<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039; ไขก๊อกพ้นส.ส.แล้ว &#039;ทวี สอดส่อง&#039; เฮลั่นได้เข้าสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชาติ ลำดับที่ ๑ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงประกาศให้พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชาติ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ชวน หลีกภัย
ประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวี สอดส่อง, พรรคประชาชาติ, วันมูหะมัดนอร์ มะทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5da6e24ca60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039;จ้อทิ้งทวนยก&#039;เปรม-จิ๋ว&#039;บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;หาทางลงก่อน19ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายในญัตติซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ว่า รัฐบาลบริหารงานมา 5-6 ปี ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ อ้างว่าเพราะสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ ยังไม่นับคนตกงาน คนว่างงานอีกมาก ที่เกิดจากผู้นำขาดความรู้ความสามารถ ความล้มเหลวนี้จึงไม่ได้เกิดจากโควิด-19หรือเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เกิดจากผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม อยากให้รัฐบาลรับฟังสภาฯ วันนี้ และหวังว่าท่านจะตัดสินใจเพื่อบ้านเมือง เพื่อคนไทย และเพื่อภาวะวิกฤติ หนี้สินที่รัฐบาลไปกู้มา ก็เพราะท่านตั้งรายจ่ายไว้สูง แต่รายรับของท่านมันต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พึ่งจะเคยเห็นว่า รัฐบาลเอาเงินไปแจกชาวบ้าน แทนที่เขาจะชื่นชมและดีใจ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลถูกด่ามาตลอด เพราะการเยียวยาทำอย่างไม่ทั่วถึง รัฐบาลประเทศอื่นเวลาเยียวยาเขาทำอย่างเสมอหน้า และทั่วถึง ในระยะเวลาที่ไม่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่เงินที่รัฐบาลเยียวยานั้นเกิดปัญหาในทุกด้าน ถ้าท่านยังเป็นรัฐบาลต่อไป ท่านก็ต้องกู้ต่อไปเรื่อยๆ จึงห่วงว่า ถ้ายังอยู่บริหารต่อจะยิ่งกู้ไม่รู้จบ กู้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้วิธีไหน ส่วนใหญ่ใช้แต่ดอกเบี้ย เป็นการบริหารงานที่ไม่คิดถึงอนาคตลูกหลาน สร้างหนี้สินให้คนรุ่นลูก รุ่นหลานต้องมาชดใช้แทน เขาจึงไม่เอารัฐบาลนี้ เพราะมีแต่กู้ๆๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ยังไม่รวมถึงการใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้มาตรา 44 สั่งยุบรวม อปท. สข. สั่งยุบพรรคการเมืองที่มีสมาชิกนับล้าน หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ขนาดเด็กยังรู้ว่าใช้กฎกติกาที่ฉ้อฉล แล้วท่านจะนำพาบ้านเมืองนี้ไปอย่างไร ขอแนะนำให้เห็นแก่บ้านเมือง เห็นแก่ประชาชน วันนี้หมดเวลาของท่านแล้ว ขอให้ลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างกรณี 2 พล.อ.คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่รู้จักพอ เมื่อลงจากอำนาจก็อยู่ในสังคมไทยอย่างปกติสุข ขณะที่อีก 1 พล.อ. และอีก 1 จอมพล ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยนาม ต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยคนหนึ่งเสียชีวิตในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนกลับมาโดยต้องห่มผ้าเหลือง และทรัพย์สมบัติของครอบครัวก็ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่าท่านจะเอาแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ท่านเลือกเส้นทางที่สวยงาม ท่านยังมีเวลาตัดสินใจก่อนถึงวันที่ 19 ก.ย. ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะพูดว่า หมดเวลาของท่านแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76913</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชาติ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, มาตรา 152, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f586a8ca4e84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงา &#039;อาทิตย์-อุทัย&#039; ร่วมถกอดีตประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เสนอบิ๊กตู่ต้องลาออกจะสง่างาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ที่โรงแรมเซนทาราลาดพร้าว กลุ่มอดีตประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา&amp;nbsp;นายนิคม ไวยรัชพานิช นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา นัดประชุมระดมความคิดหาทางออกวิกฤติการเมืองไทย โดยจะมีการหยิบยก ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 รวมถึงข้อเสนอที่ให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง มาหารือ ขณะที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายอุทัย พิมพ์ใจชน ไม่ได้เดินทางมาร่วมการหารือเนื่องจากติดภารกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวก่อนเข้าประชุม ว่า หมดเวลาแล้วสำหรับพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ที่เห็นว่าขณะนี้รัฐบาลมีปัญหา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้ง ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ควรเสียสละลาออกจากตำแหน่ง ไม่ควรรอให้สถานการณ์รุนแรงบานปลายไปมากกว่านี้ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เหมือนกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจลาออก ซึ่งถือเป็นทางลงที่ดีสามารถอยู่ต่อในสังคมได้โดยไม่มีปัญหา แต่ขณะเดียวกันก็มีอดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นอดีตผู้นำเหล่าทัพ เช่น จอมพล ป.พิบูลสงคราม มีอำนาจพรรคการเมืองสนับสนุน แต่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง สุดท้ายต้องหนีไปต่างประเทศ เช่นเดียวกับจอมพลถนอม กิตติขจร ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้องของประชาชน ขณะนี้ถือว่าพล.อ.ประยุทธ์ กำลังยืนอยู่บนทางสองแพร่ง ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นทั้งสองด้าน ควรตัดสินใจและเลือกว่าจะเป็นแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากพล.อ.ประยุทธ์ ลาออกใครจะมาดำรงตำแหน่งแทน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่าควรให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน ซึ่งสมัยที่ตนเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และพล.อ.ชวลิต ลาออก ก็ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมือง มาหารือและสุดท้ายที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเลือกนายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นนายกฯต่อมาถึง 3 ปี ปัญหาความวุ่นวายต่างๆในประเทศก็ลดลง ความน่าเชื่อถือก็กลับคืนมา ดังนั้นรัฐบาลที่ขาดความเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศก็ควรจะหลีกทางให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการประชุมหารือราวครึ่งชั่วโมง นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา ออกมาแถลงข้อสรุปความเห็นของกลุ่ม โดยเสนอว่า ควรเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกบทเฉพาะกาลมาตรา 272 เกี่ยวกับการให้อำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะแก้ไขมาตรา 256 เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) อาจต้องใช้ระยะเวลานาน ขณะที่นิสิต นักศึกษา และประชาชน ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี หากมีเหตุการณ์ถึงขั้นยุบสภาหรือนายกรัฐมนตรีลาออก แล้วต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ก็ควรให้นายกรัฐมนตรีมีที่มาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 โดยให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชน กล่าวว่า ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือกัน และรับฟังข้อเรียกร้องของนักศึกษาและทุกฝ่ายว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน ควรมีการพูดคุยกัน ไม่ควรเผชิญหน้ากันต้องหาทางร่วมมือให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ซึ่งในฐานะที่เป็นกลุ่มคณะเล็กๆ ก็ทำได้เพียงการเสนอความเห็นไม่สามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ โดยจะเสนอความเห็นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ กลุ่มอดีตประธานสภาฯ และส่งความเห็นไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายกรัฐมนตรี ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะแก้ไขวิกฤตตรงนี้ ยังไม่สายเกินไปหากทุกฝ่ายจะร่วมมือกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76840</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้บิ๊กตู่ลาออก, นิคม ไวยรัชพานิช, ประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา, ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, สุชน ชาลีเครือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f57652a6c0ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงา &#039;อัยย์ เพชรทอง&#039; แกนนำพุทธสุดโต่งลัทธิจานบิน เลื่อนนัดศาลไต่สวนคดีหมิ่นวันนอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - ที่ศาลจังหวัดนราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ&amp;nbsp;ในฐานะทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นโจทย์ฟ้อง