอและสำนักอัยการสูงสุด ยังเป็นเสาค้ำ &amp;quot;นิติธรรมประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนวนจากการควบคุมของอธิบดีดีเอสไอ จึงออกมา &amp;quot;ไม่เพี้ยน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง &amp;quot;ไม่ด้านพอ&amp;quot; ที่จะปล่อยให้ &amp;quot;อายุความ&amp;quot; ขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการสูงสุด นั้น ท่านก็ดำรงศักดิ์ &amp;quot;ทนายแผ่นดิน&amp;quot; ให้ประจักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจรหน้าคุ้น&amp;quot; ผลักเสาหินไม่สะเทือน ลงท้าย เห็นพี่น้องเป็นพรวน จูงกันไปขึ้นศาล!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ก็เล่าสู่กันฟัง สืบเนื่องจากที่เลขาฯ ส่วนตัวพจมานกับสามี นัดอัยการ เพื่อไปศาล แล้วเบี้ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นระแวงกันว่า หนี..ไม่หนี ก็อยากบอกว่า ไม่หนีหรอก เพียงหลบหน้าตามสิทธิ์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่รอเลือกตั้ง ลุ้นพรรคทักษิณกลับเป็นรัฐบาลก่อน ถ้าหวังเหวิด ค่อยว่ากันอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนี-ไม่หนี&amp;quot;........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนั้น มันแน่อยู่แล้ว!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21128</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พจมาน ณ ป้อมเพชร, วันชัย หงษ์เหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนสั่งคดีโอ๊คฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเลื่อนสั่งคดีครั้งแรก &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot;-เลขาฯ หญิงอ้อกับสามี ร่วมฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้กรุงไทยให้กฤษดานคร อ้างสอบเพิ่มหลายประเด็น รอผลจากดีเอสไอ นัดใหม่ 10 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 5 กันยายน เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดสั่งคดีฟอกเงินการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานคร เมื่อปี 2546-2547 โดยมิชอบ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 นัดให้นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน อดีตภริยาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นายวันชัย หงษ์เหิน สามีของนางกาญจนาภา และนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของคุณหญิงพจมานและนายทักษิณ ผู้ต้องหาทั้งสาม มารับฟังคำสั่งคดีที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนเอกสารหลักฐาน ฐานร่วมกันฟอกเงินเป็นนัดแรก ซึ่งดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีนี้ให้อัยการเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2561 นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายพานทองแท้ และนายดิเรก โรวาส ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางกาญจนาภาและนายวันชัย มาฟังคำสั่ง ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้แจ้งให้ทนายความผู้รับมอบอำนาจทราบว่าอัยการมีความจำเป็นต้องเลื่อนการสั่งคดีออกไป เนื่องจากอัยการได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมในรายละเอียดทางคดีหลายประเด็น โดยดีเอสไอยังไม่ได้ส่งผลสอบสวนเพิ่มเติมมาให้อัยการ ดังนั้นอัยการจึงยังไม่สามารถสั่งคดีได้ จึงนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้งในวันที่ 10 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 จะเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอส่งผลสอบสวนเพิ่มเติมมาให้อัยการให้ทันนัดสั่งคดีครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่อัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมนั้นเป็นรายละเอียดทางคดีที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นเรื่องในสำนวน แต่พูดได้ว่าเรื่องที่สั่งสอบเพิ่มเติมนั้นเป็นประเด็นสำคัญทางคดี เพื่อจะให้การสอบสวนสิ้นกระแสความ และเมื่อสำนวนสมบูรณ์แล้ว อัยการจะมีความเห็นทางคดีสั่งคดีไปทางใดทางหนึ่งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันที่ 10 ต.ค.