<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลาเนื่องในวันมหิดล พสกนิกรพร้อมใจเฝ้าฯ รับเสด็จที่ศิริราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.64 - เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงวางพวงมาลาถวายพระราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพวงมาลา จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ แล้วกราบ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ในการถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ และทรงวางพานพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงกราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ และ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพานพุ่มดอกไม้ วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ กราบ แล้วนั่ง ณ ที่จัดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน, ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่ที่ระลึกและของที่ระลึก จำนวน 20 ราย แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า บริเวณโดยรอบรพ.ศิริราช ฝั่งท่าเรือศิริราช ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองพื้นที่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่ช่วงบ่ายอย่างต่อเนื่อง พสกนิกรพร้อมใจสวมเสื้อเหลืองและนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีมาด้วยเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงและพระราชินีต่างโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย วปร ธงพระนามาภิไธย สท ปลิวไสว และเปล่งเสียง&amp;rdquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; ดังกึกก้องด้วยความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บรรยากาศตั้งแต่เช้าของวันที่ 24 ก.ย. วันมหิดล ประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมวางพวงมาลาถวายสักการะพระราชานุสาวรีสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;24 กันยายน วันมหิดล&amp;quot; ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;quot;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย&amp;quot; และ &amp;quot;พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย&amp;quot; ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ทรงดำเนินพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในฐานะแพทย์ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการวางรากฐานระบบการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล กองทัพเรือ การประมง การสังคมสงเคราะห์ และการศึกษาวิทยาศาสตร์ระดับอุดมศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามมาตรฐานสากลตราบจนทุกวันนี้ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้จัดงาน &amp;quot;วันมหิดล&amp;quot; เป็นประจำทุกปี โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานจัดงานหารายได้มาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างพร้อมใจร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การรับบริจาคพร้อมมอบธงวันมหิดลเป็นที่ระลึก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช ได้ที่ ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โทร. 0 2419 7658-60 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ การจัดรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติเพื่อหารายได้ช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117753</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันมหิดล, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, โรงพยาบาลศิริราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614db6eed1977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฉีดวัคซีน1ล้านโดสวันมหิดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp; รายใหม่ ยังคงทรงตัวที่ 1.4 หมื่น &amp;quot;หมอโอภาส&amp;quot; เผยระดมฉีด 1 ล้านโดสในวันมหิดล เร่งฉีดเข็ม 1 ให้ครบ 50% ใน ต.ค. &amp;nbsp;ขณะที่โฆษกรัฐบาลย้ำเดือนตุลาคมมีวัคซีน 24 ล้านโดส ยันเด็กๆ ถกแขนเสื้อรอ 4 ตุลารับไฟเซอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,109 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,249 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,892 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,357 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 854 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,462,901 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 13,280 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดรวมหายป่วยสะสม 1,317,527 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 130,128 ราย อาการหนัก 3,701 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 760 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 122 ราย เป็นชาย 70 ราย หญิง 52 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 83 ราย มีโรคเรื้อรัง 33 ราย เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย ใน กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 15,246 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 17 ก.