<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.-ขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้จัดงาน  ‘วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563 ภาคใต้’ ที่ชุมพร  “ที่ดินของทุกคน ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง” Land for all : Strength communities”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมพร/ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้จัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563&amp;rsquo; &amp;lsquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; ที่ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและพัฒนาคุณภาพชีวิตรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT) กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;  เริ่มตั้งแต่ปี 2528 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา โดย UN &amp;ndash; HABITAT มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดมหกรรม &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; และภาคใต้ที่ จ.ชุมพร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2563&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้ 14 จังหวัดร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ดินของทุกคน ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;rdquo; Land for all : Strength communities&amp;rdquo; ที่แปลงที่ดิน ส.ป.ก.เลขที่ 83 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ &amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp; โดยมีนายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp; นายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp; นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ผู้แทนหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้ 14 จังหวัดเข้าร่วมงานประมาณ 600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลงที่ดิน ส.ป.ก.เลขที่ 83 ตำบลหงษ์เจริญ มีเนื้อที่ประมาณ 6,281 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ส.ป.ก.ได้นำมาจัดสรรให้เกษตรกร ต่อมามีบริษัทเอกชนเข้ามากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านและเข้าครอบครองปลูกปาล์มน้ำมัน ในปี 2559&amp;nbsp; คณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) จึงยึดที่ดินนำมาจัดสรรและแจกให้เกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน จำนวน 105 ครอบครัวๆ ละ 5 ไร่ โดยเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ได้ร่วมกันจัดตั้ง &amp;lsquo;สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด&amp;rsquo; ขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่แปลงที่ดิน ส.ปก. ตำบลหงษ์เจริญ มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงให้ความสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท การออกแบบการใช้ที่ดินแบบมีส่วนร่วมโดยชุมชน การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนทุกมิติ สร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาเพื่อสนับสนุนความเข้มแข็ง หนุนเสริมการทำงาน พัฒนากลไกให้เกิดความเข้มแข็งระดับชุมชน &amp;nbsp;ตำบล จังหวัด และภาค รวมทั้งเพื่อพัฒนานโยบายเรื่องการใช้ที่ดินที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหา และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ(พอช.) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นโจทย์ของแผ่นดิน เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งภาคประชาชนทั้งในเมืองและชนบทได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามาก่อนหน้านี้แล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีแผนงานในการแก้ไขปัญหา เพราะในประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21 ล้านครัวเรือน แต่มีปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงหรือไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองรวมทั้งหมดประมาณ 5,870,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลมีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยระยะ 20 ปี พ.ศ.2560 ถึง 2579&amp;nbsp; โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน มีเป้าหมายภายในปี 2579 ให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยกันถ้วนทั่ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณกล่าวต่อไปว่า การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยนี้จะต้องแก้ไขปัญหากันทั้งตำบล ทั้งเมือง และแก้ไขปัญหาทุกมิติ โดยมีระบบการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล โดยชุมชนท้องถิ่นต้องเป็นเจ้าภาพ เป็นเจ้าของเรื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง สร้างความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานภาคีต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสภาองค์กรชุมชนตำบลควรจะเป็นกลไกกลางในการเชื่อมต่อกับหน่วยงานและภาคีต่างๆ &amp;nbsp;แนวทางนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาโดยมีพี่น้องประชาชนเป็นกำลังสำคัญ ใช้เรื่องบ้านเป็นเครื่องมือ นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา ทุกมิติ ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นกลไกของรัฐ แต่เป็นเครื่องมือของประชาชน  ร่วมทำงานกับชาวบ้านและหน่วยงานภาคีต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายสุริยน พัชรครุกานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด&amp;nbsp; ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของประชาชนที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่มีการขับเคลื่อนงานพัฒนาในทุกมิติ &amp;nbsp;ทั้งการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน &amp;nbsp;การทำแผนที่ทำมือหรือผังตำบล &amp;nbsp;การออมทรัพย์ &amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;การสร้างเศรษฐกิจและทุนชุมชน โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีภาคส่วนต่างๆ ทั้งระดับหน่วยงานรัฐ &amp;nbsp;เอกชน ขบวนองค์กรชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อให้พี่น้องทุกคนมีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีโอกาสทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สร้างรายได้ &amp;nbsp;สร้างอาชีพ ให้มั่นคง ยั่งยืน &amp;nbsp;เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายธีระ &amp;nbsp;อนันตเสรีวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร &amp;nbsp;กล่าวว่า การจัดการที่ดิน ส.ป.ก. ตำบลหงษ์เจริญ เป็นแปลงที่ดินยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติในปี 2559&amp;nbsp; มีเนื้อที่ 6,281 ไร่เศษ ซึ่งสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด ได้ยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน &amp;nbsp;และจัดสรรให้เกษตรกรแล้ว 105 ราย เนื้อที่แปลงละ 5 ไร่ &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือกำลังดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 โดยจังหวัดชุมพรจะส่งเสริมการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร &amp;nbsp;การทำการเกษตรอินทรีย์ พืชหลักที่จะทำการเพาะปลูก คือ &amp;nbsp;พืชผัก กล้วยหอมทอง กาแฟ และการทำเกษตรแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการให้ความรู้แก่เกษตรกรในด้านการพัฒนาอาชีพ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp; ไม่ละทิ้งที่ดินที่หน่วยงานภาครัฐจัดให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา รักษ์เพชร ประธานสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ฯ ได้ดำเนินการมากว่า 1 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ของรัฐได้เข้ามาสนับสนุนการก่อสร้างถนน&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำสำหรับการเกษตร &amp;nbsp;และสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 53 หลัง &amp;nbsp;โดย อบต.หงษ์เจริญ สนับสนุนเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าจำนวน 3 เครื่อง &amp;nbsp;และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานท้องที่ &amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขณะที่สมาชิกสหกรณ์จะมีการรวมกลุ่มประกอบอาชีพ &amp;nbsp;เพื่อให้มีรายได้เพิ่ม &amp;nbsp;และมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยม &amp;nbsp;สังข์เอียด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหงส์เจริญ &amp;nbsp;กล่าวว่า อบต.หงษ์เจริญ ได้มีการสนับสนุนเครื่องจักรในการปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างบ้าน &amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าจำนวน 3 ชุดเพื่อใช้ในชุมชน &amp;nbsp;คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จำนวน 30,000 บาทให้กับสหกรณ์ฯ เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นศูนย์เรียนรู้ให้พื้นที่อื่นๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนแผนงานต่อไปจะมีการดำเนินการด้านสาธารณูปโภค คือ&amp;nbsp; ประปาขนาดใหญ่ &amp;nbsp;รวมถึงศูนย์เด็กเล็ก &amp;nbsp;สนามกีฬา และในอนาคตจะเข้ามาสร้างอาคารสำนักงาน อบต. ในพื้นที่แปลง ส.ป.ก. หงส์เจริญ &amp;nbsp;เพื่อจะประสานงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. สนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคงชนบท&amp;rsquo; จำนวน 105 ครอบครัวๆ ละ 40,000 บาท (ส่วนที่เหลือเจ้าของบ้านจะต้องสมทบการก่อสร้างเอง) เริ่มก่อสร้างบ้านตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ขณะนี้มีชาวบ้านเข้าไปปลูกสร้างบ้านและเข้าอยู่อาศัยประมาณ 50 ครอบครัว ส่วนที่เหลือเข้าไปใช้ประโยชน์และและทำกินแล้ว เช่น ปลูกพืชผักสวนครัว กล้วย มะละกอ ฯลฯ และมีแผนที่จะปลูกข้าวไร่เพื่อเป็นแหล่งอาหาร โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร สนับสนุนด้านความรู้ทางการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช. จำนวน 105 ครอบครัวๆ ละ 40,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,200,000 บาทแล้ว พอช.ยังสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ด้านกายภาพ จำนวน 300,000 บาท งบพัฒนาด้านเศรษฐกิจ จำนวน 165,000 บาท และงบพัฒนากระบวนการและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน จำนวน 175,000 บาท รวมงบประมาณทั้งหมด 4,840,000 บาท ขณะที่ชาวชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และกองทุนที่อยู่อาศัย โดยการออมเงินเป็นรายเดือนปัจจุบันมีเงินออมทรัพย์และเงินกองทุนเพื่อที่อยูอาศัยจำนวน 132,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในจังหวัดภาคใต้โดย พอช.และภาคีเครือข่าย มีดังนี้ 1.โครงการบ้านมั่นคงภาคใต้ ได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุนพัฒนาตั้งแต่ปี 2546-2563 ครอบคลุม 14 จังหวัด จำนวน 90 เมือง 393 ชุมชน 27,465 ครัวเรือน งบประมาณ รวม 1,378 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านมั่นคงเมือง 83 เมือง 381 ชุมชน 26,121 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 1,322 ล้านบาท &amp;nbsp; 2.โครงการบ้านมั่นคงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรม มีฐานะยากจน) จำนวน 7 เมือง 12 ชุมชน 1,344 ครัวเรือน งบประมาณ 55 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83394</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันที่อยู่อาศัยโลก 2563, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa65159c30d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชุมชนทั่วประเทศร่วมงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลกภาคอีสาน’ พอช.