นี้ จะมีคำสั่งได้ทันที และผู้ต้องหาทั้งสามต้องมารายงานตัวให้พร้อมหากสั่งฟ้องหรือไม่ นายประยุทธกล่าวว่า เมื่อใดที่พนักงานอัยการเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องให้ตัวผู้ต้องหามาพบอัยการเอง จะไม่อนุญาตให้มอบอำนาจทนายความมาแทน ซึ่งอัยการจะสั่งการและประสานงานไป ส่วนวันนี้ที่ผู้ต้องหามอบอำนาจให้ทนายความมารับทราบคำสั่งแทนได้นั้น เนื่องจากอัยการยังไม่ได้รับผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากดีเอสไอ แต่ถ้าเมื่อใดอัยการแจ้งให้ผู้ต้องหามาฟังคำสั่งด้วยตัวเอง ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตาม ส่วนมีการร้องขอความเป็นธรรมจากกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่นั้น ยังไม่มีรายงานเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงินและได้ฟอกเงินนั้น อายุความ 15 ปี ซึ่งเหตุเกิดขึ้นในช่วงปี 2546-2547 ดังนั้นอายุความคดีนี้ยังไม่ขาด&amp;rdquo; รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ตอบคำถามเรื่องอายุความการดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้ยื่นฟ้องคดีสมคบฟอกเงินการทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยสำนวนแรก ในส่วนของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานครและบริษัทในเครือรวม 6 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางว่า จะมีความเชื่อมโยงกันกับคดีนี้หรือไม่ อย่างไร ยังเร็วเกินไปที่จะให้ความเห็น และการพิจารณารายละเอียดสำนวนคดีเป็นส่วนที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ต้องวินิจฉัยและมีคำสั่ง จึงจะแถลงให้ทราบได้ นอกจากนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบว่ามีสำนวนคดีอื่นเชื่อมโยงอีกหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ตามสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอที่ส่งมาให้อัยการพิจารณาครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้สรุปความเห็นควรฟ้องนางกาญจนาภา, นายวันชัย และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 2-4 ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงินทุจริตการอนุมัติสินเชื่อแบงก์กรุงไทย กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานครโดยมิชอบ จำนวน 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท และมีความเห็นควรไม่ฟ้องนางเกศินี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 1 โดยส่วนที่ดีเอสไอมีความเห็นควรไม่ฟ้องนางเกศินีนั้น อัยการจะได้พิจารณาต่อไป ซึ่งหากภายหลังอัยการพิจารณาแล้วจะมีคำสั่งให้ฟ้อง จะแจ้งให้นำตัวนางเกศินีมาส่งให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากแหล่งข่าวด้วยว่า ข้อกล่าวหาในกลุ่มของนายพานทองแท้นั้น ที่ผ่านมาทีมทนายความเคยยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมาตลอด ทั้งกระทรวงยุติธรรม พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ขณะที่เมื่อมีการส่งสำนวนถึงมืออัยการแล้ว ฝ่ายผู้ต้องหายังได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการด้วยเช่นกัน ขอให้พิจารณาสอบสวนพยานเพิ่มเติม รวมทั้งการรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอัยการได้พิจารณาประเด็นที่ฝ่ายผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา พร้อมกับส่วนที่อัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมไปในคราวเดียวกันแล้ว ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติมที่ไม่สามารถเปิดเผยได้นั้น ย้ำว่าเป็นเพราะจะกระทบก้าวล่วงเข้าไปถึงข้อเท็จจริงในคดี ทำให้ผู้ต้องหารู้แนวทางในคดีได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ประยุทธ เพชรคุณ, พานทองแท้ ชินวัตร, วันชัย หงษ์เหิน, วิชัย กฤษดาธานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fe74805822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ๊คระทึกฟอกเงิน อัยการนัดสั่ง5กย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการฟ้องอดีตผู้บริหาร บมจ.