<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นชี้วันเลือดนองพม่าดับ38ศพ ผู้นำทหารชินแล้วเชิญแซงก์ชันเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมาระบุ การปราบปรามผู้ประท้วงในเมียนมาเมื่อวันพุธมีคนเสียชีวิต 38 คน เป็นวันนองเลือดที่สุดนับแต่เกิดรัฐประหาร เรียกร้องยูเอ็นใช้ยาแรงกับพวกผู้นำทหาร พ้อตัวแทนรัฐบาลทหารลั่นชินแล้วกับแซงก์ชันและการถูกโดดเดี่ยว มีเพื่อนไม่กี่ประเทศก็อยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แค่วันนี้วันเดียว มีคนตาย 38 คน&amp;quot; ทูตพิเศษชาวสวิสขององค์การสหประชาชาติประจำเมียนมา กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพุธที่ 3 มีนาคม และทำให้จำนวนรวมผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของเมียนมานับแต่รัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีมากกว่า 50 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์กล่าวว่า เหตุการณ์วันนี้ถือเป็นวันนองเลือดที่สุดนับแต่รัฐประหาร แต่เธอไม่ได้ให้รายละเอียดที่มาของตัวเลขดังกล่าว เธอยังเรียกร้องให้ยูเอ็นใช้ &amp;quot;มาตรการรุนแรงมากๆ&amp;quot; กับพวกนายพล เพราะในการสนทนากับพวกผู้นำทหารเมียนมา พวกเขาไม่นำพาคำขู่คว่ำบาตรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตผู้นี้ขยายความว่า ในการสนทนากับโซ วิน ผู้นำทหารหมายเลข 2 ของเมียนมา เธอได้เตือนเขาไปว่ากองทัพเมียนมาน่าจะเผชิญมาตรการที่รุนแรงจากบางประเทศและการถูกโดดเดี่ยวเพื่อตอบโต้การก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำตอบก็คือ &amp;#39;พวกเราชินกับการแซงก์ชันแล้ว และเราก็อยู่รอดมาได้&amp;#39;&amp;quot; ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ บอกกับนักข่าวที่นิวยอร์ก &amp;quot;เมื่อดิฉันเตือนว่าพวกเขาจะถูกโดดเดี่ยว คำตอบก็คือ &amp;#39;เราต้องเรียนรู้ที่จะเดินไปพร้อมกับเพื่อนแค่ไม่กี่ราย&amp;#39;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลตะวันตกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา และสหภาพยุโรป ได้ใช้หรือกำลังพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบเจาะจงเพื่อกดดันกองทัพและพันธมิตรทางธุรกิจของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเคยแสดงความกังวลต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินของพวกผู้นำทหาร แต่ที่ประชุมไม่สามารถผ่านแถลงการณ์ประณามได้ เพราะจีนและรัสเซีย ที่เป็นสมาชิกถาวร คัดค้านโดยมองว่าเป็นเรื่องของกิจการภายในของเมียนมา นักการทูตกล่าวกันว่าการดำเนินการใดๆ ของคณะมนตรีฯ ที่เกินเลยกว่าแถลงการณ์นั้น ไม่น่าเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ กล่าวถึงจีนและรัสเซียด้วยว่า เธอหวังว่าสองประเทศนี้จะตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่กิจการภายใน แต่กระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซ วิน บอกกับทูตผู้นี้ว่า &amp;quot;หลังจาก 1 ปี พวกเขาอยากจัดการเลือกตั้งอีกครั้ง&amp;quot; แต่ทูตยูเอ็นรายนี้ให้ทัศนะว่า ชัดเจนว่าตอนนี้พวกนายทหารใช้กลยุทธ์สอบสวนคนของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) แล้วจับเข้าคุก &amp;quot;สุดท้ายแล้ว เอ็นแอลดีจะถูกห้ามแล้วจากนั้นพวกเขาจะจัดเลือกตั้งใหม่ ที่พวกเขาจะชนะแล้วก็ได้ครองอำนาจต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เรามีคนหนุ่มสาวที่อยู่อย่างมีเสรีภาพมานาน 10 ปี พวกเขามีโซเชียลมีเดีย และพวกเขามีการจัดองค์กรที่ดีและเด็ดเดี่ยวมาก&amp;quot; ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ กล่าว &amp;quot;พวกเขาไม่ต้องการกลับไปอยู่ในระบอบเผด็จการและถูกโดดเดี่ยวอีกต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94973</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์, ทูตยูเอ็นประจำเมียนมา, ปราบม็อบ, พม่า, วันนองเลือด, สลายการชุมนุม, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_604067d1ad0db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
