<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งตร.สากลจับเสี่ยฟอเร็กซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชร์แม่มณีเสียหาย 1.3 พันล้าน ดีเอสไอไล่ยึดทรัพย์ได้ 130 ล้าน เตรียมแจ้งข้อหา &amp;quot;แม่มะนาว&amp;quot; ร่วมทำผิด ด้านแชร์ฟอเร็กซ์ขอแรงอินเตอร์โพลตามล่าตัว พบซุกอยู่ในสิงคโปร์ มาเลเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 11 มีนาคมนี้ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มแชร์แม่มณี ว่า หลังจากดีเอสไอนำสำนวนส่งให้อัยการ พร้อมความเห็นสมควรฟ้อง น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี และบุคคลใกล้ชิด รวม 9 ราย โดยอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 9 คน เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการยึดทรัพย์ในคดี 130 ล้านบาท จากมูลค่าความเสียหาย 1,300 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไตรยฤทธิ์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนเพิ่มเติมในคดีที่แยกออกมา ซึ่งเป็นกลุ่มแม่ทีม โดยเฉพาะกลุ่มของ น.ส.จุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือแม่มะนาว ได้มีการตรวจค้นและยึดทรัพย์ไปบางส่วน โดยได้ออกหมายเรียกแม่ทีมแล้ว 57 ราย และอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกอีก 140 ราย ซึ่งดีเอสไอมีหลักฐานว่ากระทำความผิด แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีส่วนรู้เห็นในการจัดประชุมสัมมนาร่วมกันหรือไม่ และยังตรวจสอบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันหรือไม่ พร้อมกันนี้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.จุฑาทิพย์ เพราะพบหลักฐานเป็นผู้กระทำความผิด ขณะนี้อยู่ขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานทำสำนวนส่งอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอดำเนินคดีเกี่ยวกับแชร์มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคดีแชร์แม่มณี อัยการได้ส่งฟ้องศาลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายไตรยฤทธิ์ได้กล่าวถึงความคืบหน้าคดีแชร์ฟอเร็กซ์-3D ว่า คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท มีผู้เสียหายกว่า 14,000 ราย ขณะนี้สอบปากคำผู้เสียหายใกล้เสร็จสิ้นแล้ว อยู่ในขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องกับนายอภิรักษ์ โกฎธิ ซีอีโอ ฟอเร็กซ์-3D ที่มีกว่า 10 คน เกี่ยวข้องในการยักย้ายถ่ายเทเงิน ร่วมคิดร่วมวางระบบกับนายอภิรักษ์ โดยการสอบสวนพบมูลฐานความผิด 3 ข้อหา ได้แก่ ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้เงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่เรื่องของเส้นทางการเงินที่มีความซับซ้อนต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูล ซึ่งธนาคารได้ส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินให้ดีเอสไอ 10 ลัง อยู่ในขั้นตอนการแยกแยะ และเข้าสู่การวิเคราะห์เส้นทางการเงิน จากนั้นจะเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ คาดว่าภายในเดือน เม.ย.จะสามารถประมวลผลเบื้องต้นได้ พร้อมทำสำนวนส่งให้อัยการภายในเดือน ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจว่ามีเวลามากพอที่จะทำสำนวนให้รัดกุม สำหรับนายอภิรักษ์ซึ่งถูกออกหมายจับ และหลบหนีอยู่ในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ดีเอสไอได้ประสานทางลับกับตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ในการติดตามตัว หากพบสามารถควบคุมตัวได้ทันที&amp;quot; นายไตรยฤทธิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59497</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68e3c563b25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งแม่มณีสู้คดี โกงแชร์1.3พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม่มณี&amp;quot; กับพวก ยืนกรานปฏิเสธสู้คดี หลังอัยการยื่นฟ้องร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลอกตั้งวงแชร์จ่ายดอกสูงลิ่วจนมีผู้หลงเชื่อ 2.5 พันราย มูลค่าความเสียหายสูง 1.3 พันล้าน ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย 9 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มกราคมนี้ ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีแชร์แม่มณี หมายเลขดำ อ.167/63 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรธานี เจ้าของวงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo;, นายเมธี หรือบอส ชิณภา อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี แฟนหนุ่มของ น.