กฤษดามหานคร-ลูกชาย-อดีตกรรมการบริษัทในเครือ รวม 6 คน สมคบฟอกเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยสำนวนแรก ศาลอาญาคดีทุจริตกลางฯ รับฟ้องรอสอบคำให้การ ขณะที่ลุ้นอัยการนัดสั่งคดีครั้งแรก &amp;quot;โอ๊ค-กาญจนาภา&amp;quot; 5 กันยายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ได้นำพยานหลักฐานพร้อมคำฟ้อง ยื่นฟ้องนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 79 ปี อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร (จำเลยที่ 25 ในคดีร่วมทุจริตการปล่อยสินเชื่อของ ธ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับกฤษดามหานคร ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาแล้วเมื่อปี 2558 ให้จำคุก 12 ปี)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายวิชัย (จำเลยที่ 26 ในคดีร่วมทุจริตการปล่อยสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาแล้วเมื่อปี 2558 ให้จำคุก 12 ปี) อดีตกรรมการผู้มีอำนาจบริษัท โบนัส บอร์น จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญชา ยินดี อายุ 59 ปี อดีตกรรมการผู้มีอำนาจบริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด และบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บมจ.กฤษดามหานคร (จำเลยที่ 26 ในคดีร่วมทุจริตการปล่อยสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาแล้วเมื่อปี 2558 ให้จำคุก 12 ปี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เพชรรัตน์ เทพสัมฤทธิ์พร อายุ 47 ปี อดีตเลขานุการของนายรัชฎา, นายปภพ สโรมา อายุ 65 ปี ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการใน 3 บริษัท ประกอบด้วย บจก.อาร์เคฯ, บจก.โกลเด้นฯ, บริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด และนายธีรโชติ พรมคุณ อายุ 54 ปี พนักงานของ บมจ.กฤษดามหานคร เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2547 มาตรา 4, 5, 9, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยท้ายฟ้องอัยการขอให้นับโทษนายวิชัย ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหาร บมจ.กฤษดามหานคร, นายรัชฎา อดีตกก.บจก.โบนัส บอร์น และนายบัญชา อดีต กก.บริษัทในเครือกฤษดามหานคร จำเลยที่ 1-3 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้จำคุกทั้งสามคนละ 12 ปี ไว้แล้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องของอัยการระบุพฤติการณ์กล่าวหาจำเลยทั้ง 6 สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 11 ก.ย.2546-ธ.ค.2547 หลังจากที่มีการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของ ธ.กรุงไทยฯ ผู้เสียหายให้กับ บมจ.กฤษดามหานคร และบริษัทในเครือโดยมิชอบแล้ว จำเลยทั้ง 6 กับพวกอีกหลายคนสมคบกันฟอกเงินที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ จำนวน 10,400,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นสี่ร้อยล้านบาท) โดยมีการนำบริษัทนิติบุคคลที่จำเลยที่ 1-3 มีอำนาจกระทำการแทน มาใช้ในการโอนและรับโอนเงิน โดย น.ส.เพชรรัตน์ จำเลยที่ 4 เป็นเลขานุการ ของนายรัชฎา จำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่จัดหาบัญชีธนาคารพาณิชย์ และบัญชีซื้อขายของบุคคลอื่น เพื่อให้จำเลยที่ 1 กับพวกนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปใช้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีนายปภพ จำเลยที่ 5 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีธนาคารของ บจก.โกลเด้นฯ ที่รับโอนเงินจากการกระทำผิดไปเข้าบัญชี บจก.แกรนด์ คอมพิวเตอร์ฯ แล้วนำมาชำระหนี้ค่าซื้อหุ้นแปลงสภาพ บมจ.กฤษดามหานคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธีรโชติ จำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นพนักงานขับรถประจำตัวนายวิชัย อดีตผู้บริหาร บมจ.กฤษดามหานคร ได้ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์เพื่อให้นายวิชัย จำเลยที่ 1 โอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดแล้วทำหน้าที่นำเช็คของธนาคาร ที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายไปเบิกถอนเป็นเงินสด ตามคำสั่งของนายวิชัย จำเลยที่ 1 ขณะที่เมื่อ บจก.อาร์เคฯ และ บจก.โกลเด้นฯ ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจาก ธ.กรุงไทยฯ แล้วก็ไม่ได้นำไปปรับโครงสร้างหนี้และจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม ตามเหตุผลการขอสินเชื่อ แต่นายบัญชา จำเลยที่ 3 อดีต กก.