ย. 547,324 โดส ฉีดวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 43,889,427 โดส โดยจำนวนนี้เป็นผู้ฉีดวัคซีนเข็มแรก 28,611,321 ราย คิดเป็นร้อยละ 39.7 ของจำนวนประชากร เข็มที่สอง 14,567,681 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.3 ของจำนวนประชากร ส่วนสถานการณ์โลก มีผู้ป่วยสะสม 228,400,213 ราย เสียชีวิตสะสม 4,692,639 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 2,843 ราย, สมุทรปราการ 1,018 ราย, ชลบุรี 848 ราย, ยะลา 477 ราย, นราธิวาส 476 ราย, ระยอง 414 ราย, นนทบุรี 399 ราย, ปราจีนบุรี 385 ราย, ราชบุรี 378 ราย, สงขลา 370 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ว่า ภาพรวมขณะนี้ดีขึ้น ประชาชนสามารถใช้ชีวิตวิถีใหม่อยู่กับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ได้อย่างเคร่งครัดตามมาตรการป้องกันตนขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล เช่น การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่าง งดไปในสถานที่แออัด เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-16 ก.ย.2564 ฉีดวัคซีนรวม 43,342,103 โดส โดยฉีดครบ 2 เข็ม จำนวน 14,285,995 โดส และฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้ว จำนวน 28,436,015 โดส ซึ่งฉีดได้ประมาณ 9 แสนโดสต่อวัน พร้อมทั้งเร่งรัดให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ให้ได้ ร้อยละ 50 อย่างช้าภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ตามเป้าของกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงสาธารณสุขเตรียมแผนระดมพลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน 1 ล้านโดสเป็นอย่างน้อยในทุกเข็ม ในวันมหิดล วันที่ 24 กันยายน 2564 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีด ขอให้รีบรับบริการฉีดวัคซีนที่สถานบริการใกล้บ้าน
ตุลาคม 24 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้วัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยมี 4 ชนิด คือ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์ ซึ่งผ่านการรับรองทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากองค์การอนามัยโลกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยวัคซีนหลักที่ใช้ฉีดเข็มที่ 1 คือ ซิโนแวคและเข็มที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ จากผลการศึกษาวิจัยในประเทศพบว่า วัคซีนทั้งสองชนิดนี้จะเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ใช้เวลาสั้นกว่าวัคซีนสูตรปกติ รายใดที่พบว่ามีปัญหาแพ้วัคซีนเข็มแรก เช่น มีผื่นขึ้นบวมแดงหรือหายใจติดขัด จะเปลี่ยนชนิดที่มีความปลอดภัยแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้แก่ผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากภูมิคุ้มกันเริ่มลดลงหลังฉีด 3-6 เดือน โดยประชาชนที่จะเข้ารับการฉีด จะได้รับการแจ้งข้อความ SMS ผ่านทางแอปพลิเคชันหมอพร้อม หรือลงทะเบียนที่สถานพยาบาลเดิม และเข้ารับบริการที่จุดฉีดวัคซีนกลางในแต่ละพื้นที่กำหนด เช่น ในกรุงเทพฯ ที่สถานีกลางบางซื่อ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า กลุ่มนักเรียน 12-17 ปี ที่จะเริ่มฉีดไฟเซอร์เข็มที่ 1 ในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ จะคำนึงถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเป็นไปตามเจตจำนงของผู้ปกครองเป็นสำคัญ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการบริหารจัดการระบบการฉีดให้รัดกุมและมีความปลอดภัยสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำหนดแผนการกระจายวัคซีนให้กับคนทุกกลุ่ม ซึ่งตามแผนการจัดหาวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขจนถึงเดือนธันวาคมนี้ จะมีวัคซีนเข้ามาจำนวน 152.9 ล้านโดส เพียงพอต่อแผนการฉีดวัคซีนให้ครบ 70% ของประชากร หรือประมาณ 50 ล้านคนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-31 ต.ค.64 มีการเตรียมจัดสรรวัคซีนจำนวน 24 ล้านโดส แยกตามกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 1.ประชาชนทั่วไป ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ จำนวน 16.8 ล้านโดส 2.นักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ทั่วประเทศ จำนวน 4.8 ล้านโดส 3.แรงงานในระบบประกันสังคม 0.8 ล้านโดส 4.หน่วยงานอื่นๆ เช่น องค์กรภาครัฐ ราชทัณฑ์ จำนวน 1.1 ล้านโดส และ 5.ผู้ที่ได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 เข็ม และต้องการเข็มกระตุ้น (เข็มที่ 3) จำนวน 0.5 ล้านโดส นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมจะมีวัคซีนซิโนฟาร์มและโมเดอร์นาเข้ามาอีก ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนมีจำนวนเพียงพออย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของประชาชนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็มนั้น จะมีการเร่งฉีดกระตุ้นภูมิเข็ม 3 เร็วขึ้น โดยในวันที่ 24 กันยายนจะเป็นวันแรก ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ที่เตรียมฉีดให้นักเรียนนักศึกษา อายุ 12-17 ปี จะเริ่มฉีดเข็มแรกในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ และฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ในช่วงปลายเดือนตุลาคม (เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ระยะห่างจะอยู่ที่ 3-4 สัปดาห์) ส่วนการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 จะพิจารณาแยกตามข้อกำหนด มาตรการ และสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ต่อไป&amp;nbsp;
