<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐฉลองวันชาติท่ามกลางโควิด  ยอดอินเดียสังเวยจ่อแซงรัสเซียขึ้นอันดับ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอเมริกันในหลายรัฐฉลองวันชาติพร้อมกับยอดติดเชื้อโควิด-19 รายวันเพิ่มเป็นสถิติใหม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยจวกจีนปกปิด เม็กซิโกดับเพิ่มต่อเนื่องยอดพุ่งขึ้นอันดับ 5 แทนฝรั่งเศส ส่วนอินเดียยอดติดเชื้อใกล้แซงรัสเซียขึ้นอันดับ 3 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าเหนือทำเนียบขาวใกล้อนุสรณ์สถานแห่งชาติในกรุงวอชิงตัน ฉลองวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาฉลองวันชาติ เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 ด้วยบรรยากาศที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้หลายรัฐงดหรือลดทอนงานฉลองลง โดยเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปีนี้การแสดงดอกไม้ไฟถูกยกเลิกราว 80% ทั่วสหรัฐ ขบวนพาเหรดหลักถูกยกเลิก รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงที่สนามหญ้าของทำเนียบขาว ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต่อสู้กับโรคระบาดนี้ โดยไม่วายกล่าวโจมตีจีนว่าปกปิดการแพร่ระบาดในประเทศ จนทำให้โรคนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก ขณะเดียวกันทรัมป์แสดงความมั่นใจว่าสหรัฐใกล้จะชนะโควิด-19 แล้วโดยยกย่องความหลักแหลมทางวิทยาศาสตร์ของอเมริกา และว่า น่าจะมีวัคซีนหรือยารักษาภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้นำสหรัฐที่ยังยืนกรานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าโควิด-19 จะหมดไปเอง มีออกมาในวันเดียวกับที่สหรัฐมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 43,742 รายภายใน 24 ชั่วโมงถึง 20.30 น.ของวันเสาร์ ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของสหรัฐถึงวันอาทิตย์อยู่ที่ 2,839,917 ราย และมีผู้เสียชีวิต 129,676 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐฟลอริดาและรัฐเทกซัสของสหรัฐกลายเป็นศูนย์รวมการแพร่ระบาดแห่งล่าสุดของสหรัฐ โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมกันเมื่อวันเสาร์เกือบ 20,000 คน ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีสัญญาณเพิ่มเติมว่าไวรัสยังแพร่ระบาดต่อเนื่องในสหรัฐ เมื่ออย่างน้อย 18 รัฐ รวมถึงรัฐที่ประชากรมากสุด 3 รัฐคือแคลิฟอร์เนีย, เทกซัสและฟลอริดา มีอัตราการตรวจเชื้อเป็นบวกสูงอย่างน่าเป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ทั่วโลก ยอดติดเชื้อสะสมมี 11,293,738 ราย บราซิลมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ที่ 1,577,004 ราย ตามด้วยรัสเซีย 680,283 ราย และอินเดีย 673,165 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ อินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันเพิ่มเป็นสถิติสูงสุดของประเทศที่เกือบ 25,000 ราย ใกล้จะแซงหน้ารัสเซียแล้ว และภายใน 24 ชั่วโมงยังผู้เสียชีวิต 613 ราย เป็นยอดเพิ่มรายวันมากที่สุดนับแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเมื่อปลายเดือนมกราคม ส่วนยอดผู้เสียชีวิตของอินเดียเพิ่มเป็น 19,268 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกถึงวันอาทิตย์มี 531,419 ราย บราซิลมีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ที่ 64,265 ราย ตามด้วยสหราชอาณาจักร 44,283 ราย, อิตาลี 34,854 ราย และอันดับ 5 เป็นเม็กซิโกที่ 30,366 ราย แซงหน้าฝรั่งเศสซึ่งมีผู้เสียชีวิต 29,896 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เม็กซิโกเป็นประเทศที่สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงเป็นอันดับ 3 ในทวีปอเมริกา รองจากสหรัฐและบราซิล โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมของเม็กซิโกอยู่ที่ 252,165 ราย แต่อูโก โลเปซ กาเทล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดติดเชื้อ, วันชาติสหรัฐ, อินเดีย, เม็กซิโก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01eaf0e2fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพสหรัฐเตือนอย่าแตกตื่น เคลื่อนรถถังเข้ากรุงฉลองวันชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐเตือนชาวอเมริกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อย่าได้แตกตื่นหากเห็นรถถังหลายคันเคลื่อนผ่านเมืองหลวง