<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านเขาตะแบก ศรีราชา ปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างปอดใหม่ให้ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.64 - ที่ป่าชุมชนบ้านเขาตะแบก หมู่ 4 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในการปลูกป่า เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยมีพระครูญาณประยุต หรือพระอาจารย์สมชาย เจ้าอาวาสวัดเขาตะแบก นายดงพล รุจิธรรมธัช นายอำเภอศรีราชา นายธนะพัฒน์ พันเฉลิมชัยโชค นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ พ.ต.อ. วิสาขะ เพ็ชรเกษม ผกก.สภ.หนองขาม นายปพนพัชญ์ ณัฐดุลย์พานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลหนองขาม นายพิรัฐพล ตนานนท์ ผอ.สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง คณะผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง และผู้นำท้องถิ่นในอำเภอศรีราชา มาร่วมกันปลูกป่าชุมชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ร่วมงานปลูกต้นไม้ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ป่าไม้และสิ่งแวดล้อมนับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์การปลูกป่าในครั้งนี้การปลูกไม่ใช่เรื่องยากแต่การรักษานั้นเป็นเรื่องยากกว่า ปลูกอย่างไรเพื่อที่จะให้ต้นไม้ไม่ตาย ยิ่งเป็นพื้นที่บนเขาการบำรุงรักษาจะต้องจัดคนคอยดูแล รดน้ำ เมื่อต้นไม้โตขึ้นจะต้องทำอย่างไรไม่ให้ต้นไม้โดนตัดทิ้งไป โดยวันนี้เราได้ร่วมกันปลูกต้นพญาเสือโครง ซึ่งเวลาออกดอกแล้วคล้ายต้นซากุระ เวลาบานออกสีชมพูสวยงาม จะทำให้ป่าชุมชนบ้านเขาตะแบกแห่งนี้ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามในอนาคตและสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่ง โดยจังหวัดชลบุรี มุ่งมั่นในการฟื้นฟู รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันกับการพัฒนาด้านต่างๆ ควบคู่กันไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดงพล รุจิธรรมธัช นายอำเภอศรีราชา กล่าวว่า คุณประโยชน์ของป่าและต้นไม้ใหญ่นั้นมีมากมาย ซึ่งรวมถึงความสวยงาม การลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Urban Heat Island) การใช้พื้นที่ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การดูแลรักษา อนุรักษ์และฟื้นฟู เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ &amp;nbsp;ต้นไม้สามารถผลิตออกซิเจนเพื่อเป็นปอดให้กับประชาชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น มีแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงพื้นดินเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชนและชุมชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้อำเภอศรีราชา เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน สิ่งแวดล้อมที่ดี นั้นสามารถสร้างขึ้นมาได้ จากความร่วมมือร่วมใจของทุกคน &amp;ldquo;ชุมชน&amp;rdquo; คือส่วนสำคัญที่จะต้องทำหน้าที่พัฒนา ปกป้อง และดูแลสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ของตัวเองให้คงอยู่กับชุมชน ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องตื่นตัวร่วมกันทวงคืนพื้นที่สีเขียว ด้วยการช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อเรียกคืนความสุข สร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีและเป็นปอดของชุมชน ให้ทั้งตนเองและลูกหลานอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปพนพัชญ์ ณัฐดุลย์พานิช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 เปิดเผยว่า ภายในป่าชุมชนแห่งนี้มีไม้หายาก เช่น ต้นสัก ต้นมะค่า ต้นพยูง ต้นตะแบก ต้นงิ้ว ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ &amp;nbsp;เราจึงต้องปลูกต้นไม้เสริมขึ้นมาอีก เพื่อให้ดูหนาแน่น เป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ &amp;nbsp;โดยได้ กรรมการป่าชุมชน กรรมการหมู่บ้าน และประชาชนจิตอาสาบ้านเขาตะแบก มาร่วมกันพัฒนาปรับพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ในครั้ง โดยทางชุมชน ได้รับกล้าไม้จากทางนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง เป็นต้นพญาเสือโคร่งและ ต้นรวงผึ้ง &amp;nbsp;การปลูกป่าในครั้งนี้เพื่ออนุรักษ์ป่าไว้ให้ ชาวบ้านชุมชนเขาตะแบกและชาวอำเภอศรีราชา และนักท่องเที่ยว ได้ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนโดยชุมชนจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สามารถกางเต้นท์ได้ ในพื้นที่ 31 ไร่ โดยทางชุมชนบ้านเขาตะแบกนั้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107639</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, วันสิ่งแวดล้อมโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5dab904dd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; นำ ทส.