<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนร่วมจัดงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ ที่ จ.สระแก้ว ชูประเด็น ‘บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคมจากฐานราก’  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;จ.สระแก้ว/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนร่วมจัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; ปี 2562 ที่ จ.สระแก้ว ชูประเด็น &amp;lsquo;บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานราก&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในสระแก้วแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; 62 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกัน 158 ล้านบาท&amp;nbsp; ช่วยเหลือสมาชิกรอบด้าน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้เกษตรกรที่ขาดแคลน&amp;nbsp; โดยใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ตามนโยบายทวงคืนผืนป่ากว่า 3,000 ไร่&amp;nbsp; จัดสรรให้เกษตรกรได้ 212 ครอบครัวทำให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขณะที่ตำบลคลองหินปูนนำร่องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร และมีกิจกรรมปลูกไม้เศรษฐกิจสร้างทุนภายในตำบล ตั้งเป้าปลูก 500,000 ต้นภายในปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:2.7pt; text-align:justify&quot;&gt;องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันที่ 7 ตุลาคม&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ตลอดเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; เพื่อรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย และร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยจัดกิจกรรมที่จังหวัดเชียงราย ขอนแก่น เพชรบุรี กระบี่ กรุงเทพฯ ส่วนภาคตะวันออกจัดที่จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยวันนี้ (14 พ.ย.) ที่สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น (คทช.) จำกัด&amp;nbsp; ต.คลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว&amp;nbsp; มีการจัดมหกรรมการเรียนรู้ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานราก&amp;rsquo; เนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562 (World Habitat Day 2019) โดยมีนายวิทยา มากปาน รองผู้ว่าฯ จ.สระแก้ว และนายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมเป็นประธานในพิธี&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม ได้แก่ นายอำเภอวังน้ำเย็น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์วังน้ำเย็น ฯลฯ นายก อบต.คลองหินปูน&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดสระแก้ว เข้าร่วมงานประมาณ 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; รูปธรรมการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนงานพัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ผ่านกลไกสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ระบบทุนภายใน&amp;nbsp; เชื่อมโยงนโยบายระดับจังหวัด บ้านเกษตรกรตัวอย่าง&amp;nbsp; แปลงสาธิตการเกษตรในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; แปลงเกษตรกรแปลงรวม&amp;nbsp; ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp; สาธิตการบังคับอากาศยานไร้คนขับเพื่อใช้ในการเกษตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หลังจากนั้นผู้ร่วมงานได้ร่วมกันปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พะยูง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 500 ต้นในที่ดินสร้างทุนภายในตำบลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้วได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo; หนึ่ง&amp;nbsp; เราจะร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสปีมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สอง&amp;nbsp; เราจะปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้น&amp;nbsp; รวมทั้งสิ้น 500,000 ต้นภายในปี 2563 เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้จังหวัดสระแก้วให้มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; ลดโลกร้อน&amp;nbsp; เพิ่มอากาศบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และสาม&amp;nbsp; เราจะใช้การปลูกต้นไม้เป็นการสร้างทุนชุมชน&amp;nbsp; เป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; เพื่อใช้สร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และใช้ต้นไม้เป็นการออม&amp;nbsp; เพื่อสร้างบำนาญของชุมชน&amp;nbsp; และการพึ่งพาตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.75pt; text-align:justify&quot;&gt;นายปาลิน ธำรงรัตนศิลป์ ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงภาพรวมประเด็นงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้วว่า มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; คลอดบุตร เสียชีวิต การศึกษา &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย สาธารณประโยชน์&amp;nbsp; ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส&amp;nbsp; พิการ&amp;nbsp; ฯลฯ แล้ว 62 กองทุน&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 81,000 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันประมาณ 158 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินภายใต้โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทจำนวน 9 เมือง&amp;nbsp; รวม 499 ครัวเรือน และซ่อมแซม ปรับปรุงบ้านสำหรับครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยที่มีบ้านสภาพชำรุดทรุดโทรม&amp;nbsp; สร้างด้วยวัสดุที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทที่ พอช. สนับสนุน&amp;nbsp; จำนวน 25 ตำบล&amp;nbsp; รวม 836 ครัวเรือน ,การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; โดยมีพื้นที่รูปธรรม 10 ตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp; เกษตรปลอดภัย&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; และการตลาด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ที่ปรึกษาโครงการบ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก. จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า สระแก้วเป็นจังหวัดหนึ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดสรรที่ดินให้แก่ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินตั้งแต่ปี 2559 โดยมีที่ดินที่นำมาจัดสรรทั้งหมด 6 แปลง คือ 1.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลโนนหมากเค็ง อ.วัฒนานคร เนื้อที่ 693 ไร่ 2.ที่ดิน ส.ป.ก.บ้านพร้าว อ.วัฒนานคร เนื้อที่ 326 ไร่ 3.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลหนองม่วง อ.หนองม่วง เนื้อที่ 655 ไร่เศษ 4.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลหนองแวง อ.