<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติในหลวง-ราชินี เสด็จฯวันมาฆบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 เวลา 17.46 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2564
ครั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp; ยืนหน้าเก้าอี้ที่จัดไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงคม เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์
พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงจุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม ดังนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ศิลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย (เครื่องห้า) สำหรับทรงธรรม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับทรงธรรม ทรงศีล พระราชวิสุทธิมุนี วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก และเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด ต่อมาประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว ออกจากพระอุโบสถ
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในและโดยรอบวัดพระแก้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายพสกนิกรต่างมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่บริเวณถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ต่อเนื่องมาถึงหน้าศาลหลักเมือง โดยพสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีม่วง โบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงพระนามาภิไธยย่อ ส.ท. ถือพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยใจรักและภักดี เช่นเดียวกับภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่บางส่วนและรอบพระอุโบสถให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน พสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั้งก้มกราบแนบพื้นด้วยความปลื้มปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จ
สำหรับประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ผ่านจุดคัดกรอง แสดงบัตรประชาชน ลงทะเบียนแอปพลิเคชันไทยชนะ และตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมรับเจลล้างมือพระราชทานก่อนเข้าไปในพื้นที่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา, ทรงพระเจริญ, พระราชกุศลมาฆบูชา, มาฆบูชา, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, วันมาฆบูชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6039061ce1018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา ปชช.เฝ้าฯชื่นชมพระบารมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - เวลา 17.46 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา พุทธศักราช 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี &amp;nbsp;ยืนหน้าเก้าอี้ที่จัดไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนรุ่ง ทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งแล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงคม เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย แล้วพระราชทานเทียนชนวนที่ทรงจุดให้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงจุดเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศพระราชทาน 5 พระอาราม ดังนี้ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระสงฆ์ 30 รูปเจริญพระพุทธมนต์ จบ เสด็จฯ ไปทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมาสน์ศิลา ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ศิลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย (เครื่องห้า) สำหรับทรงธรรม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับทรงธรรม ทรงศีล พระราชวิสุทธิมุนี วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จังหวัดสุรินทร์ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหลั่งทักษิโณทก และเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระเทศน์ แล้วทรงยืนประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ซึ่งจะเดินเข้าไปรับจนหมด ต่อมาประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว ออกจากพระอุโบสถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ กลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายพสกนิกรต่างมาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีตั้งแต่บริเวณถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกาต่อเนื่องมาถึงหน้าศาลหลักเมือง โดยพสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองและเสื้อสีม่วงโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงพระนามาภิไธยย่อ ส.