<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงแจ่มใส&#039; ถวายผ้าป่า 2.5 ล้าน พร้อมยา-อาหารช่วยช้างไทยเดือดร้อนช่วงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;มี.ค.64 - ที่บ้านช้างชรา หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านหนองหอย ตำบลวังด้ง&amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ประธานคณะผ้าป่าช่วยช้างไทย เป็นประธานในพิธี ทอดผ้าป่าช่วยช้างไทย เนื่องในวันช้างไทย พร้อมด้วย นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการคณะผ้าป่าช่วยช้างไทย และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชนให้การต้อนรับ และร่วมในพิธีฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะได้ร่วมกันถวายผ้าป่าช่วยช้างไทย รวมจำนวนเงิน&amp;nbsp;2,500,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;มอบเวชภัณฑ์แก่ปางช้าง อาหารช้างให้แก่ปางช้าง พร้อมทั้งยังได้ร่วมกันให้อาหารช้าง และเยี่ยมชมปางช้างอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดพิธีทอดผ้าป่าช่วยช้างไทย&amp;nbsp;เนื่องในวันช้างไทยในครั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ช้างในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่อยู่ในมูลนิธิและปางช้างต่างๆ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนอาหารช้าง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา&amp;nbsp;ส่งผลให้ขาดรายได้ในการนำมาจัดซื้ออาหารช้างและค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลช้างด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95962</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา, จังหวัดกาญจนบุรี, พรรคชาติไทยพัฒนา, วันช้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c9cf046fd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช้าง ช้าง ช้าง...ร่วมรักษ์ช้างไทยยุคดิจิทัล ส่องหลากหลายเทคโนโลยีช่วยอนุรักษ์ชีวิตช้างไทย ...ไปไกลกว่าที่คิด.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ 13 มีนาคม 2563 &amp;ndash; วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันช้างไทย&amp;rdquo; ที่ริเริ่มขึ้นมาเพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของช้าง สัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทยตั้งแต่อดีต เพราะเป็นขุนพลที่ร่วมรบอยู่ในสมรภูมิจนมีชัยชนะ และออกศึกเคียงคู่พระมหากษัตริย์ นำเอกราชรวมชาติไทยเป็นปึกแผ่น จนมีการใช้ภาพช้างเผือกบนธงชาติไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งช้างมีความเฉลียวฉลาด และมีพละกำลังมหาศาล จึงได้รับการใช้เป็นพาหนะในการคมนาคม ขนส่งของ และอุตสาหกรรมป่าไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ประชาชนชาวไทยรัก หวงแหน ให้ความช่วยเหลือ ดูแลช้างมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ตราบถึงยุคดิจิทัล ที่เทคโนโลยีได้ก้าวมามีบทบาทสำคัญ กลุ่มทรู ในฐานะภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จึงได้นำศักยภาพนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมสานต่อการอนุรักษ์ช้างไทย ใน 3 รูปแบบดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัจฉริยภาพทรู 5G กับการช่วยเหลือช้างเจ็บป่วย&amp;nbsp; : &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำเทคโนโลยีอัจฉริยะทรู 5G พัฒนาต้นแบบรถพยาบาลช้างอัจฉริยะ ที่จะส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงผ่านกล้องมอนิเตอร์ที่ติดในรถพยาบาลช้าง ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อช่วยติดตามอาการของช้าง และสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามคำแนะนำแบบเรียลไทม์ของสัตวแพทย์ระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาล ช่วยให้การรักษาช้างทันท่วงทีมากขึ้น รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ Tracking เพื่อตรวจสอบเส้นทางรถพยาบาลซึ่งจะแสดงผลผ่านสมาร์ทโฟน 5G และคอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบบคลาวด์ IoT และแอปพลิเคชัน ที่ช่วยแก้ปัญหาระหว่างคนกับช้างป่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการเฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า&amp;rdquo; (Elephant Smart Early Warning System) ที่ ทรู ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (WWF) เปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเพิ่มความสามารถของ camera trap ด้วยการนำซิมการ์ดทรูมูฟ เอช ติดตั้งในกล้อง เพื่อบันทึกภาพช้างป่า รวมถึงความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ขณะเดินผ่านกล้อง และส่งภาพต่อไปยังระบบประมวลผลกลาง (Dashboard) ผ่านสัญญาณเครือข่ายทรูมูฟ เอช&amp;nbsp; หรือหากมีผู้พบเห็นช้างป่ากำลังบุกรุกก็สามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อส่งข้อมูลไปที่ห้องควบคุม ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและ ส่งข้อมูลแจ้งให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเข้าผลักดันช้างกลับเข้าป่าได้ทันเวลา ก่อนที่จะออกไปบุกรุกสร้างความเสียหายกับพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน ซึ่งข้อมูลต่างๆจะถูกจัดเก็บในระบบคลาวด์ เพื่อนำมาวิเคราะห์&amp;nbsp; ซึ่งโครงการดังกล่าวได้นำร่อง ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2562&amp;nbsp; โดยทรู ได้สนับสนุนทั้งระบบคลาวด์, แอปพลิเคชัน Smart Adventure, กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติพร้อมซิมจากทรูมูฟ เอช 25 ชุด, เสาสัญญาณ 2 จุด, สมาร์ทโฟน True Smart Adventure 16 เครื่อง พร้อมแอร์ไทม์, อาคารศูนย์ปฏิบัติการและระบบคอมพิวเตอร์ และกรมธรรม์คุ้มครองอุบัติเหตุให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการผลักดันช้างป่ากว่า 70 คน ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้ ช่วยผลักดันช้างให้กลับเข้าป่าได้เกือบ 100% พร้อมนำไปขยายผลในอีกหลายพื้นที่ของประเทศ อาทิ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในภาคตะวันออก เป็นต้น ซึ่งจะจุดประกายให้เกิดการอนุรักษ์ป่า เพื่อให้ช้างอยู่ร่วมกับคนอย่างสมดุลและสันติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเปิดรับบริจาคระดมเงินทุนสนับสนุนช่วยเหลือช้าง&amp;nbsp; ผ่านระบบทรูมูฟ เอช หรือ ทรูมันนี่ วอลเล็ท และร่วมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆในเครือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุด จัดแคมเปญ &amp;ldquo;มีนา มีช้าง&amp;rdquo; ร่วมบริจาคช่วยช้าง เนื่องในวันช้างไทยปี 2564 กับ 2 โครงการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Eco for Elephant ร่วมกับมูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ สร้างแหล่งอาหารให้ช้างป่าที่กุยบุรี ผ่านระบบทรูมูฟ เอช โดยกด *948*8888*10#โทรออก เพื่อบริจาค 10 บาท หรือกด *948*8888*100#โทรออก เพื่อบริจาค 100 บาท หรือบริจาคผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท ได้ทุกเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Save Elephant Foundation สนับสนุนอาหารช้างที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กว่า 1,000 เชือก ผ่านระบบทรูมูฟ เอช โดยกด *948*7171*10#โทรออก เพื่อบริจาค 10 บาท หรือกด *948*7171*100#โทรออก เพื่อบริจาค 100 บาท หรือบริจาคผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท ได้ทุกเครือข่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95959</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันช้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c8e8eb258f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนนงนุชพัทยา จัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้กว่า 