บริษัททั้งสอง กลับร่วมกับพวกนำเงินนั้นไปออกเช็คแล้วฝากเข้าบัญชีบุคคลต่างๆ ก่อนจะเบิกถอนเงินสดไปซื้อขายหุ้นและที่ดิน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งหกกับพวก และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ยื่นขอกู้ไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ระหว่างนั้นพวกจำเลยยังร่วมกันออกเช็คในนามบริษัทนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าบัญชีธนาคารของพวกจำเลยอีกหลายครั้ง ซึ่งการกระทำของจำเลยที่ 6 กับพวกดังกล่าวเป็นการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือเพื่อซุกซ่อน ปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน หรือกระทำการเพื่อปกปิด อำพรางการได้มา การโอนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการสมคบกันฟอกเงิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.214/2561 ซึ่งศาลจะนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งหกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายวิชัย นายรัชฎาและนายบัญชา จำเลย 1-3 ขณะนี้ตัวยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำตามคำพิพากษาจำคุก 12 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนายวิชัย อายุ 79 ปี อดีตผู้บริหาร บมจ.กฤษดามหานคร จำเลยที่ 1 อยู่ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนนายรัชฎา บุตรชาย อายุ 52 ปี และนายบัญชา อายุ 59 ปี จำเลยที่ 2 และ 3 ตัวถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.เพชรรัตน์, นายปภพ และนายธีรโชติ จำเลยที่ 4-6 หลักทรัพย์ที่จะใช้ยื่นประกันไม่เพียงพอ ทั้งหมดจึงถูกนำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อกล่าวหาการโอนและรับโอนเงินกู้สินเชื่อ ธ.กรุงไทยฯ กับบริษัทในเครือกฤษดามหานครนั้น นอกจากคดีที่ยื่นฟ้องนี้แล้ว ยังมีอีก 1 สำนวนที่กล่าวหานางกาญจนาภา หงษ์เหิน อดีตเลขานุการของคุณหญิงพจมาน อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร, นายวันชัย หงษ์เหิน สามีนางกาญจนาภา และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินที่ได้รับโอนเงินจากการทุจริตอนุมัติสินเชื่อ ธ.กรุงไทยฯ ดังกล่าว ซึ่งอัยการสำนักงานคดีพิเศษกำลังพิจารณาสำนวนที่พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งพยานเอกสารหลักฐานมาให้เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยนัดผู้ต้องหาทั้งสามมารายงานตัวเพื่อสั่งคดีครั้งแรกในวันที่ 5 ก.ย. เวลา 09.00-10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16849</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด, บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด, บัญชา ยินดี, ปภพ สโรมา, รัชฎา กฤษดาธานนท์, วันชัย หงษ์เหิน, วิชัย กฤษดาธานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพชรรัตน์ เทพสัมฤทธิ์พร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e9ca2960fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับเบิร์ธเดย์แม้ว ศาลแจกใบที่5ฉลอง69ปี ส่งฟ้อง&#039;โอ๊ค&#039;โกงกรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉลองวันเกิด &amp;quot;น.ช.ทักษิณ&amp;quot; ศาลฎีกาฯ ออกหมายจับใบที่ 5 คดีทุจริตหวยบนดิน นัดตรวจหลักฐาน 14 พ.ย. &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; ส่งความเห็นฟ้อง &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; &amp;nbsp;พร้อมอดีตเลขาฯ พจมาน-สามีคดีฟอกเงิน ธ.กรุงไทย ให้อัยการนัดสั่งคดีครั้งแรก 5 ก.ย.นี้ สมุนแม้วถึงลอนดอนแล้ว รอถกนายใหญ่แก้เกมพลังดูด &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ประชดคงจะโดนล้อมจับ นปช.สกลฯ เย้ยสามมิตรเดินสายทาบเสื้อแดงแค่การตลาด &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; สั่งทนายแจงไม่เคยฮุบเงินค่าทนายเสื้อแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 25 กรกฎาคม องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดํา อม.1/2551 ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าเป็นคู่ความแทน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ในความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 147, 152, 153, 154 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 และ 11 กรณีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน) หลัง ป.