ท. ถือพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยใจรักและภักดี เช่นเดียวกับภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่บางส่วนและรอบพระอุโบสถให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี โดยมีการเว้นระยะห่างห่างสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านพสกนิกรต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง ทั้งก้มกราบแนบพื้นด้วยความปลื้มปีติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงแย้มพระสรวล ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ผ่านจุดคัดกรอง แสดงบัตรประชาชน ลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นไทยชนะ และตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมรับเจลล้างมือพระราชทานก่อนเข้าไปในพื้นที่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94371</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันมาฆบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038e344ad2e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นิด้าโพลเผยทุกวันนี้คนไทยยึดถือความกตัญญูน้อยลง-ห่างไกลศาสนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ก.พ.64 -ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;วันมาฆบูชาและ วันกตัญญูแห่งชาติ&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 &amp;ndash; 24 กุมภาพันธ์ 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา &amp;nbsp; และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,314 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวันมาฆบูชาและวันกตัญญูแห่งชาติ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย &amp;nbsp;(Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับการประกาศให้วันมาฆบูชาเป็น &amp;ldquo;วันกตัญญูแห่งชาติ&amp;rdquo; พบว่า ร้อยละ 83.56 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ ขณะที่ ร้อยละ 16.44 ระบุว่า ทราบ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจวันมาฆบูชา โอวาทปาฏิโมกข์: หลักธรรมที่ควรปฏิบัติภายใต้สังคมไทยในยุคปัจจุบัน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ทราบมีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้คนไทยยึดถือความกตัญญู ต่อบุพการี น้อยลง&amp;rdquo; พบว่า ร้อยละ 44.37 ระบุว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นด้วยมาก ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 11.57 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 18.04 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และร้อยละ 1.06 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้คนไทยยึดถือความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณ (ที่ไม่ใช่บุพการี) น้อยลง&amp;rdquo; พบว่า ร้อยละ 40.41 ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 27.55 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 13.24 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 18.11 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้คนไทยยึดถือความกตัญญู ต่อแผ่นดิน/ประเทศ น้อยลง&amp;rdquo; พบว่า ร้อยละ 37.44 ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 21.77 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 12.18 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 24.81 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และร้อยละ 3.80 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับรู้ของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาใน &amp;ldquo;วันมาฆบูชา&amp;rdquo; พบว่า ร้อยละ 51.92 ระบุว่า ทราบ (สามารถระบุได้ถูกต้องว่า เป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และมีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 และเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากพระพุทธเจ้า (เอหิภิกขุอุปสัมปทา)) ขณะที่ ร้อยละ 48.08 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจวันมาฆบูชา โอวาทปาฏิโมกข์: หลักธรรมที่ควรปฏิบัติภายใต้สังคมไทยในยุคปัจจุบัน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ &amp;nbsp;มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ทราบ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธกับคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้ชาวไทยพุทธห่างไกลศาสนา&amp;rdquo; พบว่า ร้อยละ 35.28 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 27.36 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 14.48 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 20.24 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย และ ร้อยละ 2.64 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94303</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, วันกตัญญูแห่งชาติ, วันมาฆบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60384c52723d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮรับวันหยุด! &#039;มาฆบูชา&#039;ขึ้นทางด่วนฟรี 3 เส้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64- เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความแจ้งว่าวันหยุดราชการเนื่องในวันมาฆบูชานี้