ชวนชาวบ้านลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาทั้งจังหวัดใช้ยุทธศาสตร์ ‘ขอนแก่นโมเดล’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;รองผู้ว่าฯ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; (ที่ 4 จากขวา) ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ขอนแก่น / &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชนทั่วประเทศร่วมงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก ปี 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;rsquo; ที่จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ชูประเด็น&amp;ldquo;การพัฒนาที่อยู่อาศัย สู่แผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด ขอนแก่นโมเดล&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งจังหวัด&amp;nbsp; เริ่มนำร่องที่ขอนแก่นในปี 2564&amp;nbsp; และจะขยายไปทั่วภาคอีสาน 20 จังหวัด&amp;nbsp; เน้นให้ประชาชนลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาตนเองร่วมกับหน่วยงานภาคี โดยใช้เรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือไปสู่การพัฒนาทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดมหกรรม &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; และภาคใต้ที่ จ.ชุมพร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ขบวนรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกที่หน้าอาคารสำนักงานสหประชาชาติ&amp;nbsp; ถนนราชดำเนิน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคอีสานจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 3-4 &amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด&amp;nbsp; ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญในการจัดงาน&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การพัฒนาที่อยู่อาศัย สู่แผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด ขอนแก่นโมเดล&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงพื้นที่รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เวทีเสวนา&amp;nbsp; การแสดงศิลปวัฒนธรรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีนายจารึก เหล่าประเสริฐ&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์ชุมชนฯ&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น (พมจ.ขอนแก่น)&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคอีสาน&amp;nbsp; ภาคกลาง-ตะวันตก&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายจารึก เหล่าประเสริฐ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางณัฐนิชา อรรคฮาดจันทร์ ผู้แทนองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในครั้งนี้ว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกให้สังคมได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย และยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชนเมือง &amp;nbsp;ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบาย ให้รับรู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยที่ต้องสร้างความมั่นคง &amp;nbsp;ตั้งแต่เรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน &amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาระดับเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนเมือง ให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักร่วมกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม &amp;nbsp;นำเสนอรูปธรรมทั้งเมืองและชนบท และนวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้านต่าง ๆ&amp;nbsp; รวมทั้งเพื่อเสนอแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo; ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางณัฐนิชากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้สนับสนุนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1,050,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงเมือง&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; โครงการบ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนในชนบทที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานนะยากจน) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2546 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;พอช.สนับสนุนการแก้ปัญหาให้ประชาชนผู้ยากไร้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยทุกประเภทไปแล้วกว่า 3,000&amp;nbsp; ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 249,000 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้สนับสนุนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวม 19 &amp;nbsp;จังหวัด (จังหวัดบึงกาฬยังไม่เริ่มโครงการ)&amp;nbsp; 84 เมือง&amp;nbsp; 537 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 28,912 ครัวเรือน &amp;nbsp;เกิดรูปธรรมการดำเนินงานในหลากหลายพื้นที่ &amp;nbsp;และมีรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลาย &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงเมือง&amp;nbsp; บ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง : สู่แผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นางสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน&amp;nbsp; ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมา&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยจะทำทีละโครงการ&amp;nbsp; หรือทำทีละชุมชน&amp;nbsp; แต่ที่เทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; เราทำกันทั้งเมือง&amp;nbsp; ทั้งเทศบาล&amp;nbsp; รวม 13 ชุมชน&amp;nbsp; กว่า 1,052 ครัวเรือน&amp;nbsp; และนอกจากจะแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยแล้ว&amp;nbsp; เรายังขยายไปทำเรื่องกองทุนต่างๆ นำเงินกองทุนมาทำธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; ทำเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp; มีแปลงนารวม&amp;nbsp; เนื้อที่ 38 ไร่&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; ผัก&amp;nbsp; ปลา&amp;nbsp; มีโรงงานผลิตน้ำดื่มชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แต่ก็ยังเป็นการทำในระดับเมือง&amp;nbsp; ยังไม่ได้ทำทั้งจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;บ้านมั่นคงที่เทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; ต้นแบบการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง &amp;nbsp;การพัฒนาที่อยู่อาศัยจะต้องได้รับการผลักดันให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติ เพื่อสานต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;โดยการนำรูปธรรมที่ดำเนินการในพื้นที่ &amp;nbsp;มาแปรเป็นแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด &amp;nbsp;โดยจะเริ่มจากจังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดนำร่อง&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo; และจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัดต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสนองกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด หรือ &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; นางสนองกล่าวว่า&amp;nbsp; จะเริ่มดำเนินงานในปี 2564 เช่น&amp;nbsp; ที่อำเภอบ้านไผ่&amp;nbsp; จะมีแผนงานการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การป้องกันภัยพิบัติ (น้ำท่วม)&amp;nbsp; ในเขตอำเภอเมืองจะมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp; รถไฟรางคู่&amp;nbsp; ทำให้ต้องย้ายบ้านเรือนออกจากที่ดิน 2 ข้างทางรถไฟ&amp;nbsp; โดยจะมีแผนการจัดหาที่ดินใหม่&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้านสร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในจังหวัดขอนแก่นผ่านโครงการบ้านมั่นคงใน&amp;nbsp; 10&amp;nbsp; เมือง รวม 59 &amp;nbsp;ชุมชน &amp;nbsp;จำนวนกว่า 5,700 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหาที่ดินทำกินใน &amp;nbsp;36 ตำบล&amp;nbsp; และดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ครัวเรือนยากจน &amp;nbsp;กลุ่มคนเปราะบางที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในชุมชนผ่านโครงการบ้านพอเพียงชนบทมากกว่า 400 ครัวเรือน&amp;nbsp; ในพื้นที่&amp;nbsp; 60 ตำบล&amp;nbsp; พร้อมทั้งเกิดการประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนามากกว่า 10 องค์กร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เวทีเสวนา : ใช้การแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; วันนี้ (3 พฤจิกายน) มีเวทีเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;บทบาทหน่วยงานในการ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามยุทธศาสตร์ 20 ปี&amp;rdquo; ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้แทนหน่วย งานต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ผู้แทนชุมชนพื้นที่รูปธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช. จะใช้จังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองนำร่อง&amp;nbsp; ทำทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ทำทุกพื้นที่ และจะขยายไปทำทั้ง 20 จังหวัดในภาคอีสาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ พอช.ไม่ได้มองเรื่องการพัฒนาการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยแบบแยกส่วน&amp;nbsp; แต่ทำทุกเรื่อง&amp;nbsp; ทั้งเรื่องที่ดิน ทำกิน&amp;nbsp; การส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; การพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; เมืองเข้มแข็ง&amp;nbsp; ชีวิตที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนให้คนจนรวมตัวกันแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยใช้โครงการบ้านมั่นคงเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp; ทำให้คน จนมีสิทธิ&amp;nbsp; มีศักดิ์ศรี&amp;nbsp; มีสถานะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคงได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนจนในหลายๆ มิติ&amp;nbsp; และทำให้คนจนมีทรัพย์สิน&amp;nbsp; เพราะเรื่อง บ้านก็เป็นทรัพย์สิน&amp;nbsp; บ้านหลังหนึ่งมีมูลค่าอย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 1 ล้านบาท&amp;nbsp; ที่สำคัญคือทำให้คนจนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;rdquo; นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;นางสาวสมสุขกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo; ว่า&amp;nbsp; แผนยุทธศาสตร์ฯ &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo; จะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานรวมทั้งหมด 20 จังหวัดลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของตัวเอง&amp;nbsp; โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง&amp;nbsp; เริ่มจากการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดทำเป็นแผนของชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; สู่แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัด&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; เมืองเข้มแข็ง&amp;nbsp; จังหวัดเข้มแข็ง&amp;nbsp; โดย พอช.