ส.วันทนีย์, นายปิยะ หรือเป้ คีรีสุวรรณกุล อายุ 22ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.พรสวรรค์ หรือฝ้าย ภูอินอ้อย อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 58 ปี ชาว จ.อุดรธานี มารดา น.ส.วันทนีย์, น.ส.วิไลวรรณ หรือมิ้น หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 26 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 28 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ, นายบริภัทร เข็มรัตน์ อายุ 23 ปี ชาว จ.อุดรธานี และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา อายุ 24 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 341 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 11/1, 12 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง พ.ศ.2527, พ.ศ.2534 มาตรา 345 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 5 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-30 ต.ค.2562 จำเลยที่ 1, 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1, 4 กับพวก โดยจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุนจัดแบ่งออกเป็นวงแชร์จำนวนการลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาทต่อ 1 วง เมื่อครบกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่พวกจำเลยแจ้ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงแชร์ละ 1,930 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้น ดังนี้ ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 100 บาท เมื่อครบกำหนด 7 วัน โดยจะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 550 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 13 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท โดยข้อความดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายรวม 2,533 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจำเลยที่ 1, 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดแล้ว จำเลยทั้ง 9 คนได้บังอาจร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนทั่วไป ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงฯ และร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งหมด จะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษดังกล่าว โดยแผนการตลาดหรือการลงทุนแต่ละแผนนั้น จำเลยทั้งหมดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินแก่ผู้ร่วมลงทุนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยได้ผลประโยชน์ตอบแทนตั้งแต่อัตราร้อยละ 1,116-3,040.45 ต่อปี อันเป็นความเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพวกจำเลยทั้งรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินที่ได้จากผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายนั้นหรือรายอื่น มาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน เมื่อไม่มีผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืนได้ และพวกจำเลยที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้จ่ายเงินให้กับจำเลยทั้ง 9 ไปตามจำนวนเงินของผู้เสียหายแต่ละราย รวมทั้งสิ้น 1,376,215,359.74 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด และให้พวกจำเลยทั้ง 9 ชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 2,533 ราย รวม 1,376,215,359.74 บาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาสอบคำให้การ โดยศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้พวกจำเลยฟังจนเข้าใจ และสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย วันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ee2d266449.