ใครมีแพลนเดินทางเข้า &amp;ndash; ออก กทม. และต้องใช้ทางด่วน เฮได้เลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะวันที่ 26 ก.พ. 64 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา&amp;nbsp;
จะมีการยกเว้นค่าทางด่วนใน 3 เส้นทาง ได้แก่
?ทางพิเศษเฉลิมมหานคร จำนวน 19 ด่าน
?ทางพิเศษศรีรัช จำนวน 31 ด่าน
?ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน &amp;ndash; ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงวันหยุด&amp;nbsp;
ลดค่าใช้จ่ายและลดปัญหาจราจรติดขัดที่หน้าด่านเก็บเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทางด่วนฟรี, วันมาฆบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_60374793ec9e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายห่วงรถติด&#039;ทางหลวง&#039;เคลียร์ถนนให้ประชาชนเดินทางทำบุญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในวันหยุดยาว ช่วงวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.นี้ คาดว่าประชาชนจะเดินทางบนโครงข่ายถนนของ ทล. เหมือนกับช่วงวันหยุดยาว ช่วงวันตรุษจีน วันที่ 12-14 ก.พ.64 ที่มีการเดินทางไม่หนาแน่น สามารถรองรับปริมาณการจราจรได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเนื่องจากวันตรุษจีนส่วนใหญ่หน่วยงานภาครัฐจะหยุด แต่ส่วนภาคเอกชนบางบริษัทไม่หยุด ทำให้การเดินทางไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับวันหยุดยาววันมาฆบูชานี้ คาดว่าประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยว ทำบุญไหว้พระ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่สามารถเดินทางไป-กลับวันเดียวได้ โดยที่ไม่ต้องค้างคืน ส่วนมากคาดว่าจะมีการเดินทางบนทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;35&amp;nbsp;(ถนนพระราม&amp;nbsp;2) จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จ.พระนครศรีอยุธยา และ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ช่วงวันหยุดมาฆบูชานี้ ทล. ได้สั่งหน่วยงานในสังกัด สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และ หมวดทางหลวงทั่วประเทศให้เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางบนโครงข่ายทางหลวงที่มี 55,000 กม. ในเส้นทางที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น และเส้นทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของในแต่ละพื้นที่นั้นๆ หากพบว่าเริ่มมีปริมาณจราจรเริ่มหนาแน่น การจราจรชะลอตัว ให้เปิดช่องทางพิเศษ (เลนพิเศษ) เพื่อระบายรถให้เดินทางคล่องตัวมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ช่วงบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ โดยเฉพาะ บริเวณช่วงทางลงเขา ทางลาดชัน เช่น ทล.304 หรือเส้นทางทางภาคเหนือ และแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องผ่านแนวเส้นทางที่มีภูเขาจำนวนมาก เช่น เขาค้อ ภูทับเบิก และดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง ต้องปฏิบัติตามป้ายเตือน และป้ายจราจรต่างๆ อย่างเคร่งครัด อาทิ ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด และใช้เกียร์ต่ำ ตลอดจนตรวจเช็กสภาพรถให้มีความพร้อมการก่อนเดินทางเสมอ และตรวจสอบสภาพร่างกายผู้ขับรถให้พร้อมด้วยเช่นกัน ประชาชนสอบถามข้อมูลเส้นทาง สภาพการจราจร แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย หรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมฯ&amp;nbsp;1586 (โทรฟรี&amp;nbsp;24 ชม.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94223</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถติด, วันมาฆบูชา, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_60373c49175fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม &#039;วันมาฆบูชา&#039; ให้ดำรงขันติธรรมท่ามกลางวิกฤตการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า เนื่องในวันมาฆบูชา 26&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า &amp;ldquo;ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัททุกหมู่เหล่าน้อมระลึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ อันมีหลักการสำคัญเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1. การไม่ทำบาปทั้งปวง 2. การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และ 3. การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ประทานแก่พระอรหันตสาวก 1,250&amp;nbsp;รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ดิถีเพ็ญเดือน 3&amp;nbsp;เมื่อกว่า 2,600&amp;nbsp;ปีล่วงมาแล้ว อย่างไรก็ดี หากปีใดเป็นปีอธิกมาส วันมาฆบูชาจะตรงกับดิถีเพ็ญเดือน 4&amp;nbsp;ดังเช่นที่เกิดขึ้นปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารัตถะประการหนึ่งในโอวาทปาติโมกข์นั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนหลักการแห่ง &amp;lsquo;ขันติธรรม&amp;rsquo; เพื่อเป็นหลักเผยแผ่พระศาสนา และการดำรงตนของพุทธบริษัท ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา แปลว่า &amp;lsquo;ขันติ เป็นเครื่องเผาผลาญบาปธรรมอย่างยิ่ง&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ขันติ&amp;rsquo; หมายถึง &amp;lsquo;ความอดทนอดกลั้น&amp;rsquo; มีลักษณะ คือความข่ม มีรส คือความอดทนต่อสิ่งที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ มีสภาพที่ปรากฏ คือความอดกลั้นหรือความไม่โกรธ มีพื้นฐานคือความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกต่างมีสัญชาตญาณรักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น และก็เป็นธรรมดาที่ทุกชีวิตจำต้องเผชิญความทุกข์โทมนัส สลับกับความสุขโสมนัส หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่เสมอ จะหาบุคคลผู้มิต้องประสบกับ &amp;lsquo;โลกธรรม 8&amp;rsquo; กล่าวคือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข และทุกข์ ในโลกนี้ เป็นอันมิมีเลย ผู้ตระหนักรู้ในความจริงเช่นนี้ จึงพึงสั่งสมบ่มเพาะกำลังแห่งขันติไว้สำหรับใช้ระงับยับยั้ง และต้านทานโลกธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในท่ามกลางวิกฤติการณ์ ซึ่งรุมเร้าเข้าสู่บ้านเมืองและโลกของเราทุกวันนี้ ทั้งนี้ ก็เพื่อจะได้รักษาร่างกายและจิตใจให้ยังคงความผาสุก สามารถอดทนอดกลั้นต่อทุกขเวทนาทางกาย ถ้อยคำจาบจ้วงล่วงเกิน คำติฉินนินทาว่าร้าย และความเสื่อมลาภเสื่อมยศ ซึ่งหลงยึดถือไว้ว่าเป็นตัวเราของเราเสียได้ อย่างน้อยแม้จะเจ็บใจเพียงใด แต่ก็ไม่เผลอแสดงอาการหุนหันพลันแล่นออกมาทางกายหรือทางวาจาจนเสียกิริยาอาการอันดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุคคลผู้สามารถดำรงขันติธรรม คือความอดทนอดกลั้นไว้ได้ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เสงี่ยมงดงาม ถือธรรมะเป็นใหญ่ กิเลสตัณหาไม่อาจทำอันตราย เมื่อเป็นได้ดังนี้แล้ว ย่อมประสบความสงบร่มเย็น ระงับความดิ้นรนทะยานอยาก การที่สามารถดับเพลิงทุกข์เป็นคราวๆ ได้ เสมือนว่าได้ถึงพระนิพพานเป็นคราวๆ เป็นบทพิสูจน์ให้พุทธบริษัทรู้เห็นตามความเป็นจริงว่า พระนิพพานมิใช่ธรรมะอันสุดเอื้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าพระนิพพานจริงๆ คือความดับเพลิงทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงอาจยังอยู่ไกล แต่พระนิพพานในปัจจุบันคือความดับกิเลสตัณหา ซึ่งบังเกิดขึ้นครอบงำจิตใจในขณะนี้ จึงอาจใช้ &amp;lsquo;ขันติธรรม&amp;rsquo; คือความอดทนอดกลั้นนี้เอง เป็นเครื่องช่วยระงับดับได้ แม้เพียงคราวหนึ่ง ๆ ก็ยังดี ไม่เกินความสามารถที่ทุกคนจะปฏิบัติและเข้าถึงได้ เพื่อความสงบร่มเย็นซึ่งพึงบังเกิดมีขึ้นแก่ตนและแก่สังคมส่วนรวม สมความปรารถนาอันดีงามของคนไทย ที่ต่างหวังใจมุ่งหมายจะได้ประสบสันติสุขด้วยกันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอพุทธบริษัททั้งหลาย จงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อบรรลุถึงความรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่ง ๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประทานพระคติธรรม, วันมาฆบูชา, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036499bd2e36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดีวันมาฆบูชาขึ้นทางด่วนฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.พ.64-รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)แจ้งว่า &amp;nbsp;วันที่ 26 ก.พ.64 &amp;nbsp;(วันมาฆบูชา) กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ เฉลิมมหานคร &amp;nbsp;(ทางด่วนขั้นที่ 1) 19 ด่าน ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่2) &amp;nbsp;31 ด่าน และทางพิเศษอุดรรัถยา(ด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด) &amp;nbsp;10 ด่าน รวม 3 สายทาง 60 ด่าน &amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ถึง 24.00 น. จำนวน 1 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ กทพ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) ร่วมปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัชรวมถึงส่วน D) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด(ทางพิเศษอุดรรัถยา) ฉบับแก้ไขใหม่ที่ขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนให้บริษัทอีก 15 ปี 8 เดือน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนรวมทั้งช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใช้ทางสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทาง สภาพการจราจร และขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ EXAT Call Center โทร 1543 และผู้ใช้ทางพิเศษสามารถดาวน์โหลดApplication &amp;quot;EXAT Portal&amp;quot;เพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการใช้บัตร Easy Pass รับข่าวสารโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ และสามารถเรียกใช้งานApplication อื่น ๆ ของ กทพ. อาทิ EXAT Traffic อีกทั้งยังสามารถขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) &amp;nbsp;ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94082</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), ขึ้นทางด่วนฟรี, ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ, วันมาฆบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035db61ab3e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