พร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณไปถึงชุมชน โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ชาวบ้านจะต้องตื่นขึ้นมาเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นผู้รอรับ&amp;nbsp; หรือเป็นผู้ถูกวางแผน&amp;nbsp; แต่ต้องตื่นขึ้นมาวางแผนแก้ไข ปัญหาเอง&amp;nbsp; และให้หน่วยงานต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหา&amp;nbsp; โดยชาวบ้านต้องจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาโดยชาวบ้านมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เป็นผู้จัดการ&amp;nbsp; ถือเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนจะต้องเดินหน้าอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp; เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; โดยใช้เรื่องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; สวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สร้างกองทุนต่างๆ ขึ้นมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวสมสุขกล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและจัดการปัญหาที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp; ศิริสุนทร&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัญหาเรื่องที่ดินเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน&amp;nbsp; โดยเป็นผลกระทบจากการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม&amp;nbsp; ทำให้คนจนถูกเบียดตกขอบ&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมารัฐไม่มีแผนรองรับ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp; ศิริสุนทร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;คนจนควรจะมีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพราะเป็นต้นทุนชีวิต&amp;nbsp; เป็นต้นทุนที่มาจากปู่ย่าตายาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คนจนที่อยู่ ในเขตป่าสงวนฯ&amp;nbsp; เขตอุทยานฯ ถูกขับไล่ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; แต่คนส่วนน้อยมีที่ดินมาก&amp;nbsp; เป็นที่ดินเก็งกำไร&amp;nbsp; เป็นสินค้า&amp;nbsp; เป็นปัญหา ความเหลื่อมล้ำของสังคม &amp;nbsp;ส่วนที่ดินในเมืองส่วนใหญ่เป็นที่ดินของรัฐไม่น้อยกว่า 8 กระทรวง 19 กรม&amp;nbsp; คืออำนาจอยู่ในมือ ของราชการทั้งหมด&amp;nbsp; คนจนเข้าไม่ถึง&amp;nbsp; การขอใช้ประโยชน์ที่ดินมีความยุ่งยาก&amp;nbsp; มีขั้นตอนเยอะ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินการรถไฟฯ ควรจะให้คนจนเช่าได้&amp;nbsp; ไม่ใช่ให้เฉพาะนายทุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประธานฯ กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; รัฐจึงควรแก้ไขกฎหมาย&amp;nbsp; หรือผ่อนปรนระเบียบข้อบังคับต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้คนจนเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน&amp;nbsp; โดยการกระจายอำนาจ&amp;nbsp; เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจอนุมัติการใช้ที่ดิน&amp;nbsp; เพราะท้องถิ่น จะรู้ข้อมูลและปัญหาดีกว่าส่วนกลาง และต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและจัดการปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยด้วยชุมชนเอง&amp;nbsp; และหากประชาชนในพื้นที่ใดมีปัญหา&amp;nbsp; ขอให้ส่งเรื่องเข้ามาที่คณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคณะกรรมาธิการฯ จะเป็นเวทีกลางและเชิญหน่วยงานต่างๆ มาร่วมแก้ไข ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เสนอสร้างอาคารสูงรองรับคนจนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟ จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;นายธีระศักดิ์&amp;nbsp; ฑีฆายุพันธุ์&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เมืองขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่จึงมีประชาชน จากพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; อพยพเข้ามาทำมาหากิน&amp;nbsp; จึงมีประชากรแฝงเยอะ&amp;nbsp; ทำให้มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; คนที่มีรายได้น้อยต้องไป บุกรุกที่ดินของการรถไฟฯ&amp;nbsp; และเมื่อมีโครงการรถไฟรางคู่ผ่านจังหวัดขอนแก่นทำให้คนจนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตายายครอบ ครัวหนึ่งโดนบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทานรางรถไฟสั่งให้รื้อบ้านที่อยู่ในเขตสัมปทานออกครึ่งหลัง&amp;nbsp; และให้ค่าชดเชย 7,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และบ้านครึ่งหลังที่เหลือไม่สามารถอยู่อาศัยได้&amp;nbsp; ต้องอพยพออกไปหาที่สร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; หาสังกะสี&amp;nbsp; หาไม้&amp;nbsp; ทำเพิงพัก อยู่ไปตามยถากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายธีระศักดิ์&amp;nbsp; ฑีฆายุพันธุ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;พอมีโครงการรถไฟความเร็วสูงมาที่ขอนแก่นอีก&amp;nbsp; คราวนี้มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบอีกพันกว่าหลัง&amp;nbsp; ชาวบ้านที่พอจะ มีเงินบ้างก็สามารถเข้าร่วมโครงการกับ พอช.ได้&amp;nbsp; แต่คนที่ไม่มีเงินเลยก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนมารองรับ&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่น จึงมีแนวคิดที่จะเสนอให้ พอช.สร้างอาคารสูงเพื่อให้เป็นที่พักอาศัยของประชาชนกลุ่มนี้&amp;nbsp; โดยเทศบาลฯ จะขอเช่าอาคารจาก พอช.&amp;nbsp; เพื่อนำมาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเช่าในราคาถูก&amp;nbsp; ถือเป็นบริการสาธารณะสำหรับคนที่ไม่มีเงินและกำลังจะกลาย เป็นคนไร้บ้าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธีระศักดิ์กล่าวถึงแนวคิดของเทศบาลนครขอนแก่นในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากการ พัฒนาเส้นทางรถไฟ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่นโมเดล, พอช., วันที่อยู่อาศัยโลก 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa11a2ac6248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบวนเครือข่ายชุมชนร่วมงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ’ ที่ จ.น่าน ชูประเด็นขับเคลื่อน “การจัดการที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ขบวนรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.น่าน / &amp;nbsp;ขบวนเครือข่ายชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ ขอนแก่นและสุพรรณบุรี ประมาณ 600 คน&amp;nbsp; ร่วมงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ&amp;rsquo; ที่ จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชูประเด็นการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดมหกรรม &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; และภาคใต้ที่ จ.ชุมพร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ขบวนรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.น่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ :&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฮ่วมแฮง&amp;nbsp; ฮ่วมใจ๋ แป๋งบ้าน&amp;nbsp; แป็งเมือง กู่คน&amp;nbsp; เพื่อชุมชนหมู่เฮา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด&amp;nbsp; ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ ปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่จังหวัดน่าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญในการจัดงาน&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ฮ่วมแฮง&amp;nbsp; ฮ่วมใจ๋ แป๋งบ้าน&amp;nbsp; แป็งเมือง กู่คน&amp;nbsp; เพื่อชุมชนหมู่เฮา&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การจัดงานวันแรก (30 ตุลาคม)&amp;nbsp; นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ได้เดินทางมารับฟังปัญหาและรับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจากประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายวราวุธ รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ(ยืนกลางใส่หมวก) ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกเมื่อ 31 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ส่วนการจัดงานวันนี้ (31 ตุลาคม)&amp;nbsp; จัดขึ้นที่วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน&amp;nbsp; อ.ภูเพียง&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; มีการจัดเวทีเสวนา&amp;nbsp; นิทรรศการการแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีนายวิบูรณ์&amp;nbsp; แววบัณฑิต&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน &amp;nbsp;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายชุมชนจังหวัดขอนแก่นและสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พื้นที่ภาคเหนือ เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชน &amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีชุมชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมกับเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีในระดับจังหวัด &amp;nbsp;ร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;สนับสนุนงบประมาณในการจัดกระบวนการ &amp;nbsp;นำไปสู่การการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; โดยกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน &amp;nbsp;มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย และถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:2.0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 0in 2in;&quot;&gt;เวทีเสวนา &amp;ldquo;รูปธรรมการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินชนบท&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ช่วงเช้าวันที่ 31 ตุลาคม&amp;nbsp; มีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;รูปธรรมการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินชนบท&amp;rdquo; ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนพื้นที่รูปธรรม&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่าง&amp;nbsp; และผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายกระมล&amp;nbsp; อุประรัตน์&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนตำบลเวียงสรวย &amp;nbsp;อ.แม่สรวย &amp;nbsp;จ.เชียงราย &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; ตำบลเวียงสรวยเป็นพื้นที่ชนบทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp; สวนป่าของกรมป่าไม้&amp;nbsp; และเขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 17 ตำบล&amp;nbsp; ประชากรมีชาติพันธุ์อาข่า&amp;nbsp; ม้ง&amp;nbsp; และคนเมือง&amp;nbsp; ประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; ปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; ข้าวโพด&amp;nbsp; ลำใย&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชาวบ้านมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp; ชาวบ้านถูกจับกุมดำเนินคดี&amp;nbsp; เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในปี 2559 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านจึงได้ใช้สภาองค์กรชุมชนฯ เป็นเวทีแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการเจรจากับป่าไม้และอุทยานฯ นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ&amp;rdquo; ผู้แทนตำบลเวียงสรวยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เวทีการเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;กระบวนการที่ชาวบ้านตำบลเวียงสรวยลุกขึ้นมาจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินด้วยตนเอง &amp;nbsp;โดยการเตรียมความพร้อม &amp;nbsp;สร้างความเข้าใจกันทั้งชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ชุมชน &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; บ้านโป่งปูเฟือง บ้านริมทาง &amp;nbsp;และบ้านห้วยน้ำมา &amp;nbsp;โดยร่วมกันสำรวจข้อมูลการถือครองที่ดิน จัดทำขอบเขตที่ดิน &amp;nbsp;รังวัดพื้นที่ &amp;nbsp;จัดทำผังชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้เครื่องมือ GPS ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ต่อมาจึงได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด&amp;nbsp; มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฯ) &amp;nbsp;เพื่อรองรับสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หลายฝ่าย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;เทศบาลตำบลเวียงสรวย &amp;nbsp;คทช.อำเภอ &amp;nbsp;คทช.จังหวัด ป่าไม้ อุทยานและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เริ่มจากการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ครัวเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการจัดทำโครงการบ้านมั่น&amp;nbsp; โดยทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรมให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; เหมาะสมกับการอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ในปี 2561 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชนบทเทศบาลตำบลเวียงสรวย &amp;nbsp;จำนวน 227 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 11,029,000 บาท&amp;nbsp; (เฉลี่ยครัวเรือนละ 40,000 บาท) โดยมีทีมงานช่างชุมชนจากทั่วประเทศมาร่วมซ่อมสร้างบ้าน&amp;nbsp; และซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในช่วงปลายปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ผู้แทนตำบลเวียงสรวยบอกด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนแล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ ยังร่วมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และรายได้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์พัฒนาสังคมบนพื้นที่สูง&amp;nbsp; สนับสนุนให้เอาอัตลักษณ์&amp;nbsp; เอกลักษณ์&amp;nbsp; ภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์มาทำผ้าปักมือ&amp;nbsp; สนับสนุนกลุ่มผู้สูงอายุผลิตสินค้า&amp;nbsp; การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; อนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารในป่า&amp;nbsp; มีหน่อไม้&amp;nbsp; เห็ด&amp;nbsp; ผักต่างๆ&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;ซุปเปอร์มาเก็ต&amp;rsquo; ของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นางฑิฆัมพร&amp;nbsp; กองสอน&amp;nbsp; ผู้นำตำบลบัวใหญ่&amp;nbsp; อ.