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIหอบสำนวน ส่งอัยการสั่งฟ้อง &#039;แม่มณี&#039;กับพวก จ่อเชือดแม่ทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีเอสไอ&amp;rdquo; หอบสำนวนแสนแผ่นส่งอัยการพิจารณาฟ้อง &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo; กับพวกคดีฉ้อโกงประชาชน ลุ้นสั่งคดีภายใน 26 ม.ค.นี้ ก่อนครบฝากขังครั้งสุดท้าย เผยผลสอบดาราเบื้องต้นยังไม่พบความผิด จ่อเชือดแม่ทีมอีกนับร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มกราคมนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้นำสำนวนคดีโกงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo; พร้อมความเห็นสมควรฟ้อง น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี หรือเดียร์ อายุ 30 ปี เน็ตไอดอลชื่อดัง กับพวกรวม 10 ราย ในความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (ยกเว้นผู้ต้องหาที่ 6-10 ฟ้องเฉพาะ 2 ข้อหาแรก) มาส่งมอบให้นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะศิริให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ดีเอสไอสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนมาก ได้สรุปสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก คือ น.ส.วันทนีย์ หรือแม่มณี กับบุคคลใกล้ชิดรวม 10 ราย โดย น.ส.วันทนีย์ กับพวกรวม 8 ราย ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ประกันตัว ขณะนี้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่ายังมีผู้ต้องหาชุดที่สอง ซึ่งอธิบดีดีเอสไอได้อนุมัติให้ดำเนินคดีต่อเนื่องด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นแม่ทีมหรือแม่สายของแชร์แม่มณี คาดว่าจะมีจำนวนถึงหลักร้อยราย แต่เราต้องแยกสำนวนการสอบสวน คาดว่าไม่น่าจะเกินเดือน เม.ย.นี้ ก็จะมีความชัดเจน สำหรับประเด็นมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ที่ 1,300-1,500 ล้านบาท เราสามารถติดตามทรัพย์สินคืนในส่วนแรกได้เพียงกว่า 50 ล้านบาท แต่ยืนยันว่ายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะคดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีนี้ ดีเอสไอมีอำนาจที่จะยึดอายัดทรัพย์ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะศิริกล่าวด้วยว่า สำหรับดารานักแสดงที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอนั้น เรายังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดคดีแชร์แม่มณี แต่ยืนยันไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใคร ถ้ามีพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะเป็นแม่ทีม แม่สาย เราต้องแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน ในส่วนของดารานักแสดงที่รับงานว่าจ้างสินค้าโดยสุจริตนั้นไม่ผิด แต่ต้องดูว่านอกเหนือจากข้อตกลงดังกล่าวมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ มีลักษณะเข้าไปโน้มน้าวชักชวน หรือตัวเองเข้าไปมีส่วนให้ประชาชนหลงเชื่อ นอกจากตัวสินค้าด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการ ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวภายหลังรับสำนวนคดีแชร์แม่มณีจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า อัยการได้รับสำนวนคดีสำคัญจากดีเอสไอ กล่าวหาแม่มณีกับพวกรวม 10 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ โดยสำนวนเอกสารมีจำนวน 47 ลัง 110,982 แผ่น วันเวลาเกิดเหตุระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-30 ต.ค.2562 ทุนทรัพย์ที่เสียหาย 1,376,215,359.74 บาท จำนวนผู้เสียหาย 2,553 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวว่า นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ได้จ่ายสำนวนไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ ประกอบทั้งมีพยานหลักฐานเอกสารเป็นจำนวนมาก จึงมีคำสั่งให้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงาน โดยหลังจากนี้ทางคณะทำงานอัยการก็จะพิจารณาสำนวนที่ได้รับจากดีเอสไอ ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง คดีนี้มีจะครบฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ครั้งที่ 6 ในวันที่ 14 ม.ค.2563 ซึ่งตามกฎหมายจะฝากขังผู้ต้องหาได้ถึงครั้งที่ 7 ในวันที่ 26 ม.