2 ตันให้ช้างแสนรู้ 98 เชือกอิ่มหนำในวันช้างไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.64 - นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย คณะทูตประจำประเทศไทย 11 ประเทศ ได้ร่วมเปิดงาน &amp;ldquo;วันช้างไทย&amp;rdquo; ประจำปี 2564 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี ขบวนแห่ชุด &amp;ldquo;ม่วนซื่นโฮแซวแซ่ซ้อง คล้องขวัญช้าง&amp;rdquo; การแสดงชุด &amp;ldquo;ฟ้อนเอิ้นขวัญ&amp;rdquo; พิธีทำขวัญช้าง โดย นายตุ่ย ศาลางาม หมอฮ้องขวัญช้าง และจัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ เฉลิมฉลองเลี้ยงช้างแสนรู้ จำนวน 98 เชือก ได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ ณ หน้ารูปปั้นพญาคชสาร โรงละครสกาลา สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่า เนื่องในวันช้างไทย สวนนงนุชพัทยา ได้ให้ความสำคัญกับช้างไทยอย่างมาก เนื่องจากช้างถือเป็นสัตว์มีบุญบารมี ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยมาตั้งแต่ในอดีต จึงได้จัดพิธีเฉลิมฉลองให้กับช้างแสนรู้ จำนวน 98 เชือก ได้มีความสุขอิ่มหนำสำราญกับอาหารบุฟเฟต์ผลไม้นานาชนิด รวมกว่า 2 ตัน และได้ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สร้างมหากุศลเป็นคุณงามความดี ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตลอดจน การจัดกิจกรรมยังเป็นการส่งเสริมสร้างจิตสำนึกให้คนไทย หันมาเอาใจใส่ และอนุรักษ์ช้างไทย ให้คงอยู่คู่กับธรรมชาติ และผืนแผ่นดินไทยสืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95955</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพล ตันสัจจา, พัทยา, วันช้างไทย, สวนนงนุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c7d803754a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมภาพชุดสุดนารัก ช้างแสนรู้ 63 เชือก ตักบาตรทำบุญ &#039;วันช้างไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป คณะผู้บริหาร พนักงาน และช้างแสนรู้จำนวน 63 เชือก ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรสร้างบุญกุศล เนื่องในวันช้างไทย 13 มีนาคม โดยมี พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต พร้อมพระลูกวัดรวม 9 รูป เดินรับบิณฑบาต พร้อมให้ศีลให้พร เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ สวนแมมมอธ หนึ่งในสวนสวยที่สุดในโลก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล กล่าวว่า วันช้างไทย นับเป็นอีกวันสำคัญของช้าง ซึ่งถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง มาตั้งแต่สมัยโบราณ ช้างถือเป็นสัตว์ใหญ่ ที่มีความเป็นสิริมงคล เพื่อเล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงจัดกิจกรรมดังกล่าว ให้ช้างได้มีส่วนร่วมต่อสังคมในการสร้างความดี และเป็นการสร้างจิตสำนึก ให้พี่น้องคนไทยหันมาเอาใจใส่ และอนุรักษ์ ให้ช้างยังคงอยู่คู่กับผืนแผ่นดินไทยสืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95930</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันช้างไทย, สวนนงนุช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c2783ed499.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคประชาชนจ่อเสนอร่าง พรบ.ช้างไทย เข้าสภาฯ เผยช้างถูกทารุณต่อเนื่องแลกเม็ดเงินท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 -&amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่าวันพรุ่งนี้ (13 มีนาคม) ซึ่งเป็น &amp;ldquo;วันช้างไทย&amp;rdquo; ภาคประชาชนในหลายเครือข่ายจะร่วมกันรณงค์ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย เนื่องจากสถานการณ์ช้างไทยยังตกอยู่ในสถานการณ์ถูกคุกคาม &amp;ldquo;ช้างไทยกลายเป็นสินค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;อย่างครบวงจร เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมไปถึงการค้าช้าง งาช้าง และอวัยวะช้าง มูลค่ามหาศาล