รณรงค์วันสิ่งแวดล้อมไทย ชูแนวคิด &#039;ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.63 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงฯ นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ นำทีมผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ในสังกัดฯ ลงพื้นที่สามย่าน ตอกย้ำแนวคิด &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo;&amp;nbsp;รณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้น ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ เปิดเผยว่า ทุกวันที่ 4 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2534 สืบเนื่องจากพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2532 ใจความเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลก ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนชาวไทยกำลังประสบอยู่และให้ถือเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินงานเพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และต่อมา เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2550 ครม.ได้มีมติให้เป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;วัน ทสม. แห่งชาติ&amp;rdquo; อีกวาระหนึ่ง เพื่อเชิดชู ทสม.ที่มีจิตอาสารวมพลังกันสร้างคุณความดีพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทย และวัน ทสม. แห่งชาติ เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ รณรงค์ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;&amp;ndash; 19 ที่ทำให้เกิดการใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal อาทิ การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และการใช้บริการเดลิเวอรี่ที่มีมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือ &amp;quot;ขยะ&amp;rdquo; โดยเฉพาะขยะพลาสติกในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว จึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการริเริ่มกิจกรรม/โครงการความร่วมมือต่างๆ กับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เช่น โครงการเปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน) การทำ MOU การลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวจากการบริการส่งอาหาร (Food Delivery) และ MOU ส่งเสริมการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ (RECYCLABLE 100%) รวมถึง การใช้มาตรการท่องเที่ยวสวนสัตว์วิถีใหม่ หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;Zoo New Normal&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกันดูแลโลกใบนี้ร่วมกัน โดยเริ่มต้นที่ตัวเอง มีสติ คิดถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพแบบนิวนอร์มอล มาร่วมกันใช้ชีวิตวิถีใหม่ ทีใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่น ลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ ใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่ามากที่สุด รวมทั้งเลือกใช้
บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการต่างๆ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทส. ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ปริมาณถุงพลาสติกลดลงมากกว่า 1 หมื่นล้านใบหรือมากกว่า 1 แสนตัน (11,958 ล้านใบ ประมาณ 108,220 ตัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) นับตั้งแต่การใช้มาตรการงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้ว เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2563 ด้วยความร่วมมืออย่างดีจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ กว่า 76 บริษัท ตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่ง ทส. จะยังคงเดินหน้ารณรงค์สร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งรัดการออกกฎหมาย/มาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องขอย้ำว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของเราทุกคนที่จะต้องร่วมมือกัน ช่วยกันจัดการ และแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต และเพื่อการคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. กล่าวเสริมว่า วันสิ่งแวดล้อมไทยและวัน ทสม.แห่งชาติ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการทำความดีในเรื่องของจิตอาสา ตามพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 10 อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากทุกภาคส่วน รวมทั้งเพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติบุคคล ชุมชน และองค์กรต้นแบบด้านการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้จัดขึ้น&amp;nbsp;ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. กิจกรรมภายในงานมีทั้งการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และชุมชนที่มีผลงานด้านสิ่งแวดล้อมดีเด่น รวม 46 รางวัล ได้แก่ รางวัลถ้วยพระราชทานฯ โครงการชุมชนปลอดขยะ zero waste ระดับประเทศ รางวัล ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ รางวัลเชิดชูเกียรติองค์กรดีเด่นด้านสิ่งแวดล้อม รางวัลอุทยานธรณีประเทศไทย และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและการดำเนินการอุทยานธรณี รวมทั้ง การจัดกิจกรรมและนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo;ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ และภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, วราวุธ ศิลปอาชา, วันสิ่งแวดล้อมโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9ff678ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรือง&#039; คว้ารางวัลระดับโลก &#039;คนลุ่มน้ำอิง&#039; สุดปลื้มพร้อมรักษาผืนป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนลุ่มน้ำอิง&amp;quot; สุดปลื้ม &amp;quot;ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรือง&amp;quot; ได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมระดับโลกจากสหประชาชาติ (UNDP) เผยชาวบ้านเข้มแข็งร่วมกันปกป้องผืนป่าจนหลุดรอดจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.63 - นายถนอม อุตมะ ประธานสภาประชาชน ลุ่มน้ำอิง เปิดเผยว่ารู้สึกยินดีอย่างมากที่ป่าชุ่มน้ำลุ่มน้ำอิง บ้านบุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับรางวัลเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก จากโครงการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งเป็นรางวัลสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ โดยชุมชนบ้านบุญเรือง เป็นหมู่บ้านเครือข่ายที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง ตั้งแต่ปลายปี 2558 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าชัดเจนที่ชาวบ้านบุญเรือง ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเพื่อปกป้องป่าชุ่มน้ำของชุมชนจนเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับสากล&amp;nbsp;ในนามของประธานสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง พวกเราภาคภูมิใจต่อรางวัลที่ชาวบ้านบุญเรืองได้รับ เป็นไปตามความตั้งใจของสภาประชาชนที่ขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำอิง จากต้นน้ำที่ จ.พะเยา จนไหลลงแม่น้ำโขง ที่ จ.เชียงราย เป็นไปตามเจตนารมย์ที่ให้ความสำคัญร่วมกับชุมชนในการช่วยกันพัฒนาและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทรงพล จันทะเรือง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรือง กล่าวว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับรางวัลนี้ ที่ผ่านมาเราก็ทำงานของเราอย่างแข็งขัน และขอขอบคุณเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำงานจนมีวันนี้ได้ เป็นความภาคภูมิใจร่วมกัน เพราะรางวัลนี้คือของทุกคน โดยกลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรือง ได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558 และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นช่วงที่อยู่ท่ามกลางสถานการณ์การขับเคลื่อนของชุมชนบ้านบุญเรือง ที่ปกป้องป่าชุ่มน้ำจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยจะเป็นการนำพื้นที่ตามจังหวัดชายแดน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในการดูแลของหน่วยงานรัฐ หรือป่าชุมชนของชาวบ้าน ไปให้นักลงทุนเช่า ทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกลุ่มอนุรักษ์กล่าวว่า ก่อนการตั้งกลุ่มอย่างเป็นทางการ เดิมทีชุมชนบ้านบุญเรืองมีการดูแลรักษาป่าชุ่มน้ำ (wetlands) เนื้อที่กว่า 3,706 ไร่ มาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ช่วยกันดูแลร่วมกัน 5 หมู่บ้าน &amp;nbsp;ได้แก่ บ้าน บ้านบุญเรืองใต้ ม.2 จำนวน 1,473 ไร่ บ้านบุญเรืองเหนือ ม.1 และบ้านภูแกง ม.10 จำนวน &amp;nbsp;1,113 ไร่ บ้านต้นปล้อง ม.5, บ้านต้นปล้องใต้ ม.8 จำนวน 1,120 ไร่ เป็นความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์ป่าสืบเนื่องมาตั้งแต่ครั้งในอดีต พื้นที่ป่าชุ่มน้ำบ้านบุญเรืองคือ แหล่งอาหารธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเตชภัฒน์ มะโนวงศ์ เลขานุการสภาประชาชนลุ่มน้ำอิง กล่าวว่า กลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรืองที่ได้รับรางวัลจาก UNDP ในครั้งนี้ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และประกาศให้ทั่วโลกได้ทราบว่า การยืนยันสิทธิของชุมชนต่อทรัพยากรที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันได้ใช้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ภายใต้กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชน และที่สำคัญเป็นการทำงานที่เชื่อมร้อยเครือข่ายในนามสภาประชาชนลุ่มน้ำอิงที่อยากจะเห็น สิทธิชุมชนต่อการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า อย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง รางวัล Equator Prize ของ UNDP ได้มอบทุกๆ 2 ปี ให้แก่ชุมชนและชนเผ่าพื้นเมืองที่มีแนวทางการจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67989</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, บ้านบุญเรือง, ป่าชุ่มน้ำลุ่มน้ำอิง, รางวัลสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ, ลุ่มน้ำอิง, วันสิ่งแวดล้อมโลก, โครงการพัฒนาของสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200606/image_big_5edb7d306f93b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.