ป.ช.ยื่นรื้อฟื้นคดีตามกฎหมายใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ป.ป.ช.โจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ กรณีหากไม่สามารถจับกุมได้ภายใน 3 เดือน ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องทำต่อหน้าจำเลยได้ แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง ให้โจทก์ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานให้ศาลรับทราบ ส่วนที่จำเลยไม่มาศาลในการพิจารณาครั้งแรก ให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 33 วรรคสาม จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 พ.ย.2561 เวลา 14.00 น. โดยให้โจทก์ยื่นบัญชีพยานหลักฐานก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่า 14 วัน และให้ส่งหมายแจ้งให้จำเลยทราบ หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหมายจับให้มาฟังพิจารณาคดีที่ศาลออกให้ดังกล่าว ถือเป็นหมายจับใหม่ใบที่ 5 เนื่องจากเป็นการเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายใหม่ โดยที่หมายจับใบเดิมในคดีนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกและยังไม่ถือว่าหมดอายุความ ในคดีที่อัยการสูงสุดและ ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์ยื่นฟ้องคดี และยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีลับหลังจำเลยตามกฎหมายใหม่ ประกอบด้วย คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย, คดีทุจริตการปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์, คดีออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต และคดีฟื้นฟูกิจการทีพีไอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้พานางกาญจนาภา หงษ์เหิน ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23, นายวันชัย หงษ์เหิน ซึ่งเป็นสามีของนางกาญจนาภา และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของคุณหญิงพจมาน และนายทักษิณ เป็นผู้ต้องหาที่ 2-4 คดีร่วมกันฟอกเงิน พร้อมสำนวนเอกสารหลักฐานหลายลังใหญ่ และความเห็นควรฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับกลุ่มธุรกิจในเครือกฤษดามหานครโดยมิชอบ ซึ่งมีธุรกรรมการเงินจำนวน 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เข้าไปยังกลุ่ม และความเห็นควรไม่ฟ้องนางเกศินี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 1 มาส่งให้อัยการ ณ สำนักงานอธิบดีอัยการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาและมีความเห็นสั่งคดีต่อไป
&amp;quot;โอ๊ค&amp;quot;เหน็บจะโดนล้อมจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า หลังจากอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้รับสำนวนคดีทั้งหมดพร้อมตัวผู้ต้องหาแล้ว ก็ได้นัดให้นางกาญจนาภา, นายวันชัย และนายพานทองแท้ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทั้งสามคนที่มารายงานตัววันนี้มาพบอัยการ เพื่อรับทราบความเห็นในการสั่งคดีครั้งแรกในวันที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งผู้ต้องหาก็จะต้องเดินทางมารายงานตัวทุกครั้งตามนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพฤติการณ์ตรวจสอบการฟอกเงินที่เกี่ยวกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อของอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทยฯ นั้น ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ส่งสำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกลุ่มอื่นมาให้อัยการแล้ว ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนและการร้องขอความเป็นธรรมที่ผู้ต้องหายื่นเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของกลุ่มนางกาญจนาภา และนายพานทองแท้ ที่ส่งสำนวนกล่าวหาฟอกเงินให้อัยการในวันนี้ ถือเป็นสำนวนที่ 2 แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมแต่อย่างใด โดยส่วนที่ดีเอสไอมีความเห็นควรไม่ฟ้องนางเกศินีนั้น อัยการก็จะได้พิจารณาต่อไป ซึ่งหากภายหลังอัยการพิจารณาแล้วจะมีคำสั่งให้ฟ้อง ก็จะแจ้งให้นำตัวนางเกศินีมาส่งให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับงานวันเกิด 69 ปี วันที่ 26 ก.