ส่งผลให้ช้างตกเป็นผู้ถูกล่าในโลกสมัยใหม่อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากข้อมูลขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) จากรายงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ช้างไม่ใช่สินค้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;ระบุว่า ปัจจุบันช้างเลี้ยงในประเทศไทยถูกผสมพันธุ์เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เดือนมกราคม 2563 พบว่า มีช้างเลี้ยง 2,798 ตัว เพิ่มขึ้น 70% จาก 10 ปีก่อน โดยมีการตั้งข้อสังเกตจากนักปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ว่า แนวโน้มการเพิ่มจำนวนของช้างเลี้ยงไม่ได้สะท้อนถึงประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ช้างอย่างยั่งยืน หากแต่เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการทารุณกรรมต่อช้าง เช่น การแยกลูกช้างจากแม่ช้างตั้งแต่ยังเล็ก การขังในซองแคบๆ การใช้ตะขอสับและขูดที่หัวลูกช้าง การใช้ไม้ทุบตี การล่ามโซ่สั้นๆ ไปจนถึงการบังคับให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด ช้างจึงถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยพบว่าช้างในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกว่า 70% มีสภาพความเป็นอยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่ ถูกใช้งานในการโชว์ช้างและขี่ช้าง ขาดอิสรภาพ ไม่ได้รับอาหารเพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อม ตึงเครียด ขณะที่มีเพียง 25% เท่านั้น ที่มีสภาพความเป็นอยู่ปานกลาง ไม่มีการโชว์ช้าง อาหารและสภาพแวดล้อมเหมาะสม แต่ยังมีกิจกรรมที่ ช้างต้องปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวอย่างการอาบน้ำช้างอยู่บ้าง ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือช้างที่มีสภาพความเป็นอยู่ดี ไม่ถูกบังคับให้สร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว สามารถเดินเล่น หาอาหาร อาบน้ำได้อย่างอิสระ มีโอกาสแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่าแม้ประเทศไทยจะมีกฏหมายคุ้มครองสัตว์หลายฉบับ แต่สำหรับช้างที่ถือเป็นสัตว์ประจำชาติไทย แสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย กลับไม่เคยมีกฏหมายเฉพาะคุ้มครองสวัสดิภาพหรือปกป้องการถูกทารุณกรรม ภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนงานสวัสดิภาพสัตว์จึงมีการร่วมมือผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน โดยอยู่ระหว่างการยกร่างกฏหมายฉบับสมบูรณ์ ก่อนเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช สิงห์โท ที่ปรึกษาด้านนโยบาย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ในฐานะองค์ขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยมีกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช้างอย่างน้อย 27 ฉบับ และเป็นประเทศเดียวในโลกที่ช้างอยู่ในสถานะเป็นทั้งช้างป่าและช้างเลี้ยง แต่ไม่มีกฏหมายเฉพาะสำหรับช้างที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย โดยกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ให้ความคุ้มครองเฉพาะช้างป่าเท่านั้น สำหรับกฏหมายฉบับอื่น ยังมีช่องว่างให้เกิดการใช้งานช้างเลี้ยง และเสี่ยงให้เกิดการทารุณกรรมช้างมากกว่าการป้องกันสวัสดิภาพช้าง เช่น พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ที่นิยามให้ช้างเป็นสัตว์พาหนะเพื่อใช้งาน รวมถึง&amp;nbsp; พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557&amp;nbsp; ยังมีช่องว่างที่ยังไม่คลอบคลุมถึงการปกป้องช้างเลี้ยงอย่างทั่วถึง จึงจำเป็นต้องมีกฏหมายเฉพาะเพื่อให้เกิดกลไกการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้างอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความซับซ้อนและไม่ทันสมัยของกฏหมายไทยเกี่ยวกับช้าง ทำให้การปกป้องดูแลสวัสดิภาพของช้างมีความยากลำบากมากขึ้น