จัดงาน “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ยุติหมอกควัน ปลุกคนไทยร่วมกำจัดมลพิษทางอากาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมจัดวันสิ่งแวดล้อมโลก &amp;ldquo;Beat Air Pollution : หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; วันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ปลุกคนไทย-ประชาคมโลกใส่ใจต่อปัญหามลพิษทางอากาศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อให้ทั่วโลกตื่นตัวกับวิฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ร่วมกันหาแนวทางป้องกันและลงมือแก้ไข โดยปีนี้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) รณรงค์ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;Beat Air Pollution&amp;rdquo; หรือที่ประเทศไทยใช้คำขวัญรณรงค์ว่า &amp;ldquo;หยุดหมอกควันและอากาศพิษ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ซึ่งปีนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพการจัดงาน เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เป็นภัยคุกคามผู้คนทั่วโลก ทั้งกระทบต่อการดำเนินชีวิต กระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งผลต่อการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งข้อมูลจาก UNEP พบว่า 9 ใน 10 ของประชากรโลกหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนมลพิษเข้าไป ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 7 ล้านคน ในจำนวนนี้ เกินครึ่ง (4 ล้านคน) อยู่ในแถบเอเชีย &amp;ndash; แปซิฟิก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับโลกถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และในปีนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อรณรงค์พร้อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำกับดูแลการปล่อยมลพิษทางอากาศของสถานประกอบการ โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม การตรวจวัดฝุ่นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งเสริมการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และยานยนต์ไฟฟ้า ยังได้ดำเนินการส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองทั่วประเทศ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันตั้งแต่ตอนนี้ ทุกคนสามารถป้องกันและแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Beat Air Pollution : หยุดหมอกควันและอากาศพิษเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างความตื่นตัว มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเผยแพร่ผลสัมฤทธิ์ และเชิดชูเกียรติบุคคล ดารานักแสดง รวมทั้งองค์กรต้นแบบที่ทำคุณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ เข้าร่วมงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 17.00 น.กิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;บทเรียนการแก้ไขมลพิษทางอากาศระดับประเทศ การเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;การขับเคลื่อนให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหามลพิษคุณภาพอากาศ&amp;rdquo; รวมทั้งนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น UNEP สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), วันสิ่งแวดล้อมโลก, หมอกควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0fa23986ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &quot;โลตัส -เอสซีจี&quot;จับมือผลักดัน&quot; ใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษ ลดขยะพลาสติก  &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 4ธันวาคม ของทุกปี โดยในปีนี้มีแคมเปญหลักคือการลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก ซึ่งกำลังเป็นปัญหาปวดหัวของคนทั้งโลก ในการกำจัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งจากข้อมูลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่าประเทศไทยสร้างขยะ 27 ล้านตัน เป็นขยะพลาสติก 2 ล้านตัน แต่ละคนสร้างขยะ 1 กิโลกรัม 1 ขีด ต่อวัน เป็นถุงพลาสติก 8-10 ใบต่อวัน ไทยสร้างขยะเปียกมากกว่า 62%&amp;nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าขยะพลาสติกอาจจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่สำคัญที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องรีบแก้ไข&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เทสโก้ โลตัส ร่วมกับ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำกล่องกระดาษที่ใช้งานแล้วในธุรกิจของเทสโก้ โลตัส มารีไซเคิลเป็นถุงกระดาษใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าแทนการใช้ถุงพลาสติก สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกและมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเริ่มใช้ในวันสิ่งแวดล้อมไทยที่ 4 ธันวาคม 2561 ณ เทสโก้ โลตัส 2,000 สาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า จากการที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาขยะพลาสติกทั้งในระดับประเทศและระดับโลกที่มีจำนวนมากขึ้น ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีก &amp;nbsp;จึงต้องการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของลูกค้า ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนของกลุ่มเทสโก้ หรือที่เรียกว่า &amp;nbsp;The Little Helps Plan โดยได้เริ่มรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 นับเป็นห้างค้าปลีกรายแรกที่นำระบบการให้แต้ม &amp;nbsp; เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าไม่รับถุงพลาสติกมาใช้ในประเทศไทย ใน 5 ปีที่ผ่านมา สามารถลดถุงพลาสติกไปได้แล้วอย่างน้อย 100 ล้านใบ และในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มแต้มกรีนพ้อยท์ 5 เท่า จากเดิม 20 แต้มเป็น 100 แต้มทุกวัน ส่งผลให้จำนวนลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นถึง 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และในวันสิ่งแวดล้อมไทย ได้มีการงดให้ถุงหูหิ้วพลาสติกที่ร้านค้าทุกรูปแบบ ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาใช้ และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเพิ่มเติม จึงได้ร่วมมือกับเอสซีจี ในการผลิตถุงกระดาษรีไซเคิล จากกล่องและกระดาษใช้แล้วที่รวบรวมจากศูนย์กระจายสินค้าเทสโก้ โลตัส กลับมาสร้างคุณค่าและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้ผลิตถุงกระดาษและกระจายไปยังร้านค้าของเทสโก้ โลตัส ทั่วประเทศ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้านอกจากนี้ยังมีการให้ส่วนลด 1 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ เมื่อลูกค้านำถุงผ้าเทสโก้ โลตัส ที่มีบาร์โค้ดพิเศษมาใช้ซื้อสินค้า ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีถุงผ้าหลากหลายดีไซน์ ราคา 89 และ 99 บาท ผลิตขึ้นโดยมีบาร์โค้ดพิเศษติดอยู่ด้านข้างถุง เพื่อให้ลูกค้าไม่ลืมที่จะนำถุงผ้ากลับมาใช้ทุกครั้งที่มาซื้อของ&amp;rdquo; สลิลลา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สลิลลา สีหพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีนำกล่องบรรจุสินค้าที่ใช้แล้ว นำกลับมารีไซเคิลเป็นกระดาษใหม่ ด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นนำกระดาษไปเข้ากระบวนการแปรรูปเป็นถุงกระดาษไซเคิล 100% &amp;nbsp;มีคุณสมบัติแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี &amp;nbsp;พิมพ์ด้วยหมึก water ink ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนาด 14 &amp;nbsp;x 37 x 46 เซนติเมตร ใช้ระยะเวลาการย่อยสลายประมาณ 90 วัน โดยใช้ปริมาณกระดาษเก่า 1 ตัน ผลิตถุงได้จำนวน 16,000 ใบ นอกจากนี้ถุงกระดาษที่ใช้งานแล้ว ยังสามารถนำกลับมารีไซเคิลในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอสซีจี ยังได้มุ่งพัฒนาวิธีการรวบรวมจัดเก็บเศษกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานแล้ว ตลอด Value chain เพื่อนำกลับสู่ระบบการผลิตกระดาษใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้น้ำและพลังงาน และลดของเสียสู่สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเศษกระดาษกลับคืนสู่โรงงานโดยตรงจากห้างค้าปลีก รวมถึงมีการพัฒนา Digital Platform ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บเศษกลับจากรายย่อย เช่น ร้านค้า และครัวเรือน เป็นต้น&amp;quot;กรรมการผู้จัดการเอสซีจีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนวงษ์ อารีรัชชกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp; การสร้างขยะให้เป็นวัตถุดิบเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะขณะนี้ในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีระบุเป็นยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน &amp;nbsp; ที่ประเทศไทยจะไม่นำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศ ลดการนำเข้าจากปีนี้มีการนำเข้าจาก 1 แสนตัน ในปี 2562 ก็จะลดเหลือประมาณ 7 หมื่นตัน ในปี 2563 จะลดเหลือประมาณ 4 หมื่นตัน และคาดว่าในปี 2564 จะไม่มีการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งในต่างประเทศ อย่างประเทศจีนก็ได้สั่งห้ามนำเข้าขยะพลาสติกแล้วด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ดังนั้น แนวทางในการทำ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงต้องเห็นเป็นรูปธรรม เพราะเทคโนโลยีในประเทศไทยมีศักยภาพแล้ว แต่ปัญหาของไทยตอนนี้คือต้นทางที่จะหาวัตถุดิบที่จะใช้รีไซเคิลป้อนเข้าโรงงานต้องเพียงพอและมีปริมาณที่คงที่ เพื่อไม่ให้โรงงานผู้ผลิตเกิดผลกระทบจากอัตราการส่งขยะมารีไซเคิลขึ้นๆลงๆ ดังนั้นสิ่งที่คนไทยควรทำคือหัดทำขยะให้เป็นวัตถุดิบจากการแยกขยะให้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพตัวอย่างถุงกระดาษรีไซเคิล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23487</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดขยะพลาสติก, วันสิ่งแวดล้อมโลก, เทสโก้ โลตัส, เอสซีจี, ใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c066c44b1377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 05:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ขยะพลาสติก&quot;ทะเลไทย &quot;เลยวิกฤตสู่หายนะ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะพลาสติกที่อยู่ร่วมกับสัตว์น้ำในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพซากปลาวาฬนำร่องครีบสั้นเสียชีวิตที่จ.