นาน้อย&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;lsquo;เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง&amp;rsquo; เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มต่างๆ ที่ทำงานในทุกประเด็นงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิฮักเมืองน่าน&amp;nbsp; ฯลฯ มาทำงานร่วมกัน &amp;nbsp;โดยมีที่มาจากปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยในจังหวัดน่าน&amp;nbsp; เพราะในจังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 17 ป่า&amp;nbsp; และเขตอุทยานอีกหลายแห่ง&amp;nbsp; ทำให้คนน่านอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; หรือตกอยู่ในสภาพ &amp;ldquo;เกิดมาก็ผิดกฎหมายแล้ว&amp;nbsp; เพราะอยู่ในพื้นที่ป่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;เฉพาะพื้นที่ตำบลบัวใหญ่เริ่มรวมตัวกันแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2547-2548 &amp;nbsp;โดยร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ครัวเรือนที่อยู่ในเขตป่าฯ&amp;nbsp; พื้นที่ทับซ้อน&amp;nbsp; เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เพื่อพูดคุยหาทางออก&amp;nbsp; และขยับจากการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ไปสู่การแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย&amp;nbsp; โดยเสนอข้อมูลปัญหาและแนวทางการแก้ไขให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นำไปพิจารณา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เครือข่ายคนน่านจัดการตนเองยังร่วมกับพี่น้องที่มีความเดือดร้อนร่วมกันจัดทำกระบวนการการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไล่จับกุมอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางฑิฆัมพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ข้อเสนอเชิงนโยบายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือปี 2563 ที่จังหวัดน่าน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนได้ยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยให้แก่นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ที่เดินทางมาร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกฯ&amp;nbsp; โดยมีข้อเสนอ 7 ข้อ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยฯ รับมอบข้อเสนอจากผู้แทนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;1.หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.ขอให้หน่วยงานในระดับจังหวัดบรรจุแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;3.ให้มีการจัดประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัด และ ผลักดันพื้นที่&amp;nbsp; ที่มีประเด็นปัญหาข้อติดขัดต่อ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด อย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;4.ในเชิงกลไกคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ให้มีการทบทวนองค์ประกอบ เพิ่มสัดส่วนสภาองค์กรชุมชน กลุ่มผู้เดือดร้อนเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเสนอแนะ และปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงปัญหา ตลอดจนสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;5.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และคุณภาพชีวิต โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมบริหารจัดการ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ของ พอช. ซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และเอกชน หรือกลับภูมิลำเนา ฯลฯ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;6.การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ &amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่โครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;7.ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับให้กับผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่จังหวัดน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน&amp;nbsp; กล่าวในเวทีเสวนาว่า&amp;nbsp; จังหวัดน่านมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 7.5 ล้านไร่&amp;nbsp; มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 16 ป่า&amp;nbsp; สามารถออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ประชาชนได้เพียง 12 % ของพื้นที่&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือหรือที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ&amp;nbsp; และอุทยานฯ&amp;nbsp; จะดำเนินงานตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp; ในภาคเหนือรวมทั้งหมด 17 จังหวัดก็จะใช้แนวทางของ คทช.เช่นเดียวกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่างๆ จะไม่เหมือนกัน&amp;nbsp; ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ส่วนในจังหวัดน่าน&amp;nbsp; มีเป้าหมายจะกันพื้นที่ที่ประชาชนเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำชั้น&amp;nbsp; 3-4-5 &amp;nbsp;มีเป้าหมายประมาณ 270,000 ไร่&amp;nbsp; โดยจะนำข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่ที่ประชาชนเข้าครอบครองทำประโยชน์เสนอต่อ คทช. จังหวัด (คณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&amp;nbsp; มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน)&amp;nbsp; แต่ดำเนินการได้ปีหนึ่งไม่กี่พันไร่&amp;nbsp; ทางผู้ว่าฯ &amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; จึงสนับสนุนงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัด&amp;nbsp; เพื่อให้เร่งรัดการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; การรังวัดพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อ คทช.จังหวัด จนสำรวจได้ครบ 270,000 ไร่&amp;nbsp; ภายในปีงบประมาณ 2563 (กันยายน) ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ยังมีกระบวนการในการดำเนินการต่อไป&amp;nbsp; โดยพื้นที่ที่กันเอาไว้ให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเสนอเรื่องการขอใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าสงวนฯ&amp;nbsp; (พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3-4-5) ไปยังกรมป่าไม้เพื่อพิจารณาอนุญาต&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะนี้ส่งเรื่องเข้าไปแล้วประมาณ 90,000 ไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 100,000 ไร่ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง&amp;nbsp; เพื่อเสนอกรมป่าไม้ต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช. เป็นกลไกรัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นเครื่องมือของประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวในเวทีเสวนาว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นโจทย์ของแผ่นดิน&amp;nbsp; เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; ไม่เป็นธรรมในสังคม&amp;nbsp; ซึ่งภาคประชาชนทั้งในเมืองและชนบทได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามาก่อนหน้านี้แล้ว&amp;nbsp; ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีแผนงานในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะในประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; แต่มีปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงหรือไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองรวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 5,870,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช. (ยืนขวาสุด)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติมีคำขวัญว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือมีความหมายว่า&amp;nbsp; มวลมนุษยชาติควรจะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งพี่น้องขบวนชุมชนได้ทำเรื่องนี้กันมาแล้วหลายปี&amp;nbsp; และรัฐบาลมีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp; ร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายภายในปี 2579&amp;nbsp; ให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยกันถ้วนทั่ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายปฏิภาณกล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยนี้จะต้องแก้ไขปัญหากันทั้งตำบล&amp;nbsp; ทั้งเมือง&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหาทุกมิติ&amp;nbsp; โดยมีระบบการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล&amp;nbsp; โดยชุมชนท้องถิ่นต้องเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp; เป็นเจ้าของเรื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;nbsp; สร้างความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานภาคีต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และสภาองค์กรชุมชนตำบลควรจะเป็นกลไกกลางในการเชื่อมต่อกับหน่วยงานและภาคีต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ด้วยแนวทางนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาโดยมีพี่น้องประชาชนเป็นกำลังสำคัญ&amp;nbsp; ใช้เรื่องบ้านเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp; นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา ทุกมิติ&amp;nbsp; ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เป็นกลไกของรัฐ&amp;nbsp; แต่เป็นเครื่องมือของประชาชน&amp;nbsp; พอช.จะเป็นเพื่อนร่วมทางของประชาชนและหน่วยงานภาคีต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ร่วมกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความร่วมมือเป็นวาระใหม่ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองและชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากให้การจัดงานเป็นจุดมุ่งหมายใหม่&amp;nbsp; ให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากให้นำทิศทางการทำงานนี้ไปดำเนินการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคงสำคัญของชีวิตมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้คำว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การมีอยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างระบบการจัดการ&amp;nbsp; การเชื่อมโยงเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองและชนบทเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;การสร้างบ้านแปงเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีที่ดิน&amp;nbsp; ปัจจัยสาธารณูปโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีระบบที่ประสานความร่วมมือ โดยชุมชนเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ต้องมีตัวบ้านที่ต้องทำให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนต้องเป็นผู้ทำ&amp;nbsp; ไม่ต้องการให้คนอื่นทำให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เริ่มต้นจัดการแก้ไขปัญหาที่ไม่มั่นคงทั้งหลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างระบบที่ทำให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรใช้โครงการที่มีอยู่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกแบบวิถีชีวิตและความมั่นคงสมัยใหม่ให้เท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจต้องคิดค้น&amp;nbsp; สร้างสรรค์ระบบที่เป็น ปัจจุบัน&amp;rdquo; นางสาวสมสุขให้ความคิดเห็นในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายวิบูรณ์&amp;nbsp; แววบัณฑิต&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ จ.น่าน&amp;nbsp; มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ชุมชนที่มีการแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยดีเด่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82387</URL_LINK>