เพื่อเข้าร่วมพิธีฉลองวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม ตามบัญชาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คุยโวจะเป็นงานยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ถูกวิจารณ์เป็นงานสนองอัตตาของทรัมป์เอง ทั้งที่ควรเป็นพิธีที่ไม่เกี่ยวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารจอดยานหุ้มเกราะแบรดลีย์ที่ด้านหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น เมื่อวันพุธ เพื่อเตรียมร่วมงานสดุดีอเมริกาเนื่องในวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แรงบันดาลใจจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ของกองทัพ ภายหลังได้เข้าร่วมพิธีสวนสนามเนื่องในวันชาติของฝรั่งเศสเมื่อปี 2560 เดิมเขามีแผนจะจัดพิธีสวนสนามในวันทหารผ่านศึก 11 พฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ต้องพับแผน หลังจากโดนโจมตีว่าต้องใช้งบเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ คราวนี้ทรัมป์ดึงดันจัดพิธีสวนสนามให้ได้ และได้สั่งให้กองทัพส่งรถถังและเครื่องบินมาร่วมพิธีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่าการจัดงานครั้งนี้ใช้งบประมาณเท่าใด แต่มีรายงานว่า สำนักอุทยานแห่งชาติของสหรัฐซึ่งดูแลอนุสรณ์สถานลินคอล์น ต้องเจียดงบประมาณเกือบ 2.5 ล้านดอลลาร์ เป็นค่าใช้จ่ายดูแลสถานที่จัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตเมื่อวันพุธว่า งานสดุดีอเมริกาวันที่ 4 กรกฎาคม ที่อนุสรณ์สถานลินคอล์นปีนี้จะเป็นงานใหญ่มากๆ และจะเป็นการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังแสดงความไม่ยี่หระกับงบประมาณที่ต้องใช้จัดงานด้วย โดยกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อสดุดีอเมริกานั้นเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับคุณค่าของประเทศนี้ เรามีเครื่องบิน, เรามีนักบิน, สนามบิน (แอนดรูว์) ก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง ทั้งหมดที่เราต้องใช้ก็คือเชื้อเพลิง เรามีรถถังและสิ่งทั้งปวงแล้ว ดอกไม้ไฟก็ได้รับบริจาคจาก 2 บริษัทที่ยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริช แฮนลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและวัฒนธรรมสมัยนิยมจากมหาวิทยาลัยควินนิเพียก กล่าวว่า โดยปกติแล้ววันชาติสหรัฐจะเป็นวันหยุดยิงแห่งชาติ เป็นวันที่ประชาชนวางเรื่องความเห็นต่างขั้วกัน แล้วโบกธงชาติโดยไม่พูดถึงเรื่องการเมือง แล้ววันที่ 5 ค่อยกลับเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถถังเอ็ม 1 อับรามส์ แล่นบนฐานรองไปยังด้านหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ทรัมป์ซึ่งเคยเป็นผู้จัดรายการเรียลลิตี้ จะฉีกประเพณีเดิมด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ถ่ายทอดสดจากพิธีนี้ด้วย งานที่อนุสรณ์สถานกำหนดเริ่มในเวลา 18.30 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาวอชิงตัน (ตรงกับ 05.30 น. วันศุกร์ของไทย) โดยจะมีพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์สหรัฐ และการแสดงดอกไม้ไฟที่ยาวนานกว่าทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รายงานบีบีซีกล่าวว่า พยากรณ์อากาศทำนายว่าอาจมีฝนฟ้าคะนองช่วงบ่ายและค่ำของวันพฤหัสบดี ซึ่งอาจทำลายบรรยากาศรวมถึงการจัดแสดงดอกไม้ไฟ ที่ทรัมป์คุยว่าบริษัทผู้ผลิต 2 แห่งนำมาช่วยงานแบบฟรี เป็นมูลค่าเกือบ 1 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนนั้น กองทัพจะส่งเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ซึ่งเป็นโบอิ้ง 747 ดัดแปลง บินผ่านพิธี และยังมีเครื่องบินรบ ที่คาดว่าจะรวมถึงเอฟ-35 และเครื่องบินไอพ่นจากทีมแสดงการบินบลูแอนเจิลส์ของกองทัพเรือด้วย นอกจากนั้นยังรวมถึงการจัดแสดงยานรบหุ้มเกราะแบรดลีย์ และรถถังลำเขื่อง เอ็ม 1 อับรามส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเดีย เบนจามิน นักเคลื่อนไหวกลุ่มโค้ดพิงก์ แถลงข่าวด้านหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์นเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งรถถังซึ่งมีน้ำหนักมากเข้าร่วมพิธีในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้เมื่อวันพุธ กองทัพสหรัฐต้องออกคำเตือนประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกหากพบเห็นรถถังบนท้องถนนของเมืองหลวง