นายอัยย์ เพชรทอง เป็นจำเลยต่อศาลนราธิวาส ในข้อหาหมิ่นประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศในรอบบริเวณศาล ได้มีตัวแทนชาวบ้านที่นับถือศาสนาอิสลามเกือบ 100 คน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้ารออยู่บริเวณ หน้าศาลจังหวัดนราธิวาส ซึ่งชาวบ้านกล่าวว่า ทุกคนใจจดใจจ่อเพื่อจะขอดูหน้านายอัยย์ เพชรทอง คนที่เรียกตัวเองว่า เลขาฯองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส.) ที่ชอบสร้างคลิปที่ปราศจากความจริงและความเข้าใจในศาสนาอิสลาม ให้คนในประเทศเกลียดชังศาสนาอิสลาม ออกทางสื่อโชเชียลมาหลายปี หลายคลิปหลายตอน พฤติกรรมเป็นแกนนำกลุ่มพุทธสุดโต่งที่ปลุกระดมมวลชน ปราศรัยปลุกปั่นด้วยข้อมูลเท็จ มุ่งสร้างความเกลียดชังและความขัดแย้งทางศาสนา ทั้งที่ทุกฝ่ายต้องการเรียกร้อง ความรักความสามัคคี ไม่สร้างความแตกแยกของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายอัยย์ ที่ตกเป็นจำเลยไม่มาตามที่นัดหมายแต่อย่างใด หรือ ตามที่เคยอวดอ้างทางคลิปที่ลงไปทางสื่อโชเชียลว่าจะไปตามนัดหมายอย่างแน่นอน แต่ได้ให้ทนายฝ่ายจำเลยดำเนินการ เพื่อขออำนาจศาล โดยได้ยืนคำร้องต่อศาลจังหวัดนราธิวาส กรณีคดีศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทย์ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ในเวลา 09.00 น. ดังความแจ้งในสำนวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายจำเลยขอกราบเรียนขออภัยต่อศาล&amp;nbsp;เนื่องจากทนายจำเลย พึ่งได้รับการติดต่อ&amp;nbsp;ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในคดีที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้รับเอกสารจากตัวจำเลยทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ประกอบกับวันนี้ ทนายจำเลย จำเป็นที่จะต้องซักซ้อมพยานที่จะเดินทางจากจังหวัดอุดรธานี และทนายจำเลย มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;มีการนัดล่วงทำคดีในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ศาลพัทยา ในคดีแพ่งแล้ว อีกทั้งคดีที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เป็นคดีสำคัญที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางศาสนาและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นทนายจำเลย จึงขอประทานอนุญาต ในการขอเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า นายอัยย์ ได้โพสต์กล่าวร้ายต่อนายวันมูหะมัดนอร์&amp;nbsp;มะทา ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้องมุสลิมไทยทั่วประเทศว่า &amp;quot;เป็นกบฎ โจรแขกมลายู&amp;quot;&amp;nbsp;และโพสต์กล่าวร้ายอีกจำนวนมาก ซึ่งท่านอาจารย์ไม่ได้โกรธเคืองและถือสาใดๆ แต่การกล่าวร้ายลักษณะนี้ทำให้พี่น้องมุสลิมไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงขอร้องให้ดำเนินคดี จึงเป็นโจทย์ฟ้องนายอัยย์ ข้อหาหมิ่นประมาทต่อศาลจังหวัดนราธิวาส และทนายจำเลย ได้ทำหนังสือเอกสาร ยื่นการขอเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันถัดไปคือ วันที่ 28 ก.ย.2563 ศาลจังหวัดนราธิวาสอนุญาตตามที่ทนายจำเลยขอมา อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้กำชับทนายจำเลยและทนายโจทย์ ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ทุกฝ่ายต้องพร้อมสู่กระบวนการไต่สวนในกระบวนยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายอัยย์ แกนนำ อพปส. ถ้าเห็นจากคลิปหลังจากได้หมายเรียกจากศาลจังหวัดนราธิวาส นายอัยย์ได้มีการออกคลิปและแถลงในสื่อโชเชียลต่อเนื่อง และยืนยันอย่างกล้าหาญ จะไม่มีวันไม่มาตามทีนัดหมายเด็ดขาด แต่เมื่อถึงเวลา กลับไร้เงานายอัยย์อย่างที่ประกาศก่อนหน้าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายอัยย์ เพชรทอง เป็นคนที่มีแนวคิด ค่อนข้างสุดโต่ง เคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยตั้งกลุ่มองค์กรที่ชื่อว่า อปพส. แอบอ้างว่าทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา แต่ทางปฏิบัตินั้นไม่เป็นไปตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวพุทธ กลับกันยังถูกต่อต้านจากพี่น้องพุทธศาสนิกชนกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัยย์เป็นลูกศิษย์ของธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายผู้ต้องหาหนีคดีฟอกเงิน เขาเคยถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ควบคุมตัวฐานยุยงปลุกปั่นกรณีเคลื่อนไหวต่อต้านเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบวัดพระธรรมกาย ถูก DSI ควบคุมตัวฐานก่อความวุ่นวาย และถูก คสช.ใช้มาตรา 44 ควบคุมตัวฐานยุยงปลุกปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัยย์มักจะเคลื่อนไหวประเด็นทางการเมือง จนวัดพระธรรมกายเคยชี้แจงว่า &amp;quot;ทางวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายอัยย์และองค์กร อปพส. การดำเนินการใดๆของนายอัยย์ เพชรทอง และองค์กร อปพส.ไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75418</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, พุทธสุดโต่ง, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ศาลจังหวัดนราธิวาส, หมิ่นประมาท, อัยย์ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f4394fd7ffd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งโหน88ปีปชต. ภาคปชช.ทวงคืนมรดกคณะราษฎร/ทหารชูวีรกรรมบวรเดช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครบ 88 ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งจัดพิธีรำลึก 2 ทหารปกป้องสถาบัน เชิดชูวีรกรรม &amp;quot;บวรเดช-ศรีสิทธิสงคราม&amp;quot; มุ่งหวังให้ประเทศเป็น ปชต.อย่างแท้จริง ซัด &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; เป็นเผด็จการ ด้านกลุ่มฟื้นฟู ปชต.จัดกิจกรรมย้อนประวัติศาสตร์ อ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 &amp;quot;ครช.&amp;quot; บุกสภาทวงมรดกคณะราษฎร ยื่นหนังสือแกนนำฝ่ายค้าน-กมธ.แก้ไข รธน. ทวงสัญญา รธน.ประชาชน &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ตั้งวงชำแหละ รธน.เฮงซวยสืบทอดอำนาจ ถ้าไม่แก้ไขลุงตู่เข้ามาอีก รองโฆษก ตร.ปัดจัดฉากจับอาวุธสงคราม เผยหากจับไม่ได้อาจเข้าถึงกรุงเทพฯ ผบ.ทบ.สั่งเช็กเลขทะเบียนอาวุธที่หายไป &amp;nbsp;เชื่อมโยงเหตุชุมนุมทางการเมืองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 88 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนจัดกิจกรรมอย่างคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. ผู้แทนกองทัพบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่พันเอก พระยาศรีสิทธิสงคราม เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีรำลึก โดยนิมนต์ พระเทพปัญญามุณี เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม มาทำพิธีสงฆ์ ใช้เวลาเพียง 15 นาที ท่ามกลางสายฝนที่ตกอย่างหนักเมื่อเริ่มทำพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระงานดังกล่าว มีเนื้อหาว่า &amp;quot;นายทหารทั้งสองนายยังเป็นนายทหารประชาธิปไตย เมื่อปี พ.ศ.2475 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย โดยกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าคณะราษฎร ถือเป็นการรัฐประหารเพื่อล้มราชบัลลังก์ ครั้น พ.ศ.2476 ได้เกิดการกบฏครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช โดยมีพระยาศรีสิทธิสงครามเป็นแม่ทัพ มีชื่อเป็นที่รู้จักกันว่า &amp;#39;กบฏบวรเดช&amp;#39; เนื่องจากพระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปกครองของพระยาพหลพลพยุหเสนา ที่มีลักษณะเป็นเผด็จการ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลของพระยาพหลฯ ดำเนินตามแนวทางที่เสนอ คือให้รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ และให้รัฐบาลมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยให้อำนาจฝ่ายรัฐสภาในการตรวจสอบมากขึ้น และจำกัดอำนาจของรัฐบาลมิให้คณะราษฎรกลายเป็นคณะเผด็จการ แต่ในที่สุดการก่อกบฏไม่เป็นผล ฝ่ายรัฐบาลปราบปรามคณะกบฏลงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีรกรรมที่กล้าหาญและเสียสละของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และพระยาศรีสิทธิสงคราม ควรแก่การยกย่องในฐานะที่ทรงปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี และทรงมุ่งหวังให้ประเทศชาติดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานงานทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 เดินตรวจบริเวณรอบทำเนียบฯ เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะมาแสดงสัญลักษณ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ท.สุรพลให้สัมภาษณ์ว่า จากสถานการณ์ด้านการข่าวเราได้รับรายงานตั้งแต่วันก่อนว่า จะมีกลุ่มคนหรือบุคคลที่พยายามจะสร้างสถานการณ์ โดยจะใช้วิธีการเดิมคือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น การยิงเลเซอร์ตามสถานที่สำคัญต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมได้สั่งการลงมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายความมั่นคงก็ได้เฝ้าติดตาม โดยเมื่อวันที่ &amp;nbsp;23 มิ.ย.เราได้มีมาตรการดูแลพื้นที่รอบทำเนียบฯ เพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ผบ.ทบ.ก็สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังและติดตามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะกระทำการในเชิงสัญลักษณ์และเกี่ยวข้องกับความมั่นคง หากพบการกระทำผิดสามารถดำเนินการจับกุมได้
ทวงคืนมรดกคณะราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือ Democracy Restoration Group (DRG) ได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ลบยังไง ก็ไม่ลืม&amp;quot; ซึ่งเป็นกิจกรรมย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ในโอกาสครบรอบ 88 ปีวันอภิวัฒน์สยาม &amp;nbsp;จากนั้นเวลาประมาณ 05.23 น.เริ่มต้นฉายภาพเคลื่อนไหวจำลองเหตุการณ์การอ่านประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 โดยนายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ต่อหน้าทหารบก ทหารเรือ และราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ผู้นำการจัดกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นการย้ำเตือนให้เห็นถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ เป็นคุณและเป็นโทษกับบางคนบางฝ่าย ยืนยันว่าไม่ได้มี เจตนาหรือความเกี่ยวข้องใดๆ กับการหมิ่นสถาบัน และเห็นว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน รวมถึงผู้มีอำนาจและชนชั้นนำที่จะต้องช่วยกันประคับประคองประชาธิปไตยที่อาจพบปัญหา อาจพบข้อบกพร่องอยู่บ้าง ให้เดินหน้าต่อไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 10.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าอาคารัฐสภา เกียกกาย คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง (กสรก.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ ประธาน ครช. พร้อมด้วยมวลชน ประมาณ 200 คนเดินทางมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ในหัวข้อ &amp;quot;24 มิถุนา ทวงคืนมรดกคณะราษฎร &amp;nbsp;ทวงสัญญารัฐธรรมนูญประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการเปิดคำแถลงการณ์ของคณะราษฎรเมื่อปี 2475 มาเผยแพร่ และนำอุปกรณ์จำลอง &amp;nbsp;อาทิ หมุดคณะราษฎรจำลอง พานรัฐธรรมนูญจำลองมาแสดง มีการแจกสติกเกอร์ แจกธงสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รณรงค์แก้รัฐธรรมนูญปี 2540 จนสำเร็จ และชูสามนิ้ว พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อรัฐสภาเพื่อทวงถามความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา และขอให้ประกาศให้วันที่ 24 มิ.ย.ทุกปีเป็นวันชาติและวันกำเนิดประชาธิปไตยของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล, นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า, นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นตัวแทนรับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ครช.ได้ยื่นข้อเสนอว่าด้วยหลักเกณฑ์และเเนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในวาระ 24 มิถุนา หรือวาระ 88 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถือเป็นโอกาสสำคัญของประชาชนที่จะร่วมกันเรียกร้องให้มีการปักหมุดประชาธิปไตย &amp;nbsp;สร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับไปสู่รากฐานเดิม คือประชาชนทุกคนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ&amp;nbsp;
ฝ่ายค้านรับลูกดันแก้ไข รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า ตนเป็นประธานรัฐสภาเมื่อปี 2540 และได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็อยากให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 ไปเป็นต้นแบบ ทั้งนี้ 88 ปีที่ผ่านมาเรายังไม่มีประชาธิปไตยที่เป็นอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง ทุกวันนี้อำนาจยังเป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของทุกคนต้องต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชำนาญกล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ 1.ชุดศึกษาเนื้อหา 2.ชุดรับฟังความคิดเห็น โดยวันนี้จะมีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดที่มาจากข้อเสนอที่ผู้แทนจากหลากหลายองค์กรยื่นเข้ามา เราจะฟังทุกส่วน จะช้าหรือเร็วสุดท้ายก็ต้องมีการแก้ไขอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดยนายภัทรพล ธนเดชพรเลิศ ยื่นหนังสือต่อ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภา ผ่านไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อเรียกร้องให้ยุบสภาและใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต่างจังหวัดมีการจัดกิจกรรมเช่นกัน โดยเมื่อเวลา 06.30 น. ที่บริเวณภายในอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในชื่อกลุ่มขอนแก่นพอกันที จำนวนกว่า 10 คน นำไม้กวาดและน้ำยาทำความสะอาดมาทำความสะอาดโดยรอบบริเวณลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมทั้งการนำป้ายผ้าที่มีข้อความว่า &amp;quot;24 มิถุนายน อภิวัฒน์สยาม เก็บกวาดประชาธิปไตย&amp;quot; และ &amp;quot;ขออภัยในความไม่สะดวกมั้ย ซ้อมเป็นประชาธิปไตย&amp;quot; มาทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ รำลึก 88 ปีวันประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดเสวนา &amp;quot;ทิศทางรัฐธรรมนูญไทย&amp;quot; โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันครบ 88 ปี ที่เรามีการเริ่มต้นในการเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะมีปฏิวัติรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่รู้กี่สิบฉบับ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมักจะร่างในสิ่งที่เข้าข้างตัวเอง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย ภายในสอดไส้เผด็จการ &amp;nbsp;รวมถึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำลายพรรคการเมือง การที่จะทำให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน จะต้องมี &amp;nbsp;ส.ส.ร.ที่เลือกตั้งจากประชาชนเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชนโดยตรง ไม่เช่นนั้นเราจะอยู่ในมือเผด็จการไปโดยตลอด ไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่ครั้งก็จะได้นายกรัฐมนตรีคนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้พิสูจน์แล้วว่าสิทธิประชาชน การเข้าถึงทรัพยากรของประเทศชาติ ความเหลื่อมล้ำมีมากเหลือเกินจากผลพวงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ลิดรอนสิทธิของประชาชน พรรคมีหน้าที่ยืนแถวหน้าที่จะดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้เราจะเปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนมาร่วมดีไซน์รัฐธรรมนูญฉบับหน้า ให้สิทธิประชาชนร่วมเขียนด้วยกัน ไม่ใช่ใช้คนไม่กี่คนเขียน
ไม่แก้ รธน. &amp;#39;ลุงตู่&amp;#39; กลับมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิแต่ไม่ให้โอกาสประชาชน ดังนั้นจำเป็นต้องแก้ให้เป็นประชาธิปไตย เราเสนอให้มี ส.ส.ร. 200 &amp;nbsp;คน ให้ประชาชนเลือกเข้ามาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ หากปล่อยไว้ไม่แก้ก็จะได้ลุงตู่เข้ามาบริหารประเทศอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฮงซวย &amp;nbsp;เพราะขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ในประเทศขนาดไม่มีผู้ติดเชื้อโควิดถึง 30 วัน ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจ ถ้ายังเป็นเผด็จการคงไม่มีใครกล้ามาลงทุน รัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อสร้างให้มีการสืบทอดอำนาจ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เราต้องการผู้นำที่มีความสามารถ เก่งเป็นพิเศษ ไม่ใช่โง่เป็นพิเศษ บอกให้คนเคารพกฎหมาย แต่ตัวเองกลับฉีกกฎหมาย รัฐธรรมนูญ 2534 แม้จะแก้ไม่ได้เลย ก็ยังแก้ได้ ถ้าประชาชนไม่ยอม อะไรก็ขวางไม่อยู่ ต่อให้รถถัง เรือดำน้ำ ก็ขวางไม่อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวถึงวันครบรอบการปฏิวัติสยาม 24 มิถุนายน &amp;nbsp;พ.ศ.2475 โดยคณะราษฎรว่า อยากร่วมกับคนไทยทุกคนรำลึกถึงวันสำคัญนี้ เพื่อไม่ให้ถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา รวมถึงอีกหนึ่งบุคคลที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ เป็นอีกหนึ่งในคณะราษฎร ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ครั้งนี้ นั่นคือ นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษ อยากเห็นการต่อสู้ทางการเมืองจากนี้ไปเป็นการต่อสู้กันในเชิงหลักการและในเชิงความคิด ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรม ใช้ผลงานพิสูจน์ &amp;nbsp;ไม่ใช้วิธีการหรือเครื่องมือที่สกปรกเข้าสู่อำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ในโอกาสรำลึก 88 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทำไมไม่มีการจัดงานรำลึกวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงให้ยิ่งใหญ่เหมือนกับนานาชาติ สำหรับวันที่มีความสำคัญต่อระบบการปกครองของประเทศ อีกทั้งวันนี้ไม่ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการด้วยประเด็นที่น่าประหลาดใจเพิ่มขึ้น คือเมื่อมีประชาชนจะจัดกิจกรรมรำลึกถึงวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลับมีข่าวจากโฆษกกระทรวงกลาโหมว่า กิจกรรมที่จัดขออย่าให้ก้าวล่วงกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองเลขาธิการพรรคเสรีรวมไทย เห็นว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ต้องการผลักดันแนวคิดเรื่องรวมไทยสร้างชาติ ด้วยการกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติจริง ก็ควรต้องเริ่มด้วยการคิดใหม่ทำใหม่ โดยเฉพาะต้องยอมรับความจริงว่าที่การเมืองมีปัญหาประชาธิปไตยอ่อนแอ เป็นเพราะกติกาในรัฐธรรมนูญปี 60 ที่เครือข่าย พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ร่างขึ้นมาเอง เพียงเพราะหวังใช้การเลือกตั้งเป็นบันไดสืบทอดอำนาจ หากต้องการเป็นรัฐบาลนิวนอร์มอลหรือต้องการรวมไทยสร้างชาติจริง ก็ต้องยอมรับความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า มาให้กำลังใจนายปิยรัฐ จงเทพ (โตโต้) นักกิจกรรมและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 จ.