ค.2563 ทางคณะทำงานอัยการก็จะเร่งพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะทันกรอบเวลาฝากขังครั้งสุดท้ายหรือไม่นั้น นายประยุทธกล่าวว่า ต้องให้เวลาคณะทำงานพิจารณาสำนวนโดยละเอียด เนื่องจากคดีนี้มีพยานเอกสารนับแสนแผ่น แต่ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือกู้ยืมเงินฯ ความผิดเหล่านี้อัยการมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสำนวนและร่างฟ้อง เพียงแต่เอกสารจำนวนมาก ผู้เสียหายจำนวนมาก ทุนทรัพย์สูง อาจต้องดูรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย ประกอบด้วย น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, นายเมธี ชิณภา, นายปิยะ คีรีสุวรรณกุล, น.ส.พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, น.ส.สุพรรณี นิกรกุล ผู้ต้องหาที่ 1-5 ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่วนนายธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์, น.ส.นิตยา พินนอก, นายบริภัทร เข็มรัตน์ และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา ผู้ต้องหาที่ 6-10 ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร, พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, สุพรรณี นิกรกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15d6d02e94f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ๊ะ-พิงกี้พบDSI พัวพันแชร์ดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาราสาว &amp;quot;พิงกี้&amp;quot; เข้าให้ปากคำดีเอสไอหลังเจ้าหน้าที่พบเส้นทางการเงินโยงคดีแชร์ฟอเร็กซ์ เจอสอบเครียดกว่า 4 ชั่วโมง ขณะที่ลูกทุ่ง &amp;quot;จ๊ะ อาร์สยาม&amp;quot; เข้าพบตามหมายเรียกในคดีแชร์แม่มณี ยันเป็นแค่พยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มกราคมนี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้ น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ &amp;quot;พิงกี้&amp;quot; พร้อมมารดาและพี่ชาย เดินทางมาให้ปากคำเกี่ยวกับคดีแชร์ฟอเร็กซ์ 3D ในฐานะพยานต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เนื่องจากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับแชร์ฟอเร็กซ์ จึงต้องเรียกมาชี้แจงเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานในคดีดังกล่าวกว่า 6 พันราย ซึ่งยังมีผู้ตกค้างอีกจำนวนมาก จึงต้องขยายระยะเวลา หลังจากนั้นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และปิดล้อม ตรวจค้น ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีแชร์แม่มณี ในวันที่ 8 ม.ค. จะส่งสำนวนให้อัยการ และทางอธิบดีดีเอสไอได้สั่งการให้ทำคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะคดีแชร์ลูกโซ่จะดำเนินการเป็นเครือข่าย โดยจะเอาผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งจากการสอบปากคำผู้เสียหายและเส้นทางการเงิน พบว่าเกี่ยวข้องกับ น.ส.นงผณี มหาดไทย หรือจ๊ะ อาร์สยาม โดยเป็นหน้าที่ที่บุคคลดังกล่าวต้องเข้ามาชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นการจ้างหรือโอนเงินในรูปแบบใด ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ม.ค.จนถึงเวลา 16.30 น. ถ้าไม่มาก็จะเรียกเป็นครั้งที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประชาสัมพันธ์ไปยังบุคคลสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดารา นักแสดง การที่เราไปรับงานในบริษัทไหน ให้ช่วยทำการตรวจสอบในเบื้องต้นว่าเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้หรือไม่ เพราะประชาชนหรือสังคมมีความเชื่อมั่นในตัวศิลปิน ดารา ถ้าไม่มั่นใจสามารถสอบถามมายังดีเอสไอได้&amp;quot; นายปิยะศิริกล่าว และว่า ในส่วนของคดี เมื่อส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ถ้าจบในศาลชั้นต้นจะสามารถคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายได้ทันที แต่ถ้าถึงศาลฎีกาจะต้องใช้ระยะเวลานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ น.ส.