ค.ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีบรรดาแกนนำพรรคคนสนิทเดินทางไปหลายคน ทั้งระดับแกนนำพรรค คนในครอบครัว และกลุ่มอดีต ส.ส.ระดับแกนนำโซนภูมิภาค อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวและแกนนำพรรค, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ รวมทั้งบุตรสาว 2 คน เอม-พินทองทา ชินวัตร อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่เดินทางไปกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ โดยคณะแกนนำพรรคและกลุ่มอดีต ส.ส.ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนแล้ว และรอพบปะกับนายทักษิณ ที่จะจัดงานเลี้ยงขอบคุณต่อคณะที่เดินทางไปในช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ค. คาดว่าจะมีการพูดคุย วิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะประเด็นส.ส.ย้ายพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า คณะคนที่เดินทางไปนั้น ไม่มีบุคคลจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยไปด้วย เนื่องจากป้องกันประเด็นข้อกฎหมาย หากถูกตรวจสอบพบว่าไปหรือจับภาพได้ อาจจะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามนำมาเชื่อมโยงนำไปสู่ประเด็นการร้องให้มีการยุบพรรคได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอินสตาแกรม น.ส.แพทองธาร ได้ลงรูปภาพจำนวนมาก โดยมีภาพแห่งความสุข ทั้งการเตรียมชุดวิวาห์ และภาพขณะถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงาน โดยมีบรรดาเซเลบ ดาราคนดัง เข้ามากดไลค์แสดงความยินดีร่วมอวยพรจำนวนมาก อาทิ กาละแมร์-น.ส.พัชรศรี เบญจมาศ พิธีกรฝีปากกล้า, วีเจวุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ดารานักแสดงชื่อดัง, ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ดารานางร้ายสุดแซบ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ได้โพสต์อินสตาแกรม พร้อมกับนำภาพข่าวจากเว็บไซต์บางแห่งที่ระบุ หิ้วโอ๊ค-พานทองแท้ ส่งอัยการฟ้องคดีฟอกเงินกรุงไทย โดยนายพานทองแท้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมว่า หิ้วเลยหรอครับ เมื่อเช้ายังแค่คุมตัวอยู่เลย อีกสักพักคงจะล้อมจับแล้วสินะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพราหมณ์ศักดิ์ระพี พรหมชาติ ประธาน นปช.สกลนคร กล่าวว่า จากกระแสข่าวนายภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกกลุ่มสามมิตร เดินสายทาบทามแนวร่วมคนเสื้อแดงหลายจังหวัด และไปพูดคุยกับนายถนอม สมผล ประธาน นปช.สกลนครนั้น เป็นไปด้วยความคลาดเคลื่อน นายถนอมเป็นเพียงแนวร่วมคนเสื้อแดงสกลนคร ที่เคยไปชุมนุมร่วมกับคนเสื้อแดงเท่านั้น ไม่ได้เป็นประธานคนเสื้อแดงสกลนคร โดยตนยังเป็นประธานนปช.สกลนคร นายถนอมเคยพยายามติดต่อให้พรรคเพื่อไทยส่งลงเป็นผู้สมัครเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แต่ขณะนั้นพื้นที่เต็ม ต่อมาการเลือกตั้งซ่อมปี 2557 ไปลงสมัครส.ส.สกลนคร พรรคชาติพัฒนา จากนั้นไม่ได้ร่วมงานมวลชนกับทางคนเสื้อแดงอีกเลย จนมามีข่าวจะไปร่วมงานการเมืองกับกลุ่มสามมิตรที่นายภิรมย์ไปเดินสายทาบทามคนเสื้อแดง เป็นแค่การตลาด และดึงได้แต่แนวร่วมเท่านั้น ไม่ได้เอาแกนนำระดับหัวไป โดยแกนนำเสื้อแดงคนสำคัญในภาคอีสาน ยังยืนยันอยู่กับคนเสื้อแดง สนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไป
ทนายแดงปะทะแรมโบ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ทนายความคนเสื้อแดง และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ตนตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพื้นที่ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.ร้อยเอ็ด ของพรรคเพื่อไทยเต็ม ที่มาร่วมงานพรรคอนาคตใหม่เพราะเห็นว่ามีนโยบาย มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร แกนนำคนเสื้อแดงร้อยเอ็ด และน้องชายนายนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยรักไทย และแกนนำ นปช.ส่วนกลาง ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ และจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่ จ.