                <HASHTAG>น่าน, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d39431d0d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วราวุธ’ รมว.กระทรวงทรัพยฯ ร่วมงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่ จ.น่าน รับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัยในเขตป่าสงวน-อุทยานฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยฯ (กลาง) ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่ จ.น่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จ.น่าน / &amp;nbsp;&amp;lsquo;วราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;rsquo; รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ร่วมงาน&amp;rsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563 ภาคเหนือ&amp;rsquo; ที่จังหวัดน่าน &amp;nbsp;ชูประเด็น &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือกว่า&amp;nbsp; 500 คน&amp;nbsp; ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และยื่นข้อเสนอให้ รมว.แก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในเขตป่าสงวน-อุทยานแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดมหกรรม &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; และภาคใต้ที่ จ.ชุมพร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ :&amp;nbsp; การจัดการที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด&amp;nbsp; ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ ปี 2563&amp;rsquo; ที่จังหวัดน่าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญในการจัดงาน&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยนายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินทางมารับฟังปัญหาและรับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาจากประชาชนภาคเหนือในการจัดงานวันนี้ (30 ตุลาคม) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การจัดงานวันนี้ (30 ตุลาคม)&amp;nbsp; ช่วงเวลา 14.00 น. มีการเดินขบวนรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; เพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนในภาคเหนือ&amp;nbsp; โดยขบวนเดินรณรงค์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน&amp;nbsp; มายังข่วงเมืองน่าน ซึ่งเป็นลานวัฒนธรรมและสถานที่สำคัญใจกลางเมืองน่าน (ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร)&amp;nbsp; มีประชาชนเข้าร่วมเดินรณรงค์ประมาณ&amp;nbsp; 500 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การเดินรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.น่าน&amp;nbsp; เริ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่านไปยังข่วงเมืองน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ&amp;nbsp; กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือว่า&amp;nbsp; 1.เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;ให้สังคมได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนเมือง ท้องที่ &amp;nbsp;ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบาย ให้รับรู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยที่ต้องสร้างความมั่นคง ตั้งแต่ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;3.เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน ให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักร่วมกับขบวนองคาพยพจากทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ร่วมประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; แสดงพลังการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากนั้นเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp; ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563&amp;nbsp; มีเนื้อหาว่า...&amp;rdquo;พวกเราเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ได้มีการจัดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล &amp;nbsp;ภายใต้การเคลื่อนงานของเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินภาคเหนือ โดยขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชน ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในระดับท้องถิ่น &amp;nbsp;ระดับจังหวัด และระดับชาติ อันเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ตลอดจนข้อกล่าวอ้างในการพัฒนา การก่อสร้าง และการผลักดันโครงการขนาดใหญ่เพื่อความเจริญของประเทศชาติ ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ทั้งด้านความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และการดำรงวิถีชีวิตอย่างปกติสุขของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก สตรี คนชรา&amp;nbsp; คนพื้นเมือง และกลุ่มชาติพันธุ์ &amp;nbsp;ที่อ่อนไหวเปราะบางต่อการอพยพโยกย้าย อันเนื่องมาจากการไล่รื้อบ้านเรือน &amp;nbsp;และยึดคืนผืนดินที่ทำกินแล้วยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของคนจน &amp;nbsp;รวมทั้งการดำรงอยู่ และการถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินของผู้มีรายได้น้อย ให้เป็นไปตามแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และเป็นการปกป้องสิทธิของพลเมืองแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นต่อแนวทางการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;และเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2563 เครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินภาคเหนือ จึงร่วมแสดงพลังในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สร้างแนวคิด สิทธิ รูปแบบใหม่ &amp;nbsp;ในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม &amp;nbsp;ด้วยใจจิตอาสา เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดิน อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ยื่น 7 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ รมว.กระทรวงทรัพยฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของเครือข่ายภาคประชาชนแล้ว&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายฯ ยังได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในระดับจังหวัดให้เกิดรูปธรรมภาคเหนือ&amp;nbsp; โดยมีเนื้อหาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ &amp;nbsp;มีเจตนารมณ์ที่จะประกาศต่อสาธารณชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า การพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ภาคเหนือ และทั่วประเทศ จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน &amp;nbsp;ในรูปแบบกลไกการสนับสนุนระดับจังหวัด และบรรจุเป็นแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ก่อเกิดความมั่นคงในการอยู่อาศัยของชุมชน มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจที่ดี โดยชุมชนผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาที่ดิน ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;อันจะส่งผลต่อการพัฒนาชุมชนและสังคมโดยรวม ซึ่งมีข้อเสนอเชิงนโยบาย ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.ขอให้หน่วยงานในระดับจังหวัดบรรจุแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;3.ให้มีการจัดประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัด และ ผลักดันพื้นที่&amp;nbsp; ที่มีประเด็นปัญหาข้อติดขัดต่อ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด อย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;4.ในเชิงกลไกคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ให้มีการทบทวนองค์ประกอบ เพิ่มสัดส่วนสภาองค์กรชุมชน กลุ่มผู้เดือดร้อนเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเสนอแนะ และปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงปัญหา ตลอดจนสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;5.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และคุณภาพชีวิต โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมบริหารจัดการ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ของ พอช. ซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และเอกชน หรือกลับภูมิลำเนา ฯลฯ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;6.การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ &amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่โครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;7.ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับให้กับผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การผนึกพลังร่วมกันระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชุมชนได้รับสิทธิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย อย่างมีระบบ และดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี สนับสนุนการพัฒนาตามแผนงานของชุมชน บูรณาการการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เกิดรูปธรรมการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ ที่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนที่ยื่นข้อเสนอครั้งนี้ประกอบด้วย 1.สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติภาคเหนือ (สอช.)&amp;nbsp; 2.เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิชุมชนและการอนุรักษ์ (คสอ.)&amp;nbsp; 3.สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)&amp;nbsp; 4.เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.เครือข่ายการจัดการที่ดิน จังหวัดน่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 6. เครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;lsquo;วราวุธ&amp;rsquo;&amp;nbsp; พร้อมแก้ปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัยในเขตป่าฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; กล่าวหลังจากรับข้อเสนอของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนว่า&amp;nbsp; ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มาร่วมงานในวันนี้ &amp;nbsp;และมีโอกาสมาพบปะพี่น้องเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ &amp;nbsp;หน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; ภาคเอกชน เครือข่ายชุมชน &amp;nbsp;และขอแสดงความยินดีที่ประชาชนได้รับการจัดสรรที่อยู่ภายใต้กลไก คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ)&amp;nbsp; ผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะมาให้กำลังใจพี่น้องเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;รมว.กระทรวงทรัพยฯ รับมอบข้อเสนอจากเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง&amp;nbsp; โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่พยายามผลักดันการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนฯ และอุทยานฯ&amp;nbsp; เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; และมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีเป้าหมายในการปกป้องดูแลป่าไม้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจะต้องใช้ระยะเวลาบ้างเพื่อให้เกิดความถูกต้อง&amp;nbsp; ดีกว่าแก้ปัญหาด้วยความรวดเร็วแต่มีปัญหาตามมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธกล่าวในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการร่วมแสดงพลังองค์กรชุมชนในครั้งนี้ และขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันประชุมระดมความเห็นในการพัฒนาแนวทางการจัดที่อยู่อาศัยให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp; โดยขอให้ผู้จัดงานประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เพื่อเสนอผลการระดมความเห็นให้คณะกรรมการ คทช. พิจารณาต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พื้นที่ภาคเหนือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีประเด็นปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีชุมชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาพอช. ร่วมกับเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีในระดับจังหวัดสำรวจข้อมูลเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนงบประมาณในการจัดกระบวนการ &amp;nbsp;นำไปสู่การการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; โดยกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทส., วราวุธ  ศิลปอาชา, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9c0c64502ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ’ ร่วมงานครบรอบ  “20 ปี  พอช.”   