สมุทรปราการกดไม่ลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้เร่งฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการป้องกันโควิด-19 พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางแพทย์ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดกระบี่ ยังมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องจากหลายคลัสเตอร์ เช่น คลัสเตอร์ตลาดนัดต้นทวย คลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเกาะพีพี คลัสเตอร์พิธีบำเพ็ญกุศลศพอดีตเจ้าอาวาสวัดแก้ว จนทำให้มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งกว่า 100 คน สองวันติดต่อกัน โดยพบว่าอำเภอเมืองกระบี่ มียอดผู้ติดเชื้อมากสุด 60 ราย กระจายไปตามหมู่บ้าน ตำบล รวมถึงในเขตเทศบลเมืองกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ข้อมูลจากศูนย์สื่อสารความเสี่ยงสำนักงานสาธารณสุข จ.กระบี่ เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่ม 119 ราย (พบในจังหวัด 117 ราย จากนอกจังหวัด 2 ราย) ยอดสะสมรวม 2,881 ราย รักษาหาย 1,853 ราย กำลังรักษา 1,024 ราย และเสียชีวิตรวม 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเกาะพีพี ม.7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย เป็นคนไทย 7 ราย เมียนมา 2 ราย ลดลง 8 ราย จากวานนี้พบผู้ป่วย 17 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนอำเภอที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รองลงมาจากอำเภอเมืองกระบี่ ได้แก่ อ.คลองท่อม มีผู้ติดเชื้อ 24 ราย, อ.อ่าวลึก อ.ลำทับ อำเภอละ 8 ราย, อ.เขาพนม 5 ราย, อ.เหนือคลอง 3 ราย ส่วนอำเภอที่ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มในวันนี้ ได้แก่ อ.เกาะลันตา สำหรับผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมจำนวน 350 ราย รพ.สนามโกเมน ต.อ่าวนาง จำนวน 115 ราย, รพ.สนาม ค่ายทหาร ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม จำนวน 193 ราย, รพ.สนาม พลบดี อ.เมืองฯ จำนวน 198 ราย และ รพ.อื่นๆ อีก 168 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,018 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 798 ราย, อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 337 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 60 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 49 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 271 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 26 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 55 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการ จำนวน 220 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียชีวิต 5 ราย เป็นเพศชายจำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 4 ราย อายุระหว่าง 45-89 ปี มีประวัติโรคเรื้อรังจำนวน 4 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรังจำนวน 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 1,090 &amp;nbsp;ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 99,741 &amp;nbsp; ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในโรงพยาบาลเอกชน และรักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ รวมจำนวน 20,770 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117124</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบ 50%, ฉีด 1 ล้านโดส, ฉีดวัคซีน1ล้านโดสวันมหิดล, ต.ค., ทรงตัวที่ 1.4 หมื่น, วันมหิดล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120baf31a62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ประกาศ 24ก.ย.วันมหิดล ฉีดวัคซีน 1 ล้านโดส รวมเข็ม1 ,2 , 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ก.ย.64- นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประชุมวิดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ ให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนการฉีดวัคซีนและรวมพลังนัดหมายประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้ 1 ล้านเข็ม (รวมวัคซีนทุกชนิดทั้งเข็มที่ 1, 2 และ 3) พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 24 กันยายนนี้ เนื่องในวันมหิดล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;ldquo;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน&amp;rdquo; ที่ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ในด้านการแพทย์การสาธารณสุข และเพื่อประโยชน์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สถานการณ์โควิด 19 