กาฬสินธุ์ จากกรณีที่นายปิยรัฐซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมรำลึกครบรอบ 88 ปีการอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 เมื่อย่ำรุ่งวันนี้ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบติดตามตัวและพยายามเข้าควบคุมตัวโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมาทราบทีหลังว่าเจ้าหน้าที่ต้องการตัวไปดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนายปิยรัฐได้เดินทางมาเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเมื่อเที่ยงวันนี้
เช็กอาวุธสงครามโยงการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดกิจกรรมครบรอบ 88 ปีอภิวัฒน์สยามว่า ได้รับรายงานว่ามีการจัดกิจกรรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนจะมีการขออนุญาตหรือไม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในด้านการข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการพบอาวุธสงครามจำนวนมากที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มีความเชื่อมโยงกับการจัดกิจกรรมครบรอบ 88 ปี 2475 หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ มีความคิดอุดมการณ์ทางการเมือง แต่จะนำไปใช้กับใคร กลุ่มไหน ต้องสืบสวนขยายผลต่อ และถ้าจับไม่ได้ก็มีโอกาสที่จะเข้าถึงกรุงเทพฯ เพราะการตรวจยึดได้ที่แนวชายแดนจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ 2 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของอาวุธสงคราม แต่เท่าที่ตรวจสอบทั้ง 2 คนไม่มีประวัติเกี่ยวกับการค้าอาวุธ แต่มีแนวคิดทางการเมือง แต่จะฝั่งไหนฝ่ายไหนขอเป็นแนวทางการสอบสวน เคารพในความคิด &amp;nbsp;แต่ถ้าแนวคิดนำไปปฏิบัติแล้วผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีไปตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อมีการจัดกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมักจะมีการจับอาวุธสงครามได้บ่อยครั้ง เป็นการจัดฉากหรือเพื่อต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะตอบว่า เขาจะทำไปเพื่ออะไร มันไม่ได้เกิดประโยชน์ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาเพื่อบังคับให้ประชาชนอยู่ในกฎ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส คงไม่มีใครอยากไปทำอะไรเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือหรือเงื่อนไขการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีการจับกุมนี้เพราะมีการข่าวมาก่อนแล้ว ทำไมถึงมาจับช่วงนี้ตอบไม่ได้ เรามีหน้าที่จับก็ต้องจับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ร.4) ยึดอาวุธปืนสงคราม เช่น เอ็ม 16, เอ็ม 79, อาร์ก้า, &amp;nbsp;ปืนกล และวัตถุระเบิดอีกจำนวนหนึ่งได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมควบคุมตัวชายไทย 2 &amp;nbsp;คน ว่า ฉก.ร.4 เป็นหน่วยปฏิบัติในการเข้าไปจับกุม ข้อมูลที่มีเป็นเพียงข้อมูลในเบื้องต้น ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล ซึ่งได้ส่งตัวทั้ง 2 คนไปที่ส่วนกลางแล้วเพื่อให้ตำรวจสืบสวนหาข้อมูลเชิงลึกต่อไป โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธต่างๆ ที่ยึดได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการนำไปก่อความไม่สงบ หรือไม่ เพราะอาวุธบางประเภท เช่น เอ็ม 79 ในอดีตก็เคยมีประวัติในการนำไปใช้ในการก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ มีการหาซื้อไม่ยากนัก ยังมีประเด็นในเรื่องของการนำอาวุธเพื่อไปแลกยาเสพติดหรือไม่ แต่ทั้งหมดต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผู้ต้องหาเป็นคนไทย ไม่ใช่ต่างด้าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งการให้ทหารตรวจสอบกรณีนี้เป็นการเร่งด่วนอีกทาง และสั่งการให้ขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและสอบปากคำผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าอาวุธสงครามจำนวนมากนั้นมาจากไหน เป็นของทหารที่สูญหายไปหรือไม่ &amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงที่มีการชุมนุมที่ผ่านมา โดยต้องตรวจสอบเลขทะเบียนที่ติดอยู่กับอาวุธและกระสุนปืนทั้งหมด ส่วนที่มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้นก็อาจเป็นไปได้ เพราะช่วงเวลาตรงกับช่วงวันสัญลักษณ์พอดี แต่หากวิเคราะห์ลึกๆ แล้วถ้าเกี่ยวข้องกับการเมืองจริงๆ อาวุธสงครามมักจะจับกุมได้ในจังหวัดปริมณฑลใกล้ๆ กทม.มากกว่าจังหวัดที่อยู่ตามชายแดน แต่ทั้งนี้ทางฝ่ายทหารจะมีการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณชายแดนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า​ ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ ส่วนจะโยงการเมืองหรือไม่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอยู่ ส่วนจะขยายผลเชื่อมโยงไปยังพื้นที่อื่นหรือไม่ ก็ต้องรอผลการสืบสวนว่าเป็นของใครมาจากที่ใด ต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็ว &amp;nbsp;รวมถึงสอบสวนว่าเป็นเรื่องของการค้าขายอาวุธตามแนวชายแดนหรือไม่ด้วย ซึ่งจะต้องขยายผล เพราะหากเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายก็ต้องจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า​ความเคลื่อนไหวทางการเมืองตอนนี้ มีอะไรน่าเป็นห่วงจนต้องสร้างสถานการณ์บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนที่มีการทำกิจกรรมทางการเมืองในวันนี้ 24 มิ.ย. ก็อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ส่วนจะมีการขยายผลหลังจากนี้หรือไม่ เราก็ต้องดู ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องการเมือง เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้เพื่อดูสถานการณ์โควิดเท่านั้น อย่าเอามาเกี่ยวข้องกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพร เสรีรักษ์, นภาพร เพ็ชร์จินดา, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช, รยุศด์ บุญทัน, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef36234c4c53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์&#039; เรียกร้องคืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา  คืนความยุติธรรมให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.63 - นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;#คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา #คืนความยุติธรรมให้ประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวกับการจากไปของ &amp;quot;ท่านผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ&amp;quot; อดีตผู้พิพากษาจังหวัดยะลา ที่เคยเปิดเผยจดหมายถึงสาเหตุของการยิงตัวเองในศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต่อมาได้ถูกสั่งตั้งคณะกรรมการสอบกรณีที่ถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย และมีมติให้นายคณากรไป &amp;quot;ช่วยทำงานชั่วคราว&amp;quot; ในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากวันนั้นสถานะผู้พิพากษาก็กลับกลายตาลปัตรเป็น &amp;quot;ผู้ต้องหาเสียเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างน่าอดสูและอนาถจิตเสียจริงกับผลที่ได้รับของท่านผู้พิพากษาที่ได้มาชี้ มาเปิดเผยให้เห็นถึงกระบวนการที่บังคับใช้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งหากผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายได้พึงสังวรณ์และร่วมกันหาทางออกเพื่อพัฒนาคุณภาพในการบริการความยุติธรรมต่อประชาชน เรื่องราวคงจะไม่จบลงเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ได้ทราบข่าวว่าท่านผู้พิพากษาได้สละชีพตนเองเพื่อชี้ให้เห็นจุดบอดอีกครั้ง เป็นอีกวันสลดใจกับประเทศไทย ที่มีข้อมูลมากมายจากหัวใจของผู้พิพากษาที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการระบายความในใจ เรื่องราวความเป็นมาเป็นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เชื่อว่าท่านผู้พิพากษากระทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือขาดสติ เพราะเรื่องนี้ได้ถูกชี้แจง และพิสูจน์มาหลายสถานจนพอรับรู้เข้าใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ผมขอเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนกรณีนี้ตรงไปตรงมาอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมให้พิจารณาช่วยเหลือครอบครัวของท่านที่ยังมีลูกเล็กเรียนหนังสือและภริยาที่ต้องคอยเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไปด้วยเงินบำนาญและเงินอุดหนุนสมทบช่วยเหลือจากทางรัฐบาลไปให้สมฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมของปวงชนที่ยอมสละชีพของตนเองเพื่อยืนหยัดในวิชาชีพของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความกล้าหาญในส่วนนี้เป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่งนักในประเทศไทยปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมในฐานะประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปครั้งนี้ด้วยครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59089</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณากร เพียรชนะ, ผู้พิพากษายิงตัวเอง, วันมูหะมัดนอร์ มะทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf492ead3b60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดศึกซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซักฟอกมีใบเสร็จน็อกรัฐบาล&amp;nbsp; สภาไล่ไม่ได้ แต่ประชาชนจะขับไล่เอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดช่วงสัปดาห์หน้า แวดวงการเมืองต่างพุ่งเป้าความสนใจไปที่ศึกซักฟอก การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะเป็นการกลับมาอีกครั้งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังห่างหายไปจากการเมืองไทยร่วม 7 ปี นับจากการอภิปรายครั้งสุดท้ายสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วงปี 2556&amp;nbsp; โดยศึกซักฟอกรอบนี้ ฝ่ายค้านมีการโหมโรงมาเป็นแรมเดือนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็มีการเตรียมการตั้งรับกันแน่นหนา ทำให้คาดว่าการเมืองไทยตลอดสัปดาห์หน้านี้จะมีความเข้มข้นระดับหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ อดีตประธานรัฐสภา และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น อดีต รมว.มหาดไทย, อดีต รมว.คมนาคม, อดีต รมว.เกษตรฯ, อดีตรองนายกฯ ที่อยู่ในถนนการเมืองไทยมาร่วม 40 ปี ย้ำว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ ฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนแบบที่การเมืองเรียกกันว่า เป็นใบเสร็จที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคนแน่นอน ซึ่งหากรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่สามารถชี้แจงประเด็นข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้ ก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและต่อตัวรัฐมนตรีคนดังกล่าว จนเกิดเป็นกระแสประชาชนไม่ยอมรับตามมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ฝ่ายค้านได้เตรียมตัวเป็นอย่างดีในการอภิปรายครั้งนี้ เรามีความพร้อม ต่างฝ่ายต่างก็ทำหน้าที่ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็ทำหน้าที่ในการที่จะชี้แจงต่อประชาชน จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าหลักฐานของฝ่ายค้านพอเพียงหรือไม่ และการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลรับฟังได้หรือไม่ ส่วนการลงมติ ก็เป็นกติกา ส่วนการลงคะแนนเสียง ทุกครั้งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ชนะทุกครั้ง แต่ไม่ใช่ว่าชนะอย่างเดียว แต่หลังจากนั้น ที่ผ่านมาก็ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีลาออก หรือยุบสภาตามมา เพราะผลที่ตามมาหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มันเป็นผลต่อความรู้สึกนึกคิดของประชาชนในทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะขึ้นอภิปรายเขาก็รับรองเรื่องหมัดเด็ด เพราะเป็นโอกาสที่ดี ที่ตัว ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะลุกขึ้นอภิปราย ตัวเขาก็ต้องสอบให้ผ่าน จึงต้องทำการบ้านก่อนอภิปรายเต็มที่ รัฐบาลก็เช่นกัน ก็เป็นโอกาสของรัฐมนตรีที่ต้องทำงานเก่งและต้องตอบฝ่ายค้านให้ได้ ไม่ใช่ว่ามาทำงานมั่วๆ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ทุจริตอย่างไร ก็จะมีการชี้ให้เห็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ้านเมืองก็เป็นแบบนี้ ที่ก็ดีกว่ายุคที่ไม่มีสภา เพราะเมื่อไม่มีสภาก็ไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากรัฐบาลชี้แจงไม่ได้ ประชาชนก็จะตำหนิ อยู่ไม่ได้ หากตอบไม่ได้ จะอยู่ได้ยังไง เพราะประชาชนเดือดร้อน หากตอบไม่ได้ เขาก็บอกกันว่าตอบไม่ได้ แล้วอยู่ได้ยังไง ในเมื่อเขาเดือดร้อน พูดตรงๆ สภาขับไล่ไม่ได้หรอก แต่ประชาชนจะขับไล่เอง หากประชาชนไม่ต้อนรับ เขาก็ต้องไปเอง ใครจะหน้าด้านอยู่ได้ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ประชาชนจะไม่ผิดหวัง จะเห็นได้ว่าฝ่ายค้านมีความตั้งใจ มีการเตรียมการกันมานานเป็นเดือน เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้เป็นการอภิปรายครั้งแรกของฝ่ายค้านชุดนี้ในการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ไม่ได้ดี ฝ่ายค้านก็เสีย ฝ่ายค้านจึงตั้งใจจะทำให้ประชาชนเห็นประจักษ์ให้ได้ว่าได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่า ไม่ตั้งใจทำงาน ทำแค่ไปฟังคนเล่ามา แล้วหยิบหนังสือพิมพ์มาอภิปราย แบบนี้ไม่ได้ แต่ต้องทำงานแบบเจาะลึก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ช่วงที่ผ่านมา ในการทำหน้าที่ในสภาของฝ่ายค้านชุดนี้ จากที่ผมทำงานการเมืองมาร่วม 40 ปี ก็ไม่ผิดหวังในพวกเดียวกันคือฝ่ายค้าน แน่นอนว่าอาจจะมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง แต่ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีในการเป็นฝ่ายค้าน ในอดีตคนมักจะพูดกันว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดี พรรคการเมืองอื่นสู้ประชาธิปัตย์ไม่ได้ แต่ก็พบว่าการทำงานของฝ่ายค้านรอบนี้ หลายพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้านบทบาท เช่น การอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...สิ่งที่ประชาชนจะได้จากการอภิปรายครั้งนี้ ก็คือฝ่ายค้านจะมีการชี้ช่องให้เห็นว่ารัฐบาลบกพร่องอย่างไร และควรให้รัฐบาลบริหารประเทศอยู่ต่อไปหรือไม่ เพื่อมาแก้ปัญหาประชาชนในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องปัญหาปากท้อง การดำเนินการในเรื่องการให้สิทธิเสรีภาพ ประเทศเราตอนนี้มีปัญหาเยอะ ทั้งเรื่องภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นละออง แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องคุณธรรมจริยธรรมที่อยู่ท่ามกลางความเศร้า การท่องเที่ยวที่กำลังทำท่าจะดีตอนนี้ก็หยุดชะงักลง ไม่มีอะไรที่ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกที่ดี ก็ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านจะได้ชี้ประเด็นต่างๆ ออกมา โดยหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้นลงแล้วหากรัฐบาลกลับไปปรับปรุงตัวเสียใหม่ ก็ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบหน้าก็อาจจะไม่มีน้ำหนักก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวต่อไปว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านครั้งนี้จะมีความเข้มข้นในเรื่องของเนื้อหาในการอภิปราย เพราะข้อมูลเนื้อหาที่อ่อนๆ ฝ่ายค้านได้มีการตัดออกไป ยืนยันได้ว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายจะเป็นเอกสารหลักฐานที่ชัดเจน เชื่อได้ว่าเมื่อประชาชนได้เห็นและรับทราบข้อมูลทั้งหมดของฝ่ายค้าน ก็คิดว่ารัฐบาลรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายถึงจะชนะการออกเสียงในสภา แต่หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลง ก็เชื่อว่าคงจะต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะคงอยู่ยาก หากนายกรัฐมนตรีไม่ปรับคณะรัฐมนตรีหรือปรับวิธีการทำงานใหม่ เพราะข้อมูลของฝ่ายค้านจะมีความชัดเจนในการแสดงให้เห็นว่าการทำงานของรัฐบาลด้อยประสิทธิภาพและไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ๆ ของประเทศ เช่น เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายค้านจะอภิปรายโดยชี้ให้ชัด จะมีการชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องและคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีที่ไม่เหมาะสมในการที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะข้อมูลของฝ่ายค้านก่อนจะนำมาสู่การอภิปรายครั้งนี้เรามีการพูดคุยกันหลายรอบ ไม่ใช่ว่าใครอยากจะพูดอะไรก็ได้ แต่เรามีการพูดคุยกันในแต่ละพรรคของพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน จากนั้นแต่ละพรรคก็นำข้อมูลดังกล่าวไปหารือกันในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านจนเห็นว่าข้อมูลเพียงพอในการอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยันซักฟอกทุจริตมีใบเสร็จโชว์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องทุจริต ตามที่เขียนไว้ในญัตติที่ยื่นต่อประธานสภา มีข้อมูลชัดเจนหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า มีเรื่องทุจริต บริหารงานบกพร่อง ขาดคุณธรรม จริยธรรม เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็น รธน.ฉบับแรกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว. เพราะฉะนั้นเราต้องหยิบประเด็นที่ รธน.