และงานวันที่อยู่อาศัยโลก “บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ (ยืนกลางแถวที่ 2 ) กับผู้บริหาร พอช.และผู้นำชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช./ &amp;lsquo;อภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ&amp;rsquo; อดีตนายกฯ ร่วมงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;(Housing For All : A Better Urban Future) &amp;nbsp;ขณะที่ผู้แทนเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และ พอช. ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และเดินหน้าสนับสนุนให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงระบบการเงินและระบบสินเชื่อ&amp;nbsp; ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นองค์การมหาชนแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ.2542 &amp;nbsp;เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2543&amp;nbsp; ปัจจุบัน พอช.ดำเนินงานครบ 20 ปี&amp;nbsp; มีภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและองค์กรชุมชนผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ดำเนินงานครบรอบ 20 ปี&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช.พลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้&amp;nbsp; ที่สถาบันฯ &amp;nbsp;ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; การประกาศเจตนารมณ์เพื่อสร้างชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็งจัดการตนเองได้เต็มประเทศภายในปี 2575&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศงานด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้มีการจัดงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;(Housing For All : A Better Urban Future)&amp;nbsp; โดยมีนายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ&amp;nbsp; อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;มาร่วมงาน&amp;nbsp; และมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันฯ ให้การต้อนรับ &amp;nbsp;มีผู้แทนชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เช่น&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานมีเวทีอภิปราย Housing For All : A Better Urban Future ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน &amp;nbsp;เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอ่านสาส์นเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;และกล่าวแสดงความยินดี &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี พอช. &amp;nbsp;โดยผู้แทน UN-Habitat ประเทศไทย&amp;nbsp; การมอบโล่รางวัลบ้านมั่นคงดีเด่น&amp;nbsp; และโล่รางวัลนวัตกรรมสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;ประจำปี 2563&amp;nbsp; การแสดงละครเรื่อง กว่าจะเป็นบ้านมั่นคง &amp;nbsp;โดยผู้แทนชาวชุมชนบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศในห้องประชุม พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528&amp;nbsp; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พอช.และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดมหกรรม &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; น่าน&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และชุมพร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.เริ่มสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; โดยยึดหลักการให้ชุมชนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยได้รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่สนับสนุนให้ชาวชุมชนร่วมกันแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; ร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงาน&amp;nbsp; ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ข้อมูลผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; วางแผนการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินใหม่&amp;nbsp; ร่วมกันออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;ส่วน พอช.มีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงหรือให้คำปรึกษา&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่และสถาปนิกมาร่วมทำงานกับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนับสนุนด้านสินเชื่อและงบประมาณบางส่วน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; ระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน) นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีในท้องถิ่นร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีช่างชุมชน&amp;nbsp; จิตอาสาร่วมสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ฟังบรรยายการจัดแสดงนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นธรรมในสังคม &amp;nbsp;และสร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและบริการพื้นฐานของรัฐ&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; &amp;nbsp;(พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;ตามแผนแม่บทดังกล่าว&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;รับผิดชอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยอาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 1,050,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (การเคหะแห่งชาติประมาณ 2 ล้านครัวเรือน) แบ่งเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง 701,702 ครัวเรือน (บ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร&amp;nbsp; คนไร้บ้าน) 2.ผู้มีรายได้น้อยในชนบท 352,000 ครัวเรือน (ซ่อมสร้างบ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทุกประเภทไปแล้วกว่า 3,000&amp;nbsp; ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 249,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;อภิสิทธิ์&amp;rsquo; &amp;nbsp;:&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาชนต้องเป็นคนแก้ปัญหาของตนเองได้จะยั่งยืนที่สุด&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชาชีวะ&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;โดยมีใจความสรุปว่า &amp;nbsp;งานพัฒนาที่ทำแล้วลึกกว่าเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัย 4 &amp;nbsp;ความสำเร็จด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคง &amp;nbsp;บ้านพอเพียง &amp;nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือการพัฒนาคนโดยผ่านการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และเรื่องการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; โครง การบ้านมั่นคงของ พอช. เริ่มตั้งแต่รัฐบาลนายกทักษิณ&amp;nbsp; ชินวัตร ในปี 2546 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;แต่ความต่างของโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;เป็นโครงการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง &amp;nbsp;ตามความต้องการของบริบทชุมชน &amp;nbsp;ให้คนที่อยู่ร่วมกันในชุมชนมีโอกาส &amp;nbsp;มีความมั่นใจในการเดินต่อได้ &amp;nbsp;การออกแบบต้องมาจากภาคประชาชน จึงต่างจากโครงการต่างๆ&amp;nbsp; ที่รัฐบาลทำให้ประชาชน &amp;nbsp;แต่โครงการบ้านมั่นคงต้องไปหาประชาชนก่อน &amp;nbsp;ที่ผมได้เกี่ยวข้องคือที่ชุมชนบางบัว &amp;nbsp;คนที่ทำข้อมูล&amp;nbsp; ทำแผนที่คือชาวบ้าน &amp;nbsp;แนวคิดนี้เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และเป็นการคลายความขัดแย้งของทุกภาคส่วนในสังคมด้วย &amp;nbsp;การคิดพัฒนาต่อเรื่องอาชีพ &amp;nbsp;เรื่องการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;อดีตนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; แนวคิดนี้คือที่มาในการคิดเรื่องโฉนดชุมชน &amp;nbsp;ปัญหาที่ทำกินยังเป็นปัญหาคนรุกป่า &amp;nbsp;หรือป่ารุกคน &amp;nbsp;กลัวชาวบ้านได้เอกสารสิทธิ์แล้วขายให้นายทุน &amp;nbsp;จึงคิดออกแบบเรื่องโฉนดชุมชน &amp;nbsp;แต่น่าเสียดายที่มีการเคลื่อนต่อน้อย &amp;nbsp;พื้นที่ที่ดำเนินการสำเร็จเพียง 2 พื้นที่&amp;nbsp; แต่ก็ยังติดปัญหาเรื่องภาษีที่ดิน&amp;nbsp; โครงการแบบนี้ไม่สามารถให้นายกรัฐมนตรี หรือผู้บริหารที่ไหนไปสั่งให้ทำได้&amp;nbsp; แต่ต้องเริ่มจากพื้นที่ที่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;ส่วนเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;ช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายก &amp;nbsp;มีคณะรัฐมนตรีด้านสังคม &amp;nbsp;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้วได้เสนอเรื่องการออมวันละบาท &amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ &amp;nbsp;เมื่อตนได้มาเป็นนายกฯ คิดว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และปัจจุบันก็เริ่มเป็นแล้ว &amp;nbsp;นอกจากการพยายามหาทางดูแลผู้สูงอายุ ก็มีการคิดเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ &amp;nbsp;แต่งบในประเทศก็ไม่มี แต่พยายามสร้างหลักประกันให้คนที่ไม่อยู่ในระบบราชการ &amp;nbsp;ไม่มีระบบสวัสดิการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลทุกชุดมักจะมีการส่งเสริมให้คนเป็นหนี้ &amp;nbsp;ไม่ค่อยมีรัฐบาลที่ส่งเสริมเรื่องการออม &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลกลางควรมีการสนับสนุนการออม&amp;nbsp; โดยการสมทบกองทุนวันละบาท&amp;nbsp; และให้ท้องถิ่นในการร่วมสมทบ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่เป็นการสั่งการให้มีการจัดตั้งก่อน &amp;nbsp;การสมทบกองทุนที่สามารถรับการสนับสนุนแล้ว &amp;nbsp;มีตัวชี้วัดชัดเจน &amp;nbsp;ต้องพิสูจน์ว่ามีสมาชิก &amp;nbsp;มีการออม &amp;nbsp;มีระเบียบวินัยในการออม และมีศักด์ศรีในการรับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; อดีตนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการการแก้ปัญหาของขบวนองค์กรชุมชนว่า &amp;nbsp;ต้องพัฒนาให้มากขึ้น &amp;nbsp;เรื่องมาตรฐานการบริหารก็ประสบปัญหากับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)&amp;nbsp; สมัยตนฯ เป็นนายกก็จัดเวทีพูดคุยระหว่างท้องถิ่นกับ สตง. ให้ชี้แจงว่าอะไรทำได้ &amp;nbsp;ไม่ได้ &amp;nbsp;ให้บอกกันก่อน &amp;nbsp;ไม่ใช่ทำผิดแล้วเรียกเงินคืน &amp;nbsp;การวินิจฉัยให้มีบรรทัดฐาน &amp;nbsp;เรื่องเดียวกันบางจังหวัดทำได้ &amp;nbsp;บางจังหวัดทำไม่ได้ &amp;nbsp;ควรมีคู่มือเป็นบรรทัดฐานให้ทราบโดยทั่วไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าเป็นอุปสรรคก็ต้องนำมาแก้ไข&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าทุกที่อาจจะมีกรณีที่ทำไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;ชุมชนก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล &amp;nbsp;เพราะข้อโต้แย้งเรื่องการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;คือท้องถิ่นมีการทุจริต &amp;nbsp;แต่ก็ยังน้อยกว่ารัฐบาลส่วนกลาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของสังคมไทยโดยรวมเรามักจะอยู่กับคนที่คิดเหมือนเรา &amp;nbsp;เราต้องคิดขยายการทำเรื่องดีๆ ไปสู่คนอื่น &amp;nbsp;สร้างการแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างการรับรู้ &amp;nbsp;ความเข้าใจ &amp;nbsp;เกิดการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาได้ &amp;nbsp;เพื่อคลายความขัดแย้ง โจทย์ในอนาคตมีปัญหาเพิ่มอีกมาก &amp;nbsp;การต้องการมาอยู่ในเมือง &amp;nbsp;การต้องการการขนส่งโดยรวดเร็ว &amp;nbsp;เมื่อสภาพของเมืองเปลี่ยนทั้งเรื่องการเกิดศูนย์กลางธุรกิจ &amp;nbsp;โครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ &amp;nbsp;ก็จะสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในสถานการณ์โควิด &amp;nbsp;มีคนพูดกันเรื่อง New Normal &amp;nbsp;แต่คิดว่าเป็น No Normal ไม่มีอะไรปกติ &amp;nbsp;จะมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย &amp;nbsp;ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตลอดเวลา &amp;nbsp;การร่วมมือกันภายใน &amp;nbsp;และร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก &amp;nbsp;นำองค์ความรู้ที่สะสมมา ประชาชนต้องเป็นคนแก้ปัญหาของตนเองได้จะยั่งยืนที่สุด &amp;nbsp;ส่งเสริมความสามัคคีปรองดองที่สุด &amp;nbsp;การแก้ปัญหาโดยอำนาจนิยมไม่สามารถแก้ปัญหาได้ &amp;nbsp;เพราะไม่มีใครชอบการถูกบังคับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;การเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชน ให้หน่วยงานสนับสนุนเราจะเดินหน้าไปได้ทั้งด้านสังคม &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;และการเมือง&amp;rdquo;&amp;nbsp; อดีตนายกรัฐมนตรีให้ข้อแนะนำในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่มีบทบาทสนับสนุนการผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.