หนองม่วง&amp;nbsp; เนื้อที่ 611 ไร่เศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลป่าไร่ &amp;nbsp; อ.อรัญประเทศ เนื้อที่ 578 ไร่ และ 6.ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; เนื้อที่ 318 ไร่เศษ&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ทั้งหมด 3,181 ไร่เศษ โดยที่ดินที่ ส.ป.ก.นำมาจัดสรรจะให้เกษตรกรเข้าทำกินโดยการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์&amp;nbsp; เพื่อบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp; แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์&amp;nbsp; และห้ามซื้อขาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่อยู่อาศัยในแปลงที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; จ.สระแก้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ดินทั้งหมดนี้&amp;nbsp; ส.ป.ก. นำมาจัดสรรเป็นที่อยู่อาศัยและทำกินให้ประชาชนได้ทั้งหมด 212 ครอบครัว ได้ครอบครัวละ 6 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สระน้ำเพื่อการเกษตร ถนน&amp;nbsp; โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างบ้านและสาธารณูปโภคตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท ครัวเรือนละ 62,000 บาท&amp;nbsp; ขณะนี้ประชาชนทั้งหมด 212 ครอบครัวได้เข้าอยู่อาศัยและทำกินแล้ว&amp;nbsp; มีอาชีพหลัก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เลี้ยงวัวเนื้อ&amp;nbsp; ทำไร่ข้าวโพด&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; อ้อย ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; พืชระยะสั้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกบวบเหลี่ยม&amp;nbsp; มะระจีน&amp;nbsp; มันเทศ&amp;nbsp; ถั่วลิสง&amp;nbsp; ส่งขายมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 400-500 บาท&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่เคยไร้ที่ดินทำกินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายละอองดาวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายละอองดาวบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้กลุ่มเกษตรกรบ้านบ่อลูกรัง&amp;nbsp; ต.คลองหินปูน&amp;nbsp; ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเกษตร&amp;nbsp; โดยใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; มาบินเพื่อฉีดพ่นสารชีวภาพ&amp;nbsp; เพื่อบำรุงแปลงเกษตร&amp;nbsp; และขับไล่ศัตรูพืช&amp;nbsp; โดยเสนอโครงการไปยังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก depa ในปี 2562&amp;nbsp; จำนวน 499,412 บาท&amp;nbsp; ชุมชนสมทบเงินจำนวน 320,312 บาท&amp;nbsp; จัดซื้อโดรนจำนวน 2 ลำ&amp;nbsp; สามารถฉีดแปลงเกษตร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวได้พื้นที่วันละ 200 ไร่&amp;nbsp; ลดแรงงานจาก 10-20 คนต่อวัน&amp;nbsp; เหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1-2 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าร้อยละ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะคิดค่าบริการแก่สมาชิกไร่ละ 80 บาทเพื่อนำมาเป็นค่าบำรุงและค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ชุมชนยังมีแผนงานที่จะส่งเสริมการทำเกษตรกรรมอัจฉริยะ (Smart Farming) โดยการนำระบบการรดน้ำอัตโนมัติผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) มาประยุกต์ใช้อีกด้วย&amp;nbsp; โดยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าว จะช่วยประหยัดเวลา ลดการใช้แรงงานคน&amp;nbsp; ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp; ส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การขุดบ่อทำธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp; โดยขุดบ่อให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร&amp;nbsp; ขุดลึกลงไปถึงชั้นดินดานประมาณ 2-3 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วนำวัสดุ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หิน&amp;nbsp; ขวดพลาสติกบรรจุน้ำใส่ลงไปสลับกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดโพรงอากาศในบ่อ&amp;nbsp; และน้ำใต้ดินจะไหลมารวมกัน&amp;nbsp; เหมือนธนาคารน้ำในดิน&amp;nbsp; ทำให้ผืนดินเกิดความชุ่มชื้น&amp;nbsp; ช่วยกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp; และระบายน้ำขังในช่วงหน้าฝน&amp;nbsp; เมื่อปลูกพืชผักจะเกิดความเจริญเติบโตได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิทยา&amp;nbsp; มากปาน&amp;nbsp; รอง ผวจ.สระแก้ว (กลาง) ร่วมสร้างธนาคารน้ำใต้ดินในที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางรจนา&amp;nbsp; สุริฉาย&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เดิมตนและสามีไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่าที่ดินทำกินไร่ละ 100 บาท&amp;nbsp; หากมีเวลาว่างก็จะไปรับจ้างทำงานในไร่ของคนอื่น&amp;nbsp; มีรายได้ไม่พอกิน&amp;nbsp; เมื่อได้ที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง 5 ไร่จึงรู้สึกดีใจ&amp;nbsp; และเริ่มเข้าทำกินตั้งแต่ปี 2561&amp;nbsp; โดยปลูกบวบเหลี่ยมได้ผลผลิตประมาณรอบละ 8 ตัน (รอบละ 3 เดือน)&amp;nbsp; ราคาขายกิโลกรัมละ 8-10 บาท&amp;nbsp; ปลูกมันเทศได้รอบละประมาณ 1 ตัน&amp;nbsp; ขายส่งกิโลกรัมละ 2-3 บาท&amp;nbsp; และกำลังจะปลูกถั่วลิสง&amp;nbsp; หมุนเวียนกันตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดีใจที่ได้ที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; รู้สึกว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 เสียอีก&amp;nbsp; เพราะถูกหวยก็อาจจะมีวันหมดเงิน&amp;nbsp; แต่ได้ที่ดินมันไม่มีวันหมด&amp;nbsp; จะเอาไปขายก็ไม่ได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เราสามารถทำกินได้ตลอดชีวิต&amp;nbsp; ลูกหลานก็สามารถทำกินต่อได้&amp;nbsp; ถ้าขยันปลูกพืชระยะสั้นก็จะมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี&amp;nbsp; ปีนี้ปลูกบวบเหลี่ยมเก็บขายได้ 2 รอบๆ ละ 3 เดือน&amp;nbsp; วันหนึ่งเก็บขายได้เงินวันละ 1,000-2,000 บาท&amp;nbsp; ทำให้มีรายได้พอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; มีกิน&amp;nbsp; มีใช้&amp;nbsp; ความเป็นอยู่ก็ดีกว่าตอนเช่าที่ดินคนอื่นทำกิน&amp;rdquo;&amp;nbsp; เกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.บอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในแปลงเกษตรกรที่ตำบลคลองหินปูนแล้ว&amp;nbsp; บริษัทเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ.ดีแทคได้ร่วมสนับสนุนชุมชนในการฝึกอบรมการใช้สื่อออนไลน์เพื่อขายสินค้าเกษตรด้วย&amp;nbsp; โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทดีแทคได้จัดทำโครงการเน็ตอาสาฝึกอบรมเกษตรกรในที่ดินแปลง ส.ป.ก. คลองหินปูนจำนวน 40 คนทำเพจเพื่อค้าขายสินค้าการเกษตรทางสื่อออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิทยา&amp;nbsp; มากปาน&amp;nbsp; รอง ผวจ.