สาวิกา หรือพิงกี้ เป็นเวลานานเกือบ 5 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย มีรายงานว่า จ๊ะ อาร์สยาม พร้อมนายมนตรี บานเย็น ทนายความ เดินทางไปยังดีเอสไอ พบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกจากคดีแชร์แม่มณี ที่มีการออกหมายเรียกดารานักแสดงหลายคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นงผณี หรือจ๊ะ อาร์สยาม กล่าวว่า มาให้ปากคำในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องหาในคดีแชร์แม่มณีแต่อย่างใด เพียงมีรูปภาพไปปรากฏว่าอยู่กับแม่มณี ส่วนเงินทั้งหมดที่ได้มาเป็นเงินค่าจ้าง ที่ได้จากการรับงานพิธีกรรายการของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี จำนวน 12 เทป แต่อัดรายการไปได้เพียง 4-5 เทปเท่านั้น และได้รับค่าจ้างมาทั้งหมดไม่ถึง 10 ล้านบาท รวมทั้งงานไลฟ์สดให้กับแบรนด์มะนิลาของ น.ส.วันทนีย์ ระหว่างวันที่ 4-5 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งงานทั้งหมดมีคนกลางเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังคอยติดต่องานให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นงผณีกล่าวอีกว่า ยืนยันไม่เคยร่วมลงทุนกับแชร์แม่มณี ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน และไม่เคยชักชวนผู้เสียหายรายใดให้มาร่วมลงทุน เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้จักฉายาแม่มณีมาก่อน และรู้จัก น.ส.วันทนีย์ ในฐานะผู้บริหารแบรนด์มะนิลาเท่านั้น ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ย้ำว่าตนเองเป็นเพียงพยานเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ต้องหาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่มีชื่อของจ๊ะ อาร์สยาม ไปเกี่ยวข้องกับคดีแชร์ฟอเร็กซ์ด้วย แต่จ๊ะปฏิเสธที่จะตอบ บอกเพียงว่าวันนี้มาให้ปากคำในคดีแม่มณีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีแชร์แม่มณี พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐาน พร้อมสรุปสำนวนการสอบสวนชุดแรก เตรียมนำสำนวนฟ้องผู้ต้องหา 10 ราย ส่งให้อัยการสั่งฟ้องในวันที่ 8 ม.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, สาวิกา ไชยเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e148298948ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แทค ภรัณยู&#039;เคลียร์สัมพันธ์&#039;แม่มณีโกงแชร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถูกโยงว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่มณี หรือ วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณีโกงแชร์ ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ แถมยังมีภาพสยิวของทั้งคู่ออกมาปลิวว่อนเน็ตอีกด้วย โดยนักแสดงหนุ่ม แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม ได้ออกมาเคลียร์ชัดว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์เกินเลยกับอีกฝ่ายแน่นอน ย้ำถ้ากินก็บอกว่ากิน ถ้าไม่ได้กินก็คือไม่ได้กิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าผมกินผมก็บอกว่ากิน ถ้าไม่กินก็คือไม่ได้กิน ผมทำแต่งาน เขาจ้างไปเล่นหนัง 2 เรื่อง รายการ 1 เราก็ทำไปตามที่เขาจ้างมา ส่วนอื่น ส่วนตัวอะไร เขาจะทำอะไร เราไม่เกี่ยว ภาพที่เห็นว่าสนิท อันนี้คือในหนัง รูปที่ออกมาคือในหนัง ฉากเลิฟซีนออกมา ผมก็เข้าฉากกับเขา มันเป็นหนัง &amp;nbsp;ในข่าวบอกว่ามีอะไรกันในรถ ไม่มีหรอก บนรถมันแคบ ผมไม่ซีเรียสแล้วแต่คนจะมอง ใครจะว่ายังไงมองยังไงผมเฉยๆ ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนจะมองผมไปเกี่ยวกับแชร์แม่มณี ผมไม่ได้เล่นนะ แล้วก็ไม่ได้เล่นแม่มณีด้วย&amp;nbsp; เราไม่รู้เรื่องในสิ่งที่เขาทำ เราก็ทำงานในสิ่งที่เราได้รับมอบหมายแค่นั้นเอง ก็บอกแล้วไม่มีอะไร ไม่ได้เอาก็บอกไม่ได้เอา &amp;nbsp;ผมไม่เล่นอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ถ้าผมจะเล่น ผมเล่นไพ่ดีกว่า อย่างน้อยเรายังได้เห็นเงินกลับมา เราไม่ต้องไปฝากเงินโน่นนี่ เสียเวลา เล่นไพ่เล่นหวยดีกว่า&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @tack_pharunyoo และ ภาพแทค-แม่มณี (ในภาพยนตร์เรื่อง Who Why Where ร่างซ่อนแอบ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50535</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, แทค ภรัณยู, แม่มณี, แม่มณีโกงแชร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd23a4e9a407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่มณีเข้าคุก ไม่ยื่นประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เค้นสอบแม่มณีหลังปูดข้อมูล &amp;quot;เฮียกู้&amp;quot; นายทุนใหญ่มีเอี่ยว ตำรวจคุ้มกันเข้มระหว่างคุมตัวฝากขัง ขณะที่สองผู้ต้องหาตัดสินใจไม่ยื่นประกัน ถูกส่งเข้าเรือนจำอุดรทันที แชร์ใหม่โผล่ที่สุพรรณบุรี เหยื่อทยอยแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้วงวันจันทร์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในคดีแชร์แม่มณี ที่ สภ.