สงขลา &amp;nbsp;เมื่อผ้าท้องหาสาเหตุที่มันมาเกยตื้น ก็พบว่ามีซากถุงพลาสติกอยู่ในท้องมันถึง 85 ชิ้น รวมน้ำหนักได้ถึง 8 กิโลกรัม &amp;nbsp; เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นการบอกเล่าชะตากรรมอันน่าสลดของปลาวาฬ &amp;nbsp;แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนบอกถึงปัญหาขยะในท้องทะเลไทยว่า กำลังสร้างความหายนะครั้งใหญ่ และเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดว่า ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลที่พูดกันมาหลายปีไม่ใช่การพูดพร่ำเพรื่อไปเรื่อยๆของพวกนักอนุรักษ์ หรือเป็นเพียงกระแสที่ฮิตกันเป็นพักๆ แต่ป็นเรื่องจริงที่น่าวิตก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในวันสิ่งแวดล้อมโลกเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme : UNEP) รวมถึงภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกขึ้นตั้งแต่วันที่ 5-7 มิ.ย. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์โดยมีกิจกรรมมากมายประกอบด้วยนิทรรศการชี้ปัญหาขยะใทะเลไทย และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นรณรงค์ลดการใช้พลาสติก โดยเฉพาะพลาสติกชนิดใช้แล้วทิ้งอย่าง หลอด พลาสติก ถุงพลาสติก และขวดน้ำภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Beat Plastic Pollution&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนเฉลี่ยขยะที่พบในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ภายในงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ยังนับเป็นการรวมกลุ่มคนรักษ์สิ่งแวดล้อมจากหน่วยงาน องค์กร และนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมหลากหลายสถาบัน มาร่วมแสดงความคิดเห็นและชี้สถานการณ์ขยะที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลตอนนี้ต้องบอกตามตรงเลยว่าย่ำแย่มากถึงมากที่สุด คำว่า วิกฤติใช้กับประเทศไทยไม่ได้แล้วตอนนี้ เพราะเลยไปจนถึงหายนะแล้ว ยิ่งข่าวปลาวาฬเสียชีวิตที่ถูกเผยแพร่ออกไป ยิ่งทำให้ทั่วโลกเพ่งเล็งมาที่ไทย ว่าทำอย่างไรถึงทำให้ปลาวาฬกินพลาสติกจนเสียชีวิต และยังทำให้คนทั้งโลกตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม เพาะว่าถ้าหากขยะอยู่บนแผ่นดินไทยคนทั้งโลกจะไม่สนใจ แต่เมื่อใดที่ลงสู่ทะเลคนเขาจะตระหนักทันที เพราะมันไหลไปหาประเทศเขาได้ มันจึงไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง หลายประเทศจึงสงสัยและตั้งคำถามกันว่าทำไมต้องมานั่งรับขยะและพลาสติกจากประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการและคนรักษ์สิ่งแวดล้อมเสวนาชวนคนลดใช้ถุงพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมไม่อยากให้เรื่องของพลาสติกเป็นเรื่องสงสารสิ่งแวดล้อม สงสารทะเล นั่นพูดกันมา 20 ปีแล้ว เลิกพูดกันได้แล้ว ตอนนี้ภัยมาหาเราแล้ว ภาพลักษณ์ไทยสูญเสียอย่างรุนแรงมาก แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคืออนาคตใบเหลืองประมง ปัญหานี้รัฐบาลแก้กันมาไม่รู้กี่ปียังไม่หมด แล้วหากสมมติวันหนึ่ง เขาเล่นใบเหลืองอีกว่าเราเป็นประเทศที่ปล่อยขยะลงทะเลมาก ถ้าเขาบอกว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆของคุณให้ความเดือดร้อนต่อทั้งโลก จะทำยังไง มันไม่ใช่ประเด็นสิ่งแวดล้อมแล้ว มีอะไรสำคัญมากกว่านั้น &amp;nbsp;มันเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ประเทศเรา ทั่วโลกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม มาเป็นอันดับหนึ่ง คนไอร์แลนด์หนึ่งเดือนใช้ถุงพลาสติก 3 ใบ แต่ขณะที่คนไทยใช้ 240 ใบต่อเดือน แล้วคนไอร์แลนด์ใช้แค่ 3 ใบ ทำไมต้องมาได้รับความเดือดร้อนจากคนไทยด้วย มันแฟร์กับคนไอร์แลนด์มั๊ย และคนยุโรปอื่นๆมั๊ย ที่ต้องมาเดือดร้อนกินเม็ดพลาสติกที่มาจากคนไทย เพราะฉะนั้นบทลงโทษของโลกกับประเทศไม่รักธรรมชาติ จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ&amp;rdquo; ดร.ธรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ธรณ์ &amp;nbsp;ยังเน้นย้ำอีกว่า ตอนนี้ไทยขยะมีมากกว่า 25 ล้านตัน อีก 30 ปี เราจะมีขยะพลาสติกในทะเลมากกว่าปลาในทะเล แล้วเกิดคำถามว่าคนรุ่นเราทำอะไรกันอยู่ เราจับปลาในทะเลเกือบหมด แล้วก็ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล นั่นเป็นการส่งต่อโลกที่สวยงามทางทะเลให้ลูกหลานหรือไม่ หากเป็นแบบนี้ก็จะไม่มีสัตว์ทะเลอีก แล้วจะกินอยู่กันอย่างไร การที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะ อย่าให้เป็นเรื่องของสงสารทะเลอย่างเดียว ต้องทำเพราะเป็นทางรอดในวงการธุรกิจระดับโลกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชว์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่พลาสติก กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มีเรื่องน่าตกใจหลายเรื่อง อย่างขยะทำไมปล่อยให้แม่น้ำหลังบ้านของเรากลายเป็นแหล่งทิ้งขยะ ไม่ว่าจะแม่น้ำบางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง 4 สายหลักสุดท้ายไหลลงทะเลหมดเป็นปัญหาใหญ่ที่คิดกันมาตลอดว่าจะทำอย่างไรให้คนเลิกทิ้งลงแม่น้ำ อีกประเด็นคือตอนนี้โลกร้อนมากกว่าเดิมทุกวัน ลองขับรถแล้วดับเครื่อง แล้วจอด โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างเราจะทนได้แค่ไหน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยในอดีตเฉลี่ยคือ 200 ล้านต่อล้านส่วน แต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตัวเลขทะลุ 400 ไปแล้ว ซึ่งมากกว่าค่าปกติไป 2 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นหากเคยไปวัดหงส์ทอง