สระแก้ว&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูนถือเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยให้แก่ชาวบ้านในตำบล&amp;nbsp; โดยใช้ระบบข้อมูลเป็นฐาน&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลปัญหาต่าง ๆ&amp;nbsp; แล้วนำมาวางแผนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ประกอบกับการมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; มีองค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; หน่วยราชการ&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชน&amp;nbsp; สนับสนุนทั้งด้านความรู้&amp;nbsp; วิชาการ&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนสามารถพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เหมือนนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วรวมกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ร่วมปลูกไม้เศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาชุมชนให้ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp; เช่นที่ตำบลคลองหินปูนจะต้องมีองค์ประกอบ 7 อย่าง&amp;nbsp; หรือกุญแจ 7 ดอก&amp;nbsp; คือ 1.มีที่ดินเป็นฐานการผลิต&amp;nbsp; 2.มีบ้านเป็นที่พักพิง&amp;nbsp; 3.มีแปลงเกษตรเพื่อทำกินหรือสร้างรายได้&amp;nbsp; 4.มีน้ำในการทำเกษตร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;nbsp; 5.มีข้อมูลเพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการวางแผนงานหรือแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำโดรนหรืออากาศยานไร้คนขับมาใช้ในแปลงเกษตร&amp;nbsp; ทำให้ลดต้นทุน&amp;nbsp; ลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; ลดแรงงาน&amp;nbsp; การใช้สื่อออนไลน์มาขายสินค้า&amp;nbsp; และ 7.การบูรณาการการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; หน่วยราชการ&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; รวมทั้งภาคเอกชนมาร่วมกันขับเคลื่อน&amp;nbsp; โดยยึดชุมชนเป็นแกนกลาง&amp;nbsp; นำไปสู่ความเร็จในการพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เยี่ยมบ้านเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลคลองหินปูน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50274</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการองค์กรชุมชน, จ.สระแก้ว, พอช, วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, ‘บ้านมั่นคงที่พอช.’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd15f82d651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 06:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบบ้านมั่นคง “บ้านโดยชุมชน ทุกคนร่วมกันสร้างภายใต้ร่มพระบารมี”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงเทพฯ /พอช. ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และสำนักงานเขตวังทองหลาง จัดพิธีมอบบ้านมั่นคง &amp;ldquo;บ้านโดยชุมชน ทุกคนร่วมกันสร้างภายใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562 ที่ชุมชนทรัพย์สินเก่า (โซนA) ซอยรามคำแหง 39 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี องค์การสหประชาชนกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat Day) เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต ส่วนในประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่างๆ ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ (31 ตุลาคม 2562) ที่ชุมชนชุมชนทรัพย์สินเก่า (โซนA) รามคำแหง 39 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน ทุกคนร่วมกันสร้างภายใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยบนที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง ดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เครือข่ายชุมชนบนที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (คพชส.) และภาคีภาคส่วนต่างๆ มีเป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคง โดยมีพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกันจำนวน 14 เขต 39 ชุมชน ประมาณ 7,500 ครัวเรือน ซึ่งในเขตวังทองหลางมี 7 ชุมชน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;


	ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 280 ครัวเรือน ปัจจุบันชุมชนได้ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว แต่ยังไม่ทำสัญญาเช่า จำนวน 169 ครัวเรือน ต้องดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีก จำนวน 102 ครัวเรือน และส่วนที่เหลือเป็นผู้ไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง จำนวน 9 ครัวเรือน ทั้งนี้ มีผู้ที่รื้อถอนบ้านเพื่อเตรียมดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยไปแล้ว จำนวน 53 ครัวเรือน โดยชุมชนได้นำเสนอของบประมาณสร้างบ้านพักชั่วคราว จำนวน 53 ครัวเรือน 954,000 บาท จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ
	ชุมชนทรัพย์สินเก่า มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 550 ครัวเรือน แบ่งออกเป็น 10 โซน ประกอบด้วย โซน A ถึงโซน J ดังนี้ พื้นที่นำร่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยโซน A จำนวน 50 ครัวเรือน พัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว 39 ครัวเรือน และเตรียมการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีก จำนวน ๑๑ ครัวเรือน และพื้นที่โซน J ที่มีผู้ก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ จำนวน 27 ครัวเรือน รวมผู้ที่ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว แต่ยังไม่ทำสัญญาเช่า จำนวน 66 ครัวเรือน และต้องดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีก จำนวน 331 ครัวเรือน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ โซน B &amp;ndash; โซน I ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ วางผัง และจัดระบบชุมชนให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคต ทั้งนี้ ยังมีส่วนที่เหลือเป็นผู้ไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงอีกจำนวน 60ครัวเรือน
	ชุมชนน้อมเกล้า มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 244 ครัวเรือน ดำเนินการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและทำสัญญาเช่าแล้ว จำนวน 46 ครัวเรือน และก่อสร้างที่อยู่อาศัยแล้ว แต่ยังไม่ทำสัญญาเช่า 44 ครัวเรือน รวมเป็น 90 ครัวเรือน คงเหลือที่ต้องดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีก จำนวน 146 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือเป็นผู้ไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง จำนวน 8 ครัวเรือน
	ชุมชนเก้าพัฒนา มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 31 ครัวเรือน โดยดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยและทำสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แล้วทั้งหมด