หวังว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบันนี้จะเป็นกฏหมายของช้างและคนรักช้างทุกคน ที่สามารถป้องกันการทารุณกรรมและส่งเสริมสวัสดิภาพช้าง โดยนำแนวคิดอิสระห้าประการ(Five Freedoms) มาประยุกต์ใช้เป็นหัวใจของกฎหมาย&amp;nbsp; เช่น การมุ่งเน้นให้เกิดการปกป้องการทารุณกรรมช้างเลี้ยงในทุกรูปแบบ การห้ามแยกลูกช้างออกมาฝึก การป้องกันการบังคับเพื่อใช้ในการแสดงความบันเทิงให้กับมนุษย์ การทำร้ายช้าง การใช้ตะขอสับ โดยเฉพาะการฝึกและการบังคับที่ทรมาณ รวมทั้งการจัดสวัสดิภาพที่ดีแก่ช้าง ปางช้างหรือผู้ครอบครอง ต้องจัดสถานทีให้เหมาะสมมีร่มเงา จัดสถานที่เพียงพอให้ช้างมีพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ปล่อยให้ช้างหิว&amp;nbsp; ต้องมีหน่วยดูแลสุขภาพช้างหรือได้รับการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน เป็นต้น&amp;rdquo; นายปัญจเดช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปัญจเดช&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การยกร่างกฏหมายฉบับนี้เป็นไปเพื่อการปรับปรุงนโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดสวัสดิภาพช้างอย่างยืน ซึ่งเป็นกระแสสังคมโลกที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวแบบคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจะไม่มาเที่ยวการโชว์ช้างที่มีการแสดงหรือบังคับช้างให้แสดงอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญจเดช ยังมองอีกว่า กฏหมายที่มีในปัจจุบันยังมีช่องว่างให้เกิดการลักลอบค้าช้างและค้าชิ้นส่วนหรือซากช้าง ด้วยการนำตั๋วรูปพรรณช้างไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือผู้ครอบครอง โดยวิธีการอำพรางว่ามิใช่การซื้อขายช้างเพื่อเลี่ยงความผิด ช่องทางนี้เองที่นำช้างไปสู้ขบวนการค้าสัตว์ป่า หรือการลักลอบค้างาช้างและชิ้นส่วนอวัยวะช้าง ที่กำลังเป็นที่นิยม ดังนั้นร่าง พรบ.ปกป้องและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน จึงกำหนดให้เจ้าของช้างสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คนในครอบครัวหรือทายาทตามกฏหมายได้เท่านั้น เพื่อเป็นการปิดช่องว่างเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดิภาพสัตว์ หรือ Animal Welfare คือแนวคิดใหม่ต่อการสร้างความสุขกายและสบายใจให้แก่สัตว์ ที่หลายประเทศในยุโรปนำมาใช้เป็นหลักการบัญญัติกฏหมายในการปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ ประกอบด้วยหลักอิสระ 5 ประการ คือ 1.อิสระจากความหิวโหย 2.อิสระจากความไม่สบายกาย 3.อิสระจากความเจ็บป่วย 4.อิสระจากความกลัวหรือมีความปลอดภัย 5.สัตว์มีอิสรถสามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีตคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มองว่า ปัจจุบันสังคมไทยต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อช้าง เพราะช้างวันนี้ไม่ใช่สัตว์พาหนะใช้งานลากซุง ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่นักแสดงในสวนสัตว์่ให้นักท่องเที่ยวชมอีกต่อไปแล้ว แต่ช้างคือสัตว์แสนรู้เป็นสัญลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของประเทศไทย ถ้าเราจับกระแสการท่องเที่ยวของโลกโดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะพบว่า มีการออกกฏหมายปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพช้าง ดังนั้นแม้แต่การให้นักท่องเที่ยวขึ้นนั่งช้างก็ถืิอเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ดังนั้นหากยังปล่อยให้ช้างไทยถูกนำไปใช้งานแสดงโชว์ ให้นักท่องเที่ยวขึ้นขี่หลังท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ไทยอาจถูกถูกแอนตี้จากนักท่องเที่ยวอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพช้าง และนิยมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายหาญณรงค์ ยังชี้ให้เห็นสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างอีกว่า ปัจจุบันสินค้าจากชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ของช้าง