บางปะกงมีโบสถ์สวยงามตั้งอยู่กลางทะเล ดูเหมือนเป็นการสร้างบุกรุกทะเล พอตนไปถามกรมเจ้าท่าว่าทำไมปล่อยให้บุกรุกเช่นนี้ เขาบอกว่า ตรงนั้นเคยเป็นแผ่นดินมาก่อน พอโลกร้อนน้ำขึ้นก็เลยไปอยู่กลางน้ำ มีอีกแห่งคือขุนสมุทรจีน สมุทรปราการ ที่อยู่เหนือทะเลเหมือนกัน ไปนั่งเรือสำรวจก็เห็นว่ามีเสาไฟฟ้าอยู่ในทะเล แสดงว่าทุกวันนี้แผ่นดินไทยกำลังหดไปเรื่อยๆ เพราะน้ำทะเลสูงขึ้น เพราะฉะนั้นโลกร้อนไม่ใช่การคาดการณ์ทางวิทยาศาสตร์อีกแล้ว แต่เป็นเรื่องจริง ผลกระทบอีกอย่างพอน้ำทะเลสูงมากไอน้ำในอากาศเพิ่มมากด้วย ฝนตกมากไม่พอ พายุที่ถล่มก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดทั้งหมดนั้นมาจากการกระทำของเราทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญที่เพิ่งเสียชีวิตไป สตีเฟน ฮอว์คิง เคยทำนายไว้ว่า ถ้ามนุษย์ไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จะอยู่บนโลกนี้ได้ไม่เกิน 1,000 ปี เราจะสูญพันธุ์ เพราะเราทำลายสภาพแวดล้อมที่มันสมดุลย์กับเราไปหมดแล้ว แต่โลกยังอยู่ได้อีก 3,000 ล้านปี เป็นอย่างน้อย หลายคนบอกเรายังพอมีเวลาอีกนาน แต่แล้วพอคนไปถามสตีเฟ่น ฮอว์คิงอีกครั้งก่อนที่เขาจะเสียชีวิตว่า ที่บอก 1,000 ปียังยืนยันอยู่ไหม เขาปฏิเสธเลยว่าไม่ใช่เขาบอกคำนวณผิด เมื่อดูตัวเลขปริมาณการเพิ่มของคาร์บอนไดออกไซต์ในบรรยากาศ ดูปริมาณการเพิ่มอุณหภูมิของโลกรวมทั้งค่าเฉลี่ยอื่นๆ จะเหลืออีกแค่ 100 ปีที่เราจะอยู่ได้เท่านั้น&amp;rdquo; ดร.ปริญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มธ.กล่าวอีกว่า ตอนนี้ธรรมศาสตร์กำลังนำร่องลดใช้พลาสติกอยู่ โดยเรียกร้านสะดวกซื้อมาตกลงลดใช้พลาสติกโดยการขอถึงจะให้ &amp;nbsp;มีการให้นักศึกษาใช้ถุงผ้า แจกกระบอกน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง ค่อยๆ ทำไปดีกว่าไม่ทำ จึงอยากให้ทุกคนหันมาลดใช้ภาชนะผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านเชอรี่ เข็มอัปสร ผู้แทนกลุ่ม Little Forest กล่าวว่า มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ทำให้ระบบสิ่งแวดล้อมเสีย ขณะที่สัตว์ทั้งโลกพยายามอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เรื่องของขยะตั้งแต่พลาสติกชิ้นแรกที่ผลิตขึ้นบนโลกตอนนี้ยังคงอยู่ พลาสติกขนาดเล็กเทียบกับแพลงก์ตอนมีสัดส่วน1:2 ถือเป็นตัวเลขที่น่ากลัว และขยะเหล่านี้จะลอยไปอยู่ที่แปซิฟิกเหนือกลายเป็นแพขยะที่ใหญ่ประมาณ 7 แสน &amp;ndash; 15 ล้าน ตารางกิโลเมตร ในขณะที่ไทยมีพื้นที่ประมาณ 5 แสนตารางกิโลเมตร เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เขาบอกว่าตัวเลขพลาสติกที่เป็นขวด ในทุกๆ 1 วินาทีจะถูกทิ้งเฉลี่ย 1,500 ขวด นั่นหมายความว่าใน 1 ปีอาจถูกทิ้งไปแล้ว 47,000 ล้านขวด ในขณะที่ถุงพลาสติกใน1ปีถูกใช้ 2ล้านๆ ถุง ขณะที่เฉลี่ยอายุการใช้งานของถุงเพียงแค่12นาที หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการที่มันเกิดมาเป็นถุงพลาสติกเลย แป๊ปเดียวมันถูกเป็นขยะแล้ว จริงๆเราใช้ได้แต่ควรใช้ให้คุ้มหน่อย เอากลับมาใช้ใหม่หรือมีวิธีการแยกขยะให้มันเอาไปรีไซเคิ้ลได้ หรือเอาไปเป็นพลังงานอื่นๆ ไม่ต้องรอรัฐบาลมาแก้ เริ่มต้นที่ตัวเรานี่แหละ&amp;rdquo; เชอรี่กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้กล่าวเสริมอีกว่า60% ของขยะคืออาหาร ซึ่งเป็นขยะเปียก มีงานวิจัยอาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล กล่าวว่า ข้าวที่เรากินเหลือหนึ่งช้อน ถ้านับดูมีข้าวอยู่ 30 เม็ด เราปลูกข้าวใช้สารในดิน ใช้น้ำ ใช้ปุ๋ยกว่าจะมาเป็นข้าว เป็นวัตถุดิบ จากนั้นใช้พลังงานในการหุง ประกอบอาหาร ถ้ากินเหลือก็ไปปนเปื้อนในบรรจุภัณฑ์ต่างๆ พวกนี้รีไซเคิลไม่ได้ เราควรเลิกพฤติกรรม ด้วยการกินข้าวให้หมดจาน จะได้ตัดปัญหาขยะเปียกออกไป ส่วนภาชนะที่ใส่อาหารส่วนใหญ่จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง บางคนซื้อก๋วยเตี๋ยว ถุงแกงต่างๆ เทน้ำไม่หมดกลายเป็นขยะเปียก อยากให้แยกและล้างพอสะอาดก่อนแล้วค่อยนำไปทิ้ง จะได้ง่ายต่อการรีไซเคิล
อย่างไรก็ตาม เรื่องขยะโดยเฉพาะพลาสติกนับว่าพูดกันมาหลายปี รณรงค์กันหลายครั้ง สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ที่ทุกคนว่าจะเข้าใจและร่วมมือลดปัญหานี้ได้มากน้อยแค่ไหน หรืออาจจะเริ่มตระหนักก็เมื่อตอนขยะล้นทะเลจนไม่มีสัตว์ทะเลหลงเหลือให้เราแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถุงพลาสติกหลายชิ้นที่ใช้แต่ละวันนำมาสร้างเป็นประติมากรรมอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11026</URL_LINK>