&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;๕. ชุมชนเทพลีลา มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด  229 ครัวเรือน เป็นผู้ที่ต้องดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 190 ครัวเรือน และเป็นผู้ไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง จำนวน 39 ครัวเรือน&lt;/p&gt;


	ชุมชนทรัพย์สินใหม่ มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 83 ครัวเรือน (ไม่รวมผู้เช่ารายย่อยเดิม) ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยและทำสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แล้วทั้งหมด
	ชุมชนร่วมสามัคคี มีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 126 ครัวเรือน ทำสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แล้วทั้งหมด


&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้เครือข่าย คพชส. พื้นที่เขตวังทองหลาง ยังได้พัฒนาต่อยอดจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยในเรื่องกระบวนการการพัฒนาคุณภาพชีวิต หนุนเสริมองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น การผลิตเสื้อผ้าและเครื่องใช้จากผ้าขาวม้า การทำของที่ระลึก และการจัดกิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน และแม่น้ำลำคลอง ทั้งยังมีการเชื่อมโยง และพัฒนาแผนการทำงานร่วมกับภาคีส่วนงานต่างๆ จนสามารถบูรณาการทำงานและพัฒนาการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวแสดงความยินดีกับชาวชุมชนทั้ง 7 ชุมชนที่ได้รับมอบบ้านว่า ถือเป็นการสร้างความร่วมมือกันในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยและการสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวชุมชนเขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	บุญญะบัญชา เลขาธิการมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเซีย (ACHR) กล่าวแสดงความยินดีในการพัฒนาที่อยู่อาศัยต่อชุมชน ในฐานะผู้อาวุโสที่ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่ปี 2547 ได้นำมาซึ่งการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนในเขตวังทองหลาง


&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นอกจากนี้ในการจัดงานวันนี้ได้มีการมอบประกาศเกียรติคุณหน่วยงานสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 หน่วยงาน และมีการมอบป้ายบ้านมั่นคง จำนวน 615 ครัวเรือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, บ้านมั่นคง, วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc24fd40b83e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 06:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น จัดกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จ.ขอนแก่น / เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น จัดกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองขอนแก่น โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินการรถไฟฯ 16 ชุมชน จำนวนประชากรกว่า 7,000 คนให้เข้าสู่โครงการบ้านมั่นคงของ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat Day) เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย และเพื่อให้สังคมตระหนักถึงการจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของทุกคนในอนาคต โดยในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชนทั่วประเทศตลอดเดือนตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;โดยในวันนี้ (15 ตุลาคม) ชาวชุมชนแออัดในเขตเทศบาลนครขอนแก่นกว่า 400 คน ประกอบด้วย เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค ซึ่งปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 16 ชุมชน และเครือข่ายคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมเดินรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองขอนแก่น โดยรวมตัวกันเดินรณรงค์จากศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น และยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายพิชิต สิทธิชัย ประธานเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ขอนแก่น กล่าวว่า เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น มีข้อเรียกร้องเพื่อการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยชุมชนแออัดในจังหวัดขอนแก่น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;1.ให้จัดเตรียมพื้นที่จำนวน 5 ไร่ บริเวณย่านสถานีรถไฟที่มีอยู่กว่า 140 ไร่ เพื่อเป็นที่รองรับสมาชิกเครือข่ายฟื้นฟูฯ ที่มีสัญญาเช่าที่ดินกับการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวน 100 ครัวเรือน โดยจัดที่อยู่อาศัยใหม่ตามโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;2.ชุมชนหลักเมืองเป็นสมาชิกเครือข่ายฟื้นฟูฯ และเป็นชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิม ขณะนี้โดนคำสั่งรื้อย้ายบ้านเรือนจากเทศบาลนครขอนแก่น โดยใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แต่หลังจากมีการเจรจากับภาครัฐ ทำให้ได้ข้อสรุปว่าให้ใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะร่วมกัน โดยให้เทศบาลเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ ด้วยการให้ชุมชนหลักเมืองเช่าที่ดินเป็นระยะเวลา 5 ปื/ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;2.1 ให้นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นช่วยเร่งรัดติดตามบันทึกมติการประชุมดังกล่าวให้ออกมาโดยเร็วภายในระยะเวลา 15 วัน ทั้งนี้เพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดผลตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;2.2 ให้ตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการเช่าที่ดินของชุมชนหลักเมืองตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย โดยให้มีตัวแทนของชุมชนและตัวแทนเครือข่ายพื้นฟูฯ เข้าไปร่วมอยู่ในคณะทำงานของเทศบาลฯ ที่ตั้งขึ้นภายใน 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายคนไร้บ้าน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีผู้เดือดร้อนกว่า 7,000 คน ขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนจนเมืองขอนแก่น โดยเสนอให้หน่วยงานงานรัฐในจังหวัดขอนแก่นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของคนจนเมือง ทั้งในพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่นและพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้หยิบยกปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมืองในจังหวัดขอนแก่นขึ้นมาพิจารณาโดยเร่งด่วนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และรัฐควรเปิดโอกาสให้คนจนเมืองหรือองค์กรประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเมืองด้วย&amp;rdquo; ประธานเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ขอนแก่นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49634</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, ที่อยู่อาศัย, พิชิต