ของประเทศขณะนี้มีแนวโน้มการติดเชื้อลดลงชัดเจน &amp;nbsp;และมี 25 จังหวัดที่ฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุได้เกิน 50% แล้ว ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง ยะลา สงขลา และกทม. สามารถขับเคลื่อนฉีดวัคซีนแบบปูพรมฉีดให้กับประชาชนทุกกลุ่มได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ให้ 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และชลบุรี เตรียมความพร้อมรองรับตามแผนการเปิดประเทศระยะที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ และเพื่อสนับสนุนการเปิดประเทศในระยะต่อไป เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม ได้กำหนดให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เลือกจังหวัดที่ประชาชนได้รับวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุม 50% มา 1 อำเภอ ซึ่งเป็นอำเภอที่ฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% และมีตำบลหรือพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ฉีดได้ครอบคลุม 80% รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) และสถานประกอบการดำเนินการตามแนวทาง Covid Free Setting &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116803</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, ฉีดเข็ม3, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, วันมหิดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141b584c2b94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันมหิดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 ก.ย.62- เมื่อเวลา 15.16 น. วันที่ 24 &amp;nbsp;กันยายน &amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน &amp;ldquo;วันมหิดล&amp;rdquo; โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ &amp;nbsp;วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล &amp;nbsp;ศ. นพ.บรรจง &amp;nbsp;มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล &amp;nbsp;รศ.นพ.วิศิษฎ์ &amp;nbsp;วามวาณิชย์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พลเรือเอก ลือชัย &amp;nbsp;รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ โรงพยาบาลศิริราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จฯ ถึงโรงพยาบาลศิริราช ได้เสด็จฯ ไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ฯ ทรงกราบ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ฯ ทรงกราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ &amp;nbsp;ทรงกราบ &amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ แล้วเสด็จฯ ไปประทับพระราชอาสน์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ. นพ.วิศิษฎ์ &amp;nbsp;วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเข็มที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศ.พญ. สุวรรณี &amp;nbsp;สุรเศรณีวงศ์ รองคณบดีและผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราชเข้าเฝ้าฯ &amp;nbsp;ทูลเกล้าฯ ถวายเข็มที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินีต่อมา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน &amp;nbsp;ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานโล่และของที่ระลึก ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วันที่ 24 &amp;nbsp;กันยายน ของทุกปี เป็น &amp;ldquo;วันมหิดล&amp;rdquo; ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร &amp;nbsp;อดุลยเดชวิกรม &amp;nbsp;พระบรมราชชนก &amp;nbsp;&amp;ldquo;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย&amp;rdquo; เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ พระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระบรมราชชนก &amp;nbsp;ที่ทรงดำเนินพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในฐานะแพทย์ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงอุทิศพระวรกาย &amp;nbsp;พระสติปัญญา &amp;nbsp;และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการวางรากฐานระบบการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุขให้เจริญรุ่งเรือง ตามมาตรฐานสากลจนทุกวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้จัดงาน &amp;ldquo;วันมหิดล&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในวันที่ 24 &amp;nbsp;กันยายน ของทุกปี โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ &amp;nbsp;พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก นักศึกษาภายในวิทยาเขตบางกอกน้อยออกรับบริจาคพร้อมมอบธงวันมหิดลเป็นที่ระลึก &amp;nbsp;จัดรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติ เพื่อหารายได้ช่วยผู้ป่วยยากไร้ด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช &amp;nbsp;โดย ศ. ดร. สมเด็จพระเจ้านางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาเป็นองค์ประธานคณะกรรมการจัดงานหารายได้มาโดยตลอด นอกจากนี้ยังจัด &amp;ldquo;นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ให้ประชาชนร่วมรำลึกพระเกียรติคุณสมเด็จพระบรมราชชนกถึงวันที่ 27 กันยายนนี้ ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 1 .