เมืองอุดรธานี โดยในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานีได้นำตัว น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี และนายเมธี ชิณภา อายุ 20 ปี สามี ไปยัง กก.สส.ภ.อุดรธานี เพื่อทำการสอบปากคำเพื่อเติม โดยปิดประตูล็อกห้องไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพและรับฟัง มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยืนคุมประตูทางเข้าและทางออกอย่างหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การสอบปากคำเพิ่มเติมครั้งนี้ ตำรวจได้สอบเรื่องเส้นทางการเงินและเครือข่ายว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า &amp;ldquo;เฮียกู้&amp;rdquo; นายทุนใหญ่ใน จ.อุดรธานี มีส่วนพัวพันกับแชร์แม่มณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 09.30 น. กำลังตำรวจสายตรวจ 191 จำนวน 30 นาย พร้อมกับตำรวจชุดสืบสวนตั้งแถวคุ้มกันผู้ต้องหาทั้งสองคน ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะผู้ต้องหาทั้งสองเดินออกจากห้องสืบสวน สังเกตได้ว่ามีสีหน้าเคร่งเครียด แตกต่างจากวันก่อน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.วันทนีย์ ว่าอยากจะพูดอะไรบ้างไหม ทั้งสองคนได้แต่ก้มหน้าขึ้นรถตู้ไปโดยไม่กล่าวอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของ น.ส.วันทนีย์แจ้งว่า การประกันตัวคงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีหลักทรัพย์มาประกันตัวเนื่องจากโดนยึดอายัดไว้หมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย พ่อ ลูกน้อง อดีตทหารเรือ และป้าเจ้าของร้านทำผม ที่มีส่วนช่วยเหลือพา น.ส.วันทนีย์และนายเมธีหลบหนี โดยทาง ภ.จว.อุดรธานีอยู่ระหว่างพิจารณาพยานหลักฐานการกระทำผิด จากการสอบสวน น.ส.วันทนีย์รับว่า อดีตทหารเรือซึ่งรู้จักกับพ่อของตน ช่วยพาหลบหนีโดยเป็นคนให้ที่พัก แนะนำให้ปิดโทรศัพท์มือถือ และปิดบัญชีธนาคาร ส่วนทรัพย์สินของตนขณะนี้มีเพียงบ้านพักในซอยนาคนิวาส 41 มูลค่า 30 ล้านบาท ที่เพิ่งซื้อได้เพียง 6 เดือน บ้านอีกหลังอยู่ในซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 และมีอาคารพาณิชย์ที่ จ.อุดรธานี อีก 2 แห่ง ส่วนเงินสดไม่มีเพราะถูกอายัดบัญชีไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยื่นฝากขัง น.ส.วันทนีย์และนายเมธี ที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายสูง ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองก็ได้ตัดสินใจไม่ขอประกันตัว เนื่องจากถ้าประกันตัวออกไป อีกไม่กี่วันก็ถูกพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ดำเนินคดีอยู่ดี เนื่องจากได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองคนส่งเข้าเรือนจำจังหวัดอุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มผู้เสียหายประมาณ 50 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล อายุ 25 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ระบุว่าหลอกให้ร่วมลงทุนเงินออมในลักษณะแชร์ลูกโซ่ อ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมพรกล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายที่มาแจ้งความ เนื่องจากมีการฉ้อโกงประชาชนในลักษณะหลอกลวงลงทุนให้เล่นแชร์และมีผลตอบแทนได้อัตราดอกเบี้ยสูงประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีประชาชนผู้เสียหายจำนวนมาก บางคนก็ได้เงิน บางคนไม่ได้ สุดท้ายผู้ต้องหาคือ น.ส.วิจิตราได้หลบหนีไป กลุ่มผู้เสียหายจึงมีความประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคือ น.ส.