สิทธิชัย, วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, เครือข่ายสลัม 4 ภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc24cce7eb61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนชุมชนภาคกลาง-ตะวันตกจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่เพชรบุรี ชูประเด็นแก้ปัญหาชุมชนที่เดือดร้อนจากรถไฟรางคู่กว่า 6 หมื่นครอบครัวทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพชรบุรี/ เครือข่ายขบวนชุมชนภาคกลาง-ตะวันตก 16 จังหวัดจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; ชูประเด็นการแก้ไขปัญหาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่ของ รฟท. &amp;nbsp;เผยมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศกว่า 60,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; หลายชุมชนถูกยกเลิกสัญญาเช่า&amp;nbsp; โดนขับไล่&amp;nbsp; โดยขบวนองค์กรชุมชนฯ ยื่นข้อเสนอแก้ไขปัญหาผ่านทางผู้ช่วยรัฐมนตรี พม.ให้ยุติการไล่รื้อและดำเนินคดีกับชาวชุมชนในที่ดิน รฟท., จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชนกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม &amp;nbsp;และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต&amp;nbsp; ส่วนในประเทศไทยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องในภูมิภาคต่างๆ ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; โดยที่ภาคกลางและตะวันตกได้จัดงานที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; โดยชูประเด็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดภาคกลางและตะวันตก รวม 16 จังหวัด&amp;nbsp; ประกอบด้วยสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)&amp;nbsp; เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ&amp;nbsp; และเครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกประจำปี 2562 ที่จังหวัดเพชรบุรี มีผู้แทนเครือข่ายประมาณ 400 คนร่วมกันเดินรณรงค์จากบริเวณสนามกีฬากลางไปยังศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; มีนายพลยุทธ&amp;nbsp; อังกินันทน์&amp;nbsp; รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรีเป็นประธานในการปล่อยขบวนรณรงค์&amp;nbsp; หลังจากนั้นขบวนได้ไปยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อนายกอบชัย&amp;nbsp; บุญอรณะ&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลยุทธ&amp;nbsp; อังกินันทน์&amp;nbsp; รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรีเป็นประธานปล่อยขบวนรณรงค์&amp;nbsp;  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสาคร&amp;nbsp; อำภา&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; กล่าวแถลงการณ์มีใจความว่า&amp;nbsp; 1.เราจะมีบทบาทสำคัญในการเก็บ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน ครัวเรือนที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และที่ดินรัฐประเภทอื่นๆ เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย&amp;nbsp; ทั้งแผนพัฒนาระยะสั้น-กลาง-ยาว และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องที่ &amp;nbsp;ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับตำบล และเมืองเต็มพื้นที่ทุกจังหวัด&amp;nbsp;2. เราจะร่วมสร้างพื้นที่รูปธรรมเชิงคุณภาพเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การสื่อสาร และขยายผลในพื้นที่ ในทุกตำบล เมือง และจังหวัด&amp;nbsp; 3.เราอยากเห็นทุกจังหวัดประกาศนโยบาย &amp;nbsp;แผนการพัฒนาว่าด้วยเรื่องที่ดิน&amp;nbsp; ที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยของภาคประชาชน ได้รับการบรรจุเป็นแผนพัฒนาในระดับจังหวัดทั้งในระยะสั้น-กลาง และระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ท้ายนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเคียงคู่กับภาครัฐ หน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน ในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &amp;nbsp;ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านโดยชุมชน &amp;nbsp;ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ส่วนในวันที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; พฤศจิกายน &amp;nbsp;มีการจัดกิจกรรมวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;lsquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rsquo;&amp;nbsp; (World&amp;nbsp; Habitat&amp;nbsp; Day 2019&amp;nbsp; &amp;lsquo;Collective Housing&amp;rsquo;) &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp; โดยมีนายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในพิธี &amp;nbsp;มีนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; นายกอบชัย&amp;nbsp; บุญอรณะ&amp;nbsp; ผวจ.เพชรบุรี&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมงานประมาณ 500 คน&amp;nbsp; ทั้งนี้ผู้แทนชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่ได้ยื่นข้อเสนอและแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดิน รฟท.ให้แก่นายสากลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; กระทรวง พม.มีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ รับผิดชอบประมาณ 1 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; และการเคหะแห่งชาติประมาณ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินการรถไฟฯ ที่พี่น้องประชาชนมายื่นข้อเสนอในวันนี้&amp;nbsp; ตนจะรับข้อเสนอเพื่อนำไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:1.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:1.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.รับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดิน รฟท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;โครงการรถไฟรางคู่&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 เห็นชอบแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2553 - 2558 รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ &amp;nbsp;ในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ &amp;nbsp;รวม 873 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางรถไฟ&amp;nbsp; โดยจะมีการก่อสร้างทางรถไฟ &amp;nbsp;และขยายพื้นที่เส้นทางรถไฟออกไปด้านละ 40 เมตร และรัศมีรอบสถานีชั้น 1 ระยะ 150 เมตร &amp;nbsp;จำนวน 77 สถานี ใน 47 จังหวัด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ข้อมูลจากการสำรวจของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และคณะสถาปัตยกรรม &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยศรีปทุม พบว่า&amp;nbsp; มีบ้านเรือนประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจำนวน &amp;nbsp;60,961 หลังคาเรือน &amp;nbsp;แบ่งเป็นบ้านเรือนที่จะได้รับผลกระทบในแผนพัฒนาระยะที่ 