ร้อยเอ็ด เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ผมจะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่เคยไปพูดถึงต้นสังกัดเดิมในทางไม่ดี ไม่เหมือนกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ไปบอกว่า นปช. พรรคเพื่อไทย ไม่ดูแลนั้น ไม่ใช่ เพราะนายสุภรณ์เคยได้รับตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกฯ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สมัยการชุมนุมคนเสื้อแดง กรณีทุบรถนายอภิสิทธิ์ ในกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2552 ผมเป็นหนึ่งในทีมทนาย ขณะนั้นมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้ฝากค่าทนายเกี่ยวกับเรื่องคดีมาให้ผม แทนที่จะต้องนำมาให้ทนายความ แต่กลับเก็บไว้เป็นของส่วนตัวเสียเอง นายสุภรณ์ไม่ใช่นักการเมืองที่มีคุณภาพหรืออุดมการณ์ เมื่อมีคนมาเสนออะไรให้ก็เปลี่ยนอุดมการณ์ แล้วยังหันมาให้ร้ายกับพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงในทางไม่ดีอีก&amp;quot; นายคารมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเทพปกรณ์ อินทรพัฒน์ ทนายความนายสุภรณ์ ตอบโต้ว่า นายคารมไม่เคยได้มาร่วมทำคดีดังกล่าว หลังเกิดเหตุชุมนุมทางการเมืองในกระทรวงมหาดไทยคราวนั้น พอเป็นคดีความนายสุภรณ์ได้ประสานตนให้ไปทำคดีว่าความให้ที่ระบุว่ามีการฝากเงินมาให้ แต่ไม่ได้นั้นก็ขออยากให้บอกออกมาเลยว่าใครฝากเงินมาให้ ขอให้ระบุให้ชัด แต่เราไม่อยากให้ราคา ไปเอาเรื่องเอาราว ไปตอแยด้วย คงจะไม่ไปฟ้องร้องอะไรทั้งนั้น เท่าที่รู้คดีความของนายสุภรณ์ เรื่องค่าทนาย นายสุภรณ์ควักจ่ายเองทั้งหมด ไม่มีการไประดมทุนมาจากใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีอาจมีการใช้อำนาจมาตรา 44 ยกยอดการทำไพรมารีโหวตออกไปว่า ในเมื่อกฎหมายลูกพรรคการเมือง เขียนมาจนมีผลบังคับใช้แล้ว ทุกคนยอมรับตามกติกา ถ้าจะใช้มาตรา 44 ด้วยข้ออ้างเพื่อมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจมีบางพรรคทำไม่ทันนั้น ตนว่าไม่ใช่ แต่ช่วยพรรคตั้งใหม่เพื่อหวังผลการเลือกตั้งจะให้เกิดประโยชน์กับพรรคที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ คำสั่ง คสช.ยังกดไว้ไม่ให้พรรคใหญ่ขยับ แต่กลุ่มสามมิตรลุยกันแหลก คุยกันแต่ละครั้งเกินห้าคนทั้งสิ้นแต่ไม่เป็นไร ตนว่าน่าเกลียดไป หากจะแก้กติกาตั้งใจช่วยพรรคใหม่ที่ประกาศชัดเจนว่าจะหนุน คสช.บริหารประเทศต่อ ขอให้อย่ารังแกพรรคเก่า อย่าสองมาตรฐาน ขอให้ใจกว้างกล้าปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตอนนี้ตนกำลังร่วมมือกับประชาชน ที่เคยออกมาเดินขบวนด้วยกัน มาต่อสู้กันเพื่อบ้านเมือง เรากำลังจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่จะเป็นพรรคการเมืองที่แท้จริงของประชาชน ไม่ใช่การเมืองเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของส่วนรวม แม้ว่าตนจะเป็นกำลังสำคัญในการจัดตั้งพรรค รปช. ตนก็จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ไม่เป็นหัวหน้าพรรค ไม่เป็นกรรมการพรรค และขอบอกพี่น้องประชาชนว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เป็นรัฐบาลแน่นอนหลังเลือกตั้ง ตนก็จะไม่รับตำแหน่งเป็นรองนายกฯ หรือเป็นรัฐมนตรีที่ไหนทั้งสิ้น เรียกว่าทำพรรคการเมืองคราวนี้ไม่ใช่ประโยชน์ตัวเอง ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม เนื่องจากอยู่ระหว่างการพักฟื้นอาการท้องเสียช่วงประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรอาการของท่านดีขึ้นแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพักฟื้นในบ้านพักตนเอง เนื่องจากระบบทางเดินอาหารยังไม่เป็นปกติ &amp;nbsp;แต่อาการไม่น่าเป็นห่วง ท่านดีขึ้นแล้ว แต่ต้องพักฟื้นก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนาภา หงษ์เหิน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คารม พลพรกลาง, ทักษิณ ชินวัตร, ประยุทธ เพชรคุณ, พราหมณ์ศักดิ์ระพี พรหมชาติ, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พินทองทา ชินวัตร, ภิรมย์ พลวิเศษ, วันชัย หงษ์เหิน, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสสระ สมชัย, เทพปกรณ์ อินทรพัฒน์, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, แพทองธาร ชินวัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b588d67670e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