บัญญัติเรื่องให้นักการเมืองมีจริยธรรม ฝ่ายค้านเห็นว่าตอนที่ผู้นำรัฐบาลเวลานี้ สมัยทำรัฐประหารปี 2557 อ้างว่านักการเมืองไม่ดี ขาดคุณธรรม จริยธรรม เมื่อ รธน.บัญญัติออกมาแล้วเราก็เห็นว่า รธน.ยังมีข้อบกพร่องด้านนี้ ทั้งหมดเราจะอภิปรายให้เห็นในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ข้อมูลของฝ่ายค้านเป็นข้อมูลใหม่ที่เมื่อเรานำมาอภิปรายในสภา ก็คิดว่าประชาชนคงจะยอมรับ ให้รัฐมนตรีคนนั้นยังอยู่เป็นรัฐมนตรีต่อไปคงไม่ได้ เพราะทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลที่มีใบเสร็จ เพราะถ้าทุจริตต้องมีใบเสร็จ เพราะการอภิปรายถ้าพูดเรื่องทุจริต คนพูดต้องมีหลักฐานมีใบเสร็จ ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน เพราะตอนนี้เป็นการอภิปรายในยุคใหม่แล้ว จะมาอภิปรายกันแบบน้ำท่วมทุ่ง เอามันส์เข้าว่าคงไม่ได้ ประชาชนไม่ฟังแล้วแบบนั้น การอภิปรายรอบนี้ต้องอภิปรายที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันด้วยหลักฐาน ส่วนการปฏิบัติงานที่ไม่มีคุณธรรม จริยธรรม แม้ไม่มีใบเสร็จ แต่ฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นชัดว่าเข้าข่ายกับ รธน.ในมาตราใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ฝ่ายค้านมั่นใจว่าจะเปิดแผลนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเอาเป็นว่ามีน้ำหนักก็แล้วกัน ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะตัวรัฐมนตรีเขาอาจจะชี้แจงได้ก็ได้ แต่เราก็คิดว่ายาก เพราะหากเอาหลักฐานเป็นใบเสร็จมายืนยันมันก็ยาก เราต้องการให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นว่า รัฐบาลมีข้อบกพร่องในเรื่องอะไรที่เราได้เขียนตั้งญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเอาไว้ ทั้งเรื่องการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เรื่องการไม่ซื่อสัตย์สุจริต ในเรื่องการไร้คุณธรรมและไร้ซึ่งจริยธรรมในการบริหารประเทศ รวมถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ที่หลักฐานเราก็มีในเรื่องนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในญัตติที่ขอเปิดอภิปรายนายกรัฐมนตรี ที่พูดถึงเรื่องการแก้ปัญหาภาคใต้ของนายกฯ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ เราก็จะอภิปรายโดยมีหลักฐานมาแสดงให้ชัดเจน ก็จะมีการอภิปรายให้เห็นว่าการแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้มีความคืบหน้า ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่มีการพูดกัน ก็จะมีหลักฐานใหม่ๆ ก็ขอให้รอฟังการอภิปราย ส่วนที่ถ้อยคำในญัตติที่ระบุพฤติการณ์ของนายกฯ และรัฐมนตรีที่อาจดูรุนแรง ก็มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ผ่านมาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแต่ละครั้งก็เขียนกันแบบนี้ เป็นญัตติเรียกแฟน หากเขียนกันแบบธรรมดาๆ ใครจะสนใจ แต่ว่าเวลาอภิปรายต้องอยู่ในขอบเขตของญัตติ ในอดีตยังเคยมีเขียนรุนแรงกว่านี้อีก จนบางทีอ่านญัตติของฝ่ายค้านแล้วยังคิดว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่าว่าแต่จะเป็นรัฐมนตรีต่อไปเลย จะเป็นคนยังไม่ได้เลย แต่การอภิปรายประธานสภาก็จะดูว่าจะให้มีการอภิปรายอย่างไรอยู่แล้ว เพราะหากไปอภิปรายในสิ่งที่ไม่ได้เขียนในญัตติ ประธานก็อาจจะพิจารณาเห็นว่าสิ่งที่อภิปรายไม่เห็นเขียนไว้ในญัตติ จึงจำเป็นที่ญัตติต้องเขียนกว้างๆ ไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ญัตติการขออภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเป็นการประหารชีวิตก็คือการประหารชีวิตในทางการเมือง ที่ก็คือต้องถูก ป.ป.ช.สอบสวน ต้องถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือเป็นโทษหนักทางการเมือง ไม่ใช่โทษทางคดีอาญา ประหารชีวิต เพราะอย่างเรื่องใบเสร็จทุจริตคอร์รัปชัน ก็ต้องนำไปสู่ ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ต้องส่งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวต่อว่า การอภิปรายรอบนี้ ที่เบื้องต้นฝ่ายค้านจะอภิปรายกันสามวันสามคืน สำหรับตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่รู้เลยว่านายกฯ จะอยู่ทนได้ถึงสามวันหรือไม่ เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่นเดียวกับอีก 5 รมต. ที่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อโดนอภิปรายหนักๆ จะมีสติปัญญา สติในการที่จะตอบในเรื่องที่ถูกอภิปราย แต่เราก็อยากให้เมื่อข้อมูลที่เราอภิปรายไป ก็อยากให้ รมต.ได้ตอบเต็มที่ เพราะเป็นโอกาสได้ชี้แจง เพราะประชาชนจะเชื่อการอภิปรายของฝ่ายค้านหรือการตอบของรัฐมนตรีก็อยู่ที่หลักฐานของฝ่ายค้านและการชี้แจงของ รมต. ซึ่งหากรัฐมนตรีตอบได้ดี ประชาชนก็อาจศรัทธา อยากให้รัฐบาลทำงานต่อก็ได้ แต่หากชี้แจงตอบไม่ได้เรื่อง แม้รัฐมนตรีจะชนะตอนโหวตลงมติ ก็ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญ เพราะหากตอบไม่ได้ ประชาชนจะรับไม่ได้ เพราะหลายครั้งในอดีต ที่พอจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ก็มีทั้งการปรับ ครม.-รัฐบาลลาออกหรือยุบสภาฯ แล้วรอบนี้อภิปรายกันสามวันสามคืน และเป็นการอภิปรายสมัยใหม่ ที่ฝ่ายค้านจะมีเอกสารหลักฐานที่นำมาแสดงให้เห็นได้ โดยเท่าที่ประเมินคิดว่าการอภิปรายรอบนี้ คนที่จะถูกอภิปรายหนักสุดก็คงเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนคนอื่นๆ ก็ตามลักษณะการทำงานที่มีการแบ่งตามอำนาจหน้าที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ในฐานะอดีต รมว.มหาดไทย เท่าที่ได้ติดตามการทำงานพลเอกอนุพงษ์ ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย หลายปีที่ผ่านมาการทำงานในตำแหน่ง มท.1 มาร่วม 6 ปี และเท่าที่เห็นข้อมูลที่จะอภิปรายพลเอกอนุพงษ์เป็นอย่างไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่ทราบจาก ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะอภิปราย เขาก็บอกว่าเขามีหลักฐานค่อนข้างจะชัดเจนในเรื่องไม่ตรงไปตรงมา ท่านก็มีหน้าที่ชี้แจง ผมเองก็เคยเป็น รมว.มหาดไทย ก็รู้ว่าเราทำอะไร สมัยผมเป็นรัฐมนตรีผมไม่เคยกลัวเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเรารู้ว่าเราบริสุทธิ์ใจในการทำ และไม่เคยคิดโกงบ้านโกงเมือง เราก็ต้องตอบได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอภิปรายครั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีชื่อรัฐมนตรีจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจถึง 9 คน แต่ฝ่ายค้านคุยกันแล้ว เห็นว่าคนไหนน้ำหนักยังอ่อนอยู่ก็ตัดออกไป คนที่เหลือที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงมีน้ำหนัก แต่จะหนักแค่ไหนอยู่ที่การอภิปราย ที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย พลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร และพลเอกอนุพงษ์ พร้อมกันไม่ใช่เพราะเป็นเรื่อง 3 ป. แต่เกิดขึ้นจากหลักฐาน ไม่ได้อภิปรายโดยตั้งใจให้ทั้ง 3 คนแตกความสามัคคี แต่พอดีว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานเกี่ยวกับ 3 คนนี้ก็ต้องอภิปราย อีกทั้งตอนพิจารณาว่าจะอภิปรายใคร เราไม่ได้เอาเรื่องของพรรคการร่วมรัฐบาลเป็นตัวตั้งแต่เราเอาเรื่องการทำงานของรัฐมนตรีเป็นตัวตั้ง ไม่ได้คิดไปว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีพลังประชารัฐกี่คน จะต้องอภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์หรือไม่ ฝ่ายค้านก็นำข้อมูลมากางดูกันหมด จนได้ข้อสรุปอภิปรายไป 6 คนรวมนายกฯ เพียงแต่ทั้งหมดอยู่ในฝ่ายพลังประชารัฐ ฝ่ายค้านไม่ได้คิดแต่ว่าจะต้องอภิปรายคนของพลังประชารัฐ เพราะหากมีรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองอื่นที่ทำงานบกพร่อง สมควรอภิปราย เราก็ต้องอภิปราย คือพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลอื่นอาจจะมี แต่ฝ่ายค้านที่มาดูข้อมูลแล้วเห็นว่ายังไม่มีน้ำหนักพอ และเราคิดว่าหลังอภิปราย หากรัฐบาลยังอยู่ต่อไป การอภิปรายครั้งนี้ย่อมไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คนที่ถูกอภิปรายรอบนี้หากข้อมูลของฝ่ายค้านชัดเจน แต่เขายังเอาไว้ให้เป็นรัฐมนตรีต่อไป ก็เป็นเรื่องของเขา แต่รัฐมนตรีคนอื่นที่ยังไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ก็อาจเป็นรอบหน้าก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กางประวัติศาสตร์การเมือง&amp;nbsp;ซักฟอกย้อนหลังได้ตั้งแต่เริ่มเกิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการอภิปรายที่จะมีขึ้น ซึ่งฝ่ายวอร์รูมรัฐบาล โดยเฉพาะทีมงานการเมืองทั้งที่เป็น ส.ส.และไม่ได้เป็น ส.ส.ของพลังประชารัฐย้ำว่า ไม่ควรมีการอภิปรายย้อนหลังไปถึงยุค คสช.โดยเฉพาะการทำรัฐประหารเมื่อปี 2557 ไม่เช่นนั้นอาจจะมีการประท้วงนั้น เรื่องนี้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าฝ่ายค้านสามารถอภิปรายย้อนหลังได้แน่นอน โดยยกตัวอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีตขึ้นมาแสดงเหตุผลในเรื่องนี้ โดยบอกว่าตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคน เช่น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ยุค คสช. บริหารงานมาแล้ว 5 ปีต่อเนื่องจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน การอภิปรายที่รัฐบาลจะมาห้ามไม่ให้อภิปราย เรื่องนี้ต้องทำตามข้อบังคับ ไม่ใช่ใครจะมาห้ามกันได้ ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะเคยเป็นอดีตประธานสภาเคยนั่งอยู่บังลังก์ประธานสภาฯ และยังเป็นอดีต รมต.