องค์การมหาชน&amp;nbsp; และนำมาสู่การจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ในปี 2543&amp;nbsp; เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงปี 2551-2554&amp;nbsp; เคยอนุมัติโครงการไทยเข้มแข็ง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา&amp;nbsp; สตูล&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; ปัตตานี&amp;nbsp; และนราธิวาส) โดยสนับสนุนงบประมาณผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ทำให้ประชาชนทั้ง 5 จังหวัดที่มีฐานะยากจนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวม 48,992 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน &amp;nbsp;เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;ในช่วงท้ายของการจัดงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;(Housing For All : A Better Urban Future)&amp;nbsp; โดยมีการอ่านสาส์นเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ &amp;nbsp;และกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี พอช. โดยผู้แทนองค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทน UN-Habitat อ่านสาส์นเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชน &amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีพัฒนา &amp;nbsp;เพื่อเป็นประกาศเกียรติคุณ &amp;nbsp;และสื่อสารต่อสาธารณะในการเป็นต้นแบบอันดีของการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคงจนสำเร็จเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ประกอบด้วย 8 ประเภทรางวัล &amp;nbsp;34 โล่รางวัล &amp;nbsp;41 &amp;nbsp;ใบประกาศเกียรติคุณ &amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีพัฒนา 50 โล่รางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ มอบโล่ให้ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการจัดงาน&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่มาร่วมงาน&amp;nbsp; ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp; เป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามแผนปฏิบัติการที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) คู่ขนานไปกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) &amp;nbsp;ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน &amp;nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing For All)&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ได้ยึดโยงกับปฏิญญาสากลที่ประเทศไทยได้ให้การรับรอง ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เป้าหมายที่ 11 ของสหประชาชาติ &amp;nbsp;และวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ทางการเมืองในการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและยั่งยืนสำหรับทุกคน &amp;nbsp;โดยเน้นการแบ่งตามระดับรายได้ &amp;nbsp;และการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับวงจรชีวิต &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ20ปี (พ.ศ.2560 -2579) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 5 ประการ &amp;nbsp;คือ 1. สนับสนุนให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;2.ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงระบบการเงินและระบบสินเชื่อ &amp;nbsp;3. ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;4. ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ &amp;nbsp;5. การจัดการระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;ระบบสาธารณูปการ &amp;nbsp;จัดการที่ดินและผังเมืองที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายประชาสังคม &amp;nbsp;และ พอช. ซึ่งร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตในชุมชนเมืองและชนบท &amp;nbsp;ขอร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เพื่อคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 จึงได้กำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกัน &amp;nbsp;6 เปลี่ยน &amp;nbsp;8 คุณภาพ &amp;nbsp;9 เนื้อหา &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; 6 เปลี่ยน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เปลี่ยนจาก &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ทำร่วมกับใคร&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นการสร้างความร่วมมือ 2. เปลี่ยนจากการทำโครงการบ้านมั่นคงโดดเดี่ยว เป็นทำทั้งเมือง/ตำบล &amp;nbsp;3.เปลี่ยนคุณภาพองค์กรชุมชน &amp;nbsp;บริหารโครงการให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ มีส่วนร่วม &amp;nbsp;4.เปลี่ยนวิธีคิด &amp;nbsp;จากแค่การสร้างบ้าน &amp;nbsp;เป็นการสร้างบ้านที่มากกว่าบ้าน &amp;nbsp;5.เปลี่ยนจากการเป็นเครือข่ายเฉพาะบ้านมั่นคง &amp;nbsp;ให้ครอบคลุมทุกชุมชนคนจนในเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 6.เปลี่ยนจากการถูกออกแบบให้ &amp;nbsp;เป็นการร่วมออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;8 คุณภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พัฒนาองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;สมดุล &amp;nbsp;มีส่วนร่วม &amp;nbsp;ตื่นตัวในการเรียนรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.พัฒนาการวางแผน &amp;nbsp;วางผังการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า &amp;nbsp;มีส่วนร่วม&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ฟื้นฟูและสร้างกองทุนชุมชน &amp;nbsp;กองทุนเมือง ให้เป็นสถาบันการเงินของชุมชนที่เข้มแข็ง &amp;nbsp;4.มีแนวทางและแผนการพัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;รายได้ &amp;nbsp;สร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง &amp;nbsp;5. เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทของการพัฒนา &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังในการขับเคลื่อนต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.ส่งเสริม และให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้หญิงต่อการทำงานพัฒนา &amp;nbsp;&amp;nbsp;7.สร้างชุมชนแห่งสวัสดิการเพื่อการอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;8.สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาเมือง/ท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;9 เนื้อหา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เสนอนโยบายที่ดินรัฐเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;2. สำรวจข้อมูลชุมชนทั้งเมืองทุกเรื่อง &amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ยกระดับการจัดระบบ &amp;nbsp;ฐานข้อมูล &amp;nbsp;สู่การวางผังพัฒนาเมือง/ตำบล &amp;nbsp;3.พัฒนากลุ่มออมทรัพย์ &amp;nbsp;สร้างกองทุนชุมชน &amp;nbsp;สวัสดิการชุมชนในเมืองให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;4.เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชน &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลาง &amp;nbsp;ผู้เดือดร้อนและขบวนองค์กรชุมชนเป็นหลัก &amp;nbsp;หน่วยงานเป็นผู้หนุนเสริม &amp;nbsp;5.พัฒนาระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;สาธารณูปการชุมชนให้ครบถ้วน ครอบคลุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.วิเคราะห์ต้นทุน &amp;nbsp;วางแผนพัฒนาทั้งเมือง/ตำบล &amp;nbsp;ที่คลอบคลุมทุกด้าน &amp;nbsp;7.พัฒนาคุณภาพองค์กร &amp;nbsp;ระบบบริหารจัดการให้มีธรรมาภิบาล &amp;nbsp;พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพ &amp;nbsp;คนทำงาน &amp;nbsp;8.ปรับแก้กฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยให้บรรลุตามแผนปฏิบัติที่อยู่อาศัย 20 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;9.พัฒนายกระดับการสร้างนวัตกรรม/เทคโนโลยีสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยพลังการขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นดังกล่าวแล้วนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจะร่วมกับภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน &amp;nbsp;สร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing For All)&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บ้านมั่นคง &amp;nbsp;: ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน &amp;nbsp;เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;(ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81943</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 ปี พอช., บ้านมั่นคง, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563, อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ, เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97d7553e7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายคนจนรวมพลังรณรงค์ ‘วันที่อยู่อาศัยโลก 2563’ คึกคัก  ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-พัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / เครือข่ายสลัม 4 ภาค ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ฯลฯ&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยประมาณ 2,500 คน&amp;nbsp; เดินรณรงค์ &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;เรียกร้อง รฟท.แก้ไขผลกระทบจากโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟ รวมทั้งยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-พัฒนาคุณภาพชีวิตคนจน ฯลฯ &amp;nbsp;ด้านเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมจัดงาน &amp;lsquo;มหกรรมบ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์&amp;nbsp; ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp; และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้องค์การสหประชาติมีคำขวัญเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกว่า &amp;ldquo;Housing &amp;nbsp;for &amp;nbsp;All : A Better Urban Future&amp;rdquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนมีที่อยู่อาศัย เมืองจึงจะมีอนาคตที่ดี&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อต้องการสื่อสารว่า คนทุกคนในเมืองมีคุณค่า และที่อยู่อาศัยเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเมืองจะพัฒนาได้ นั่นหมายถึงทุกคนมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ให้เมืองเกิดการพัฒนา&amp;nbsp; ไม่ใช่การพัฒนาที่ละทิ้งคนจน หรือขจัดคนจนออกไปนอกเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชน&amp;nbsp; โดย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ฯลฯ&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินประมาณ &amp;nbsp;2,500 คน&amp;nbsp; ตั้งขบวนจากบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย&amp;nbsp; เพื่อเดินทางมายื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกผู้แทนเครือข่ายประชาชนยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; โดยมีนายถาวร&amp;nbsp; เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมารับข้อเสนอ&amp;nbsp; เนื่องจากมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาเส้นทางรถไฟทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รถไฟรางคู่กรุงเทพฯ &amp;ndash; หัวหิน&amp;nbsp; รถไฟความเร็วสูงนครราชสีมา - หนองคาย &amp;nbsp;รถไฟความเร็วสูงเชื่อม&amp;nbsp; 3 สนามบิน &amp;nbsp;รวมถึงโครงการพัฒนาธุรกิจในพื้นที่การรถไฟฯ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;โครงการพัฒนาย่านพหลโยธิน &amp;nbsp;ย่านบางซื่อ กม.11 &amp;nbsp;โครงการมักกะสันคอมเพล็กซ์ &amp;nbsp;การพัฒนาสถานีแม่น้ำย่านถนนพระราม 3 &amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี TOD (Transit Oriented Development) ที่กำลังศึกษา &amp;nbsp;และจะดำเนินการนำร่องใน 3 เมืองใหญ่ &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ขอนแก่น &amp;nbsp;อยุธยา และพัทยา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30,000 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายถาวร&amp;nbsp; เสนเนียม&amp;nbsp; รมช.