วิจิตรา ซึ่งเป็นเท้าแชร์ โดยหากรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จก็จะขออนุมัติออกหมายจับทันที เท่าที่สอบถามไม่น่าจะเกี่ยวหรือเชื่อมโยงกับแชร์แม่มณี เพียงแต่วิธีการคล้ายกันกับแม่มณี และทราบว่ามีผู้เสียหายรวมแล้วนับร้อยราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49521</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, วิจิตรา คล้ายอุบล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc02583bf787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่มณี&#039;มาไม้ใหม่ ได้ประกัน-คืนเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่มณีนอนห้องขังคืนแรกไร้ปัญหา เบรกแตกเจอนักข่าวรุมซัก ลั่นไม่ขอโทษผู้เสียหาย ไม่ผิดอะไร โวยสื่อเขียนข่าวมั่ว ออกมาจะฟ้องรายตัว ให้การแม่ก็ร่วมเล่นแชร์ ด้านสามีหนุ่มเครียดหนัก ยันไม่ได้ทำผิดอะไร ยธ.ประชุม 30 หน่วยงานเร่งผลักดัน กม.แชร์ลูกโซ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือเดียร์ เจ้าของวงแชร์แม่มณี และสามีคือนายเมธี ชิณภา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบทางคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนฯ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันเสาร์ใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ถูกนำตัวไปคุมขังที่ สภ.เมืองอุดรธานี โดยตำรวจได้แยกขัง น.ส.วันทนีย์และนายเมธีคนละห้อง ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;น.ส.วันทนีย์ยังควบคุมอารมณ์ได้ดี นอนหลับเป็นปกติ และตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีเรียบเฉย ขณะที่นายเมธีมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด โดยตำรวจเปิดเผยว่าผู้ต้องหานอนไม่ค่อยหลับ เข้าใจว่าเกิดความเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า ตำรวจได้นำตัว น.ส.วันทนีย์ออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่ไปรอทำข่าว และได้ถาม น.ส.วันทนีย์ว่า จนถึงขณะนี้อยากขอโทษผู้เสียหายหรือไม่ น.ส.วันทนีย์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ไม่ผิดอะไร และไม่ได้รู้สึกเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า มีเงินคืนให้กับผู้เสียหายหรือไม่ น.ส.วันทนีย์กล่าวว่า ไม่ขอตอบ เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนคดี จากนั้นก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาเมื่อถูกถามจะฟ้องกลับใครหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นแล้ว ไปได้แล้ว เลิกตามเขาได้แล้ว อย่ามาวุ่นวาย&amp;rdquo; น.ส.วันทนีย์กล่าว พร้อมตำหนิสื่อว่าเขียนข่าวมั่ว ออกมาเมื่อไหร่จะฟ้องรายตัว ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงญาติที่ให้ที่พักตอนหลบหนีหรือไม่ แม่มณีตอบว่า ทำไมต้องโดนคดีด้วย เพราะเขาเป็นญาติกัน ถามอีกว่ามีอะไรฝากถึงมะนาวหรือไม่ แม่มณีกล่าวว่า ไม่ขอตอบ จะคุยกับคนที่ต้องการเท่านั้น จากนั้นก็เดินเข้าห้องขังไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถยนต์หรู 3 คัน ที่ตำรวจยึดมาได้จาก จ.ชลบุรี ขณะนี้ได้นำมาเก็บไว้ที่ บก.ภ.จว.อุดรธานีแล้ว โดยเฉพาะรถเบนซ์ สีเหลือง สังเกตว่ามีสติกเกอร์ของกองบัญชาการทหารสูงสุดติดไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า น.ส.วันทนีย์ หรือแม่มณี ยังให้การภาคเสธ อ้างไม่ได้มีเจตนาจะโกงผู้เสียหาย ส่วนมารดาของแม่มณีคือ น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช จะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแม่มณีก่อน แต่เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่ามารดาได้ร่วมเล่นแชร์ด้วย แต่ไม่ทราบเรื่องตัวเลข ส่วนจะมีคนมีสีอยู่เบื้องหลังและช่วยในการหลบหนีหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะอยู่ในสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า เรื่องเงินที่ผู้ต้องหาได้จากผู้เสียหายนั้น จะต้องเร่งพิสูจน์และไล่เส้นทางการเงินต่อไป แต่เบื้องต้น จำนวนเงิน 60-70 ล้านบาทในระบบที่ทำธุรกิจ ได้นำออกไปใช้นอกระบบแล้ว พร้อมยืนยันว่าแม่มณีเป็นตัวการใหญ่ที่สุดในคดีนี้ และหลังจากนี้ต้องมีการสอบสวนเชิงลึกเพิ่มเติมอีกในประเด็นต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาใกล้เที่ยง ตำรวจได้นำตัวนายเมธีออกจากห้องควบคุมเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอุดรธานี ระหว่างถูกนำตัวไปสอบสวน ผู้สื่อข่าวถามพยายามซักถามนายเมธีในหลายประเด็น แต่นายเมธีกล่าวเพียงว่า &amp;ldquo;ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่ขอโทษ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจได้สอบปากคำนายเมธี ชิณภา สามี น.