มีวางขายอยู่บนร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง หาซื้อได้ง่ายตั้งแต่ขนช้าง หางช้าง เครื่องรางจากงาช้าง อวัยวะแทบทุกส่วน แต่กฏหมายของไทยห้ามซื้อขายเฉพาะงาช้างเท่านั้น ดังนั้นหากยังไม่มีการควบคุมโดยกฏหมายอย่างครอบคลุม ช้างจะกลายเป็นสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะ พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 ที่กำหนดให้ช้างเลี้ยงต้องทำตั๋วรูปพรรณช้างเมื่ออายุ 8 ปี ตนมองว่าเป็นกฏหมายที่ไม่เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เกิดกรณีการลักลอบค้าช้างหรือส่งช้างไปต่างประเทศได้ และการค้าชิ้นส่วนอวัยวะโดยวิธีการสวมทะเบียนตั๋วช้างซึ่งตรวจสอบได้ยาก โดยในร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน ได้บัญญัติว่าต้องขึ้นทะเบียนช้างมีความละเอียดชัดเจนมากขึ้น ต้องมีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และฝังไมโครชิปช้างลูกช้างภายใน 7 วันนับตั้งแต่ตกลูก เพื่อจัดทำฐานข้อมูลรูปพรรณช้าง และกรณีช้างตายต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 12 ชั่วโมง ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะสามารถป้องกันช้างไม่ให้กลายเป็นสินค้า และป้องกันการพรากลูกช้างจากแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ประธานอนุกรรมาธิการศึกษาความเป็นไปได้การถ่ายโอนภารกิจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความคิดเห็นสนับสนุนร่าง พร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ในการแก้ปัญหาช้างในประเทศไทย ทั้งได้เสนอว่าควรมีการกำหนดให้เกิดสมัชชาช้างที่มีส่วนประกอบจากทุกภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ เพื่อเป็นกลไกใหม่ในการเสนอหรือพิจารณาการออกกฏหมายลูกภายหลังประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน เพื่อถ่วงดุลอำนาจการออกกฎหมายลูกโดยอธิบดีกรมหรือรัฐมนตรี โดยต้องผ่านกระบวนการของสมัชชาช้างก่อน ซึ่งเป็นกระบวนการปรึกษาหารือตามระบบสังคมแบบประชาธิปไตย เช่น โมเดลของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในงานด้านสาธารณสุข เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.ธนพร ชี้ให้เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองช้างไทย ฉบับภาคประชาชน ยังได้กำหนดให้มีกองทุนสนับสนุนปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ส่งเสริมให้ปางช้างหรือสวนสัตว์ ปรับรูปแบบการท่องเที่ยวให้สอดรับกับแนวคิดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น แต่ควรมีการกำหนดโทษสูงขึ้นให้อยู่ในเกณท์สูง เช่น หากมีการทารุณกรรมช้าง ต้องกำหนดโทษให้ไปถึงเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่จับควาญช้างติดคุกฝ่ายเดียว และต้องมีโทษปรับสูง เช่น ปรับ 1 ล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ปางช้างกล้ากระทำผิด เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการแต่งตั้งชาวบ้านเป็นผู้ช่วยปฏิบัติการ โดยได้รับความคุ้มครองและดูแลตามกฏหมาย เพื่อสามารถแจ้งความเอาผิดกับปางช้างหรือสวนสัตว์ได้หากพบว่ามีการกระทำทารุณกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยดูแลช้างได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อาจารย์ประสบ ทิพย์ประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง กล่าวว่า หัวใจสำคัญของกฏหมายเพื่อดูแลและปกป้องช้างไทย ต้องคำนึงถึงหลักการสวัสดิสัตว์ 5 ประการ เพื่อส่งสนับสนุนได้รับการดูแลทั้งทางร่างการและจิตใจ โดยเฉพาะช้างเลี้ยงที่อยู่ในปางช้างหรือสวนสัตว์ ที่ถูกนำมาใช้งานสร้างความบันเทิง แต่นักท่องเที่ยวไม่รู้ว่ากว่าช้างจะสามารถออกมาแสดงได้นั้น ต้องผ่านการฝึกอย่างหนัก หรือการถูกนำแหยง(ที่นั่ง) ขึ้นวางบนหลังช้าง เพื่อบริการนักท่องเที่ยวเดินบนพื้นปูซีเมนต์ร้อนๆ ทั้งวันโดยแทบไม่มีเวลาพัก ถือเป็นการทรมานช้างอย่างหนัก