1 (พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2565) จำนวน 24,266 หลังคาเรือน, แผนพัฒนาระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 &amp;ndash; 2570) จำนวน 11,678 หลังคาเรือน, แผนพัฒนาระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571 &amp;ndash; 2575) จำนวน 1,026 หลังคาเรือน &amp;nbsp;และไม่อยู่ในแผนพัฒนา 23,982&amp;nbsp; หลังคาเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบมีทั้งผู้ที่มีสัญญาเช่าอาศัยอยู่ในที่ดินการรถไฟฯ อย่างถูกต้อง และที่อยู่อาศัยแบบไม่มีสัญญาเช่าอีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตกมี 11 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟฯ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;ราชบุรี &amp;nbsp;นครปฐม &amp;nbsp;กาญจนบุรี &amp;nbsp;เพชรบุรี &amp;nbsp;นครสวรรค์ สมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;ลพบุรี และสุพรรณบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบรวม 15,764 หลังคาเรือน &amp;nbsp;เฉพาะที่จังหวัดเพชรบุรีได้รับผลกระทบ 1,067 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การขยายเส้นทางรถไฟรางคู่และสร้างสถานีใหม่ที่ จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนการแก้ไขผลกระทบชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่นั้น&amp;nbsp; รฟท.ได้ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นหน่วยงานที่ทำสัญญาเช่าที่ดินจาก รฟท.แทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน&amp;nbsp; 59 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 3,442&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยครัวเรือนละประมาณ 50,000 บาท&amp;nbsp; และให้สินเชื่อซื้อที่ดิน-สร้างที่อยู่อาศัยไม่เกิน 300,000 บาท&amp;nbsp; โดยชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินเดิมของ รฟท.ได้จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวเส้นทางรถไฟด้านละ 40 เมตร&amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่อยู่ในที่ดิน รฟท.ไม่ได้จะต้องหาที่ดินแปลงใหม่โดยการเช่าหรือซื้อที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไปแล้วกว่า 10 ชุมชนในหลายจังหวัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์สงขลา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศไทยเห็นว่า&amp;nbsp; แม้ว่าชุมชนจะได้รับสัญญาเช่าที่ดิน รฟท.แล้ว&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; เนื่องจากในสัญญาเช่าที่ดินจาก รฟท.ระบุว่า&amp;nbsp; หาก รฟท.ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินก็จะไม่ต่อสัญญาเช่าให้กับชุมชน&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนต้องถูกไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่โดนไล่รื้อแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; ได้รับสัญญาเช่าที่ดิน รฟท. 19 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบจากการขยายทางรถไฟ 13&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; อ.หัวหิน&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบ 19 ชุมชน&amp;nbsp; (บุกรุกที่ดิน รฟท.) ประมาณ 1,004&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;โดย รฟท.ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ชุมชนรื้อย้ายออกจากที่ดิน รฟท.ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้นเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศไทยจึงได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยในที่ดินการรถไฟฯ&amp;nbsp; โดยมีข้อเสนอดังนี้&amp;nbsp; 1.หยุดการไล่รื้อ&amp;nbsp; และการดำเนินคดีความกับชุมชนในที่ดิน รฟท.&amp;nbsp; 2.ให้มีการเปิดเผยข้อมูล&amp;nbsp; นโยบาย&amp;nbsp; โครงการพัฒนาในที่ดิน รฟท.ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน&amp;nbsp; และต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางเพื่อพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; โดยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; โดยรวมไว้ในมูลค่าโครงการอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp; เพื่อนำกองทุนไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ช่วยเหลือค่ารื้อย้าย&amp;nbsp; ลดภาระค่าที่อยู่อาศัยตามความเหมาะสม&amp;nbsp; จัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ของเอกชน&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; หรือเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;4.ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ให้มีการจัดตั้งและประสานให้เกิดกลไกในการแก้ไขปัญหาชุมชนที่ได้รับผลกระทบกรณีที่ดิน รฟท.ที่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทั้งในระดับนโยบายและจังหวัด&amp;nbsp; และ 6.ให้มีการปรับคู่สัญญาเช่าที่ดิน รฟท.&amp;nbsp; โดยให้ชุมชน/สหกรณ์สามารถเช่าที่ดินโดยตรงกับ รฟท.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ ม.ราชภัฏเพชรบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพลยุทธ  อังกินันทน์, บ้านมั่นคง, รฟท., วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbd14100eab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองนายกฯ ‘จุรินทร์’ เปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลก 2562  ที่ พอช.  พร้อมใช้ที่ดินรัฐ-โฉนดชุมชนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนทั่วประเทศ 1 ล้านครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พอช./รองนายกฯ จุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp; เป็นประธานเปิดงานวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ยันรัฐบาลเดินแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี พร้อมใช้ที่ดินรัฐ-โฉนดชุมชนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนทั่วประเทศ 1 &amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนเตรียมจัดกิจกรรมตลอดเดือนตุลาคมนี้ทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; เพื่อเสนอรูปธรรมความสำเร็จการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยต่อระดับนโยบายและสาธารณะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รณรงค์สร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; และผลักดันนโยบายการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกับหน่วยงานเจ้าของที่ดิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์&amp;nbsp; ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp; และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต&amp;nbsp; โดยในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทยมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชนหลายกลุ่ม&amp;nbsp; และจะมีการจัดกิจกรรมตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันนี้ (10 ตุลาคม) ระหว่างเวลา 9.00-16.30 น. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดมหกรรม &amp;ldquo;งานวันที่อยู่อาศัยโลกประจำปี 2562&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp; คณะผู้บริหาร พอช. ผู้แทน UN Habitat และ UN ESCAP ผู้แทน ส.ป.ก.&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;ผู้แทนและผู้นำชุมชนจากต่างประเทศ&amp;nbsp; รวม 400 คน&amp;nbsp; เข้าร่วมงานที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ถนน&amp;nbsp;&amp;nbsp; นวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวง พม.&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติรับไปดำเนินการ 2 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; และ พอช.ดำเนินการประมาณ 1 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งจะดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนSDGs (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp; โดย พอช.มีงานพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ 1.โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ทำทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้วกว่า 1 แสนครัวเรือน&amp;nbsp; 2.โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; คือการสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ยากจนในชนบท&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 4 หมื่นครัวเรือน&amp;nbsp; และ 3.คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เชียงใหม่&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และกำลังก่อสร้างอีกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่ จ.ปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp; รองนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; ขณะนี้เสร็จไปแล้วกว่า 1 แสนครัวเรือน&amp;nbsp; ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายที่นำไปสู่ความสำเร็จ&amp;nbsp; และรัฐบาลชุดนี้จะดำเนินการต่อตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2579 รวมทั้งหมดประมาณ 1 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในปี 2579 ฝันของพี่น้องจะเป็นจริง&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็จะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) เป้าหมายที่&amp;nbsp; 11 ขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp; ในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยประเทศไทยจะเป็นต้นแบบ&amp;nbsp; เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เรื่องบ้านมั่นคง&amp;nbsp; และการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้เพื่อนบ้านในอาเซียนและทั่วโลกได้มาเรียนรู้&amp;rdquo; รองนายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้นายจุรินทร์ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มประชาชนที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า&amp;nbsp; รัฐบาลมีแนวทางที่จะให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยตามแนวทางบ้านมั่นคงอยู่แล้ว&amp;nbsp; โดยชุมชนที่เดือดร้อนสามารถขอใช้ที่ดินของรัฐและหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งที่ดินรัฐวิสาหกิจและเอกชนได้&amp;nbsp; โดย พอช.จะเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานขอใช้ที่ดินกับหน่วยงานต่างๆ และร่วมกันพิจารณาถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้&amp;nbsp; ส่วนนโยบายโฉนดชุมชนรัฐบาลนี้ก็จะดำเนินงานต่อ&amp;nbsp; และถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนได้มีที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;ได้รับการรับรองจากรัฐอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ผิดกฎหมาย โฉนดชุมชนก็จะช่วยให้ชุมชนได้รับการรับรองตามกฎหมาย&amp;nbsp; โดยชุมชนเป็นเจ้าของโฉนดร่วมกัน&amp;nbsp; และทุกคนสามารถอยู่อาศัยในชุมชนนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แผนแม่บท 20 ปีตั้งเป้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน 3 ล้านครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21,325,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; สัดส่วนครัวเรือนที่มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเองมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp; ขณะที่ครัวเรือนเช่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;สัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในปี 2552 จำนวนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมีจำนวน&amp;nbsp; 2,468,160&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในปี 2558 &amp;nbsp;จำนวนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp; 3,595,581 ครัวเรือน (ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&amp;nbsp; ปี 2552-2558&amp;nbsp; สำนักงานสถิติแห่งชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงจัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;rsquo;&amp;nbsp; เสนอต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และได้รับการเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp; และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมในทุกมิติ&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามแผนแม่บทดังกล่าว&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; จะดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ในรูปแบบของการขาย&amp;nbsp; หรือเช่า-ซื้อให้แก่ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายประมาณ 2 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; บ้านการเคหะฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จะดำเนินการในรูปแบบการสนับสนุนให้ชุมชนที่เดือดร้อนและมีรายได้น้อยรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านในที่ดินรัฐและเอกชน&amp;nbsp; ชุมชนเช่าที่ดินเอกชนแต่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเป้าหมายประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการที่สำคัญคือ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; หลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของ พอช.ก็คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; องค์กรปกครองในท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เปลี่ยนจากการที่หน่วยงานรัฐทำให้&amp;nbsp; เป็นชุมชนที่เดือดร้อนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาดำเนินการเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยชาวบ้านและชุมชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น หากเป็นชุมชนบุกรุกที่ดินของรัฐก็จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินแปลงใหม่&amp;nbsp; และร่วมกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ให้ตรงกับความต้องการของชาวชุมชน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกชุมชนจาก พอช.