ส.วันทนีย์นาน 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. หลังสอบปากเสร็จได้นำตัวไปควบคุมในห้องขัง จากนั้นได้นำตัว น.ส.วันทนีย์ออกมาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่ง น.ส.วันทนีย์มีท่าทีผ่อนคลายขึ้น กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จนถึงขณะนี้ ไม่เครียด ไม่คิดมาก หลังจากนี้หากประกันตัวได้ ตนจะไปถอนอายัดและเคลียร์เงินให้ทุกคน ตอนนี้ตนยืนยันได้ ตนไม่ได้หนีไปไหน ที่หลบไปเพราะไปเดินเรื่องเอกสารแต่งตั้งทนายความเพื่อมาต่อสู้คดี ตามข่าวที่ออกไปว่าหนีไปต่างประเทศนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้ไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วันทนีย์กล่าวว่า ไม่เคยชักชวนแม่ข่ายให้หาลูกข่ายมาเพื่อแลกรับค่าน้ำลาย ทุกคนมาเพราะความโลภ อยากจะได้เงินเปอร์เซ็นต์ ขอฝากไปถึงแม่ข่าย คุณเป็นแม่ข่าย คุณต้องดูแลลูกข่ายคุณ ไม่ใช่จะโยนขี้หรือความผิดให้เราคนเดียว แม่ข่ายอาจจะเอาเงินที่ได้จากลูกข่ายไปหมุนก็ได้ สมมติลูกข่ายเขาฝากมาให้ตน 5 ล้าน แต่แม่ข่ายเอามาให้แค่ 2 ล้าน ที่เหลือเอาไปหมุนจะว่าไง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันไม่ได้หนีไปไหนหรือไปต่างประเทศ ยังมีการทักพูดกับหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรข่าวช่อง 3 ว่าจะไปออกรายการทีวี โดยขั้นตอนที่จะไปออกรายการต้องมีการเข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ&amp;quot; น.ส.วันทนีย์กล่าว และว่า กรณีรถตู้คันหนึ่งที่มีการติดสติกเกอร์ของทีวีช่องหนึ่ง ขอชี้แจงว่าตนทำรายการให้กับช่องหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะเป็นผู้จัด ซึ่งตนไม่ได้แอบอ้าง ขณะที่มีการอ้างว่าตนไปมีเพศสัมพันธ์กับดาราระดับพระเอกคนหนึ่งบนรถ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ถ้ามีอะไรกันไปที่โรงแรมไม่ดีกว่าหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นตำรวจได้นำตัว น.ส.วันทนีย์ขึ้นไปยังชั้น 3 สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีนายชมทรรศน์ สมบุตร ทนายความร่วมรับฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกออนไลน์ยังมีการจับจ้องไปที่เฟซบุ๊กของมะนาว หรือ น.ส.จุฑาทิพย์ นิ่มนวล ที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแม่ข่ายของแชร์แม่มณีหรือไม่ แม้เธอจะออกมาปฏิเสธแล้วว่าเป็นเพียงคนกลางเท่านั้น โดยมีชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์ถามถึงความคืบหน้า และอยากเธอออกมาชี้แจงกับสังคมว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามะนาวได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;Manow Jutathip Nimnual&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;เวลาจะช่วยคัดคนออกไปจากชีวิตเราเอง&amp;quot; พร้อมติดแฮชแท็กว่า #คิดถึงครอบครัวสุดหัวใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ เจนชัยจิตรวณิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการวางมาตรการป้องกันและช่วยเหลือผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่ในระยะยาว ว่า ได้จัดการประชุมศึกษาแนวทางมาตรการป้องกัน ปรามปราม และช่วยเหลือประชาชนผู้เสียหายจากการลงทุนแชร์ลูกโซ่ โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง 30 หน่วยงานเข้าร่วมหารือ ที่ประชุมได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ &amp;nbsp;พ.ศ. ... ล่าสุดได้มีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่ จ.ชลบุรี ในประเด็นของกองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่, หน่วยงาน one stop service ว่าควรมีหรือไม่ รวมทั้งการห้ามฟ้องผู้เสียหายหรือสื่อที่เปิดโปงแชร์ลูกโซ่ ฯลฯ โดยการจัดทำประชาพิจารณ์ครั้งถัดไปจะจัดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, สามารถ เจนชัยจิตรวณิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed824507b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