รวมไปถึงการอาบน้ำกับช้างและกิจกรรมต่างๆ ที่ผิดธรรมชาติของช้างนั้นก็เช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการปางช้างจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้เป็นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันพบว่าหลายแห่งเรื่มมีการปรับเปลี่ยนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฏหมายจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับเปลี่ยนทิศทางการท่องเที่ยวให้เป็นมิตรกับช้างได้ ต้องมีการออกระเบียบที่ชัดเจนถึงการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมกับช้าง ช้างต้องกินอาหารที่หลากหลาย มีพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอให้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเฝ้าสังเกตุ ได้เรียนรู้ความฉาดของช้าง ช้างรู้จักสมุนไพร แต่ละตัวมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน การเรียนรู้จากควาญช้าง สิ่งเหล่านี้คือรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้การยอมรับ และเจ้าของปางช้างก็สามารถอยู่ได้ด้วย&amp;rdquo; อาจารย์ประสบ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้าง, วันช้างไทย, องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b6d354c940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันช้างไทย&#039; แม่สอดเงียบเหงา ควาญเศร้าใจช้างถูกขายไปรับจ้างแสดงต่างถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.62 - ที่วัดปูเต้อ บ้านปูเต้อ หมู่ที่ 4 ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายชัยพฤกติ์ เชียรธารรักษ์ นายอำเภอแม่สอด เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันช้างไทย โดยมีนายทินกร คำวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่กุ อ.แม่สอด กล่าวรายงาน ท่ามกลางนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่ไปร่วมงาน เช่น ตำรวจท่องเที่ยว จ.ตาก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด และภาคเอกชน&amp;nbsp;หลังจากพิธีเปิดได้มีการทำพิธีเรียกขวัญช้าง มัดมือช้าง และจัดเลี้ยงอาหารช้างตามประเพณีที่เคยปฏิบัติทุกปี นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชน เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสขี่ช้างและให้อาหารช้าง รวมทั้งการแสดงต่างๆ ประกอบเสียงเพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำเภอแม่สอด กล่าวว่า ทำอย่างไรให้กิจกรรมวันช้างไทย ออกไปสู่สายตาของประชาชนที่ไม่เคยเห็นช้าง หรือไม่รู้ว่า ที่บ้านปู้เต้อมีช้าง และเลี้ยงช้างแบบไหน มีวิถีการดูแลช้างแบบไหน ต้องทำให้ชัดเจน&amp;nbsp;ที่สำคัญต้องมีแหล่งน้ำ ช้างขาดน้ำไม่ได้ ถ้าน้ำไม่มีจะปลูกอะไรเพื่อให้ช้างกิน ฉะนั้นแหล่งน้ำมีความสำคัญมากสำหรับช้าง ถ้าช้างขาดน้ำ ช้างก็ตกมัน ไม่สบาย&amp;nbsp;คนเลี้ยงช้างก็ลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศงานช้างในปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนไปร่วมงานน้อยกว่าทุกปี การประดับตกแต่งต่างๆลดลง แตกต่างกับหลายปีที่มีผ่านมา และมีช้างไปร่วมงานเพียง 18 เชือกเท่านั้น ซึ่งทางอบต.แม่กุ เป็นเจ้าภาพ ขณะที่หลายๆปี จะมีอบจ.ตาก และมูลนิธิช้างไทยมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควาญช้างในหมู่บ้านปูเต้อคนหนึ่ง กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียใจ เพราะช้างที่อยู่ในหมู่บ้านปูเต้อลดลง และไปร่วมงานวันช้างน้อยมาก เพราะช้างที่เคยมีได้ถูกขายไป บางตัวไปอยู่ต่างจังหวัด รับจ้างการแสดงเพราะได้เงินดีกว่า ขณะที่ช้างอยู่ในหมู่บ้านก็อยู่ยากและขาดแคลนอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31250</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตาก, ช้างในหมู่บ้านปูเต้อ, วันช้างไทย, อบต.แม่กุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88d0768dbb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