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงวางพวงมาลา, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันมหิดล, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89e9b225944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;โพสต์รำลึก&#039;สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล&#039;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- ม.จ. จุลเจิม ยุคล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องในวัน 24 กันยายน วันมหิดล &amp;quot;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน&amp;rdquo; ของไทยว่าสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ ทรงพระราชสมภพในพระมหาราชวัง เมื่อ วันที่ 1 มกราคม 2434 ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 69 ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และสมเด็จพระศรีสวรินทิราพระบรมราชเทวี สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรม ราชชนนี(นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ)เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2463 มีพระธิดาและพระโอรส 3 พระองค์ คือสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนครธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช(รัชกาลที่ 9)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระบรมราชชนก เสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 เวลา 16.45 น. รวมพระชนม์มายุได้ 37 ปี 8 เดือน กับ 23 วัน เนื่องจากพระปับผาสะมีน้ำคั่งและพระหทัยวาย นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการแพทย์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระบรมราชชนกได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อจนได้รับประกาศนียบัตรการสาธารณสุข ในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ ก็เสด็จกลับประเทศไทย ระหว่างที่ทรงเดินทางผ่านทางยุโรป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงแต่งตั้งให้พระองค์ทรงเป็นผู้แทนเพื่อเจรจากับมูลนิธิรอกกีเฟลเลอร์ เกี่ยวกับการช่วยปรับปรุงโรงเรียนแพทย์ ทำให้ต้องเสด็จไปประชุมตามเมืองต่างๆ ในยุโรป ด้วยพระปรีชาสามารถและทรงเสียสละความสุข และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อร่วมมือกับมูลนิธินี้ สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ก็ทรงชนะจิตใจเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิตกลงยินยอมให้ความช่วยเหลือการแพทย์ของเมืองไทยเมื่อเสด็จกลับประเทศไทยแล้วทรงรับตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัยตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ก็ไม่ทรงทิ้งเจตนาเดิมเรื่องการปรับปรุงโรงเรียนแพทย์ เพื่อจะได้แพทย์ที่มีคุณภาพดี การทรงงานของพระองค์มีปัญหาบ้าง เนื่องจากที่พระองค์ไม่ใช่แพทย์ และไม่มีความรู้ด้านแพทย์โดยตรง ก็ทรงแก้ปัญหานั้นด้วยการเสด็จไปเรียนวิชาแพทย์เสียเอง เพื่อสร้างความเจริญให้แก่การแพทย์ของไทยตามที่ทรงตั้งปณิธานไว้ โดยทรงเสด็จไปศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย. ฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา ทรงอุทิศพระวรกายให้แก่การศึกษาอย่างเต็มที่ จนโรคพระวักกะพิการแต่เดิมนั้นกำเริบอีกครั้ง เมื่อถึงใกล้สอบไล่ขั้นสุดท้ายทรงประชวรโรคไส้ติ่งอักเสบจึงต้องผ่าตัด แต่ก็ทรงสอบได้ในระดับเกียรตินิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จกลับประเทศไทยอีกครั้ง ทรงตั้งพระทัยจะเสด็จไปฝึกงานเป็นแพทย์ประจำบ้านที่โรงพยาบาลศิริราช แต่การนี้ไม่สำเร็จด้วยพระอิสริยยศของพระองค์เป็นอุปสรรค จึงตัดสินพระทัยเสด็จไปทรงงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค เชียงใหม่ ทรงประทับกับหมอคอร์ต ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต่อมาทรงตั้งพระทัยหาบ้านไว้ให้เหมาะก่อนแล้วจึงจะให้ครอบครัวของพระองค์ตามไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ทรงทำหน้าที่แพทย์ได้เพียง ๒๑ วัน ก็ต้องเสด็จกลับกรุงเทพฯ เนื่องจากทรงประชวร ต้องประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่วังสระปทุม แพทย์ผู้ชำนาญทั้งไทย และต่างประเทศได้พยายามรักษาอย่างสุดความสามารถตลอดระยะเวลา ๔ เดือน ถึงแม้ว่าพระหฤทัยจะเข้มแข็ง และมุ่งมั่นแต่พระวรกายต่อสู้กับพระโรคไม่ไหว พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๔๗๒ สิริรวมพระชนมายุเพียง ๓๗ พรรษา หลังจากนั้นในวงการแพทย์ และผู้ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้พร้อมใจกันเฉลิมพระเกียรติให้พระองค์เป็น &amp;quot;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน&amp;rdquo; ของไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46460</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 กันยายน, พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, วันมหิดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d897026cd0a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