คมนาคมมารับข้อเสนอและพูดคุยกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในวันที่ 24 กันยายน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคได้จัดเวทีพูดคุยกับตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดยมีข้อเสนอต่อ รฟท. เช่น 1. ต้องชะลอการไล่รื้อ &amp;nbsp;เนื่องจากการไล่รื้อบ้านของชาวบ้านไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง 2.ควรใช้นโยบายตามแนวทางมติบอร์ดปี 2543 ซึ่งการทำ MOU เพื่อให้เปิดกว้างในสิทธิการเช่าที่ดินการรถไฟฯ ประโยชน์จะได้ทั้ง 2 ฝ่าย ประชาชนก็จะได้มีที่อยู่อาศัย และ รฟท.จะได้ค่าเช่าและสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ &amp;nbsp;3.อย่ามองคนจนว่ามาบุกรุกในพื้นที่ รฟท. แต่อยากให้มองว่าคนเหล่านี้เป็นผู้บุกเบิกที่เข้ามาทำให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ 4 .ต้องมีการสำรวจข้อมูลร่วมเพื่อให้เกิดการรับรองสิทธิ 5.ให้ก่อตั้งกองทุนสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนในพื้นที่ รฟท.&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนิรุฒ มณีพันธ์ &amp;nbsp;ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า ตอนนี้มีคณะทำงานร่วมกันระหว่าง รฟท.กับเครือข่ายสลัม 4 ภาค และขอเวลา 2 เดือนเพื่อศึกษาและพิจารณาข้อตกลงการแก้ไขแก้ปัญหาร่วมกัน &amp;nbsp;โดยจะมีการแยกประเภทปัญหา &amp;nbsp;วางกรอบการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด รฟท. &amp;nbsp;ส่วนเรื่องคดีความระหว่าง รฟท.กับผู้บุกรุกที่ดินนั้น&amp;nbsp; ในช่วง 2 เดือนนี้จะชะลอการดำเนินคดีเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เนืองนิช&amp;nbsp; ชิดนอก &amp;nbsp;ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาคเป็นขบวนคนจนเมือง ประกอบด้วย คนจนเมืองที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัด และคนเร่ร่อนไร้บ้าน จำนวน 76 ชุมชน &amp;nbsp;กระจายอยู่ทั้ง 4 ภูมิภาค &amp;nbsp;ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้เกิดความมั่นคงในที่ดิน ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนจนเมืองมายาวนานตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2541&amp;nbsp; นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา &amp;nbsp;และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดการที่ดิน เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาใหม่ ที่ต้องเคารพคนในพื้นที่ และต้องมองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐกับประชาชน เพราะที่ผ่านมาการต่อสู้ของคนจนไม่ได้ถูกรับฟัง &amp;nbsp;ผู้กำหนดนโยบายยังคงดำเนินการในลักษณะเดิม&amp;nbsp; โดยมุ่งหวังมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่และวิถีวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp; (สอช.) เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ (ชมฟ.)&amp;nbsp; และขบวนคนจนเมืองที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย จัดให้มีการรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อสื่อสารต่อสาธารณะถึงสถานการณ์ปัญหา&amp;nbsp; และมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้ดำเนินการเพื่อสร้างหลักประกันให้กับคนทุกคนในสังคมไทย&amp;nbsp; เพื่อให้เข้าถึงที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเห็นคุณค่าของคนจนว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาเมือง ซึ่งจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลงได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายสลัม&amp;nbsp; 4 ภาคกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทนสลัม 4 ภาคยื่นหนังสือถึงผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่กระทรวงคมนาคมแล้ว&amp;nbsp; ขบวนยังเคลื่อนไปยื่นหนังสือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; บริเวณหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp; กระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp; รวมทั้งบริเวณด้านหลังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีด้วย&amp;nbsp; โดยมีนายอนุชา&amp;nbsp; นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์&amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรับข้อเสนอของเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ผู้แทนของกระทรวงการพัฒนาสังคม &amp;nbsp;โดยมีข้อเสนอต่างๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอด้านการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.ต้องมีกระบวนการในการรับฟัง และให้อำนาจคนในพื้นที่มีส่วนร่วมสำคัญในการกำหนดแผนพัฒนาในพื้นที่ตัวเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.ต้องมีนโยบายให้หน่วยงานที่ดูแลที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบ่งปันที่ดิน เพื่อจัดเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนจนที่ไร้ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.กรณีชุมชนที่อยู่ในที่ดินของการรถไฟที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของกระทรวงคมนาคม ด้านการขนส่งระบบราง และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในที่ดินการรถไฟ นายกรัฐมนตรีต้องประสานงานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อให้จัดที่ดินของการรถไฟเพื่อรองรับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ และการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4.ต้องนำนโยบายโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน ที่ภาคประชาชนผลักดันขับเคลื่อน มาใช้ในการรับรองสิทธิในที่ดิน และสิทธิของชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อสร้างหลักประกัน และความมั่นคงในชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทนสลัม 4 ภาคอ่านข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องดำเนินการพัฒนาระบบสหกรณ์ โดยเพิ่มประเภทสหกรณ์ที่สอดคล้องกับการดำเนินการที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง 2.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องสนับสนุนให้ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง&amp;nbsp; สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แต่ละจังหวัด ร่วมมือกับภาคประชาสังคมทำงานในเชิงรุก เพื่อแก้ปัญหาสิทธิขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; โดยจัดให้มีสถานที่รองรับ และมีมาตรการในการช่วยเหลือคนไร้บ้านที่สูงอายุและเป็นผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เกิดระบบบำนาญแห่งชาติ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามในร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. ....... ของภาคประชาชน ที่ได้ยื่นต่อรัฐสภา และอยู่ในขั้นตอนที่นายกรัฐมนตรีต้องลงนาม &amp;nbsp;เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; 4.ต้องดำเนินการให้เด็กทุกคน อายุ 0-6 ปี &amp;nbsp;ได้รับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเล็กอย่างถ้วนหน้า&amp;nbsp; 5.ต้องดำเนินการให้ทุกคนเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อด้านสิทธิ และเสรีภาพในการแสดงความเห็น และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.รัฐบาลต้องหยุดละเมิดสิทธิ และหยุดคุกคาม นักเรียน นักศึกษา ที่เคลื่อนไหว เรียกร้อง และแสดงความเห็นทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย และต้องสนับสนุนข้อเรียกร้องของนักเรียนที่ต้องการปฏิรูปการศึกษา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย และมีเสรีภาพ&amp;nbsp; 2.ต้องสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างระบบที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกทั่วทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกในวันนี้แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนยังร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดงาน &amp;lsquo;มหกรรมบ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo;(Housing for all A better urban future) ทั่วทุกภูมิภาคตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ &amp;nbsp;เพื่อนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนร่วมกับท้องถิ่น &amp;nbsp;การผลักดันนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในรูปแบบการแก้ไขปัญหาระดับเมือง/ตำบล&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเป้าหมาย 1.เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ให้สังคมได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย และยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 2.เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนเมือง ท้องที่ ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบาย &amp;nbsp;ให้รับรู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยที่ต้องสร้างความมั่นคง &amp;nbsp;ตั้งแต่ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในชุมชน ในเมืองของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ (กลาง) ร่วมพูดคุยกับเครือข่ายสลัม 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชนเมือง ให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักร่วมกับขบวนองคาพยพจากทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม &amp;nbsp;4.เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน สรุปบทเรียน จัดการความรู้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองและชนบท &amp;nbsp;5.เพื่อทบทวนขบวนการ ทิศทาง แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการมองทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะต่อไป ของขบวนองค์กรชุมชน และสถาบันฯ&amp;nbsp; และ 6.เพื่อนำเสนอรูปธรรมทั้งเมืองและชนบท &amp;nbsp;และนวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนการจัดงานมหกรรมบ้านมั่นคงฯ จะจัดขึ้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; น่าน&amp;nbsp; และชุมพร&amp;nbsp; โดยในวันที่ 27 ตุลาคมจะจัดงานที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;มีการอ่านสาสน์จากองค์กรสหประชาชาติเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; การมอบโล่รางวัลให้กับบ้านมั่นคงดีเด่น 8 ประเภท &amp;nbsp;และ 50 หน่วยงานความร่วมมือ โดย นายจุติ &amp;nbsp;ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; เป็นประธานในงาน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการแสดงนิทรรศการนำเสนอผลการจัดการความรู้ 20 ปี พอช.&amp;nbsp; 12 ประเด็นเรียนรู้&amp;nbsp; เวทีอภิปราย &amp;lsquo;Housing for all A better urban future&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79543</URL_LINK>
                <HASHTAG>พอช., พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7acfade6322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