&amp;nbsp; หรือสถาบันการศึกษาเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; และร่วมกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนดำเนินการ&amp;nbsp; จนถึงการบริหารงานก่อสร้างบ้านและชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;(จากซ้าย) นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม. นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; และรองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; 16 ปี&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนไปแล้ว 1,231 โครงการ&amp;nbsp; รวม 112,610 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการสนับสนุนของ พอช.นั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; นอกจาก พอช.สนับสนุนด้านความรู้&amp;nbsp; ส่งเสริมกระบวนการรวมกลุ่มให้แก่ชุมชนที่เดือดร้อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแล้ว&amp;nbsp; พอช.ยังสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัยให้แก่ชุมชนโครงการบ้านมั่นคงเมืองเฉลี่ยครัวเรือนละ&amp;nbsp; 62,500 บาท&amp;nbsp; และบ้านมั่นคงชนบทเฉลี่ยครัวเรือนละ&amp;nbsp; 62,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินหรือก่อสร้างบ้านไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp; 360,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนระยะยาว 15-20 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; จำนวน 1,050,000&amp;nbsp; ครัวเรือนที่กำลังดำเนินการโดย พอช.ขณะนี้ &amp;nbsp;แยกเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง รวม 77 จังหวัด จำนวน 6,450 ชุมชน รวม 701,702 ครัวเรือน (แยกเป็นบ้านมั่นคงทั่วประเทศ จำนวน 6,450 ชุมชน รวม 690,000 ครัวเรือน,&amp;nbsp; ชุมชนริมคลอง กรุงเทพฯ 74 ชุมชน รวม 11,004 ครัวเรือน และคนไร้บ้าน 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ ปทุมธานี/ขอนแก่น/เชียงใหม่ รวม 698 ครัวเรือน) 2.แผนพัฒนาผู้มีรายได้น้อยในชนบท&amp;nbsp; (โครงการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน หรือ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;) รวม 76 จังหวัด จำนวน 5,362 ตำบล รวม 352,000 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนจะดำเนินการตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; มาตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;โดยเริ่มจากชุมชนนำร่อง 10 ชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ่อนไก่&amp;nbsp; เจริญชัยนิมิตใหม่ (กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; แหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp; จ.ระยอง,&amp;nbsp; บุ่งคุก&amp;nbsp; จ.อุตรดิตถ์,&amp;nbsp; เก้าเส้ง&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีรูปแบบการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามสภาพของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปรับปรุงหรือก่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; โดยการซื้อหรือเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; จัดหาหรือซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่ไม่ไกลจากชุมชนเดิมเพื่อสร้างบ้าน-สร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากโครงการนำร่องบ้านมั่นคง 10&amp;nbsp; ชุมชนแรกในปี 2546&amp;nbsp; จนถึงวันนี้ (พ.ศ.2562) เป็นเวลา 16 ปี&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,610 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมเงินอุดหนุน 6,311 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางอร่ามศรี&amp;nbsp; จันทร์สุขศรี&amp;nbsp; ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ&amp;nbsp; ร่วมกับเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะจัดกิจกรรมรณรงค์ตลอดเดือนตุลาคมนี้ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Collective Housing&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1. นำเสนอรูปธรรมความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยต่อระดับนโยบายและสาธารณะ&amp;nbsp; 2.รณรงค์สร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; ให้สังคมได้ตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาที่ดิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; 3. ผลักดันนโยบายในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกับหน่วยงานเจ้าของที่ดิน &amp;nbsp;4. สนับสนุนแนวคิด Collective Housing &amp;nbsp;และ 5. ยกระดับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยทั้งเมืองและชนบท&amp;nbsp; ระหว่างผู้นำขบวนองค์กรชุมชนไทยกับผู้นำต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานและฝ่ายนโยบาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้จะมีการจัดงานทั้งในระดับส่วนกลางและภูมิภาคตลอดเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่ จ.เพชรบุรี (24 ตุลาคม) มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ&amp;nbsp; รมว.คมนาคมเป็นประธาน&amp;nbsp; ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย (24-25 ตุลาคม) มีพลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา&amp;nbsp; รมว.มหาดไทยเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น ( 27 ตุลาคม) มีนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.กระทรวง พม.เป็นประธาน&amp;nbsp; ภาคตะวันออกที่ จ.ชลบุรี&amp;nbsp; (28 ตุลาคม) มีร้อยเอกธรรมนัส&amp;nbsp; พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคใต้ที่ จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะมีการนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุนที่ดิน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนบ้านมั่นคง การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยกรชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ดินการรถไฟ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562 ในประเทศไทยครั้งนี้&amp;nbsp; ได้รับความสนใจจากผู้แทนชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาร่วมงานและศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย&amp;nbsp; รวม 13 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซีย มองโกเลีย ปากีสถาน เนปาล สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศลาตินอเมริกา และกลุ่มประเทศทวีปแอฟริกา รวม 50 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., โฉนด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9ed2ef70f6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