ที่ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ก็เห็นว่าข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่มีเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะ พบว่าไม่ได้มีการเขียนไว้ว่าให้อภิปรายได้แค่ไหน อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หากรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อบกพร่องในการบริหารงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ข้อมูลนั้นยังไม่เคยถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ สภาฯ ยังไม่เคยลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนนั้น ฝ่ายค้านย่อมสามารถอภิปรายได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ยกตัวอย่างเช่น สมัยผมเป็นรัฐบาลในรัฐบาลท่านบรรหาร ศิลปอาชา ตอนนั้นฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ บรรหาร ฝ่ายค้านก็อภิปรายตั้งแต่เรื่องนายบรรหารเกิดที่ไหน ยกกระดาษมาหนึ่งแผ่น บอกว่ามีเอกสารหลักฐานชัดเจนอ้างว่าไม่ได้เกิดเมืองไทย เกิดที่เมืองจีน เลยขาดคุณสมบัติที่จะเป็นนายกฯ ก็คืออภิปรายถึงขั้นว่าเกิดที่ไหนได้ อันนี้ยกตัวอย่างให้เห็น เรื่องนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ย่อมจำได้ เพราะตอนนั้นท่านเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วท่านบรรหารก็ชี้แจงโดยมีเอกสารต่างๆ เช่น ใบเกิดอะไรต่างๆ แล้วก็ชนะได้รับเสียงไว้วางใจ แต่สุดท้ายท่านก็ยุบสภาฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...หรืออีกหนึ่งตัวอย่าง สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย ก็อภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์เรื่องใบ สด. 9 ปลอม ไม่ได้ไปเกณฑ์ทหาร ก็คืออภิปรายเรื่องเก่าตั้งแต่ยังไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง แล้วก็ลงมติกันไป เมื่อมารอบนี้การอภิปรายของฝ่ายค้านไม่ได้จะมาอภิปรายพลเอกประยุทธ์เรื่องการเกณฑ์ทหารอะไร แต่จะมาอภิปรายว่าสมัยรัฐบาล คสช.ที่ทำรัฐประหารมา ได้ทำอะไรไปบ้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ฝ่ายค้านจึงย่อมอภิปรายได้ ไม่ใช่จะมาปิดปากให้อภิปรายเฉพาะแค่ช่วงรัฐบาลปัจจุบันที่อยู่มา 6 เดือน เพราะ รธน.ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้นำเรื่องเก่ามาอภิปราย ข้อบังคับก็ไม่ได้ห้าม แล้วธรรมเนียมปฏิบัติในอดีตก็เห็นแล้วว่าทำได้ การอภิปรายย้อนหลังจึงทำได้ ไม่เห็นแปลก เพราะขนาดไปอภิปรายอ้างว่าท่านบรรหารเกิดที่เมืองจีน ยังไปรู้มากกว่าตัวเขาเสียอีก แล้วท่านบรรหารก็มาชี้แจง ซึ่งเรื่องล้มล้างรัฐธรรมนูญ พลเอกประยุทธ์ก็ต้องมาตอบว่าจริงๆ เป็นอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...และที่บอกว่าหากฝ่ายค้านจะอภิปรายเรื่องเก่า จะมีองครักษ์พิทักษ์มาเสนอให้ปิดอภิปราย เป็นการพูดแบบลอยๆ ทำไม่ได้ เพราะการอภิปรายรอบนี้ฝ่ายค้านยื่นไป 6 คน สมมุติว่าฝ่ายค้านอภิปรายพลเอกประยุทธ์ยังไม่จบ แล้วมาอ้างว่าตกลงกันไม่ได้ เพราะมีการอภิปรายย้อนเรื่องเก่าแล้วจะใช้เสียงข้างมากขอปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที แต่ในข้อบังคับเขียนว่า หลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้น ให้ไปลงมติกันในวันรุ่งขึ้น ในเมื่อยังไม่มีการอภิปราย และฝ่ายค้านยังไม่อภิปรายสรุป แล้วจะมาขอลงมติได้อย่างไร เพราะหากเป็นแบบนี้ถือว่าญัตติยังไม่ครบถ้วน ปิดประชุมไม่ได้ ยกเว้นแต่จะปิดอภิปรายตัวบุคคลได้ เช่น หากอภิปรายพลเอกประยุทธ์จนสมควรแล้ว และมีการเสนอในที่ประชุมว่า ประเด็นเริ่มวน ซ้ำประเด็นแล้ว จนมี ส.ส.หารือต่อที่ประชุมว่า เห็นควรให้ยุติการอภิปราย แต่ว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ เช่น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พลเอกอนุพงษ์ ยังไม่ได้อภิปราย ก็ยังปิดอภิปรายไม่ได้ เพราะเป็นญัตติอภิปรายรายบุคคล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นต้องอภิปรายให้ครบถ้วน จนมีการสรุปคนสุดท้าย แล้วไปโหวตในวันรุ่งขึ้น รัฐบาลจึงไม่ควรกังวลมากเกินไป เพราะการทำงาน รัฐมนตรี นายกฯ ก็ทำกับมือ เขาก็ต้องตอบได้ อย่างผมเป็นรัฐมนตรี ผมก็ต้องย่อมอยากให้ฝ่ายค้านอภิปราย จะได้มีโอกาสชี้แจง เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติของสภาฯ ในระบอบประชาธิปไตยที่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลที่มีหลายอย่าง เช่น การยื่นกระทู้สด การอภิปรายโดยไม่ลงมติ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดเป็นกระบวนการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีการอภิปรายสิ มันเรื่องประหลาด หากเป็นฝ่ายค้านแล้วตรวจสอบรัฐบาลไม่ได้ แต่หากรัฐบาลทำงานได้ดี หาข้อบกพร่องไม่ได้ แล้วมาอภิปรายกลั่นแกล้ง แบบนั้นประชาชนก็จะประณามฝ่ายค้าน เพราะประชาชนมีตา มีหูที่จะฟังได้ ก็เป็นการทำงานตรวจสอบคนเป็นรัฐมนตรีด้วย ไม่ใช่ทำงานได้อย่างเดียว แต่ต้องชี้แจงเป็นด้วย คนเป็นรัฐมนตรีก็ต้องมีคุณสมบัติพิเศษ ทำงานเก่ง มีความซื่อสัตย์ มือสะอาด แล้วชี้แจงได้เคลียร์ หากชี้แจงไม่เคลียร์ก็ไม่ควรจะเป็นต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เชื่อจบอภิปรายขั้นต่ำต้องปรับ ครม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตประธานสภา กล่าวถึงเรื่องการรับมือของฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะการตั้งทีมวอร์รูม ทีมองครักษ์คอยประท้วงฝ่ายค้านว่า ทุกครั้งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนฝ่ายรัฐบาลก็ต้องแสดงท่าทีห่วงใยกันในฐานะพวกเดียวกัน แต่ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรสำหรับคนที่จะอภิปราย เพราะฝ่ายค้านจะอภิปรายในกติกาโดยมีประชาชนคอยติดตาม ซึ่งการอภิปรายรอบนี้จะตื่นเต้นมากกว่าในอดีต เพราะจะมีเช่นการนำเสนอข้อมูลผ่านแผ่นชาร์ตต่างๆ ในห้องประชุม ซึ่งเมื่อฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในกรอบ หากจะมีองครักษ์มาประท้วงแบบไม่เป็นเรื่องเป็นราวก็จะเสียเวลาเปล่าๆ ควรเอาเวลาไปให้รัฐมนตรีตอบชี้แจงฝ่ายค้านจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นอาจทำให้การอภิปรายยืดเยื้อ รอบนี้การอภิปราย ส.ส.อาจอภิปรายกันไม่มากแต่ใช้เวลาแต่ละเรื่องให้มันเคลียร์ จึงไม่ได้อยากให้มาประท้วงกันระหว่างการอภิปราย เพราะหากฝ่ายค้านอภิปรายไม่ดีเอง ประชาชนก็จะลงโทษฝ่ายค้าน แต่หากรัฐบาลตอบได้ดี รัฐบาลก็ได้คะแนน เพราะก็มีหลายครั้งหลายหนที่รัฐบาลตอบได้ดี เขาก็ได้คะแนน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะผมอยู่ในการเมืองไทยมา 40 กว่าปี หลายครั้งที่ผ่านมาการปรับ ครม.ก็เกิดหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ บางทีก็มีนายกรัฐมนตรีลาออก อย่างเช่นสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม หรือสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย สมัยแรก พออภิปรายเสร็จ เรื่อง ส.ป.ก.ยังไม่ทันโหวตก็ยุบสภาก่อน เพราะพรรคร่วมรัฐบาลบอกว่าไม่ไหว คุณชวนก็เลยยุบสภาเพื่อให้ไปเลือกตั้งกันใหม่ หรือกรณีสมัยท่านบรรหาร ศิลปอาชา ก็ยุบสภาเพื่อให้ไปเลือกตั้งใหม่ หลายครั้งก็มีการอภิปรายหลังอภิปรายเสร็จก็ปรับ ครม. ไม่เคยเห็นการอภิปรายครั้งใดเสร็จสิ้นแล้วรัฐบาลจะอยู่ในสภาพเดิม เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการชี้ช่องให้รัฐบาลเห็นว่ารัฐบาลมีข้อบกพร่องอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจจบลง หากนายกฯ ไม่ปรับ ครม.หรือทำอะไรเลยจะเป็นอย่างไร จะอยู่ยากไหมในทางการเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็คิดว่าคืออยู่ได้ แต่จะอยู่แบบไหน อยู่แบบประชาชนไม่ยอมรับ คนเป็นนายกรัฐมนตรีย่อมไม่สบายใจ เขาก็ต้องหาวิธีการให้เขาอยู่ได้ ซึ่งการอยู่ได้ก็มีหลายอย่าง การปรับคณะรัฐมนตรีก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง โดยที่การปรับ ครม.ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถือว่าเป็นโอกาสของรัฐบาล เพราะตอนนำมาทำงานใน ครม. ตอนแรกก็ยังไม่รู้ความสามารถของแต่ละคน แต่เมื่อทำงานไปสักระยะก็เห็นว่ามันควรเปลี่ยนคนได้บ้าง ก็เป็นโอกาสทำได้ เพราะหากอยู่ดีๆ นายกฯ ไปปรับเขาเลย คนโดนปรับก็อาจคิดว่าทำไมมาปรับ แต่เมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายก็จะทำให้นายกฯ ถือโอกาสปรับ ครม. เพื่อให้ ครม.มีความเข้มแข็งทำงานได้ดียิ่งขึ้น ก็เป็นโอกาสของนายกฯ ที่พอปรับหลังอภิปรายแล้ว รัฐบาลก็ทำงานดีขึ้น ก็อยู่ต่อไปอีกสักระยะ จึงเป็นโอกาสดีที่นายกฯ จะได้มีโอกาสคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีกันบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคประชาชาติ-พรรคแนวร่วมฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านก็มีการป้องกันไม่ให้ประเด็น ข้อมูลการอภิปรายรั่วไหลก่อนการอภิปรายจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งเรื่องการพยายามหาข่าวจาก ส.ส.รัฐบาลกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพราะ ส.ส.ก็รู้จักกัน เป็นเพื่อนฝูงกันทั้งนั้น ก็อาจมีมาสอบถามแต่คงไม่ได้ข้อมูลอะไรลึกๆ ทั้งหมด เช่นจะอภิปรายอย่างไร เพราะ ส.ส.