รายงานบีบีซีกล่าวว่า มีรถแบรดลีย์อย่างน้อย 2 คัน และรถถังเอ็ม 1 เอ 1 อับรามส์ 2 คัน เคลื่อนผ่านกลางกรุงเมื่อค่ำวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนในเมืองหลวงจะได้เห็นยานยนต์เคลื่อนผ่านย่านที่พักอาศัยของพวกเขา แต่ไม่ควรตื่นตระหนก&amp;quot; พันเอกซันเซ็ต เบลินสกี โฆษกกองทัพบกสหรัฐ กล่าวกับซีบีเอสนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ทวีตตำหนิทรัมป์ว่า อัตตาของทรัมป์ใหญ่โตมากถึงขั้นที่เขาจัดงานปราศรัยหาเสียงในวันชาติเพื่อเรียกร้องความสนใจ และทุกคนก็รู้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเตรียมจัดงานของพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ที่ถนนเนชั่นแนลมอลล์เช่นกัน โดยกลุ่มฝ่ายซ้าย โค้ดพิงก์ มาพร้อมกับลูกโป่ง &amp;quot;เบบี้ทรัมป์&amp;quot; รูปทรัมป์ใส่ผ้าอ้อม แต่เจ้าหน้าที่อุทยานไม่อนุญาตให้บรรจุฮีเลียม ลูกโป่งยักษ์จึงไม่สามารถลอยได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพสหรัฐ, รถถัง, วันชาติสหรัฐ, อนุสรณ์สถานลินคอล์น, เตือนอย่าแตกตื่น, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190704/image_mid_5d1e02e94880b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหญิงปีนฐานเทพีเสรีภาพวันชาติสหรัฐ ประท้วง &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจนิวยอร์กรวบตัวหญิงปีนขึ้นไปบนฐานอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในวันชาติสหรัฐ เพื่อประท้วงนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พรากลูกผู้อพยพจากพ่อแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันชาติสหรัฐ หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อยืดคำว่า &amp;quot;ไรส์แอนด์รีซิสต์&amp;quot; ปีนขึ้นไปบนฐานด้านบนของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพที่ตั้งอยู่บนเกาะลิเบอร์ตีในอ่าวนิวยอร์ก ซึ่งอนุสาวรีย์นี้เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐ หลังจากนั้นตำรวจนครนิวยอร์กและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้รับแจ้งให้มานำหญิงคนนี้ลงมาจากเทพีเสรีภาพ เธอบอกกับตำรวจว่าจะไม่ยอมลงมาจนกว่าพ่อแม่และลูกของผู้อพยพที่โดนพรากจากกันตามคำสั่งของทรัมป์ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน หลังอยู่บนฐานเทพีเสรีภาพเกือบ 4 ชั่วโมง เธอจึงยอมลงมาพร้อมกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเธอไปโดยตั้งข้อหามีพฤติกรรมบุกรุกและสร้างความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอ ขณะที่ตำรวจเข้าเกลี้ยกล่อมหญิงนักประท้วงที่ปีนฐานอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2561 / AFP PHOTO / Courtesy of PIX11 News&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐรายงานว่า หญิงคนนี้ชื่อ เทเรซ โอกูมู วัย 44 ปี เป็นผู้อพยพจากคองโก ก่อนที่หญิงคนนี้จะปีนขึ้นไปบนฐานเทพีเสรีภาพ นักเคลื่อนไหวกลุ่ม &amp;quot;ไรส์แอนด์รีซิสต์ เอ็นวายซี&amp;quot; นำแผ่นป้ายเขียนคำว่า &amp;quot;ยุบ ไอซีอี&amp;quot; ซึ่งหมายถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ไอซีอี) มาติดที่ฐานของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพและโดนจับไป 6 คน ตอนแรกนักเคลื่อนไหวกลุ่มดังกล่าวปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับหญิงที่ปีนขึ้นไปบนฐานเทพีเสรีภาพ แต่ต่อมาบอกว่าหญิงคนนี้มาช่วยทำป้ายประท้วงกับทางกลุ่ม แต่เธอตัดสินใจปีนขึ้นไปบนเทพีเสรีภาพเอง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการประท้วงของกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างที่หญิงคนนี้อยู่บนฐานของเทพีเสรีภาพ เจ้าหน้าที่สั่งอพยพนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเกาะลิเบอร์ตี และต้องหยุดให้บริการเรือที่แล่นมายังเกาะแห่งนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวต้องรอคอยอยู่กว่า 2,000 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12822</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเข้าเมือง, ประท้วงทรัมป์, ปีนอนุสาวรีย์, วันชาติสหรัฐ, เทพีเสรีภาพ, ไรส์แอนด์รีซิสต์, ่พรากลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e21cf28a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