                <HASHTAG>.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์, ขยะพลาสติกในทะเล, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ปัญหาสิ่งแวดล้อมทะเลไทย, วันสิ่งแวดล้อมโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180609/image_big_5b1bea6cd6e5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันทะเลโลกยกบทเรียนวาฬกินพลาสติกตาย ปลุกสำนึกลดขยะทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะพลาสติกในทะเลไทย ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 มิ.ย.พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก หรือ World Oceans Day ปีนี้เป็นปีที่ 27 ที่ทั่วโลกจัดกิจกรรมรณรงค์อนุรักษ์ทะเล ซึ่งหัวข้อหลักปีนี้ คือ &amp;ldquo;Clean Our Ocean&amp;rdquo; สะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน สำหรับวันทะเลโลก &amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมวันทะเลโลก ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมีสุข&amp;rdquo; หวังกระตุ้นกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในประเทศไทย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกของนักท่องเที่ยว พร้อมชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Clean Our Ocean ทะเลดี ชีวีมี &amp;nbsp;ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน  สถานการณ์ปัจจุบันปัญหาจากขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง รวมถึงกระทบภาพลักษณ์ต่อชายหาดและการท่องเที่ยวทางทะเล นอกจากนี้ ขยะทะเลยังอาจส่งผลในระยะยาวในรูปแบบของไมโครพลาสติกที่อาจเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอมในห่วงโซ่อาหารและส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกสุรศักดิ์ กล่าว การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ประเทศไทยกำลังเร่งกระบวนการต่าง ๆ ตามแนวทาง 3R ทั้งการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ เช่น เลิกการใช้ Cap Seal การนำขยะไปเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า การใช้ไบโอพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก รณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว นอกจากนี้ ไทยเริ่มใช้กลไกทางการคลังส่งเสริมผู้ผลิตให้ผลิตผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยากขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเอาวันทะเลโลกเป็นจุดเริ่มต้นอนุรักษ์และดูแลท้องทะเลไทยให้สวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกกรณีวาฬนำร่องครีบสั้นกินพลาสติกตายจัดนิทรรศการปลุกสำนึกในวันทะเลโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันทะเลโลกในครั้งนี้มีความมุ่งหวังให้เกิดกระแสการรักษ์โลก โดยการลด ละ เลิกผลิตขยะที่ไม่จำเป็น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยใช้เหตุการณ์วาฬนำร่องครีบสั้นเกยตื้นตาย ที่ จ.สงขลา สาเหตุกินขยะพลาสติกจำนวนมากเข้าไป&amp;nbsp;เป็นบทเรียนให้เห็นถึงโทษทัณฑ์ของขยะจึงกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยกรมฯ ได้ดำเนินการและมีแผนงานรองรับ3 ระยะ คือ แผนระยะสั้น ทช. จัดประชุมระดับอาเซียน เรื่องการลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จ.ภูเก็ต 
ผลประชุมนำไปสู่การสร้างความร่วมมือจัดการปัญหาขยะทะเลในอาเซียน และนำเสนอต่อ ครม. เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา  พร้อมทั้งได้ดำเนินการจัดเก็บขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศชายฝั่งแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครือข่ายภาคประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสัตว์ทะเลหายาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะใต้ทะเลส่งผลกระทบระบบนิเวศทะเลไทย เร่งจัดเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแผนระยะกลาง &amp;nbsp;นายจตุพร กล่าวต่อว่า มีโครงการชายหาดปลอดบุหรี่และไร้ขยะ
ในพื้นที่ชายหาดสำคัญ 24 แห่ง ใน 15 จังหวัด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2561 กำหนดห้ามการสูบบุหรี่และการทิ้งขยะมูลฝอยและของเสียทุกประเภทในพื้นที่ประกาศกำหนด เว้นแต่ในที่ที่จัดไว้เท่านั้น อีกทั้งยังมีโครงการบริหารจัดการขยะทะเลโดยทุ่นกักขยะหรือ Boom ช่วยลดการพัดพาของมวลขยะบริเวณปากแม่น้ำก่อนออกสู่ทะเล ปัจจุบันทำไปแล้วในพื้นที่นำร่องบริเวณปากแม่น้ำสายหลักในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน  2 พื้นที่ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน และถ้าเกิดผลสัมฤทธิ์จะมีการขยายผลในแม่น้ำสายอื่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัตว์ทะเลหายากได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo; สุดท้ายแผนระยะยาวได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการภาครัฐภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อจัดการปัญหาขยะและการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลก  5 มิถุนายนที่ผ่านมา แสดงถึงเจตนารมณ์ให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการปรับพฤติกรรมการใช้พลาสติกอย่างรับผิดชอบ นำแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนใช้จัดการปัญหาขยะและทรัพยากรพลาสติกที่ใช้แล้ว &amp;nbsp;สนับสนุนระบบการจัดการขยะและคัดแยกขยะที่ดี ร่วมกันจัดทำแผนธุรกิจเพื่อการจัดการขยะและพลาสติกเหลือใช้อย่างครบวงจร ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิต โดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2570 &amp;lsquo; อธิบดี ทช . กล่าวในท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, วันทะเลโลก, วันสิ่งแวดล้อมโลก, วาฬนำร่องครีบสั้นเกยตื้นตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a546d096d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