ฝ่ายค้านเขาเก็บข้อมูลของเขามาเอง บางคนก็เก็บตัว ขนาดในพรรคด้วยกันเองเขายังไม่ให้รู้เลยว่าคนนั้นจะอภิปราย ก็จะไม่ให้รู้ว่าอภิปรายประเด็นใดบ้าง เขาก็จะไปเตรียมตัว อาจมีคนรู้บ้างก็เช่นหัวหน้าพรรค แต่เขาก็คงขอว่าไม่ขอเล่าให้ฟังทั้งหมด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกรณีเสียงโหวตไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านจะแตกแถวหรือมีงูเห่าหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่ทราบ เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองในฝ่ายค้านต้องว่ากันเอง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรถึงฝ่ายค้านผนึกกำลังกัน เสียง ส.ส.ไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านก็ไม่ชนะรัฐบาล เพราะฝ่ายรัฐบาลเสียงเยอะกว่าและมีงูหลายตัว ฝ่ายค้านไม่ได้มุ่งหวังว่าจะชนะด้วยเสียงโหวต แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้ชั่งน้ำหนัก ว่ารัฐบาลควรจะทำอย่างไรต่อไป เพราะว่าผลการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ที่ต่อเนื่องมาจากยุคคสช. ผมก็เชื่อว่าความเดือดร้อนของประชาชนปรากฏทั่วไปอยู่แล้ว ฝ่ายค้านก็เพียงชี้จุดต่างๆ ให้เห็นว่าประชาชนเดือดร้อนอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เตรียมขับงูเห่าหลังเปิดตัวเข้า พปชร. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวปิดท้ายถึงการดำเนินการกับนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี&amp;nbsp; พรรคประชาชาติ ที่ลงมติออกเสียงโหวตเรื่องต่างๆ ในห้องประชุมสภาที่ขัดกับแนวทางของพรรคประชาชาติ และล่าสุดไปปรากฏตัวในงานนัดกินข้าวร่วมกับ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐเมื่อเร็วๆ นี้ว่า พรรคประชาชาติได้ตั้งกรรมการสอบสวนนายอนุมัติก่อนหน้านี้แล้ว โดยกรรมการได้เรียกนายอนุมัติมาชี้แจงแต่เขาไม่ยอมเดินทางมา โดยเรียกมาสามครั้งแต่ก็ไม่มาและทำเพียงแค่ทำหนังสือชี้แจง ก็ต้องรอดูผลสรุปของคณะกรรมการว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ผมก็คิดว่าเราคงต้องดำเนินการไปตามกรอบข้อกฎหมายเหมือนกับที่พรรคการเมือง เพราะเมื่อมี พ.ร.บ.พรรคการเมืองและมีข้อบังคับพรรคประชาชาติ&amp;nbsp; เราก็ต้องทำตามกติกา เมื่อเขาไม่เต็มใจอยากจะอยู่กับพรรคประชาชาติต่อ ต้องการจะไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ประชาชนในเขตเลือกตั้งก็ต้องตัดสินใจว่าเมื่อตอนเลือกตั้งเขาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาชาติ ประชาชนเลือกเขาในนามพรรคประชาชาติ พรรคไม่ได้ทำผิดอะไร&amp;nbsp; เพียงแต่อยากจะได้อะไรบางอย่างจากรัฐบาลซึ่งไม่ใช่อุดมการณ์ เมื่อไม่มีอุดมการณ์อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนในพื้นที่จะตัดสินใจเองว่าใครผิดใครถูก และครั้งหน้าจะเลือกคนแบบนี้อีกหรือไม่ วันนี้พูดง่ายๆ ตรงๆ เมื่อเขาไม่อยากอยู่ก็ไม่รู้จะให้อยู่ต่อทำไม แต่การดำเนินการเราก็ต้องมีเหตุผลแจ้งต่อ กกต.ถึงการให้พ้นจากพรรคประชาชาติ เพราะจะลาออกเองก็ไม่ได้ จะพ้นจากสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. พรรคก็ต้องดำเนินการขับออก&amp;quot;. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ญัตติซักฟอก&amp;nbsp;ในศึกปะทะเดือด &amp;#39;รัฐบาล VS ฝ่ายค้าน&amp;#39; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ 5 รัฐมนตรีในคณะรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านนำโดยสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย&amp;nbsp; ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 31 มกราคม มีรายละเอียดของญัตติดังกล่าวบางส่วนดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๑ ตามรายนามดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;๑.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;๒.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;๓.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;๔.พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;๕.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;๖.ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในเอกสารญัตติดังกล่าวระบุพฤติการณ์ที่ฝ่ายค้านเห็นว่าสมควรนำไปสู่การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจดังนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรมละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวางเป็นผู้นำประเทศที่กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม เมื่อได้อำนาจมาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็สร้างกลไกในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล่อยให้มีการทุจริตเต็มบ้านเต็มเมืองใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวารและพวกพ้องเข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวก โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดคุณธรรมจริยธรรมแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ และองค์กรในกระบวนการยุติธรรมเรียกได้ว่าเป็นยุคยุติธรรมหมด ตรงบังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักความเสมอภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย ไม่มีความรอบคอบและระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการกระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติทุจริตต่อหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รักษาวินัยการเงินการคลังใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงภาระด้านงบประมาณของประเทศเป็นยุคเงินกำลังจะหมดคลัง ไม่ยึดตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ลุแก่อำนาจ ขาดภาวะผู้นำ ไม่เสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน แต่กลับสร้างความขัดแย้งให้ขยายวงกว้างล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพในการดูแลด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจกับประชาชนทุกภาคส่วนจนก่อให้เกิดสภาพ &amp;#39;รวยกระจุก จนกระจาย&amp;#39; ประชาชนสิ้นหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ความสำคัญกับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่าปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ล้มเหลวในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลอกลวงประชาชนไม่ทำตามนโยบายที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนตนหาเสียงไว้ทั้งเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ราคาพืชผลทางการเกษตรและลดภาษีเงินได้ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์การบริหารราชการแผ่นดินของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งผลกระทบและความเสียหายแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างกว้างขวางเป็นยุคที่ทุจริตเฟื่องฟู น้ำกำลังจะหมดเขื่อน มวลอากาศเป็นพิษเต็มเมืองเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงหากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนประเทศถึงแก่ความล่มจมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและพวกพ้อง ใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบด้านกฎหมายได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายด้านการเงินแก่รัฐจำนวนมาก บังคับใช้และตีความกฎหมายโดยไม่ยึดหลักการและบรรทัดฐานที่ถูกต้องจนทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องของอภินิหาร ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ชี้นำการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพขาดคุณธรรมและจริยธรรมมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อฉล ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง บริวารและพวกพ้อง กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของข้าราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างกว้างขวาง จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายละเว้นไม่ดำเนินการตามกฎหมายใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพขาดคุณธรรมและจริยธรรม มีพฤติการณ์ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ประจำของข้าราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องโดยมิใช่อำนาจหน้าที่ของตนตามที่กฎหมายบัญญัติแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นไปตามครรลองที่กำหนดไว้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทข้ามชาติส่อว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนำพาชาติเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรงล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพขาดคุณธรรมและจริยธรรมไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทำตัวเป็นผู้มีอิทธิผลปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..........................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดศึกซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจ, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ศึกซักฟอก, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e512c2c6aa48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
